- หน้าแรก
- โฮสเทลลี้ลับที่ผมตายได้ก็เกิดใหม่ได้แถมหิวขึ้นด้วย
- บทที่ 7 - แผนการหลบหนีของไอลีน
บทที่ 7 - แผนการหลบหนีของไอลีน
บทที่ 7 - แผนการหลบหนีของไอลีน
ไอลีนด่าได้เจ็บแสบมาก
อวี๋เซิงไม่รู้เลยว่าตุ๊กตาที่ถูกผนึกอยู่ในภาพสีน้ำมันจะมีคลังคำศัพท์ด่าทออุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ ... แถมตอนที่ไถลลงมาจากบันไดยังด่ากราดได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักหายใจเลยสักนิด
สงสัยเป็นเพราะร่างจริงคือตุ๊กตาก็เลยไม่มีระบบหายใจตั้งแต่แรกกระมัง
แต่อวี๋เซิงก็ยังคงนิ่งเฉย ปล่อยให้ไอลีนด่าไปตามสบายหลังจากที่เธอไถลลงไปถึงพื้น ส่วนเขาก็ยังคงจับราวบันไดแล้วค่อยๆ เดินลงมาอย่างไม่รีบร้อน ... หลักๆ คือปวดเอว เลยเดินเร็วไม่ได้ ... พอลงมาถึงชั้นล่างก็ค่อยๆ ก้มตัวลงไปหิ้วกรอบรูปของไอลีนขึ้นมาอย่างยากลำบาก
"นายประสาทปะเนี่ย!" ไอลีนกอดตุ๊กตาหมีในภาพสีน้ำมันพลางถลึงตาใส่ เสื้อผ้าและเส้นผมยุ่งเหยิงไปหมด "มีใครเขาโยนคนลงมาจากชั้นบนดื้อๆ แบบนี้บ้างฮะ ถ้าภาพวาดพังขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ!"
"ปวดเอว กรอบรูปเธอมันหนักเกินไป อุ้มลงบันไดไม่ไหวหรอก" อวี๋เซิงตีหน้าซื่อ หิ้วกรอบรูปเดินไปทางห้องรับประทานอาหารอย่างช้าๆ "ฉันดูมาแล้ว กรอบรูปของเธอทนทานจะตายไป อีกอย่างถ้าทำกรอบรูปพังจริงๆ ไม่แน่ว่าเธออาจจะหลุดออกมาได้ก็ได้นะ"
"ถ้ามันออกมาได้ง่ายขนาดนั้นฉันจะโดนผนึกมาจนถึงป่านนี้เหรอ!" ไอลีนกลับไปนั่งบ่นกระปอดกระแปดบนเก้าอี้ "โอย มึนหัวไปหมดแล้ว ... "
อวี๋เซิงหยุดเดินกะทันหัน ก้มหน้ามองเด็กสาวในภาพสีน้ำมันอย่างจริงจัง
ไอลีนโดนจ้องจนรู้สึกเสียวสันหลัง "นะ ... นายคิดจะทำอะไรอีก ฉันจะบอกให้นะ ถ้านายโยนฉันลงมาจากบันไดอีกรอบฉันไม่เอานายไว้แน่ ฉันจะมุดเข้าไปในความฝันของนายทุกวันเลยคอยดู ถ้านายฝันว่าสอบฉันก็จะกดกริ่งหมดเวลา ถ้านายฝันว่าเล่นเกมฉันก็จะดึงปลั๊กออก ถ้านายฝันว่ากำลังจะออกจากบ้านฉันก็จะขับรถบรรทุกไล่ทับนาย ถ้านายฝันว่ากำลังจีบสาวฉันก็จะ ... "
ไอ้ตุ๊กตาเฮงซวยนี่ทำไมถึงพ่นแต่คำพูดไร้สาระเยอะขนาดนี้เนี่ย!
