เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 วันเกิดฟู่เจิ้งชู (2)

บทที่ 16 วันเกิดฟู่เจิ้งชู (2)

บทที่ 16 วันเกิดฟู่เจิ้งชู (2)


“…….”

ซางจื้อมองหน้าเขาด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ถึงว่าร้านนี้ไม่มีลูกค้าเลย”

ต้วนเจียสวี่ “หืม?”

ซางจื้อเอาเงินออกมาวางให้เขา เห็นได้ชัดว่าเธอไม่อยากจะเสียเงินเพิ่มอีกแม้แต่แดงเดียว ใบหน้าเล็กปรากฏสีหน้าเครียดก่อนพูดใส่เขาเสียงแจ๋ว “ร้านรีดไถ”

ต้วนเจียสวี่รู้สึกว่านี่มันน่าขันอย่างยิ่ง “แค่เก็บเงินเพิ่มมาแค่หยวนเดียวเนี่ย กลายเป็นร้านรีดไถเลยเหรอ”

ซางจื้อหน้ามุ่ย “ฉันก็ไม่ได้แอบมองพี่ซะหน่อย”

“โอเค” ต้วนเจียสวี่ว่าพลางกวาดเงินที่โต๊ะขึ้นมา “เป็นพี่เองพี่พูดจาไปเรื่อยเปื่อย”

ซางจื้อมองเขาครู่หนึ่ง เธอไม่ได้สนทนาอะไรอีกและกำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะ

เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงของต้วนเจียสวี่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง “เดี๋ยวก่อน”

ซางจื้อหยุดฝีเท้าแล้วหันหน้ากลับไปมอง “ทำไม”

ต้วนเจียสวี่ “มานี่”

ด้วยความรู้สึกลังเลใจทำให้ไม่อยากจะเดินเข้าไปหาเขานัก แต่ดูท่าทางเขาที่ยืนมองเธออย่างสงบนิ่ง รอเธอให้เดินเข้าไปหาเหมือนหมาที่เรียกให้มาก็มาไล่ให้ไปก็ไป

ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็เดินเข้าไปหาเขาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนักพร้อมทั้งเอ่ยถามอีก “ทำไม”

“พี่จะไปเอาเงินเธอได้ยังไงกันล่ะ” เขาโน้มตัวลงมา คว้าข้อมือของเธอแล้ววางเงินทั้งหมดใส่ในมือ “เอาไปซื้อลูกอมกินนะ”

ซางจื้ออึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง

ตอนนี้เขาผละจากมือเธอไปแล้ว

ด้านหลังของเคาน์เตอร์นั้นเป็นที่สำหรับทำขนม ด้านบนมีวัตถุดิบส่วนผสมวางอยู่หลายชนิด พูดจบ ต้วนเจียสวี่ก็หันหลังไปหยิบถ้วยขึ้นมาสองใบและเริ่มลงมือทำขนมหวานให้เธอ

ซางจื้อเก็บเงินเข้ากระเป๋าไปอย่างเงียบ ๆ

ทำไมถึงเป็นอย่างนี้กันนะ

ตบหัวแล้วลูบหลังชัด ๆ

ทุกครั้งเธอไม่เคยจะปฏิเสธเขาได้เลย

เป็นแบบนี้ตลอด เขา ‘ตบหัว’ ให้เธอโมโหแล้วเธอก็ต้องมาอายที่โดนเขา ‘ลูบหลัง’ แบบนี้

เมื่อกลับมาที่โต๊ะ อินเจินหรูเขยิบเข้ามาใกล้เธอ กดเสียงให้ต่ำลงแล้วกระซิบ “ซางจื้อ เพื่อนพี่เธอเลี้ยงพวกเราเหรอ”

ซางจื้อพยักหน้า “ใช่”

“อิอิ ดีจังเลย” อินเจินหรูท่าทางดีใจ “ซื้อของขวัญไปเหลือแบงก์ย่อยไม่เยอะแล้ว แล้วฉันยังต้องไปเติมเกมอีก ช่วงนี้ออกหมวกใหม่มาสวยมากเลย”

“เธอเติมไปเท่าไหร่แล้ว”

