- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่ในโลกไซอิ๋วสมบัติใต้หล้าข้าจะกวาดให้เกลี้ยง
- บทที่ 23 - หน้าไม้ฉิน
บทที่ 23 - หน้าไม้ฉิน
บทที่ 23 - หน้าไม้ฉิน
บนคทาเทพสุริยันแฝงไว้ด้วยปราณจักรพรรดิปฐพีของเหยียนตี้อยู่สายหนึ่ง พลังแห่งปราณชะตาบนร่างของหลิวปังและเซี่ยงอวี่แม้จะแข็งแกร่ง ทว่าจำนำมาเทียบเคียงกับปราณจักรพรรดิปฐพีของเหยียนตี้ได้อย่างไร
ย่อมต้องพ่ายแพ้ราบคาบตั้งแต่สัมผัสแรกอย่างแน่นอน
"หนี!"
เมื่อกระจ่างถึงที่มาของคทาเทพสุริยัน คนทั้งสองก็ตระหนักได้ทันทีว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจียงเฉิน ดังนั้นทั้งสองจึงพากันหลบหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามโดยไม่ได้นัดหมาย
หากไม่หนีตอนนี้ เกรงว่าพวกเขาคงถูกเจียงเฉินทุบตีจนตายเป็นแน่
ฟึ่บ ...
เพียงชั่วพริบตาหลิวปังและเซี่ยงอวี่ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
สำหรับเรื่องนี้เจียงเฉินก็ไม่ได้ไล่ตามไปแต่อย่างใด
เพราะไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น หากเป็นการประลองฝีมือตามปกติ หลิวปังและเซี่ยงอวี่อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ทว่าหากเป็นการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เจียงเฉินก็อาจจะไม่สามารถเอาชนะทั้งสองคนได้เช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้วทั้งสองต่างก็เป็นถึงกษัตริย์ผู้ปกครองแผ่นดินฝ่ายหนึ่ง ในมือจะขาดแคลนไพ่ตายไปได้อย่างไร เจียงเฉินไม่ทะนงตัวจนคิดไปเองหรอกว่าในใต้หล้านี้มีเพียงเขาผู้เดียวที่มีไพ่ตายอันทรงพลัง
...
หลังจากที่ทั้งสองคนล่าถอยไปแล้ว เจียงเฉินก็ก้าวเดินต่อไปเบื้องหน้า
ที่แห่งนั้นมีประตูบานยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังประตูบานยักษ์นั้นก็คือจุดมุ่งหมายในการมาเยือนของเจียงเฉินในครั้งนี้ คลังสมบัติต้าฉิน!
ตึง!
เจียงเฉินก้าวไปข้างหน้าพร้อมถือคทาเทพสุริยันเคาะลงบนประตูบานยักษ์นั้น ทันใดนั้นก็เห็นว่าบริเวณที่ปะทะกันสั่นไหวราวกับผิวน้ำ ก่อให้เกิดระลอกคลื่นแผ่ขยายออกไปเป็นชั้นๆ
ครืน ...
พลังมหาศาลขุมหนึ่งสะท้อนกลับมาและแผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง ทำให้ตำหนักทั้งหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว
"สลาย!"
ปราณพลังไร้สภาพขุมหนึ่งกวาดออกจากร่างของเจียงเฉิน พัดเป่าฝุ่นควันตรงหน้าให้สลายไปในคราวเดียว
"ช่างเป็นประตูที่แข็งแกร่งยิ่งนัก" เจียงเฉินมองดูประตูที่ยังคงไร้รอยขีดข่วนตรงหน้าแล้วทอดถอนใจ การที่มันรับการโจมตีจากคทาเทพสุริยันไปหนึ่งครั้งแล้วไม่แตกสลาย ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความไม่ธรรมดาของประตูบานนี้แล้ว
ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น ประตูของคลังสมบัติต้าฉินจะไม่แข็งแกร่งได้อย่างไร หากไม่แข็งแกร่งสมบัติข้างในคงถูกคนขนหนีไปจนหมดเกลี้ยงนานแล้ว
เมื่อยืนอยู่หน้าประตูบานนี้ เจียงเฉินตั้งใจสัมผัสอยู่ครู่หนึ่งก็ค่อยๆ ตระหนักถึงความไม่ธรรมดาของมัน ประตูบานยักษ์ตรงหน้านี้กลับสร้างขึ้นจากแก่นแท้ปฐพีทั้งก้อน
แก่นแท้ปฐพีคือสิ่งใดกัน
ตามชื่อที่เรียกขาน มันก็คือแก่นสารแห่งผืนดินนั่นเอง
ในสถานที่ซึ่งปราณปฐพีรวมตัวกัน ทุกๆ หนึ่งพันปีจึงจะสามารถให้กำเนิดก้อนขนาดเท่ากำปั้นออกมาได้เพียงหนึ่งก้อนเท่านั้น
เพียงก้อนขนาดเท่านี้ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นของวิเศษที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้าแล้ว เพียงพอที่จะเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำหรับการหลอมสร้างของวิเศษระดับสุดยอดหลังกำเนิด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรในสายวิถีธาตุดินแล้ว แก่นแท้ปฐพีนั้นล้ำค่ายิ่งกว่า ต่อให้เอาของวิเศษระดับสุดยอดหลังกำเนิดมาแลกก็ไม่ยอม
