- หน้าแรก
- เทพเจ้าอมตะ
- บทที่ 20 ถอดรหัสสูตรยา
บทที่ 20 ถอดรหัสสูตรยา
บทที่ 20 ถอดรหัสสูตรยา
บทที่ 20 ถอดรหัสสูตรยา
ม่านตาของเจิ้งตั๋วหดเล็กลง ใบหน้าปรากฏความตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด
เขารีบเก็บงำสีหน้าที่ผิดปกติไว้ ก่อนจะตวาดลั่น "พูดจาเหลวไหลอะไรของเจ้า?"
"นี่คือสูตรลับประจำตระกูลของหมอเทวดาเจียง เป็นยาพิเศษที่ปรุงขึ้นเพื่อรักษาโรคทางสมองโดยเฉพาะ มีเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า ไม่มีที่ใดเลียนแบบได้!"
"หากเจ้าอยากจะเสนอหน้าต่อตระกูลกู้ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมาตั้งข้อสงสัยในตัวหมอเทวดาเจียงเช่นนี้"
กู้เจิ้งหยางเองก็มีสีหน้าอึดอัดใจไม่แพ้กัน
เขายกมือประสานคารวะพลางกล่าวว่า "นายน้อยโจว หมอเทวดาเจียงมีชื่อเสียงระบือไกล ยาพิเศษของท่านเคยช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคทางสมองมานับไม่ถ้วน"
"แม้แต่ชีวิตของข้าเอง ก็รอดตายมาได้เพราะยาพิเศษของท่านเช่นกัน"
"การที่ท่านดูแคลนยาพิเศษเช่นนี้ เกรงว่าจะทำให้หมอเทวดาเจียงขุ่นเคืองเอาได้"
แม้โจวชิงอวี่จะเป็นถึงปรมาจารย์นักปรุงยาระดับสามดาว แต่ศาสตร์แห่งการปรุงยากับศาสตร์การแพทย์นั้นถือเป็นคนละแขนง
โจวชิงอวี่อาจจะเชี่ยวชาญการกลั่นยา แต่การวินิจฉัยโรคเขาอาจไม่ประสีประสาเลยก็ได้ ในขณะที่วิชาแพทย์ของหมอเทวดาเจียงนั้นถือเป็นที่สุดในนครชิงตี้
โจวชิงอวี่ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาหยิบกระดาษและพู่กันออกมาตวัดเขียนรายการสมุนไพรอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งให้กู้ฉางเยว่ "ที่บ้านของเจ้าพอจะมีสมุนไพรตามรายการนี้หรือไม่?"
พื้นฐานของการปรุงยากับสมุนไพรมีส่วนคล้ายคลึงกัน อีกทั้งวัตถุดิบในรายการก็เป็นเพียงของพื้นฐานทั่วไป ไม่ได้หายากเย็นนัก ตระกูลกู้ย่อมต้องมีสะสมไว้
ดวงตางามของกู้ฉางเยว่กวาดมองรายการสมุนไพรแล้วพยักหน้า "อืม มีครบทุกอย่างเลยเจ้าค่ะ ข้าจะไปจัดมาให้ท่านเดี๋ยวนี้"
ไม่นานนัก นางก็จัดเตรียมสมุนไพรมาหนึ่งชุดตามปริมาณที่เขากำหนด
นางเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง "พี่โจว ท่านกำลังจะปรุงยาชนิดใดหรือ?"
โจวชิงอวี่พยักหน้าเล็กน้อย "โรคทางสมองของบิดาเจ้า ส่วนใหญ่น่าจะเกิดจากการใช้พลังวิญญาณเพื่อปรุงน้ำทิพย์หยวนชี่ติดต่อกันเป็นเวลานานจนเกินขีดจำกัด"
"อาการบาดเจ็บที่ลามไปถึงดวงวิญญาณนั้นรักษายากยิ่ง ข้าจะปรุงน้ำทิพย์สงบจิตสูตรพื้นฐานเพื่อบรรเทาอาการไปก่อน"
"รอจนกว่าจะรวบรวมสมบัติสวรรค์ดินได้ครบถ้วน ข้าจึงจะปรุงยาที่รักษาให้หายขาดได้"
คำพูดนั้นทำให้กู้เจิ้งหยางถึงกับตะลึงจนไม่อยากจะเชื่อหู "นายน้อยโจว ท่านหมายความว่า... ท่านจะปรุงยาพิเศษของหมอเทวดาเจียงขึ้นมาใหม่รึ?"
แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
สูตรยาพิเศษนั้นคือความลับสุดยอดที่สืบทอดกันมาในตระกูลของหมอเทวดาเจียง เคยมีผู้เสนอเงินนับหมื่นตำลึงเพื่อขอซื้อสูตร แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แถมท่านยังเคยประกาศกร้าวว่าจะนำสูตรนี้ฝังลงหลุมไปพร้อมกับตัว จะไม่ยอมให้คนนอกได้ล่วงรู้เด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์นับไม่ถ้วนพยายามวิเคราะห์และถอดรหัสสูตรจากยาสำเร็จรูป แต่กลับไม่มีใครประสบความสำเร็จแม้แต่คนเดียว
แล้วโจวชิงอวี่ที่เป็นเพียงคนนอก แค่ดมกลิ่นเพียงครู่เดียว ก็จะสามารถถอดรหัสสูตรลับประจำตระกูลของหมอเทวดาเจียงได้แล้วรึ? ช่างเป็นเรื่องที่เพ้อฝันสิ้นดี
เจิ้งตั๋วหัวเราะลั่นอย่างสะใจ ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวรับใช้ข้างกาย "รีบไปเชิญหมอเทวดาเจียงมาที่นี่ที"
"วันนี้ท่านไม่ได้เหนื่อยล้าจนเสียสุขภาพหรอกรึ?"
"เชิญท่านมาดูให้เห็นกับตา ว่ามีคนไม่เจียมตัวคิดจะลอกเลียนสูตรยาของท่าน จะได้เป็นเรื่องตลกให้ท่านได้คลายเครียดสักหน่อย"
บ่าวรับใช้รับคำด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปทันที
กู้เจิ้งหยางรีบยกมือขึ้นหมายจะห้ามปราม แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างสิ้นหวัง "คราวนี้แย่แน่ๆ ต้องไปล่วงเกินหมอเทวดาเจียงเข้าเสียแล้ว"
การแอบอ้างถอดรหัสยาเช่นนี้ หากทำได้จริงก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้าทำไม่ได้... ก็เท่ากับเป็นการนำชื่อเสียงและสูตรยาประจำตระกูลของท่านมาล้อเล่น ซึ่งไม่มีทางที่หมอเทวดาเจียงจะยอมปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ
"นายน้อยโจว พอเถอะ ชีวิตแก่ๆ ของข้าไม่คุ้มค่าให้ท่านต้องเอาเกียรติยศมาเสี่ยงเช่นนี้หรอก"
แต่กู้ฉางเยว่กลับมีความเชื่อมั่นในตัวโจวชิงอวี่อย่างประหลาด นางกล่าวขึ้นว่า "ท่านพ่อ ให้โอกาสพี่โจวสักครั้งเถอะเจ้าค่ะ"
"ข้าเชื่อว่าเขาจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง"
จากการที่เขาช่วยเหลือมาถึงสองครั้ง ทำให้ในใจของกู้ฉางเยว่เกิดความรู้สึกพึ่งพิงต่อโจวชิงอวี่อย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าขอเพียงมีชายผู้นี้อยู่ ต่อให้ท้องฟ้าถล่มลงมา เขาก็สามารถค้ำยันมันไว้ได้
กู้เจิ้งหยางทอดถอนใจ "เฮ้อ ฉางเยว่ เจ้ายังเยาว์นัก ไม่เข้าใจหรอกว่าความแตกต่างระหว่างการปรุงยากับการแพทย์นั้นกว้างใหญ่เพียงใด"
น่าเสียดายที่กู้ฉางเยว่ไม่ได้ฟังคำทัดทานนั้น นางนั่งยองๆ ลงกับพื้น คอยช่วยโจวชิงอวี่คัดแยกสมุนไพรและบดยาอย่างตั้งใจ
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง โจวชิงอวี่ก็นำสมุนไพรที่เตรียมเสร็จแล้วใส่ลงในเตาไฟขนาดเล็ก แล้วค่อยๆ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนอย่างใจเย็น
ไม่นานนัก ของเหลวในหม้อยาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ซึ่งแตกต่างจากยาสีเขียวมรกตอันเป็นเอกลักษณ์ของหมอเทวดาเจียงอย่างสิ้นเชิง
เจิ้งตั๋วแสยะยิ้มเยาะเย้ย "โอ้? ไหนล่ะสูตรลับที่ว่า? ระวังจะปรุงยาพิษให้เจ้าบ้านกู้กินจนตายเสียก่อนล่ะ"
กู้เจิ้งหยางเห็นสภาพยาแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เขาบอกแล้วว่าการปรุงยากับวิชาแพทย์มันคนละเรื่องกัน แม้โจวชิงอวี่จะอัจฉริยะด้านการปรุงยาเพียงใด แต่ในด้านการรักษาโรค เขาก็คงเป็นได้เพียงเด็กฝึกงานที่เพิ่งหัดเดินเท่านั้น
ทว่า... ในวินาทีต่อมา กลิ่นยาจางๆ ก็เริ่มลอยออกมาจากเตา
กลิ่นนั้นรุนแรงจนระคายจมูก ทำให้แม้แต่กู้ฉางเยว่ที่เฝ้าให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ก็เริ่มมีสีหน้าหวั่นไหว เพราะยาในขวดสีเขียวเดิมนั้นมีกลิ่นหอมละมุนสดชื่น ต่างจากยาสีแดงเข้มนี้ลิบลับ
กู้เจิ้งหยางยิ่งรู้สึกหมดหวัง ในใจเริ่มวนเวียนกลับไปครุ่นคิดถึงทางเลือกที่ยากลำบากนั้นอีกครั้ง ระหว่างความสุขของลูกสาวกับความอยู่รอดของตระกูล สิ่งใดสำคัญกว่ากัน
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เมื่อเปลวไฟดับลง น้ำยาในเตาก็เหลือเพียงชั้นบางๆ ที่ข้นเหนียวและกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นยายิ่งทวีความฉุนเฉียวจนแทบสำลัก!
ใบหน้าเล็กๆ ของกู้ฉางเยว่เต็มไปด้วยความผิดหวัง นางแอบหวังลึกๆ มาตลอดว่าเมื่อถึงขั้นตอนสุดท้ายจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น แต่น่าเสียดายที่ความจริงช่างโหดร้าย
ทว่าโจวชิงอวี่กลับยังมีท่าทีสงบเยือกเย็น เขาบรรจงนำน้ำยาเข้มข้นที่ได้ แบ่งใส่ขวดหยกขนาดเล็กสิบขวดอย่างระมัดระวัง แล้วนำไปวางไว้ในมุมที่อากาศเย็นและไร้แสงแดด
"เสร็จสิ้นแล้ว รอให้น้ำยาเย็นตัวลงก็สามารถดื่มได้ทันที" เขาเอ่ยพลางปัดเศษกากยาออกจากฝ่ามือ
เมื่อเหลือบมองดูเวลาก็เห็นว่ายังพอมีเวลาเหลือ เขาจึงเอ่ยถึงจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ "เจ้าบ้านกู้ ข้าต้องการวัตถุดิบสำหรับอาบยาบางอย่าง ซึ่งค่อนข้างหายากและน่าจะมีเพียงที่คลังของท่านเท่านั้น"
"ข้าไม่ได้มาขอเปล่าๆ ข้ามีของมาแลกเปลี่ยนตามความเหมาะสม"
กู้เจิ้งหยางพลันเข้าใจกระจ่างแจ้ง ที่แท้นี่คือเหตุผลที่โจวชิงอวี่แสร้งปรุงน้ำทิพย์สงบจิตขึ้นมาเพื่อเป็นข้ออ้างขอรับวัตถุดิบนี่เอง เขายิ้มขื่นพลางกล่าวว่า "นายน้อยโจว หากท่านต้องการวัตถุดิบใดก็ควรบอกกล่าวกันตรงๆ"
ลำพังฐานะปราจารย์นักปรุงยาระดับสามดาว การที่เขายอมรับวัตถุดิบจากตระกูลกู้ก็นับเป็นการให้เกียรติอย่างยิ่งแล้ว ต่อให้โจวชิงอวี่อยู่เฉยๆ เขาก็ยินดีที่จะมอบสิ่งที่ต้องการให้โดยไม่คิดมูลค่า ไม่เห็นจำเป็นต้องเสียเวลาปรุงยาเช่นนี้เลย แถมยังไปล่วงเกินหมอเทวดาเจียงเข้าให้อีก
"ท่านต้องการสิ่งใด บอกกับฉางเยว่ได้เลย นางจะจัดการเตรียมให้ท่านทุกอย่าง" กู้เจิ้งหยางประสานมือกล่าว
โจวชิงอวี่พยักหน้า ก่อนจะเขียนรายการวัตถุดิบลงไปอย่างไม่เกรงใจ นอกจากวัตถุดิบสำหรับอาบยาแล้ว ยังมีสมุนไพรสำหรับปรุงน้ำทิพย์หยวนชี่เพิ่มเติมด้วย
กู้ฉางเยว่รับรายการไปแล้วรีบจัดการนำมาให้เขาทันที เมื่อได้ของครบตามต้องการ โจวชิงอวี่ก็ไม่อยากเสียเวลาอีก เขาหันหลังตั้งท่าจะกลับบ้านตระกูลจ้าว ตั้งใจว่าหลังจากปรุงน้ำทิพย์หยวนชี่ระดับคุณภาพเยี่ยมเสร็จแล้ว จะแบ่งมาให้ตระกูลกู้สักสองสามขวดเพื่อเป็นการตอบแทนค่าสมุนไพร
หลังจากที่เขากลับไปได้ไม่นาน รถหรูที่ดูเรียบง่ายคันหนึ่งก็มาจอดเทียบที่หน้าประตูบ้านตระกูลกู้
บ่าวรับใช้ของตระกูลเจิ้งคนเดิมรีบเข้าไปพยุงชายชราหลังค่อม ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา เขาถือไม้เท้าเดินกะเผลกตรงมายังห้องโถง
สีหน้าของกู้เจิ้งหยางเปลี่ยนไปทันที... หมอเทวดาเจียงมาถึงแล้วจริงๆ!
เขารีบกระซิบสั่งการ "ฉางเยว่! รีบเอาน้ำยาในขวดพวกนั้นไปทิ้งเสีย อย่าให้ท่านหมอเห็นเด็ดขาด!"
จากนั้นเขาก็รีบถลาไปที่ประตูเพื่อพยุงหมอเทวดาเจียงด้วยตัวเอง พลางกล่าวขออภัยซ้ำแล้วซ้ำเล่า "หมอเทวดาเจียง ข้าต้องขออภัยจริงๆ พอดีสหายของข้ายังเยาว์วัยนัก ไม่รู้ความ จึงได้ล่วงเกินท่านโดยไม่ได้เจตนา"
หมอเทวดาเจียงมีใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ท่านแค่นเสียงหึในลำคอ "คนที่พยายามจะถอดรหัสสูตรยาของข้านั้นมีมากมายดั่งฝูงโค ข้าเคยถือสาหาความใครบ้างหรือไม่?"
"แต่การนำสูตรยาที่สืบทอดกันมาของตระกูลข้ามาปรุงมั่วๆ ล้อเล่นเช่นนี้ ข้าย่อมไม่อาจปล่อยผ่านไปได้!"
"ชายผู้นั้นอยู่ที่ใด? ให้เขาออกมาสิ ผู้เฒ่าคนนี้อยากจะถามเขานักว่าทำไปเพื่ออะไร!"
เห็นได้ชัดว่าบ่าวรับใช้คนนั้นต้องใส่สีตีไข่ต่อหน้าหมอเทวดาเจียงจนเรื่องบานปลาย กู้เจิ้งหยางรู้สึกขมขื่นใจยิ่งนัก ที่แท้ก็ไปล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่เข้าจริงๆ เขาจึงเอ่ยอย่างสิ้นหวัง "นายน้อยผู้นั้น... เขากลับไปแล้วครับ"
"แล้วยาที่เขาปรุงทิ้งไว้ล่ะ? ข้าอยากจะเห็นนักว่าเขาปรุง 'โอสถเทวดา' อะไรออกมา!" หมอเทวดาเจียงยังคงไม่ยอมจบเรื่อง
กู้เจิ้งหยางแอบทอดถอนใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่สั่งให้ฉางเยว่เอาไปทิ้งแล้ว มิเช่นนั้นหากท่านเห็นน้ำยาสีน้ำตาลขุ่นมัวพวกนั้น หมอเทวดาเจียงคงได้กริ้วจนบ้านพังแน่
ทว่า... เจิ้งตั๋วกลับแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาชูขวดน้ำทิพย์สงบจิตที่แย่งมาจากมือกู้ฉางเยว่ขึ้นมาต่อหน้าหมอเทวดาเจียง
"หมอเทวดาเจียง ท่านดูนี่สิครับ เจ้าแซ่โจวนั่นมันปรุงของเสียอะไรออกมา? มันช่างไม่ให้เกียรติสูตรลับของท่านเลยแม้แต่น้อย!"
กู้เจิ้งหยางโกรธจนตัวสั่น เจิ้งตั๋วผู้นี้กะจะให้เรื่องมันพังพินาศไปถึงไหน! ด้วยสถานะของหมอเทวดาเจียง หากท่านโกรธจัดขึ้นมา แม้แต่ตระกูลจ้าวทั้งตระกูลก็อาจจะต้องแบกหน้ามาขอขมา
แต่แล้ว... สิ่งที่ทำให้เจิ้งตั๋วและกู้เจิ้งหยางถึงกับต้องตกตะลึงจนร่างกายแข็งทื่อก็คือ...
ทันทีที่หมอเทวดาเจียงเห็นขวดยาขวดนั้น ดวงตาที่เคยขุ่นมัวและเย็นชาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน!
ท่านรีบคว้าขวดน้ำทิพย์สงบจิตมาถือไว้ พลิกไปมาดูอย่างละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นสะท้านด้วยความตกตะลึงสุดขีด ปากก็พึมพำออกมาไม่หยุด "เป็นไปไม่ได้... นี่มันเป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!"