“สวยมะ”

เธอรู้ว่าซางจื้อไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้นัก อินเจินหรูเปลี่ยนเรื่องพูด เมื่อกี้ฟู่เจิ้งชูส่งคิวคิว*มาหาฉัน ถามว่าเราอยู่ไหนแล้ว งั้นฉันบอกไปเลยนะ

*QQ คือ แอปพลิเคชันชนิดหนึ่ง ที่ผู้คนเอาไว้แชตคุยกันคล้าย LINE

“อื้ม”

“เขาดูเหมือนว่าจะถึงแล้วเหมือนกันนะ บอกว่าจะมาหาเราก่อน แล้วก็หลิวเหว่ยฉีก็อยู่ด้วย”

ซางจื้อ “ทำไมพวกนั้นไม่ไปที่ร้านก่อนเลยล่ะ”

อินเจินหรู “ตอนนี้เพิ่งจะเที่ยงเอง ร้านคาราโอเกะเปิดตั้งบ่ายโมง พวกนั้นบอกว่าโทรไปจองเรียบร้อยแล้ว ก็เลยจะมาเจอเราก่อนแล้วก็ไปกินข้าว”

“แล้วมีใครมาอีก”

“ดูเหมือนว่าจะมีเพื่อนห้องนั้นอีกสองสามคนนะ” อินเจินหรูพูด “แต่พวกนั้นเห็นว่าจะไปเจอกันที่คาราโอเกะหลังบ่ายโมงเลยน่ะ”

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ต้วนเจียสวี่เอาขนมสองถ้วยมาเสิร์ฟให้พอดี ได้ยินบทสนทนาของเธอทั้งสอง เขาจึงเลิกคิ้วขึ้น แล้วดวงตาดอกท้อนั้นจะมองมาที่พวกเธอ ก่อนจะถามขึ้นว่า “จะไปร้องคาราโอเกะกันเหรอ”

อินเจินหรูเงียบลงในทันที

ซางจื้อพยักหน้า

ต้วนเจียสวี่ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่พูดกำชับ “ไปก็ต้องทำตามกฎระเบียบ กลับบ้านก่อนจะมืด อย่าเผลอเที่ยวจนดึกเกินล่ะ”

ราวกับว่าช่วยซางเหยียนสั่งสอนเธออย่างไรอย่างนั้น แต่ซางเหยียนเองกลับไม่สนใจเธอสักนิด

“อืม” ซางจื้อตอบรับ

หลังจากที่เขาเดินไปแล้วนั้น อินเจินหรูเขยิบเข้ามาใกล้ซางจื้ออีกครั้งแล้วพูดว่า “เพื่อนพี่ชายเธอพูดอย่างกับเป็นคุณพ่อเลยแฮะ ก่อนฉันจะออกจากบ้านพ่อฉันก็พูดแบบนี้เลย”

ซางจื้อเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ “พ่อฉันก็พูดกับฉันแบบนี้เหมือนกัน”

“……”

ยังกินไปไม่ถึงครึ่ง ฟู่เจิ้งชูกับหลิวเหว่ยฉีก็เข้ามา

อันที่จริงซางจื้อก็ไม่ได้เจอทั้งสองคนบ่อยนัก ตอนนี้ดูอีกที ดูเหมือนว่าจะสูงขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว พวกเขาใส่เสื้อลำลองดูเป็นผู้ใหญ่

อินเจินหรูวางส้อมลง แล้วหัวเราะคิก ๆ “เจ้าของวันเกิดมาแล้ว”

ฟู่เจิ้งชูลูบจมูกป้อย ๆ

หลิวเหว่ยฉีที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เดินมานั่งข้าง ๆ อินเจินหรู “พวกเธอเร็ว ๆ หน่อย ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว หรือไม่ก็ไปกินเคเอฟซีข้าง ๆ นี่ก็ได้”

อินเจินหรู “ฉันไม่มีเงิน”

ในร้านที่คับแคบเมื่อมีคนเพิ่มขึ้นมาสองคน เพียงครู่หนึ่งก็ดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันใด

อินเจินหรูรีบกินอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็กินเสร็จ ทั้งสามคนในตอนนี้จึงกำลังรอซางจื้อ เมื่อได้ยินอินเจินหรูกับหลิวเหว่ยฉีต่อล้อต่อเถียงดังนั้นแล้ว เธอจึงรีบเร่งสปีดกินให้ไวขึ้น

เมื่อเห็นซางจื้อกินเสร็จแล้ว อินเจินหรูจึงส่งกระดาษทิชชูให้เธอ “ไปกันเถอะ”

ซางจื้อพยักหน้า

ชายหนุ่มทั้งสองนั้นได้ลุกขึ้นและเดินออกไปก่อนแล้ว อินเจินหรูดึงมือซางจื้อ ลากเธอให้เดินออกไปด้วยกัน

ขณะที่เดินผ่านเคาน์เตอร์แคชเชียร์นั้น ซางจื้อดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดฝีเท้าลง เธอผละมือออกจากอินเจินหรู “เธอออกไปรอฉันข้างนอกก่อนนะ”

ได้ยินดังนั้น อินเจินหรูปรายตาไปที่ต้วนเจียสวี่ทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบ “ได้ เร็ว ๆ หน่อยแล้วกันนะ”

แล้วเธอจึงเดินออกไป

ต้วนเจียสวี่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนเก้าอี้ ในท่าทางที่สบาย ๆ อย่างที่เขาอยากจะนั่ง เห็นดังนั้นแล้ว เขาจึงวางโทรศัพท์ลง แล้วพูดกับเธอ “ตัวเล็ก มีอะไรจะพูดกับพี่คะ”

ซางจื้อลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถามเขาไปตามตรง “พี่ พี่เงินช็อตเหรอ”

ไม่คิดว่าเธอจะถามคำถามนี้ ต้วนเจียสวี่ยิ้มครู่หนึ่ง “อืม ทำไมเหรอ”

“ครั้งที่แล้วที่ไปกินบาร์บีคิวกัน พี่เฉียนเฟยบอกว่าพี่ไปสอนพิเศษอยู่แถวนั้น” ซางจื้อพูดเสียงเบา “แล้ววันนี้ก็เห็นพี่มาทำงานอีก”

ต้วนเจียสวี่มองเธอและไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกไป บรรยากาศเงียบสนิท

สายตาของเขานั้นดูเหมือนว่าจะครุ่นคิดอยู่พอสมควร ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่

ซางจื้อเริ่มกระอักกระอ่วน เธอกลืนน้ำลายไปหลายอึก “แล้วพี่ไม่กลับบ้านเหรอ”

“อืม นิดหน่อย”

ดูเหมือนว่าจะเป็นคำตอบของคำถามก่อนหน้านี้

ซางจื้อนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “อ้อ”

“ไปเถอะ” ต้วนเจียสวี่เอ่ยเสียงเอื่อย ราวกับว่าไม่ได้เก็บสิ่งที่เธอถามมาใส่ใจ “เพื่อน ๆ รออยู่นะ”

พูดจบเขาก็หันไปแล้วเปิดก๊อกน้ำเก็บล้างภาชนะต่าง ๆ

ครู่หนึ่งผ่านไป ในตอนที่ต้วนเจียสวี่คิดว่าซางจื้อได้เดินออกไปแล้ว จู่ ๆ ก็มีเสียงใส ๆ ของเธอดังขึ้นจากด้านหลัง “ไว้เจอกันนะพี่”

เมื่อสิ้นเสียงแล้ว ก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากึ่งวิ่งของเธอเดินจากไป

ต้วนเจียสวี่หยิบผ้ามาเช็ดทำความสะอาดโต๊ะ แล้วหันกลับไปมองที่เคาน์เตอร์

พลันสายตาก็จับจ้องไปที่สิ่งที่อยู่บนนั้น

พบว่ามีเงินกองหนึ่งวางอยู่ นอกเหนือจากเงินที่เขาคืนให้เธอเมื่อกี้ดูเหมือนว่าจะยังมีเงินอีกจำนวนไม่น้อยเพิ่มขึ้นมา ใบสีแดงคือแบงก์ร้อยหยวนอยู่ล่างสุดและถัดมาเป็นแบงก์ย่อยสิบหยวนและห้าหยวนตามลำดับ

