- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 10 พื้นที่หลัก
บทที่ 10 พื้นที่หลัก
บทที่ 10 พื้นที่หลัก
ข่าวนี้เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ สำหรับวาชิด้า
สำหรับแม่มดน้อยคนอื่น ๆ แล้ว มันก็ไม่ใช่ข่าวดีเลยแม้แต่น้อยเช่นกัน
ตามที่โม่หลานเข้าใจ ในบรรดานักเรียนชั้นปีที่หนึ่ง มีแค่เธอและไอส์เพียงสองคนเท่านั้นที่ทำอาหารเป็น
วาชิด้ายังคงไม่อยากจะเชื่อข่าวร้ายนี้ จึงหันไปถามเพื่อยืนยันกับรุ่นพี่ลิลิธ
“ใช่แล้วล่ะ เวทมนตร์งานเลี้ยงอาหารเลิศรสของอาจารย์ใหญ่ มักจะถูกใช้แค่ในคืนพิธีปฐมนิเทศเพียงคืนเดียวเท่านั้น
การเรียนการสอนของสถาบันแม่มด เน้นย้ำเรื่องการเอาชีวิตรอดและการต่อสู้ควบคู่กันไปมาโดยตลอด
เป้าหมายหลักในการเอาชีวิตรอดของนักเรียนชั้นปีที่หนึ่ง ก็คือการแก้ปัญหาเรื่องอาหารการกินเบื้องต้นให้ได้
แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอดตายหรอกนะ นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งสามารถรับวัตถุดิบได้แบบไม่มีจำกัด
ผักผลไม้หลายอย่างก็สามารถกินสด ๆ ได้เลย แค่มันไม่อยู่ท้องเท่าไหร่นัก
สถาบันยังมีป่าต้นขนมปังอยู่ผืนหนึ่ง ออกผลตลอดทั้งปี แถมผลผลิตก็เยอะมาก เพียงแต่รสชาติน่ะเหรอ... พวกเธอได้ลองชิมแล้วก็จะรู้เองแหละ”
พอพูดถึงผลขนมปัง ใบหน้าของลิลิธก็บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
ดูจากท่าทางของเธอแล้ว รสชาติคงจะไม่ได้เรื่องอย่างแน่นอน
บรรดาแม่มดน้อยชั้นปีที่หนึ่ง: “...”
มิน่าล่ะ งานเลี้ยงมื้อค่ำถึงได้อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ คิดไม่ถึงเลยว่านี่จะเป็นอาหารมื้อสุดท้าย
คราวนี้ทุกคนต่างก็เข้าใจแล้ว ว่าทำไมตอนเริ่มงานเลี้ยง บรรดารุ่นพี่ชั้นปีสูงถึงได้ดูรีบร้อนกันนัก แถมตอนนี้ยังคงตั้งหน้าตั้งตากินกันต่อไป ทั้งที่แต่ละคนพุงกางจนแทบจะปริอยู่แล้ว
สายตาของแม่มดน้อยที่มองดูอาหารบนโต๊ะเปลี่ยนไปทันที พวกเธอต่างพากันเลือกหยิบอาหารที่เก็บไว้ได้นาน เพื่อเตรียมตุนไว้กินทีหลัง
“งานเลี้ยงมื้อค่ำนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์งานเลี้ยงระดับเหนือสูงสุด ไม่สามารถนำออกไปจากหอประชุมนี้ได้ แถมยังมีระยะเวลาแสดงผลแค่สองชั่วโมงเท่านั้น
ตอนนี้ก็ผ่านไปชั่วโมงครึ่งแล้วล่ะ”
สิ้นเสียงของรุ่นพี่เทรซี่ บรรดาแม่มดน้อยก็กรูกันกลับไปที่นั่งของตัวเองราวกับลูกนกคืนรัง แล้วเริ่มสวาปามอาหารกันต่ออย่างเอาเป็นเอาตาย
ในเมื่อเอากลับไปไม่ได้ ก็มีแต่วิธีนี้แหละที่จะช่วยให้ตุนของกินไว้ในท้องได้มากหน่อย
คนที่กินดุเดือดที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นวาชิด้า
แม่มดน้อยคนอื่น ๆ กินน้อยหน่อย หรืออดอาหารสักมื้อสองมื้อก็ไม่มีปัญหา แค่ทรมานร่างกายไปบ้าง ทว่าวาชิด้ากลับมีความเสี่ยงที่จะหิวจนเป็นลมหรือหิวตายได้เลย
ส่วนโม่หลานนั้นพลิกเปิดดูคู่มือนักเรียนใหม่
อาหารในงานเลี้ยงมื้อค่ำยอดเยี่ยมมาก มีอาหารแปลกใหม่มากมายที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เดิมทีเธอก็กินจนอิ่มแปล้ไปแล้ว
เทียบกับการกินอาหารเพิ่มอีกสักหน่อย เธอรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการเรียนการสอนของสถาบันแม่มดมากกว่า
คู่มือนักเรียนใหม่เป็นสมุดปกแข็งที่ให้ความรู้สึกหนักมือเล็กน้อย กระดาษแต่ละหน้าล้วนเป็นกระดาษแข็งที่ค่อนข้างหนา
นอกจากปกแล้ว ก็มีเนื้อหาด้านในเพียงแค่สามหน้าเท่านั้น
หน้าแรกคือแผนที่ของสถาบัน
เป็นแผนที่ผังพื้นแบบดูง่ายสบายตา สิ่งที่แสดงอยู่ก็คือหอประชุมที่เธอกำลังอยู่ในตอนนี้นี่เอง
โม่หลานลองอ่านคู่มือการใช้งานแผนที่คร่าว ๆ แล้วก็เข้าใจวิธีใช้อย่างรวดเร็ว
มันคล้ายกับแผนที่ในโทรศัพท์มือถือเมื่อชาติก่อน สามารถซูมเข้าซูมออกได้ มีเลเยอร์ซ้อนกันหลายชั้น และในอาคารแต่ละหลังก็มีแผนที่แยกย่อยลงไปอีก
โม่หลานย่อแผนที่ให้มีขนาดเล็กที่สุด
ตรงกลางสุดคือปราสาทสถาบัน หอประชุมแห่งนี้ก็ตั้งอยู่บนชั้นหนึ่งของปราสาท
หลังจากย่อแผนที่จนเล็กสุดแล้ว จะมีเพียง “พื้นที่หลักของสถาบัน” ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทสถาบันเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ล้วนเป็นสีเทา ราวกับถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาจนมองอะไรไม่เห็นเลย
ในคู่มือการใช้งานแผนที่ก็มีระบุไว้จริง ๆ ว่า นอกจากพื้นที่หลักของสถาบันแล้ว พื้นที่อื่น ๆ จำเป็นต้องไปสำรวจด้วยตัวเองเสียก่อน ถึงจะปรากฏขึ้นมาบนแผนที่
แค่ดูจากแผนที่นี้ สถาบันแม่มดก็กว้างใหญ่เสียจนแทบไม่น่าเชื่อ
เพราะถึงอย่างไร หอประชุมที่ใหญ่โตขนาดนี้ ก็ยังเป็นเพียงแค่ห้องโถงห้องหนึ่งในปราสาทสถาบันเท่านั้น
และเมื่อย่อแผนที่ลงจนเล็กสุด พื้นที่หลักของสถาบันทั้งหมดก็มีขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ปราสาทสถาบันนั้นเล็กเสียจนมองไม่เห็นแม้แต่ชื่อ
โม่หลานขยายแผนที่ให้ใหญ่ขึ้นอีกนิด รายละเอียดของพื้นที่หลักของสถาบันถึงได้ปรากฏชัดเจนขึ้นมา
ปราสาทสถาบันมีทางออกอยู่ทั้งสี่ทิศ เหนือ ใต้ ออก ตก โดยแต่ละทางจะมีทางเดินคดเคี้ยวเชื่อมต่ออยู่
ทางทิศตะวันออกเป็นเขตหอพัก มีบ้านหลังเล็ก ๆ ทรงสี่เหลี่ยมเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ทุกหลังล้วนมีหมายเลขกำกับไว้ ตั้งแต่หอพักหมายเลข 1 ไปจนถึงหอพักหมายเลข 100
ด้านหลังหมายเลขยังมีชื่อเขียนกำกับไว้อีกด้วย
โม่หลานเดาว่านี่คงจะเป็นที่พักที่ถูกจัดสรรไว้ให้
เธอลองไล่หาดู และก็พบชื่อของตัวเองอยู่ที่หอพักหมายเลข 69 จริง ๆ ด้วย
แถวที่อยู่ด้านหน้าเธอ ก็คือหอพักหมายเลข 59 ซึ่งเป็นที่พักของรุ่นพี่ลิลิธ
ซิลฟ์กับวาชิด้าพักอยู่ที่หมายเลข 68 และ 70 ตามลำดับ ล้วนเป็นเพื่อนบ้านของเธอทั้งสิ้น
น่าเสียดายที่ต่อให้ขยายแผนที่เขตหอพักจนใหญ่สุดแล้ว ก็ยังมองเห็นเป็นแค่ช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ และไม่อาจรู้ได้เลยว่าหน้าตาของหอพักจริง ๆ นั้นเป็นอย่างไร
ทางทิศใต้ของเขตหอพัก ก็คือป่าต้นขนมปังที่รุ่นพี่ลิลิธเคยพูดถึง
ถัดจากป่าต้นขนมปัง ทางทิศใต้ของปราสาทสถาบันคือเขตเพาะปลูก พื้นที่เกษตรกรรม สวนสมุนไพร เรือนกระจก และจุดรับวัตถุดิบล้วนรวมอยู่ที่นี่
ทางทิศตะวันตกของปราสาทสถาบันคือสนามฝึกเวทมนตร์ บริเวณใกล้กับสนามฝึกยังมีห้องทดลองเล่นแร่แปรธาตุและห้องปรุงยาอยู่ด้วย
ส่วนทางทิศเหนือเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่รูปพระจันทร์เสี้ยว
หลังจากดูแผนที่พื้นที่หลักคร่าว ๆ แล้ว โม่หลานก็พลิกหน้ากระดาษไปที่หน้าสองของคู่มือนักเรียนใหม่
หน้านี้คือตารางเรียน
ตารางเรียนของสัปดาห์ถัดไปจะได้รับการอัปเดตทุก ๆ วันศุกร์เวลาสองทุ่มตรง
วันนี้คือวันพฤหัสบดี ต้องรอถึงคืนพรุ่งนี้ถึงจะมีการอัปเดต ตอนนี้ตารางเรียนจึงยังคงว่างเปล่าอยู่
หน้าสุดท้าย คือข้อควรระวังสำหรับนักเรียนใหม่
ซึ่งข้อแรกนั้นระบุถึงปัญหาเรื่องอาหารการกิน
“ข้อหนึ่ง หลังจบงานเลี้ยงมื้อค่ำของวันปฐมนิเทศ ทางสถาบันจะไม่มีอาหารปรุงสำเร็จให้ครบสามมื้อ แม่มดน้อยปีหนึ่งสามารถไปรับวัตถุดิบใด ๆ ก็ได้ที่จุดรับวัตถุดิบในเขตเพาะปลูกแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปประกอบอาหารเอง หรือจะเลือกกินผลขนมปังก็ได้ แม่มดน้อยปีสองสามารถรับฟรีได้เฉพาะวัตถุดิบประเภทเนื้อสัตว์เท่านั้น สำหรับนักเรียนปีสามขึ้นไป จะไม่มีวัตถุดิบแจกฟรีให้ ขอให้พิจารณาการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว หรือล่าสัตว์ด้วยตนเอง”
ไม่มีอาหารปรุงสุกให้ยังพอว่า แต่ชั้นปีสองกลับไม่สามารถรับวัตถุดิบได้ตามใจชอบแล้ว ส่วนชั้นปีสามขึ้นไปยิ่งไม่มีวัตถุดิบแจกฟรีให้เลย
เรื่องอาหารการกินยังเป็นแบบนี้ เรื่องที่พักอาศัยเองก็ไม่ต่างกัน
ข้อที่สองระบุว่า สถาบันจะจัดสรรหอพักให้แม่มดน้อยชั้นปีหนึ่งถึงปีสามแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายเท่านั้น สามารถตรวจสอบหมายเลขหอพักของตัวเองบนแผนที่ แล้วย้ายเข้าไปอยู่ได้เลย
ส่วนชั้นปีสี่และปีห้า จำเป็นต้องจัดการเรื่องที่พักอาศัยด้วยตัวเอง
พอมาดูข้อที่สาม: “เสื้อคลุมสถาบันสำหรับสี่ฤดูและของใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับปีการศึกษานี้ของนักเรียนใหม่ปีหนึ่ง ได้ถูกจัดส่งไปยังหอพักของแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว หากมีการชำรุดเสียหาย สามารถเบิกของใหม่ได้ฟรีที่ผู้ดูแลเขตหอพัก สำหรับแม่มดน้อยชั้นปีอื่น ๆ สามารถรับวัสดุเพื่อนำไปตัดเย็บหรือประดิษฐ์ขึ้นเองได้”
เสื้อคลุมสถาบันและของใช้ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ จะมีแจกให้เฉพาะนักเรียนชั้นปีหนึ่งเท่านั้น
ตั้งแต่เรื่องกิน ที่อยู่ ไปจนถึงของใช้ ล้วนมีแต่กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนถึงเจตนารมณ์ของสถาบัน ว่าต้องการให้แม่มดสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสมบูรณ์ไปทีละก้าว
ในทางทฤษฎีแล้ว มันก็สามารถทำได้จริง ๆ
แม้แม่มดจะไม่ได้มีพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ทุกสายอย่างไร้ขีดจำกัดเหมือนกับจอมมนตรา แต่อย่างน้อยก็สามารถเรียนรู้พื้นฐานจนถึงระดับฝึกหัด ซึ่งเพียงพอต่อการแก้ปัญหาความต้องการพื้นฐานได้อย่างไม่มีปัญหา
เมื่อเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้แล้ว บรรดาแม่มดน้อยก็จะสามารถพึ่งพาเวทมนตร์ของตัวเอง อย่างน้อยก็มีข้าวกิน มีเสื้อผ้าใส่ มีที่อยู่อาศัย สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานในการเอาชีวิตรอดได้
หลังจากสามข้อนี้ ก็จะเป็นการแนะนำฟังก์ชันของอาคารต่าง ๆ ภายในพื้นที่หลักของสถาบัน และยังมีกฎระเบียบที่คอยย้ำเตือนพวกเธอว่า ก่อนจะขึ้นปีสาม ห้ามออกจากพื้นที่หลักโดยเด็ดขาด
เนื้อหาเหล่านี้โม่หลานแค่อ่านผ่านตาคร่าว ๆ เวลาครึ่งชั่วโมงก็ล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
และก็เป็นไปตามที่รุ่นพี่เทรซี่พูดเอาไว้จริง ๆ เมื่อถึงเวลา อาหารเลิศรสบนโต๊ะก็หายวับไปทันที