อวี๋เซิงพยายามข่มความรู้สึกอยากลากไอลีนขึ้นไปบนชั้นสองแล้วโยนลงมาอีกรอบ ปั้นหน้าขรึมพยายามทำตัวให้ดูจริงจัง "ฉันก็แค่อยากจะถามว่าหลักการของ 'ผนึก' นี้น่ะมันทำงานยังไง แล้วที่เธอบอกว่าหาคนมาช่วยให้หลุดพ้น ... ต้องช่วยยังไงล่ะ"
ไอลีนคิดไม่ถึงว่าอวี๋เซิงจะถามเรื่องนี้ เธอจึงชะงักไป สองสามวินาทีต่อมาถึงได้เอ่ยปากด้วยความประหลาดใจ "นะ ... นายรับปากว่าจะช่วยให้ฉันออกไปจากที่นี่แล้วเหรอ!"
"ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยากหาคนมาช่วยให้หลุดออกไปน่ะ" อวี๋เซิงขมวดคิ้ว ก่อนจะเสริมขึ้นมาประโยคหนึ่ง "ฉันแค่ลองถามดูก่อน ยังไม่ได้ตกลงสักหน่อย ... "
แต่ไอลีนกลับทำเหมือนไม่ได้ยินประโยคหลังของเขา ไม่รอให้เขาพูดจบเธอก็รีบพูดขึ้นมา "มีสาม ... ไม่สิ มีสองวิธี! วิธีแรกดีที่สุด คือต้องหาร่างของฉันให้เจอ ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน แต่มันต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ ... บางทีอาจจะอยู่ไม่ไกลจากภาพวาดนี้ก็ได้ สรุปก็คือถ้าหาร่างเดิมเจอก็จัดการได้ง่ายแล้ว แค่ให้ฉันเข้าไปใกล้มัน ฉันก็สามารถออกมาจากภาพวาดบ้าๆ นี่ได้แล้ว ... "
"แต่ถ้าหาไม่เจอ หรือร่างเดิมของฉันถูกทำลายไปแล้ว ก็เหลือแค่วิธีที่สอง คือสร้างร่างใหม่ขึ้นมา แต่แน่นอนว่าร่างที่สร้างขึ้นใหม่ย่อมใช้งานได้ไม่ดีเท่าร่างเดิม แถมยังต้องใช้เวลาปรับตัวอีก ... "
อวี๋เซิงตั้งใจฟังมาตลอด พอถึงตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา "สร้างร่างใหม่เหรอ สร้างยังไงล่ะ ฉันไปหาซื้อตุ๊กตาสำเร็จรูปตามร้านขายตุ๊กตามาให้ได้ไหม"
"แน่นอนว่าไม่ได้!" ไอลีนโพล่งขึ้นมาทันที "ฉันคือ 'ตุ๊กตาของอลิซ' นะ! เป็นตุ๊กตามีชีวิตที่ได้รับพรเข้าใจไหม จะเอาไปเทียบกับพวกตุ๊กตาข้อต่อสัดส่วนหนึ่งต่อสามหนึ่งต่อสี่ตามร้านพวกนั้นได้ยังไง"
พูดถึงตรงนี้เธอก็หยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาเล็กน้อยแล้วพูดต่อ "ตุ๊กตามีชีวิตล้วนถือกำเนิดขึ้นจากสวนของกระท่อมอลิซ ร่างเดิมของพวกเราก็มาจากที่นั่น แต่ตอนนี้ฉันสูญเสียการติดต่อกับสวนแห่งนั้นไปแล้ว แถมยังออกไปจากภาพวาดไม่ได้ ก็เลยไม่สามารถกลับไปเกิดใหม่ที่สวนได้ แต่ถึงจะไม่มีสวน พวกเราก็ยังมีวิธีสร้างร่างชั่วคราวบนโลกมนุษย์เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินอยู่เหมือนกัน ... แต่ถึงจะเป็นแค่ร่างชั่วคราว มันก็ไม่ได้สร้างกันง่ายๆ หรอกนะ"
