- หน้าแรก
- นารูโตะ เกิดเป็นโฮคาเงะลูกดกทั้งที ทำไมนารูโตะถึงติดลูปอายุสิบแปดทุกวันไปได้ล่ะ
- ตอนที่ 3 : สมรภูมิการจัดทีม ฉันอยากอยู่ทีมเดียวกับพี่สาว
ตอนที่ 3 : สมรภูมิการจัดทีม ฉันอยากอยู่ทีมเดียวกับพี่สาว
ตอนที่ 3 : สมรภูมิการจัดทีม ฉันอยากอยู่ทีมเดียวกับพี่สาว
อากาศภายในห้องเรียนร้อนและแห้งแล้งอย่างผิดปกติ
นับตั้งแต่นารูโตะเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยใบหน้าที่ถอดแบบมาจากนามิคาเสะ มินาโตะเป๊ะๆ บวกกับฮอร์โมนที่พุ่งพล่านเกินกว่าเด็กผู้ชายวัยสิบสองปี ระบบนิเวศของคนทั้งชั้นก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง กลุ่มเด็กผู้หญิงที่แต่เดิมเคยห้อมล้อมซาสึเกะต่างพากันอพยพครั้งใหญ่ ราวกับฝูงผึ้งที่ได้กลิ่นน้ำหวาน พวกเธอส่งเสียงหึ่งๆ และเบียดเสียดกันเข้าไปที่แถวหลังสุด
"นารูโตะคุง เธอฝึกกล้ามเนื้อยังไงเหรอ?"
"นารูโตะคุง อยากกินข้าวกล่องด้วยกันมั้ย? นี่ทามาโกะยากิที่ฉันทำเองเลยนะ"
"นารูโตะคุง..."
นารูโตะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง ยอมรับการปรนนิบัติราวกับดวงดาวที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยดวงจันทร์ เขายังมีเวลาว่างมากพอที่จะจัดหน้าม้าของตัวเองกับกระจกหน้าต่างด้วยซ้ำ
ต่อให้เป็นร่างกายที่ได้มาจากระบบ ทรงผมของเขาก็ต้องเป๊ะอยู่เสมอ
ซาสึเกะที่นั่งอยู่ข้างๆ มีสีหน้ามืดครึ้ม ดินสอในมือของเขาถูกหักเป็นสองท่อนไปเรียบร้อยแล้ว
บ้าเอ๊ย
การที่ไอ้ที่โหล่นั่นแย่งซีนไปก่อนหน้านี้ก็เรื่องนึง แต่ตอนนี้มันดันมาแย่งความสนใจไร้สาระพวกนี้ไปอีกงั้นเหรอ? เกียรติภูมิของตระกูลอุจิวะรู้สึกเหมือนถูกท้าทายอย่างบอกไม่ถูกในวินาทีนี้ ซาสึเกะแค่นเสียงเย็นชา โยนดินสอที่หักลงในกล่องดินสอ แล้วหลับตาลงเพื่อพักสายตาซะเลย
นารูโตะเหลือบมองซาสึเกะและแอบหัวเราะในใจ
แค่นี้ก็รับไม่ไหวแล้วเหรอ? ไอเสาหลักรอง ความอดทนของนายยังต่ำเกินไปนะ
เขาหันหน้าไป สายตาทะลุผ่านฝูงชน จับจ้องไปที่ร่างที่ซ่อนตัวอยู่ตรงมุมห้องเรียนได้อย่างแม่นยำ
ฮิวงะ ฮินาตะ
เด็กสาวผู้มีดวงตาสีขาวบริสุทธิ์กำลังซุกใบหน้าลงกับข้อพับแขน เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่แอบมองมาทางนี้ สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างจังกลางอากาศ
ทั่วทั้งร่างของฮินาตะแข็งทื่อ
ในวินาทีต่อมา แก้มของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีไอน้ำลอยขึ้นมาจากศีรษะของเธอจริงๆ
"นา... นารูโตะคุงมองฉันด้วย..."
ตุ้บ
ตาของฮินาตะเหลือกขึ้นบน และเธอก็หงายหลังล้มตึงลงไป เกิดเสียงดังตุ้บเมื่อหัวของเธอกระแทกพื้น
พวกผู้หญิงที่อยู่รอบๆ ตกใจกลัว และก่อนที่พวกเธอจะทันได้กรีดร้อง เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งพรวดผ่านพวกเธอไปแล้ว นารูโตะปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ฮินาตะในพริบตา เอื้อมแขนยาวๆ ของเขาออกไปรับตัวเธอไว้ได้อย่างมั่นคงก่อนที่หลังศีรษะของเธอจะฟาดลงกับพื้น
เบาจัง
นั่นคือความประทับใจแรกของนารูโตะ เด็กสาวในอ้อมแขนของเขาเบาหวิวราวกับขนนก นุ่มนวลและอ่อนปวกเปียก มีกลิ่นนมจางๆ โชยมาจากตัวเธอ
【ติง! ตรวจพบการสัมผัสทางกายภาพระหว่างโฮสต์กับเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง 'ฮิวงะ ฮินาตะ'】
【ระบบฟื้นฟูตระกูลกำลังพิจารณา...】
【ผ่านการพิจารณา ถึงแม้จะเป็นเพียงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากการเป็นลม แต่เนื่องจากค่าความชอบที่เป้าหมายมีต่อโฮสต์นั้นพุ่งทะลุปรอทไปแล้ว จึงขอแจกจ่ายรางวัลพิเศษ】
【ได้รับรางวัล: ความบริสุทธิ์ของสายเลือดเนตรสีขาว (จำนวนเล็กน้อย), แพ็กเกจประสบการณ์มวยอ่อน *1】
นารูโตะเลิกคิ้วขึ้น
แบบนี้ก็ได้เหรอ?
ระบบนี้มันไม่เหมาะสมจริงๆ แค่เป็นลมก็ยังนับว่าเป็นการ 'สัมผัสอย่างใกล้ชิด' ด้วยแฮะ เขาปรับท่าทางเล็กน้อยเพื่อให้ฮินาตะรู้สึกสบายขึ้น จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองอิรุกะที่ยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่บนโพเดียม
"ครูครับ ฮินาตะเป็นลม ผมจะพาเธอไปที่ห้องพยาบาลนะ"
พูดจบ โดยไม่เปิดโอกาสให้อิรุกะได้ตอบสนอง นารูโตะก็อุ้มฮินาตะขึ้นมาในท่าอุ้มเจ้าหญิง กล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งของเขาปูดโปนขึ้นเล็กน้อยจากการออกแรง เผยให้เห็นถึงความงดงามอันทรงพลัง
พวกผู้หญิงที่อยู่รอบๆ ส่งเสียงครางต่ำด้วยความอิจฉาริษยาและเคียดแค้น
"ฉันก็อยากเป็นลมเหมือนกัน..."
"ทำไมคนที่เป็นลมถึงไม่ใช่ฉันล่ะ!"
นารูโตะก้าวฉับๆ ออกจากห้องเรียนพร้อมกับอุ้มฮินาตะไว้ และตอนที่เขาเดินผ่านซาสึเกะ เขายังผิวปากอย่างอารมณ์ดีอีกต่างหาก
สิบนาทีต่อมา
นารูโตะส่งตัวฮินาตะที่อาการดีขึ้นแล้วให้กับนินจาแพทย์ และกลับมาที่ห้องเรียน ทันทีที่เขาเดินเข้ามา เขาก็ได้ยินเสียงอิรุกะเคาะกระดานดำ
"เงียบๆ หน่อย! ครูจะเริ่มประกาศการจัดทีมแล้วนะ!"
อิรุกะถือรายชื่อที่จะชี้ชะตาของทุกคน สายตาของเขากวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะไปหยุดอยู่ที่นารูโตะสักสองวินาที ราวกับกำลังยืนยันว่าไอ้ตัวแสบคนนี้จะก่อเรื่องอีกหรือเปล่า
"ทีม 1..."
"ทีม 3..."
ชื่อถูกเรียกออกไปทีละคน บางคนก็ดีใจ บางคนก็เสียใจ
"ทีม 7!" อิรุกะขึ้นเสียง "อุซึมากิ นารูโตะ! ฮารุโนะ ซากุระ! อุจิวะ ซาสึเกะ!"
ทันทีที่สิ้นเสียง ทั่วทั้งห้องเรียนก็ระเบิดความฮือฮาขึ้นในทันที
"เย่!!"
ซากุระกระโดดตัวลอยขึ้นจากที่นั่ง ชูสองนิ้วเป็นรูปตัว V ด้วยมือทั้งสองข้าง ในอดีต เธออาจจะรู้สึกโชคร้ายที่ต้องอยู่กลุ่มเดียวกับนารูโตะ แต่ตอนนี้ล่ะ?
ทางซ้ายคือซาสึเกะผู้แสนเย็นชาและห่างเหิน ส่วนทางขวาคือหนุ่มหล่อฮอร์โมนพลุ่งพล่านอย่างนารูโตะ
นี่มันการจัดทีมระดับเทพเจ้าอะไรกันเนี่ย? นี่มันจุดเริ่มต้นแห่งสรวงสวรรค์ชัดๆ!
ซากุระรู้สึกเหมือนว่าเธอได้กลายเป็นศัตรูของบรรดาสาวๆ ทั้งห้องไปแล้ว แต่เธอไม่สนหรอก เธอหันไปมองนารูโตะ เผยรอยยิ้มอันสดใสอย่างที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน แฝงไปด้วยความเขินอายเล็กน้อย
"นารูโตะ ฝากตัวด้วยนะ"
ก่อนที่นารูโตะจะได้พูดอะไร อิโนะที่อยู่ข้างๆ ก็ตบโต๊ะดังปังราวกับฟ้าผ่า
"ยัยเหม่ง! เธอโกงนี่นา! ทำไมคนหล่อๆ ถึงไปกระจุกตัวอยู่ทีมเธอหมดเลยล่ะ!"
"แบร่! อิจฉาจนอกแตกตายไปซะเถอะ!"
ในขณะที่เด็กสาวทั้งสองกำลังจะเปิดศึกวางมวยกัน เสียงเกียจคร้านก็ดังแทรกขึ้นมา
"ครูครับ ผมขอคัดค้าน"
ห้องเรียนเงียบกริบลงในทันตา
ทุกคนมองไปที่นารูโตะซึ่งกำลังชูมือขวาขึ้น
เส้นเลือดบนขมับของอิรุกะเต้นตุบๆ ขณะพยายามข่มอารมณ์โกรธ: "นารูโตะ การจัดทีมถูกกำหนดโดยท่านโฮคาเงะและเหล่าโจนินผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อรักษาสมดุลความแข็งแกร่งของแต่ละทีม ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอำเภอใจ เธอจะคัดค้านเรื่องอะไร?"
"การจัดทีมแบบนี้มันไร้เหตุผลสิ้นดี"
นารูโตะลุกขึ้นยืน ส่วนสูง 185 ซม. ของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับอิรุกะ เขาล้วงมือไว้ในกระเป๋ากางเกง น้ำเสียงของเขาฟังดูชอบธรรมราวกับกำลังปรึกษาเรื่องเมนูอาหารเย็น
"การจับผมกับซาสึเกะมาอยู่ด้วยกัน มันทำให้พลังรบของทีมล้นทะลักเกินไป และ..."
นารูโตะหยุดพูด สายตากวาดมองไปที่รายชื่อ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ชื่อหัวหน้าทีมของทีม 8 ยูฮิ คุเรไน
"ผมไม่สนใจทีม 7 หรอก ผมอยากไปทีม 8"
อิรุกะอึ้งไปเลย: "ทำไมล่ะ?"
"เพราะผมได้ยินมาว่าหัวหน้าทีม 8 คือ ยูฮิ คุเรไน น่ะสิ" รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏขึ้นที่มุมปากของนารูโตะ "เมื่อเทียบกับคาคาชิที่เอาแต่ใส่หน้ากากทั้งวันแถมยังไม่กล้าโชว์หน้า ผมว่าครูคุเรไนดูจะเข้ากับรสนิยมผมมากกว่านะ ยังไงซะ การทำงานร่วมกันระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงมันก็ไม่น่าเบื่อหรอกจริงไหม"
ตู้ม!
ทั้งห้องเรียนกลายเป็นหินไปในทันที
แม้แต่ซาสึเกะก็ยังเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความตกตะลึง อารมณ์ที่เรียกว่า 'โคตรจะไร้สาระ' ปรากฏขึ้นบนใบหน้าน้ำแข็งของเขาเป็นครั้งแรก
หมอนี่... กล้าจีบโจนินกันโต้งๆ แบบนี้เลยเหรอ?
นั่นน่ะ ยูฮิ คุเรไน เลยนะ! ปรมาจารย์คาถาลวงตาผู้โด่งดังของโคโนฮะเชียวนะ! ไอ้บ้าเอ๊ย นึกว่าการจัดทีมนี่มันคืองานนัดบอดหรือไง?
...
ตึกโฮคาเงะ ห้องทำงานโฮคาเงะ
พรวด!
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น พ่นน้ำชาร้อนๆ รดลูกแก้ววิเศษจนเปียกชุ่ม ชาร้อนๆ ไหลหยดลงมาจากลูกแก้ว แต่เขาก็ไม่สนใจที่จะเช็ดมันเลยแม้แต่น้อย ดวงตาอันฝ้าฟางของเขาเบิกโพลง จ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มผมบลอนด์ในภาพที่เพิ่งจะพ่นคำพูดอันน่าตกตะลึงออกมา
"แค่ก แค่ก แค่ก! ไอ... ไอเด็กเวรนี่!"
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ไออย่างรุนแรง หนวดเคราของเขาเปียกโชกไปด้วยน้ำชา
อันบุที่อยู่ใกล้ๆ รีบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ พร้อมกับทำหน้าแปลกๆ
"ท่านโฮคาเงะ นี่มัน..."
"ไร้สาระ! ไร้สาระสิ้นดี!" ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น โกรธจนหนวดเคราและดวงตากระตุกยิกๆ "เขาอายุเท่าไหร่กัน? ร่างกายโตขึ้นก็จริง แต่สมองมีแต่ขยะอะไรอยู่กันเนี่ย? ยูฮิ คุเรไน ใช่คนที่เขาจะมาคิดอกุศลด้วยได้เหรอ?"
นั่นมันแฟนของอาสึมะนะโว้ย!
ถ้าเด็กนี่ไปอยู่ทีม 8 อาสึมะไม่ต้องตามไปไล่ฟันด้วยสนับมือมีดหรอกเหรอ?
ที่สำคัญกว่านั้น สถิตร่างเก้าหางและผู้รอดชีวิตจากตระกูลอุจิวะต้องอยู่ทีมเดียวกัน นี่ก็เพื่อการควบคุมกันเองและเพื่อความสะดวกในการเฝ้าระวัง จะมาเปลี่ยนทีมเพราะเหตุผลไร้สาระแบบนี้ได้ยังไง?
"ไปบอกอิรุกะ!" ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น กระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรง "ปฏิเสธ! ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด! บอกให้เขาอยู่ทีม 7 ไปซะดีๆ!"
...
ในห้องเรียน
อิรุกะได้รับคำสั่งจากอันบุ และความมั่นใจของเขาก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"ปฏิเสธ!" อิรุกะตบโต๊ะ พยายามใช้อำนาจของการเป็นครูประจำชั้น "นารูโตะ! นี่คือสถาบันนินจา ไม่ใช่สถานที่คัดเลือกฮาเร็มของเธอนะ! การจัดทีมของทีม 7 ถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น! นั่งลง!"
นารูโตะยักไหล่ ทำหน้าเสียดาย
"ชิ น่าเบื่อชะมัด ตาแก่นั่นไม่เข้าใจความต้องการของวัยรุ่นเอาซะเลย"
เขากลับไปนั่งที่ โดยไม่สนใจสายตารอบข้างที่พร้อมจะแผดเผาเขาให้ไหม้เป็นจุณ
ซากุระถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางลูบหน้าอกตัวเอง ดีนะ ดีที่เป็ดย่างตัวนี้ไม่บินหนีไปไหน
การจัดทีมเสร็จสิ้นลง และบรรดาครูผู้คุมทีมก็ทยอยพานักเรียนของตนออกไป
ผู้คนในห้องเรียนเริ่มบางตาลงเรื่อยๆ
ในที่สุด ก็เหลือเพียงสมาชิกทั้งสามคนของทีม 7
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า
เสียงจักจั่นร้องระงมอยู่นอกหน้าต่างช่างน่ารำคาญเสียจริง
ซาสึเกะนั่งอยู่แถวหน้า นิ้วของเขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ความถี่เริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ เผยให้เห็นถึงความหงุดหงิดที่ซ่อนอยู่ภายใน ซากุระฟุบหน้าลงกับโต๊ะ นับเส้นผมสีทองของนารูโตะเล่นด้วยความเบื่อหน่าย
แล้วนารูโตะล่ะ?
เขายึดโพเดียมเป็นบัลลังก์ส่วนตัวไปแล้ว นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ในมือถือหนังสือ 'อะจึ๋ยสวรรค์รำไร' ที่ไปหามาจากไหนก็ไม่รู้หน้าปกมันก็บอกอยู่ทนโท่ว่าห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 อ่านเขานั่งอ่านมันอย่างเอาเป็นเอาตาย
"เอ่อ... นารูโตะ..." ซากุระชี้ไปที่หนังสือในมือของเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ "เธออ่านอะไรอยู่น่ะ?"
"ศิลปะน่ะ" นารูโตะไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา "การสำรวจปรัชญาอันลึกซึ้งของต้นกำเนิดมนุษยชาติและการแลกเปลี่ยนทางอารมณ์"
ซากุระ: "..."
"เขามาสาย"
ในที่สุดความอดทนของซาสึเกะก็สิ้นสุดลง เขาลุกพรวดขึ้นมา
"สองชั่วโมง" น้ำเสียงของซาสึเกะแฝงไปด้วยความเย็นชา "นี่น่ะเหรอที่เรียกกันว่ายอดโจนิน? แค่ตรงต่อเวลายังทำไม่ได้เลย คนพรรค์นี้มีสิทธิ์อะไรมาสอนอุจิวะกัน?"
"ใจเย็นๆ น่า ไอเสาหลักรอง"
นารูโตะปิดหนังสือและยัดมันลงในกระเป๋าเก็บอุปกรณ์นินจา
"พวกยอดมนุษย์มักจะมีนิสัยแปลกๆ กันทั้งนั้นแหละ อย่างเช่น หลงทางบนเส้นทางแห่งชีวิต หรือไม่ก็ช่วยคุณยายข้ามถนนลากยาวไปจนถึงหมู่บ้านข้างๆ โน่น"
ทันทีที่เขาพูดจบ
เสียงฝีเท้าเนิบนาบก็ดังมาจากทางโถงทางเดิน
เขามาแล้ว
นารูโตะไม่ได้แกล้งเอาแปรงลบกระดานไปขัดไว้ตรงประตูเหมือนในเนื้อเรื่องต้นฉบับหรอก ไอ้เรื่องพรรค์นั้นมันเด็กน้อยเกินไปสำหรับเขาแล้ว
เขาแค่เตรียมนั่งนิ่งๆ บนโพเดียม หันหน้าไปทางประตู โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ราวกับเสือชีตาห์ที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อ
ครืดดด
ประตูถูกเลื่อนเปิดออก
มือข้างหนึ่งยื่นเข้ามา ตามด้วยผมสีเงินชี้ฟูและดวงตาปลาตายอันเป็นเอกลักษณ์
วินาทีที่คาคาชิก้าวเข้ามาในห้องเรียน
แปรงลบกระดานที่ควรจะติดอยู่ตรงช่องประตูกลับไม่ปรากฏให้เห็น
แต่กลับเป็นชอล์กแทน
ชอล์กที่อัดแน่นไปด้วยจักระธาตุลม พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ตรงดิ่งไปยังใบหน้าของคาคาชิ!
ฟ้าว!
เสียงหวีดหวิวของอากาศที่ถูกฉีกขาดดังสนั่นหวั่นไหว
ดวงตาปลาตายของคาคาชิเบิกกว้างขึ้นในทันที
เร็วมาก!
นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งแล้ว นิ่มันคือการลอบโจมตีชัดๆ!
ด้วยสัญชาตญาณ คาคาชิรีบเอียงคอหลบ ชอล์กเฉียดกระบังหน้าผากของเขาไป พุ่งไปฝังลึกอยู่บนกระดานดำด้านหลัง เหลือทิ้งไว้เพียงจุดสีขาวเล็กๆ
ซี๊ดดด
ซากุระสูดลมหายใจเข้าลึก ถ้าชอล์กนั่นพุ่งเข้าใส่หน้าใครล่ะก็ มีหวังหัวแบะแน่ๆ
คาคาชิยังคงอยู่ในท่าเอียงคอ สายตาของเขาค่อยๆ เลื่อนไปที่โพเดียม
ตรงนั้น ชายหนุ่มผมบลอนด์ยังคงอยู่ในท่าขว้างปา รอยยิ้มยียวนกวนประสาทประดับอยู่บนริมฝีปากของเขา
"โย่ ฮาตาเกะ คาคาชิ"
นารูโตะปัดฝุ่นชอล์กออกจากมือ พลางก้มมองว่าที่โฮคาเงะรุ่นที่หกคนนี้
"สายไปสองชั่วโมง ดูเหมือนการทำงานของไตของช่างเทคนิคอันดับ 1 แห่งโคโนฮะจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ อ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอ? เดินเร็วๆ ไม่เป็นหรือไง?"
【ติง! วิจารณ์ฝีปากกล้าสำเร็จ!】
【เปิดใช้งานตัวเลือกพิเศษ:】
【A. วิจารณ์เขาเรื่องการไม่ตรงต่อเวลาและเรียกร้องคำขอโทษ (รางวัล: สติกเกอร์เด็กดี 1 ดวง)】
【B. เยาะเย้ยทรงผมของเขาว่าดูเหมือนหุ่นไล่กา (รางวัล: คูปองส่วนลดตัดผม)】
【C. ตั้งคำถามเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเขาและบอกเป็นนัยว่าเขา 'อ่อนแอ' (รางวัล: การวิเคราะห์หลักการของพันปักษา, การแปลงคุณสมบัติจักระ: สายฟ้า)】
นี่มันจำเป็นต้องเลือกด้วยเหรอ?
ดวงตาข้างที่เปิดอยู่ของคาคาชิกระตุกยิกๆ
การทำงานของไต? อ่อนแอ?
เขา นินจาจอมก๊อปปี้ผู้เป็นตำนานและอดีตหัวหน้าหน่วยอันบุ กลับถูกเกะนินเพิ่งจบใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่อง พรรณนั้น เนี่ยนะ?
"เอ่อ..." คาคาชิเกาหัว พยายามใช้น้ำเสียงเกียจคร้านเพื่อปัดตกเรื่องนี้ไป "ฉันหลงทางบนเส้นทางแห่งชีวิตน่ะ..."
"เลิกพล่ามได้แล้ว"
นารูโตะพูดแทรกขึ้นมาทันที กระโดดลงจากโพเดียมและเดินก้าวเข้าไปยืนประจันหน้ากับคาคาชิ
ทั้งสองคนมีส่วนสูงไล่เลี่ยกัน และรัศมีพลังของพวกเขาก็ดูจะสูสีกันอย่างน่าประหลาดใจ
"ข้ออ้างฟังไม่ขึ้น หักสิบแต้ม" นารูโตะชูนิ้วขึ้นมาส่ายไปมาตรงหน้าคาคาชิ "เพื่อเป็นการลงโทษ คืนนี้นายต้องเลี้ยงข้าวฉัน ฉันจะกินเนื้อย่างที่แพงที่สุดจนกว่าจะอิ่มเลยคอยดู"
คาคาชิ: "..."
เมื่อมองดูนักเรียนที่ไม่ยอมทำตามกฎระเบียบใดๆ คนนี้ ลางสังหรณ์ไม่ดีก็ผุดขึ้นมาในใจของเขาทันที
ครูครับ...
ลูกชายที่ครูทิ้งไว้ให้ดูจะ... ห้าวเป้งเกินไปหน่อยหรือเปล่าครับเนี่ย?
"เอาเถอะ ช่างมัน" คาคาชิถอนหายใจ หรี่ตาลงเป็นรอยยิ้มเสแสร้ง "ยังไงก็เถอะ ขึ้นไปบนดาดฟ้ากันก่อน พวกเรามีเรื่องต้อง 'พูดคุย' กันให้รู้เรื่องซะหน่อยแล้ว"
"พูดคุยงั้นเหรอ?"
รอยยิ้มบนริมฝีปากของนารูโตะฉีกกว้างขึ้น
เขาหันหลังกลับและโบกมือให้คาคาชิ เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่มีคำว่า 'ซื่อสัตย์' ปลิวไสวไปตามสายลม
"ก็ดีเหมือนกัน ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า คาคาชิผู้ใช้เนตรวงแหวนในตำนานจะรับหมัดของฉันได้สักกี่น้ำ"
ซาสึเกะมองตามแผ่นหลังของนารูโตะ กำปั้นของเขากำแน่นขึ้นอย่างเงียบๆ
หมอนี่...
เขาไม่สนใจโจนินเลยงั้นเหรอ?
ความมั่นใจอันน่าหมั่นไส้นี้มันมาจากไหนกันนะ?