ส่วนที่อยู่บนสุดของกองคือเหรียญหนึ่งหยวนอีกหกเจ็ดเหรียญ และเหรียญเศษสตางค์อีกสองเหรียญ

ดูแล้วเงินกองนี้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเลยทีเดียว

ราวกับว่าผู้เป็นเจ้าของเอาเงินทั้งหมดที่ตนมีมาวางเอาไว้ตรงนี้หมดแล้วอย่างไรอย่างนั้น

ต้วนเจียสวี่อึ้ง จากนั้น เขายื่นมืออกไปอย่างลังเลพลางจิ้มไปที่เหรียญเหล่านั้น ตั้งเหรียญพังทลายลงและกระจายอยู่บนโต๊ะ

เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วหัวเราะออกมา

เกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย

ครั้งนี้ทำไมดูเหมือนว่าจะกลายเป็นตัวเขาที่รู้สึกผิดฐานที่ตนเป็นฝ่ายไปโกงเงินเด็กน้อยเสียเอง

ขณะนี้ซางจื้อไม่เหลือเงินติดตัวสักบาท เงินค่าข้าวกลางวันเธอก็ยืมจากอินเจินหรู ในตอนที่ไม่มีเงินและต้องอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนที่เธอไม่สนิทนั้นทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจนัก

เวลาห้าโมงเย็น คนในกลุ่มกำลังสนุกสนานไปกับการร้องคาราโอเกะ ซางจื้อถือแก้วชาขึ้นมาดื่ม เธอรู้สึกปวดหูจากเสียงที่ดังสนั่น เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยกับอินเจินหรูว่า “อินเจินหรู ฉันว่าฉันจะกลับบ้าน”

อินเจินหรูได้ยินไม่ชัดเจนนัก เธอเงยหน้าขึ้น “เธอพูดไรนะ”

ซางจื้อเพิ่มน้ำหนักเสียงให้มากขึ้น “ฉันบอกว่าฉันอยากกลับบ้านแล้ว”

ครั้งนี้ เพลงที่เล่นอยู่ได้จบลงพอดีและกำลังขึ้นเพลงใหม่ เสียงของเธอจึงกลายเป็นดังลั่นขึ้นมา

ทุกคนหันมองมาทางเธอ

ไม่นานนัก เพลงใหม่ก็ดังขึ้นและทำลายบรรยากาศที่กระอักกระอ่วนนั้นลง

คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก มีเพียงฟู่เจิ้งชูที่เดินเข้ามาและนั่งลงข้าง ๆ เธอ “ซางจื้อ จะกลับแล้วเหรอ”

“อืม” ซางจื้อเอ่ย “พ่อบอกให้กลับบ้านก่อนฟ้าจะมืดน่ะ”

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกไปว่า “สุขสันต์วันเกิดนะ”

ฟู่เจิ้งชูเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “ฉันไปส่งเธอที่ป้ายรถนะ”

“ทำไมต้องไปส่งด้วยล่ะ ลงไปข้างล่างนี่ก็เป็นป้ายรถเมล์แล้วนี่” ซางจื้อที่อารมณ์ดูแปลกไปลุกขึ้นยืน “นายอยู่เถอะ ฉันไปนะ”

เธอหันไปกล่าวลาเพื่อนอีกสองสามคนแล้วออกจากร้านคาราโอเกะไป

ซางจื้อหยิบบัตรนักเรียนออกจากกระเป๋า

ร้านคาราโอเกะแห่งนี้อยู่บนห้างสรรพสินค้าชั้น 5 ร้านของต้วนเจียสวี่อยู่ที่ชั้น 4 ขณะที่ลงบันไดเลื่อนมาถึงชั้น 4 เธอหยุดครู่หนึ่ง

ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงของฟู่เจิ้งชูดังมจากด้านหลัง “ไม่ไปแล้วเหรอ”

“……”

ซางจื้อตกใจและหันขวับกลับมามอง ฝ่ายที่ถูกจับได้รู้สึกละอายและอารมณ์เสีย “นายจะตามฉันมาทำไม”