แก่นแท้ปฐพีขนาดเท่ากำปั้นหากหลุดรอดออกไป ย่อมดึงดูดให้ผู้คนมากมายแย่งชิงกันจนหัวร้างข้างแตก ทว่าประตูบานยักษ์ตรงหน้าเจียงเฉินนี้มีขนาดใหญ่กว่ากำปั้นมากนัก อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีความกว้างราวสามจั้งเลยทีเดียว
แก่นแท้ปฐพีที่ใช้สร้างประตูบานยักษ์นี้ หากไม่ใช้เวลาบ่มเพาะนับล้านปีย่อมไม่อาจถือกำเนิดขึ้นมาได้ ความล้ำค่าของประตูบานนี้เรียกได้ว่าเป็นของวิเศษระดับสุดยอดหลังกำเนิดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลยก็ว่าได้
การที่ต้าฉินนำของวิเศษชิ้นนี้มาหลอมสร้างเป็นประตูตั้งไว้ที่นี่ เมื่อวันเวลาผ่านไปเนิ่นนาน มันย่อมหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับชีพจรปฐพีในบริเวณนี้ไปแล้ว การโจมตีประตูบานนี้ก็เทียบเท่ากับการโจมตีชีพจรปฐพีของสถานที่แห่งนี้
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหากต้องการพังประตูบานนี้ ก็จำเป็นต้องทำลายชีพจรปฐพีของที่นี่ให้แหลกสลายเสียก่อน และในจุดนี้เกรงว่าต่อให้ไท่อี่เซียนทองมาเองก็ยังทำไม่ได้
...
หลังจากแน่ใจแล้วว่าตนเองไม่อาจเปิดประตูบานนี้ได้ เจียงเฉินจึงเรียกกระจกเต๋าออกมา
ครืน ...
ท่ามกลางความว่างเปล่า ทันทีที่เจียงเฉินเรียกกระจกเต๋าออกมา แสงสีทองอันเจิดจ้าสายหนึ่งก็เปล่งประกายขึ้นก่อน จากนั้นก็ทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและร้อนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
จนท้ายที่สุดก็เห็นดวงอาทิตย์อันสว่างไสวดวงหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น มันแผ่ซ่านแสงสว่างและความร้อนออกมาอย่างไม่สิ้นสุด
กี๊ซ!
เมื่อมองทะลุแสงสีทองอันเจิดจ้านั้นเข้าไป จะเห็นเลือนรางว่าที่ใจกลางของดวงอาทิตย์มีเงาร่างของอีกาทองคำปรากฏให้เห็นอยู่รำไร
ตูม!
อุณหภูมิอันสูงส่งน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งขึ้น บิดเบี้ยวความว่างเปล่าจนแทบจะหลอมละลายทุกสรรพสิ่ง
นั่นคือกระจกเต๋าและยังเป็นอีกาทองคำด้วย!
แม้กระจกเต๋าจะแข็งแกร่ง แต่ด้วยระดับพลังของเจียงเฉินในปัจจุบันยังยากที่จะปลดปล่อยอานุภาพที่แท้จริงของมันออกมาเพื่อพังประตูคลังสมบัติต้าฉินให้เปิดออกได้
ด้วยเหตุนี้กระจกเต๋าจึงฟื้นคืนชีพซากศพของอีกาทองคำที่อยู่ภายใน อาศัยพลังของมันเพื่อแสดงความสามารถออกมาได้ชั่วคราว
"กระจกเต๋า เปิด!"
เมื่อรู้สึกว่ากระจกเต๋าสะสมพลังได้มากพอแล้ว เจียงเฉินก็เริ่มเปิดฉากโจมตี
ฟึ่บ ...
ทันใดนั้นก็เห็นแสงเทพอันเจิดจ้าสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากบานกระจกเต๋าและสาดส่องไปยังประตูบานยักษ์นั้น จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ประตูบานยักษ์นั้นก็หายวับไปจากที่เดิมและถูกกระจกเต๋ากลืนกินเข้าไป
ตูม!
หลังจากที่กระจกเต๋ากลืนกินประตูบานยักษ์เข้าไป พลังของมันก็ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น มันสาดส่องแสงเทพออกมาหลายสายทะลวงผ่านช่องโหว่ที่เกิดจากการหายไปของประตู กวาดล้างเข้าไปยังภายในคลังสมบัติต้าฉิน
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ ...
ณ สถานที่ซึ่งแสงเทพสาดส่องผ่าน ค่ายกลต้องห้ามที่ยอดฝีมือต้าฉินทิ้งไว้ในคลังสมบัติล้วนถูกทำลายจนแหลกสลายสิ้น
เพียงไม่นานแสงเทพก็กวาดล้างคลังสมบัติต้าฉินไปจนทั่วทุกซอกทุกมุม และค่ายกลที่ยอดฝีมือต้าฉินจัดเตรียมไว้ภายในคลังสมบัติก็ถูกมันทำลายจนย่อยยับไม่มีเหลือ
หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น กระจกเต๋าก็ค่อยๆ สงบลงและกลับคืนสู่ร่างกายของเจียงเฉินอีกครั้ง
...
ตอนนี้เองเจียงเฉินเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปในคลังสมบัติต้าฉิน
ไม่ว่าก่อนหน้านี้คลังสมบัติต้าฉินจะอันตรายเพียงใด ทว่าในยามนี้ภายใต้การทำลายล้างของกระจกเต๋า มันก็ไม่ได้หลงเหลือความอันตรายใดๆ ให้เห็นตรงหน้าเจียงเฉินอีกต่อไป
การเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ก็ดูผ่อนคลายและสบายใจราวกับเดินเข้ามาในสวนหลังบ้านของตนเองก็ไม่ปาน
...
"หน้าไม้ฉินหรือ" เมื่อเข้ามาในคลังสมบัติ สิ่งแรกที่ประจักษ์แก่สายตาของเจียงเฉินก็คือหน้าไม้ฉินที่วางเรียงรายอยู่เป็นแถว
ค่ายกลเกาทัณฑ์ต้าฉินนั้นไร้เทียมทานในใต้หล้า ก็ต้องพึ่งพาหน้าไม้ฉินเหล่านี้แหละ
อาจกล่าวได้ว่าการที่ต้าฉินสามารถครอบครองใต้หล้านี้ได้ หน้าไม้ฉินก็มีส่วนสำคัญอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ระหว่างทางที่เร่งรุดมายังสถานที่แห่งนี้ เจียงเฉินได้พบเจอตำหนักอยู่หลายหลัง ภายในนั้นมีอาวุธนานาชนิดวางเรียงรายอยู่ ทว่ากลับไม่มีหน้าไม้ฉินแม้แต่คันเดียว คาดไม่ถึงเลยว่าหน้าไม้ฉินจะถูกนำมาวางไว้ที่นี่
จากเรื่องนี้ย่อมรับรู้ได้ว่าสถานะของหน้าไม้ฉินในใจชาวฉินนั้นสูงส่งกว่าอาวุธอื่นๆ มากนัก คู่ควรที่จะถูกเก็บไว้ในคลังสมบัติต้าฉิน
การที่หน้าไม้ฉินสามารถสั่นสะเทือนไปทั่วหล้าได้ ย่อมไม่ใช่สิ่งของธรรมดาอย่างแน่นอน เมื่อครู่เจียงเฉินกวาดสายตามองดูคร่าวๆ ก็พบว่าหน้าไม้ฉินเหล่านี้ล้วนเป็นอาวุธวิญญาณ มีความสามารถในการสังหารยอดฝีมือขอบเขตวิถีก่อกำเนิดได้อย่างง่ายดาย
แม้เจียงเฉินจะไม่ได้นับอย่างละเอียด แต่เขาคาดเดาจากขนาดการจัดวางหน้าไม้ฉินเหล่านี้แล้ว จำนวนของมันต้องไม่น้อยกว่าสามพันคันอย่างแน่นอน
หน้าไม้ฉินเพียงหนึ่งคันก็มีความสามารถในการสังหารยอดฝีมือขอบเขตวิถีก่อกำเนิดได้อย่างง่ายดายแล้ว หากหน้าไม้ฉินทั้งสามพันคันนี้ถูกยิงออกมาพร้อมกันโดยผสานเข้ากับค่ายกลที่สอดคล้องกัน เกรงว่าต่อให้เป็นเซียนสวรรค์ก็อาจถูกสังหารได้อย่างง่ายดาย
มิน่าเล่าต้าฉินถึงได้ให้ความสำคัญกับหน้าไม้ฉินเหล่านี้ถึงเพียงนี้ นี่มันคืออาวุธสังหารขนานแท้เลยทีเดียว การใช้พลังของมนุษย์ธรรมดาสังหารเซียนได้นั้น แค่คิดก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
ต้องเก็บหน้าไม้ฉินเหล่านี้ไปให้หมด แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้ใช้ แต่ในอนาคตก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้ใช้มัน
อีกทั้งในมือของเจียงเฉินยังมีเหล็กเทพสุริยันอยู่เป็นจำนวนมาก หากนำมาตีเป็นลูกศรแล้วใช้คู่กับหน้าไม้ฉิน อานุภาพของมันย่อมต้องยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน
บางทีอาจจะสามารถสังหารเซียนทองได้ก็เป็นได้
เมื่อคิดได้ดังนี้ เจียงเฉินก็โบกมือเก็บหน้าไม้ฉินเหล่านี้ไปจนหมดสิ้น
หลังจากเก็บหน้าไม้ฉินไปแล้ว เมื่อเดินไปข้างหน้าอีกก็จะเป็นชั้นหนังสือที่เรียงรายอยู่เป็นแถว และชั้นหนังสือเหล่านี้ก็คงจะเป็นทั้งหมดของคลังสมบัติต้าฉินแล้วล่ะมั้ง
[จบแล้ว]