"อันดับแรก นายต้องหาเส้นผมที่งอกยาวได้เอง ดินที่ฝืนขยับเขยื้อนได้ราวกับสิ่งมีชีวิต กระดูกคนตายที่หักแล้วเชื่อมต่อกันเองได้ แล้วก็น้ำตาของตุ๊กตามีชีวิตหนึ่งหยด ... หรือสองหยดก็ได้ ผิวฉันจะได้สวยขึ้นหน่อย ... จากนั้นนายก็ต้องใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุเพื่อปลุกเสกวัตถุดิบพวกนี้เป็นครั้งที่สอง แล้วก็ทาเลือดของตัวเองลงไป ... เอ๊ะ ทำไมนายถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ"
อวี๋เซิงตีหน้าขรึมมองเด็กสาวในภาพ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ " ... พวกเรากลับมาคุยเรื่องแผนการหาร่างเดิมของเธอกันดีกว่าไหม"
ไอลีนกะพริบตาตาปริบๆ " ... นายใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุไม่เป็นเหรอ"
"ของแบบนี้มันใช่สิ่งที่คนทั่วไปเขาทำกันเป็นงั้นเหรอ!" อวี๋เซิงทำหน้าเหมือนอยากจะบ้า "แล้วไม่ต้องพูดถึงวิชาเล่นแร่แปรธาตุอะไรนั่นเลยนะ แค่ไอ้วัตถุดิบหลุดโลกที่เธอร่ายมาเนี่ยฉันจะไปหามาจากไหนฮะ! ของพวกนี้ไม่ได้ลอกมาจากการตั้งค่าในนิตยสารแฟนตาซีเกรดสามใช่ไหมเนี่ย แล้วยังมีน้ำตาของตุ๊กตามีชีวิตอีก ... ถ้าฉันหาตุ๊กตามีชีวิตตัวอื่นเจอ ฉันจับเธอส่งให้ยัยนั่นทั้งคนทั้งภาพไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ ให้พี่น้องของเธอพาเธอกลับบ้านไปไม่ดีกว่าให้ฉันมานั่งงมเข็มในมหาสมุทรเหรอไง"
อวี๋เซิงคิดว่าตัวเองเพิ่งมาถึง "โลก" ใบนี้ได้ไม่นาน ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเงาดำประหลาดและขอบเขตเหนือธรรมชาติที่อยู่เบื้องหลังเงาพวกนั้นดีนัก แต่อย่างน้อยจากช่องทางการรับรู้ข้อมูลที่เขาพอจะเข้าถึงได้ในตอนนี้ ก็พอบอกได้ว่า "วัตถุดิบ" ที่ไอลีนพูดถึงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาในโลกนี้จะไปหามาได้แน่นอน แล้วยัยนี่เอาความมั่นใจจากไหนถึงได้พูดออกมาอย่างหน้าตาเฉยแบบนั้น
ส่วนไอลีนหลังจากเห็นปฏิกิริยาของอวี๋เซิงแล้วสีหน้าก็ดูเจื่อนไปเล็กน้อย เธอขยับตัวบนเก้าอี้ เปลี่ยนท่านั่งแล้วลดเสียงลง "จริงๆ แล้วใช้วัตถุดิบอื่นก็ได้นะ อย่างเช่นสั่งซื้อดินปั้น สีทา แล้วก็วิกผมจากเน็ตอะไรแบบนี้ ... "
อวี๋เซิง " ... ?"