“ไม่ได้ตามเธอซะหน่อย” ฟู่เจิ้งชูรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย “ฉันแค่ออกมาสูดอากาศ”

“อ๋อ” ซางจื้อเดินต่อ “งั้นนายก็สูดไปเถอะ แล้วเจอกันนะ”

ฟู่เจิ้งชูก็ยังตามเธอไป “แล้วฉันก็เลยจะไปส่งเธอด้วย”

ซางจื้อเบื่อจะพูด

“อ้อใช่สิ” ฟู่เจิ้งชูเกาหัวยิก พยายามหาเรื่องคุยกับเธอ “เทอมหน้าตอนเปิดเทอมมีสอบแบ่งห้องนะ เธอรู้รึเปล่า”

ซางจื้อพยักหน้า “ฉันได้ยินว่าตอนสอบปลายภาคนายพัฒนาขึ้นนี่”

“…..”

“ได้ที่ 5 จากสุดท้าย”

ฟู่เจิ้งชูรู้สึกขายหน้า แต่พยามฝืนพูดต่อไป “ก็เพราะฉันหลับไปยังไงล่ะ”

เมื่อมองท่าทางของเขา ซางจื้อก็คิดและพยามประติดประต่อเรื่องราวครั้งก่อนที่เขาบอกว่า “ครั้งหน้าฉันจะสอบให้ได้ที่หนึ่งให้ดู”

แล้วก็พูดกับเธอว่าเป็นเพราะไม่ฟังครูเลยโดนเรียกผู้ปกครอง แต่เขาเป็นฝ่ายไปขอให้ครูเรียกผู้ปกครองเสียเอง

เธอจึงถามขึ้น “นายน่ะ ไม่มั่นใจในตัวเองใช่ไหม”

ฟู่เจิ้งชู “?”

“เรื่องนี้น่ะไม่เห็นจะมีอะไรเลย ที่สำคัญก็คือฉันไม่เคยเห็นนายเรียนจริงจังเลย ถ้านายตั้งใจเรียนให้มันดี ๆ น่ะนะ คะแนนนายก็ดีขึ้นเองแหละ” ซางจื้อพูด “นายแค่อย่าขี้เกียจ เอาใจใส่หน่อยก็โอเคแล้ว ไม่ต้องเสียความมั่นใจไปหรอก”

“ซางจื้อ” เขาที่โดนเธอจัดชุดใหญ่เข้าเต็มเปา ฟู่เจิ้งชูสุดท้ายก็อดทนเก็บมันไว้ในใจไม่ไหว “ฉันไม่เชื่อว่าเธอดูไม่ออก”

ซางจื้อนิ่งไปครู่หนึ่ง “อะไร”

ฟู่เจิ้งชูเงียบ

“ดูไม่ออก” เมื่อคิดถึงคำพูดของอินเจินหรูแล้ว ซางจื่อก็เกิดความลังเลที่จะพูด “เรื่องที่นายแอบชอบอินเจินหรูน่ะเหรอ”

“……”

ฟู่เจิ้งชูแทบจะหยุดหายใจ

เขาพยามจะสงบสติอารมณ์ลงแล้วกัดฟันพูด “ใครบอกเธอ”

ซางจื้อตอบไปอย่างใสซื่อ “ฉันเดาน่ะ”

ฟู่เจิ้งชู “เธออย่าเดามั่วจะได้ไหม”

ซางจื้องง “นายไม่มีทางแอบชอบฉันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ”

ฟู่เจิ้งชูนิ่งพลางจองมองเธอและพูดออกไปอย่างช่วยไม่ได้ “ทำไมจะไม่ล่ะ”

“…….”

ท่าทางของซางจื้อเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ฮะ?”

ด้วยวัยรุ่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เขาใช้ความมั่นใจเต็มเปี่ยม พูดคำพูดที่ขี้ขลาดที่สุดออกไป “ถ้ามสมมุตินะ สมมุติ สมมุติว่าฉันแอบชอบเธอล่ะ เธอจะทำยังไง”

“…….”

จบบทที่ บทที่ 16 วันเกิดฟู่เจิ้งชู (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว