- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 5 แม่มดหรือจอมมนตรา
บทที่ 5 แม่มดหรือจอมมนตรา
บทที่ 5 แม่มดหรือจอมมนตรา
บนหน้ากระดาษที่เดิมทีเคยว่างเปล่า เริ่มมีตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้น
【โม่หลาน】
【อายุ 13 ปี】
【พรสวรรค์เวทมนตร์ธาตุ: ไร้ขีดจำกัด】
【พรสวรรค์เวทมนตร์เล่นแร่แปรธาตุ: ไร้ขีดจำกัด】
【พรสวรรค์เวทมนตร์รักษา: ไร้ขีดจำกัด】
【พรสวรรค์เวทมนตร์อวยพร: ไร้ขีดจำกัด】
【พรสวรรค์เวทมนตร์คำสาป: ไร้ขีดจำกัด】
【พรสวรรค์เวทมนตร์พยากรณ์: ไร้ขีดจำกัด】
【พรสวรรค์เวทมนตร์อัญเชิญ: ไร้ขีดจำกัด】
【พรสวรรค์เวทมนตร์มิติ: ไร้ขีดจำกัด】
【พรสวรรค์เวทมนตร์จิตใจ: ไร้ขีดจำกัด】
【พรสวรรค์เวทมนตร์เนโครแมนเซอร์: ไร้ขีดจำกัด】
…
(ขีดจำกัดพรสวรรค์จากต่ำไปสูงตามลำดับคือ: ระดับฝึกหัด ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง ระดับสูงสุด ระดับเหนือสูงสุด และไร้ขีดจำกัด)
โม่หลานมองดูคำว่าไร้ขีดจำกัดในแต่ละรายการจนแทบจะหยุดหายใจ
ที่แท้เธอก็เป็นอัจฉริยะนี่เอง!
【พรสวรรค์เวทมนตร์ทุกสายไร้ขีดจำกัด สอดคล้องกับคุณสมบัติของจอมมนตรา ยืนยันสถานะเป็นจอมมนตรา】
โม่หลาน: “!!!”
จอมมนตราดันเป็นตัวฉันเองซะงั้น
【สิ้นสุดการทดสอบพลังเวทมนตร์】
【กำลังทดสอบพลังเวท】
【ทดสอบสำเร็จ】
【พลังเวท: 998 มานา】
【กำลังอัญเชิญวัตถุแห่งพรสวรรค์】
【อัญเชิญสำเร็จ】
โม่หลานรู้สึกเพียงว่าภายในร่างกาย หรืออาจจะภายในจิตวิญญาณ มีบางสิ่งบางอย่างกำลังพรั่งพรูออกมา
วินาทีต่อมา หนังสือเล่มใหญ่หน้าตาประหลาดที่มีร่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าว่างเปล่าอยู่บนหน้าปก ก็มาปรากฏอยู่ในมือของเธอ
ปกหนังสือสลักลวดลายสีทองและมีลวดลายอันซับซ้อน
แม้จะดูแปลกตา แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
เธอรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าร่องนี้มีไว้สำหรับใส่การ์ด นี่คือสมุดสะสมการ์ด
ข้อมูลอื่น ๆ ยังคงซ่อนเร้นอยู่ในม่านหมอก จำเป็นต้องอาศัยแรงใจที่มากกว่านี้
“จอมมนตรา! มีจอมมนตราคนใหม่ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!”
“จอมมนตราคนที่ห้าต่อจากลิลิธ!”
“โม่หลาน! เธอชื่อโม่หลานใช่ไหม?”
“เหมือนกับท่านเทเรซ่าเลย วัตถุแห่งพรสวรรค์เป็นหนังสือเหรอ?”
…
ผลการทดสอบของเธอที่แตกต่างไปจากแม่มดน้อยคนอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง จึงเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งลาน
แม้แต่ในแววตาของคุณอามีช่าก็ยังเผยความยินดีออกมาให้เห็นอยู่หลายส่วน
โม่หลานรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนไปในพริบตา
โชคดีที่สายตาของบรรดาแม่มดไม่ได้มีความมุ่งร้ายเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความประหลาดใจ คาดหวัง อิจฉา และชื่นชมเท่านั้น…
ท้ายที่สุดแล้วจอมมนตราก็ถือกำเนิดมาจากแม่มด ยิ่งมีจอมมนตรามากเท่าไหร่ เผ่าพันธุ์แม่มดก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
บทแห่งพรสวรรค์ได้เปลี่ยนผลการทดสอบให้กลายเป็นกระดาษหนังแกะหนึ่งแผ่น
หลังจากได้รับผลการทดสอบ โม่หลานก็พยายามฝืนปั้นหน้าให้ดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเบิกบานไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
เธอคือจอมมนตรา!
จอมมนตราที่มีแค่สามคนในตอนนี้ ที่สามารถต่อยเทวทูต เตะปีศาจ และทำให้มังกรยักษ์ต้องยอมก้มหัวให้เลยนะ!
“โม่หลาน ยินดีด้วยที่ได้เป็นจอมมนตราคนที่ห้า!”
“คนที่ห้าเหรอคะ?” โม่หลานมองคุณอามีช่าด้วยความสงสัย
ไม่ใช่คนที่สี่หรอกเหรอ?
“ด้วยบารมีแห่งจอมมนตรา นับเป็นโชคดีของเผ่าพันธุ์เรา ปีที่แล้วก็มีจอมมนตราเข้าเรียนคนหนึ่งเหมือนกัน!” อามีช่ายิ้มพลางมองไปทางฝั่งนักเรียนเก่า “ลิลิธ!”
โม่หลานมองตามไป ที่แท้ก็เป็นรุ่นพี่ผมแดงที่ดูอันตรายคนนั้นนี่เอง!
แต่ว่าตอนนี้ รอยยิ้มของเธอดูเป็นมิตรขึ้นเยอะเลย ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้จะแค่แกล้งขู่เล่นเท่านั้นแหละ
ที่แท้เธอก็คือจอมมนตราคนที่สี่นี่เอง!
ยังเรียนไม่จบ โลกภายนอกจะไม่รู้ก็เป็นเรื่องปกติ
ต่อให้เป็นจอมมนตรา แต่ก่อนที่จะเติบโตขึ้นก็ยังคงอ่อนแออยู่ดี ในช่วงเวลานี้ การปิดบังข่าวสารไว้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก
อามีช่ากลับมามีท่าทีสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว และเริ่มดำเนินการเป็นพิธีกรในพิธีปฐมนิเทศต่อไป
และในที่สุด โม่หลานก็ได้เห็นเนื้อหาในพันธสัญญาเข้าเรียนเสียที
【พวกเราคือแม่มด/จอมมนตราที่ตื่นรู้จากความยากลำบาก พวกเราจะจดจำอดีตไว้ตลอดไป
ภายใต้พยานของท่านจอมมนตราแห่งพันธสัญญาคาร์เมล่า ฉันขอให้คำมั่นสัญญาว่า:
ตลอดชีวิตจะไม่เป็นฝ่ายทำร้ายผู้หญิงเผ่ามนุษย์/แม่มด/จอมมนตราคนใดก่อน
จะเก็บข้อมูลของสถาบันแม่มดเป็นความลับ เก็บข้อมูลของดินแดนรกร้างเป็นความลับ และเก็บข้อมูลของจอมมนตราที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นความลับ จะไม่มีทางแพร่งพรายออกไปอย่างเด็ดขาด
ข้อบังคับข้างต้น หากฝ่าฝืน จะต้องยินยอมสละสายเลือดแม่มด แบกรับตราประทับแห่งการทรยศ และจะไม่เหยียบย่างเข้าสู่ดินแดนรกร้างไปตลอดชั่วชีวิต
ผู้ให้คำมั่นสัญญา…】
มิน่าล่ะ ไม่ว่ายังไงคุณแม่ชาน่าก็ไม่ยอมเล่าเรื่องสถาบันแม่มดให้เธอฟังเลย ที่แท้ก็เซ็นสัญญานี่เอง
โม่หลานตั้งใจอ่านทุกข้ออย่างละเอียด มันก็เป็นแค่กฎการรักษาความลับเท่านั้น ไม่มีอะไรให้ต้องลังเลเลย
เธอเขียนชื่อของตัวเองลงไปในตอนท้าย
“รุ่นน้องโม่หลาน มานี่สิ!” รุ่นพี่ลิลิธเดินมาทางฝั่งแม่มดน้อยตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
โม่หลานมองไปทางคุณอามีช่า พอเห็นเธอพยักหน้าให้ ถึงได้เดินเข้าไปหา
“วัตถุแห่งพรสวรรค์ของเธอเป็นหนังสือเหรอ? ข้างในมีตัวหนังสือบ้างไหม?” ลิลิธเอ่ยถามด้วยความสงสัย
โม่หลานส่ายหน้า “ถ้าจะให้ถูกก็คือสมุดสะสมการ์ด เป็นสมุดที่เอาไว้เก็บการ์ดน่ะค่ะ ส่วนประโยชน์ที่แน่ชัด ฉันก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน”
“เป็นเรื่องปกติแหละ วัตถุแห่งพรสวรรค์ของจอมมนตราจะค่อย ๆ แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่แท้จริงตามพลังเวทที่เพิ่มขึ้น! แล้วก็ต้องให้จอมมนตราเป็นคนพัฒนาด้วยเหมือนกัน”
ขณะที่พูด ในมือของลิลิธก็ปรากฏสิ่งของบางอย่างขึ้น “เธอดูวัตถุแห่งพรสวรรค์ของฉันสิ ยิ่งทำให้แม่มดงงเป็นไก่ตาแตกกว่าของเธออีกนะ!”
“นี่มัน… กระบอกฉีดยาไม่ใช่เหรอคะ?” โม่หลานพูดด้วยความประหลาดใจ
แม้จะไม่รู้ว่าทำมาจากวัสดุอะไร มีผิวสัมผัสเป็นโลหะอย่างเห็นได้ชัด แถมยังประดับด้วยอัญมณี แต่มันมีทั้งเข็ม ตัวกระบอก ขีดบอกปริมาตร และก้านกดยาอยู่ครบถ้วน
คุณแม่ชาน่ามีกล่องยาเวทมนตร์อยู่กล่องหนึ่ง ข้างในนั้นก็มีกระบอกฉีดยาคริสตัลอยู่เหมือนกัน
“อืม… ฉันเรียกมันว่าเข็มกลืนเลือด มันค่อนข้างชอบเลือดสด ๆ ชื่อเข็มกลืนเลือดก็เลยเหมาะกับมันดีน่ะ” ลิลิธพูดแก้เก้อ
โม่หลานเข้าใจได้ในพริบตา
ใครจะอยากเรียกวัตถุแห่งพรสวรรค์ของตัวเองว่ากระบอกฉีดยากันล่ะ!
วันข้างหน้าถ้ามีคนพูดถึงจอมมนตราคนไหนสักคน แล้วบอกว่าวัตถุแห่งพรสวรรค์เป็นกระบอกฉีดยาล่ะก็ ระดับชั้นคงดูตกต่ำลงมาทันทีเลย
เธอเองก็ต้องตั้งชื่อดี ๆ ให้วัตถุแห่งพรสวรรค์ของตัวเองเหมือนกัน จะให้เรียกว่าสมุดสะสมการ์ดก็ดูธรรมดาเกินไป!
ท้ายที่สุดแล้ว วัตถุแห่งพรสวรรค์ก็ถือเป็นหน้าเป็นตาของจอมมนตราเลยนะ!
วัตถุแห่งพรสวรรค์ของจอมมนตราแห่งคัมภีร์เรียกว่าคัมภีร์สัพพัญญู วัตถุแห่งพรสวรรค์ของจอมมนตราแห่งพันธสัญญาเรียกว่าปากกาสัตย์สาบาน ส่วนวัตถุแห่งพรสวรรค์ของจอมมนตราแห่งดอกไม้ไฟเรียกว่าคทาเวทดอกไม้ไฟ
งั้นของเธอล่ะ… โม่หลานกลอกตาไปมา ก็เกิดไอเดียขึ้นมาทันที
“คัมภีร์การ์ด! วัตถุแห่งพรสวรรค์ของฉันเรียกว่าคัมภีร์การ์ดค่ะ!”
สมุดหนังสือที่เอาไว้เก็บการ์ด เรียกว่าคัมภีร์การ์ดน่ะเหมาะเจาะที่สุดแล้ว!
ลิลิธฉีกยิ้มกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมเล็กน่ารัก “ชื่อเพราะดีนี่!”
แม่มดน้อยสองคนยังคุยกันได้ไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงร้องอุทานดังขึ้นมาอีกครั้ง
แม่มดน้อยหน้ากลมผมดำที่อยู่บนเวที กำลังล้วงเอาถุงรูปจันทร์เสี้ยวสีเนื้อออกมาจากท้อง
มองดูแล้วรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง
โม่หลานจำเธอได้ เธอเป็นแม่มดน้อยที่ตัวเตี้ยที่สุดในรุ่นนี้ ชื่อว่า…
“วาชิด้า! ยินดีด้วยที่ได้เป็นจอมมนตราคนที่หก!”
น้ำเสียงของคุณอามีช่าดูสั่นเครือเล็กน้อย
รุ่นนี้มีจอมมนตราปรากฏตัวขึ้นถึงสองคน!
สายตาที่เดิมทีเคยจับจ้องอยู่ที่โม่หลาน ถูกดึงดูดไปที่วาชิด้าบนเวทีจนหมด ใบหน้าของเธอแดงก่ำเป็นลูกแอปเปิลอย่างเห็นได้ชัด
โม่หลานถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงการเป็นจอมมนตราจะดีก็เถอะ แต่มันดึงดูดความสนใจมากเกินไป ตอนนี้มีแม่มดน้อยมาช่วยแบ่งปันความสนใจของทุกคนไปบ้าง ถือเป็นเรื่องดีสุด ๆ ไปเลย!
หลังจากวาชิด้าเซ็นพันธสัญญาเข้าเรียนเสร็จ ก็ถูกรุ่นพี่ลิลิธเรียกตัวมาหาเช่นกัน
มือซ้ายของลิลิธจับมือโม่หลาน ส่วนมือขวาจับมือวาชิด้า เธอยิ้มจนเห็นเขี้ยวแหลม “พวกเราสามคน สามารถรวมตัวกันเป็นแก๊งสามจอมมนตรารุ่นที่สองได้เลยนะ!”
รุ่นที่หนึ่ง แน่นอนว่าต้องเป็นจอมมนตราแห่งคัมภีร์ จอมมนตราแห่งดอกไม้ไฟ และจอมมนตราแห่งพันธสัญญาทั้งสามคนนี้อยู่แล้ว
การปรากฏตัวของสองจอมมนตรา ได้ผลักดันบรรยากาศให้ขึ้นสู่จุดสูงสุด
บรรดาแม่มดน้อยที่ไม่เคยนึกฝันว่าตัวเองจะเป็นจอมมนตรามาก่อน ก็อดไม่ได้ที่จะเฝ้ารอผลการทดสอบของตัวเองขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
น่าเสียดายที่จนกระทั่งแม่มดน้อยรองอันดับสุดท้ายทำการทดสอบเสร็จ ก็ยังไม่มีผู้โชคดีคนที่สามปรากฏตัวขึ้นอีกเลย
…
“คนที่ยี่สิบเจ็ด ซิลฟ์!”
เหลือเพียงแม่มดน้อยผมสีเขียวเข้ม บุคลิกอ่อนโยนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับผลการทดสอบพรสวรรค์
สิ่งที่ทำให้แม่มดน้อยทุกคนต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงก็คือ เธอเพียงแค่ยืนอยู่หน้าคัมภีร์เผ่าแม่มดเพียงครู่เดียว ในมือก็ปรากฏกล่องไม้สีน้ำตาลเข้มขึ้นมาใบหนึ่ง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มีจอมมนตราปรากฏตัวขึ้นมาอีกคนแล้ว!
หลังจากยืนยันผลการทดสอบ น้ำเสียงของคุณอามีช่าก็สั่นเครือเล็กน้อย
“ซิลฟ์ ยินดีด้วยนะที่ได้เป็นจอมมนตราคนที่เจ็ด!”
เดิมทีคิดว่าปีที่แล้วมีลิลิธเพียงคนเดียวก็น่าประหลาดใจมากพออยู่แล้ว ปีนี้ดันมีจอมมนตราปรากฏตัวขึ้นมาถึงสามคนเชียวหรือนี่
หลังจากยุคของท่านคาร์เมล่า ก็ไม่มีจอมมนตราปรากฏตัวขึ้นมาอีกเลยตลอดระยะเวลาสามร้อยปี!