เขาจ้องเด็กสาวในภาพด้วยสีหน้าที่บอกชัดว่า "นี่เธอกำลังกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหม" ไอลีนอดไม่ได้ที่จะหดตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง "ก็ฉันหวังว่าร่างชั่วคราวมันจะใช้งานได้ดีหน่อยนี่นา ... แต่ถ้าสร้างของระดับสีทองไม่ได้ เอาแค่ระดับสีขาวธรรมดาก็ได้"
"แต่ถึงจะใช้วัตถุดิบธรรมดาพวกนั้น ขั้นตอนสุดท้ายก็ยังต้องใช้เลือดของนายกับทักษะการเล่นแร่แปรธาตุนิดหน่อยอยู่ดี ฉันสอนนายได้นะ มันง่ายนิดเดียว คนธรรมดาก็ทำได้ ... "
อวี๋เซิงไม่ได้พูดอะไรในทันที เพียงแต่เงียบไปราวกับกำลังครุ่นคิด ผ่านไปไม่กี่วินาทีเขาถึงค่อยโพล่งขึ้นมา "ตอนแรกเธอบอกว่ามีสามวิธีไม่ใช่เหรอ แล้วอีกวิธีนึงทำไมไม่พูดถึงล่ะ"
" ... วิธีนั้นมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องจ่ายค่าตอบแทนบางอย่างด้วย" ไอลีนโบกมือ สีหน้าดูซื่อสัตย์จริงใจ "นายคงไม่ยอมตกลงแน่ๆ แล้วฉันเองก็ไม่อยากให้นายลองทำด้วย เพราะยังไงเราก็ยังไม่สนิทกันนี่นา ... "
"รู้ว่าไม่สนิทก็อย่าพูดมากสิ" อวี๋เซิงตอบกลับส่งๆ พลางถลึงตาใส่เด็กสาวในภาพ
ไอลีนเม้มริมฝีปาก มองอวี๋เซิงอย่างสงบเสงี่ยม (ตอนนี้เพิ่งจะรู้จักสงบเสงี่ยมแล้วสินะ) แล้วถามอย่างระมัดระวัง "งั้น ... นายจะช่วยให้ฉันออกไปจากที่นี่ไหมล่ะ จริงๆ วิธีที่สองน่ะง่ายมากเลยนะ ต่อนายจะปั้นรูปร่างออกมาส่งเดชแค่ไหน ฝีมือจะห่วยแตกยังไงก็ไม่เป็นไร ขอแค่ขั้นตอนพิธีกรรมถูกต้อง พอฉันเข้าไปในร่างแล้วก็สามารถปรับรูปร่างใหม่ได้ ... แค่อย่าให้มันน่าเกลียดเกินไป อย่างน้อยก็ขอให้ดูเป็นคนหน่อยก็พอ"
ครั้งนี้อวี๋เซิงไม่ได้ต่อปากต่อคำกับไอลีน เขาเพียงแค่ครุ่นคิดอย่างจริงจัง คิดอยู่นานเกือบครึ่งนาทีถึงได้ให้คำตอบอย่างเป็นงานเป็นการ "ตอนนี้ยังรับปากไม่ได้ ขอเวลาฉันคิดดูก่อน"
เขาไม่ไว้ใจเด็กสาวในภาพวาดคนนี้ อย่างน้อยก็ไม่กล้าเชื่อใจเต็มร้อย
แม้ว่าเธอจะดูซื่อสัตย์จริงใจ ปากมากไปนิดแต่ลึกๆ แล้วไม่ได้เลวร้าย มีบุคลิกโดดเด่นแถมยังดูไม่มีพิษมีภัย ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ใช่คนมีเล่ห์เหลี่ยม ทว่าทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงความประทับใจเปลือกนอกที่เกิดจากการรู้จักกันแค่วันเดียว ... หากตัดความประทับใจที่มี "ความเป็นมนุษย์" เหล่านี้ทิ้งไป ตัวตนที่แท้จริงของไอลีนก็ยังคงเป็นสิ่งลี้ลับประหลาดที่ถูกผนึกอยู่ในภาพสีน้ำมันอยู่ดี
อวี๋เซิงยังไม่ถึงขั้นโดนท่าทางน่ารักของเธอหลอกจนยอมสร้างร่างให้ "วิญญาณในภาพวาด" แล้วปล่อยเธอออกมาโดยไม่ซักถามให้แน่ชัดหรอก ... เกิดปล่อยออกมาแล้วยัยนี่เปลี่ยนหน้ามาเอาตุ๊กตาหมีฟาดเขากระเด็นไปตายใต้กระโปรงโกธิกนั่นขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ ...
อวี๋เซิงเพิ่งจะตายมาหมาดๆ ตอนนี้ยังไม่อยากตายซ้ำสองหรอกนะ
ส่วนไอลีนเมื่อได้รับคำตอบแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอเพียงแค่มองอวี๋เซิงนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ "อ้อ เข้าใจแล้วล่ะ"
อวี๋เซิงประหลาดใจมาก เดิมทีเขาคิดว่ายังต้องเถียงเรื่องนี้กับเด็กสาวในภาพไปอีกยาว แต่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่าย ... ยอมรับได้ง่ายกว่าที่คิด
"ก็พวกเรายังไม่สนิทกันนี่นา จริงไหมล่ะ" ราวกับมองความสงสัยในใจของอวี๋เซิงออก จู่ๆ ไอลีนก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกับขยิบตาให้คนนอกภาพ "ไว้พวกเราสนิทกันเมื่อไหร่ ฉันจะถามนายอีกรอบก็แล้วกัน"
" ... ได้ ไว้ค่อยว่ากันใหม่"
อวี๋เซิงก็หัวเราะออกมาเช่นกัน เขาหิ้วกรอบรูปของไอลีนเดินไปที่ห้องรับประทานอาหาร วางพิงกำแพงไว้บนโต๊ะอาหารอย่างลวกๆ แล้วหันหลังเดินเข้าห้องครัว
"ฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย ขอตัวไปทำกับข้าวก่อน"
"โอเค ... เอ๊ะ นายเปิดทีวีฝั่งตรงข้ามโต๊ะให้หน่อยสิ ฉันจะดูทีวี ... "
"เรื่องมากจริง"
อวี๋เซิงจัดการเปิดทีวีฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหาร ก่อนจะหิ้วถุงผักและเครื่องปรุงที่ซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตและวางทิ้งไว้บนชั้นวางของไปเตรียมอาหารเย็นของตัวเอง
อันที่จริงเขาเป็นคนที่ชอบทำอาหารมาก และตั้งแต่มาถึง "เมืองเจี้ยเฉิง" ที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้านี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกสบายใจเวลาที่ได้ลงมือทำอาหารกินเองแทบทุกมื้อ ... อย่างไรเสียก็มีเพียงตอนที่อยู่ในบ้านหลังใหญ่นี้เท่านั้นที่ไม่มีเงาดำสุดสยองโผล่มากวนใจ
เขาไม่แคร์หรอกนะหากต้องเจอผีตัวสูงโย่งตอนกำลังเดินทางอยู่ข้างนอก แต่ตอนทำกับข้าวและตอนกินข้าวห้ามมีอะไรมากวนใจเด็ดขาด เพราะสองอย่างนี้คือเรื่องใหญ่โตในชีวิตของเขา
... แม้ว่าตอนนี้ "เซฟเฮ้าส์" หลังนี้จะมีตัวประหลาดอย่าง "ไอลีน" เพิ่มเข้ามาอีกคนก็เถอะ
แต่ถ้าเทียบกับพวกเงาผี พายุฝนเยือกแข็ง และกบยักษ์ที่โผล่มาตามท้องถนนในเมืองแล้ว ตุ๊กตาเฮงซวยที่ทำได้แค่บ่นกระปอดกระแปดอยู่ในภาพสีน้ำมันก็น่ารักกว่าเยอะเลย ... อย่างน้อยเธอก็คงไม่ควักหัวใจเขาออกมาหรอกนะ
[จบแล้ว]