- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 4 บทแห่งพรสวรรค์
บทที่ 4 บทแห่งพรสวรรค์
บทที่ 4 บทแห่งพรสวรรค์
ความรู้สึกตอนเทเลพอร์ตนั้นเรียกได้ว่าไม่ดีเอาเสียเลย
โม่หลานรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเพียงกระดาษแผ่นบางที่กำลังถูกขยำและบีบอัด
ร่างกายเหมือนถูกบิดเป็นเกลียว กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ใน ‘ถังขยะ’ ก่อนจะถูกถ่มคายออกมาเหมือนเศษขยะ แล้วร่วงหล่นลงบนความอ่อนนุ่มดึ๋งดั๋ง
วินาทีต่อมา ความรู้สึกเย็นสบายและอ่อนโยนก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ช่วยบรรเทาความอึดอัดระหว่างการเทเลพอร์ตให้หายเป็นปลิดทิ้ง
โม่หลานจ้องมองโคมไฟระย้าคริสตัลส่องสว่างและอิฐสีดำดูเก่าแก่บนเพดานอยู่พักใหญ่ กว่าจะเรียกสติกลับคืนมาได้
กลางอากาศรอบด้าน ยังคงมีหลุมดำปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง คอยพ่นแม่มดน้อยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอออกมาทีละคน
พวกเธอร่วงหล่นลงมาในท่าทางสะเปะสะปะสารพัดรูปแบบ ราวกับกำลังเทเกี๊ยวลงหม้ออย่างไรอย่างนั้น
ทุกครั้งที่มีแม่มดน้อยร่วงลงมา โม่หลานก็จะสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากเบื้องล่าง
พอก้มหน้าลงมอง ก็พบว่าสิ่งที่รองรับตัวเธออยู่คือเตียงน้ำขนาดใหญ่
โม่หลาน: “…”
ช่างเป็นการเปิดตัวที่คาดไม่ถึงเลยจริง ๆ
แม้จะดูไร้สาระไปบ้าง ทว่าความรู้สึกเย็นสบายและอ่อนโยนที่ส่งผ่านมายังร่างกายจากเตียงน้ำอย่างไม่ขาดสายนี้มันช่างสบายเหลือเกิน สบายเสียจนเธอไม่อยากจะลุกขึ้นมาเลย
พอเห็นว่าแม่มดน้อยคนอื่น ๆ ต่างก็นอนนิ่งไม่ไหวติงราวกับตกลงมาจนสลบ โม่หลานก็ยิ่งนอนต่อได้อย่างสบายใจ
การแฝงตัวเนียน ๆ ไปกับกลุ่มคนนี่แหละปลอดภัยที่สุดแล้ว
“อุ๊บ ฮ่า ๆ !”
“เธอเดาว่าพวกเด็ก ๆ จะนอนกันอยู่อีกนานแค่ไหน?”
“ฉันล่ะอยากจะกลับไปนอนอีกสักรอบเลย”
“มีใครบ้างจะอดใจไหวกับเตียงน้ำเวทมนตร์ของคุณอามีช่าล่ะ? ยิ่งโดยเฉพาะหลังจากต้องผ่านการเทเลพอร์ตอันแสนจะป่าเถื่อนมาด้วยแล้วน่ะ!”
“แถมพวกเธอยังเพิ่งเคยเทเลพอร์ตกันเป็นครั้งแรกด้วย!”
…
โม่หลานหันมองตามทิศทางของเสียง ก็สบตาเข้ากับบรรดารุ่นพี่ที่กำลังกลั้นขำและกระซิบกระซาบกันอยู่พอดี
รุ่นพี่ผมแดงที่ยืนอยู่หน้าสุด ถึงกับจ้องมองเธอพลางเลียริมฝีปาก และเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่ดูอันตรายออกมาเล็กน้อย
โม่หลานรู้สึกเขินอายเกินกว่าจะนอนต่อ จึงรีบผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
แต่การลงจากเตียงก็ดูจะไม่ค่อยง่ายนัก เพราะเธอดันอยู่ตรงกลางเตียงน้ำพอดิบพอดี รอบ ๆ ตัวก็ยังมีแม่มดน้อยคนอื่น ๆ นอนขวางอยู่ ซ้ำยังมีหลุมดำปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับหย่อนแม่มดน้อยลงมาไม่หยุด
โชคดีที่ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่ตกอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดแบบนี้ โม่หลานจึงหันหลังให้รุ่นพี่อย่างเงียบ ๆ “มองไม่เห็นฉัน มองไม่เห็นฉัน… หืม? นี่มันอะไรกัน?”
ที่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงน้ำ มีแม่มดวัยผู้ใหญ่คนหนึ่งสวมชุดกระโปรงสีดำยืนอยู่
ข้างกายเธอมีไม้กายสิทธิ์ขนาดเท่าตัวคนลอยอยู่ ประกายแสงจากอัญมณีเวทมนตร์หลากสีสันตรงปลายไม้กายสิทธิ์เชื่อมต่อเข้ากับเตียงน้ำ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เตียงน้ำสุดมหัศจรรย์นี้จะต้องเกิดจากเวทมนตร์ของเธออย่างแน่นอน
โม่หลานจำเธอได้ แม่มดผู้รอบรู้ที่ก้าวข้ามระดับสูงสุด หัวหน้าศิษย์ทั้งสิบสองของจอมมนตราคัมภีร์ อาจารย์ใหญ่แห่งสถาบันแม่มดตลอดช่วงหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา คุณอามีช่า
นี่คือแม่มดอันดับหนึ่งที่อยู่รองจากท่านจอมมนตราอย่างไม่ต้องสงสัย
ใน ‘หนังสือชุดแม่มดน้อย’ ก็มีเนื้อหาแนะนำตัวเธอเอาไว้ด้วย
สำหรับโม่หลานที่ถือเอาการกอบกู้ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเป็นหน้าที่ของตัวเองแล้ว คุณอามีช่าถือเป็นสุดยอดแบบอย่างในดวงใจเลยทีเดียว
เธอเองก็อยากจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างคุณอามีช่าบ้างเช่นกัน
คุณอามีช่ากำลังถือหนังสือเล่มหนึ่งพลางพึมพำ “……ยี่สิบห้า ยี่สิบหก ยี่สิบเจ็ด มาครบแล้ว!”
เธอดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เตียงน้ำก็อันตรธานหายไป โม่หลานและแม่มดน้อยคนอื่น ๆ ต่างถูกวางลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล
“แม่มดน้อยทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถาบันแม่มด
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้มากความ พิธีปฐมนิเทศจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!”
คุณอามีช่าโบกมือ ทำให้หนังสือในมือลอยขึ้นไปอยู่ในระดับความสูงที่แม่มดน้อยทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้
ท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รู้ของบรรดาแม่มดน้อย เธอก็อธิบายขึ้นว่า
“นี่คือร่างแยกของคัมภีร์เผ่าแม่มด สิ่งที่ฉายภาพออกมาคือเนื้อหาของบทแห่งการถือกำเนิด บทแห่งพรสวรรค์ และบทแห่งสถาบัน
คนที่ถูกเรียกชื่อให้ออกมาข้างหน้า เพื่อทำการทดสอบพรสวรรค์ หลังจากเซ็นชื่อในพันธสัญญาเข้าเรียนแล้ว ก็จะถือว่าได้เข้าเรียนอย่างเป็นทางการ”
แม่มดน้อยทุกคนที่เคยอ่าน ‘หนังสือชุดแม่มดน้อย’ จนขึ้นใจ ต่างก็รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของคัมภีร์เผ่าแม่มดและคัมภีร์สถาบันกันเป็นอย่างดี
แม้แต่โม่หลานก็ยังอดไม่ได้ที่จะจ้องมองหนังสือเล่มนั้นตาไม่กะพริบ
รูปลักษณ์ภายนอกดูแสนจะธรรมดา แต่กลับเป็นถึง ‘คัมภีร์เผ่าแม่มด’ ในตำนานเชียวหรือ!
คัมภีร์เผ่าแม่มด เป็นตำราเวทมนตร์ที่จอมมนตราคัมภีร์เทเรซ่าสร้างขึ้นจากการจำลองคัมภีร์สัพพัญญูซึ่งเป็นวัตถุแห่งพรสวรรค์ของเธอ โดยใช้สายเลือดของแม่มดเป็นรากฐาน
เนื้อหาทั้งเล่มถูกแบ่งออกเป็นบทต่าง ๆ ทั้งบทแห่งการถือกำเนิดที่บันทึกเรื่องราวการเกิดของแม่มดน้อย บทแห่งพรสวรรค์ที่บันทึกพรสวรรค์ของแม่มด บทแห่งสถาบันที่บันทึกการเติบโตของแม่มดน้อย บทแห่งการสืบทอดที่บันทึกเวทมนตร์ของแม่มด และบทแห่งการดับสูญที่บันทึกเรื่องราวของแม่มดที่ล่วงลับไปแล้ว…
ถือเป็นสมบัติล้ำค่าสูงสุดของเผ่าพันธุ์แม่มดเลยทีเดียว
ร่างต้นของ ‘คัมภีร์เผ่าแม่มด’ นั้นอยู่ในการดูแลของท่านจอมมนตราคัมภีร์เทเรซ่า มีเพียงร่างแยกเท่านั้นที่อยู่ในความครอบครองของสภาแม่มด
ถึงแม้ว่าคัมภีร์ร่างแยกในมือของคุณอามีช่าเล่มนี้ จะมีเพียงเนื้อหาของบทแห่งการถือกำเนิด บทแห่งพรสวรรค์ และบทแห่งสถาบันก็ตามที
ทว่าสำหรับแม่มดน้อยที่เคยเห็นเพียงแค่คำอธิบายเกี่ยวกับ ‘คัมภีร์เผ่าแม่มด’ ผ่านตัวหนังสือใน ‘หนังสือชุดแม่มดน้อย’ แล้วล่ะก็ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว
สิ่งที่จะต้องใช้ในตอนนี้ก็น่าจะเป็นบทแห่งพรสวรรค์ ซึ่งสามารถทดสอบพรสวรรค์ของแม่มดได้อย่างแม่นยำ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แม่มดสามารถเลือกเส้นทางสายหลักที่จะศึกษาได้
พิธีปฐมนิเทศที่ว่า ที่แท้ก็คือการทดสอบพรสวรรค์นี่เอง เหล่าแม่มดน้อยพากันตื่นเต้นขึ้นมาในทันที
โม่หลานมองดูท่าทางของเพื่อนร่วมชั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าคุณแม่ของทุกคนคงจะปิดปากเงียบสนิทเกี่ยวกับสถาบันแม่มดเหมือนกับชาน่าไม่มีผิด
ไม่มีแม่มดน้อยคนไหนล่วงรู้เนื้อหาที่แน่ชัดของพิธีปฐมนิเทศเลย
คุณอามีช่าเริ่มเรียกชื่อแล้ว
“คนแรก อัลบา!”
แม่มดน้อยผมทองคนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยท่าทางประหม่าและกระวนกระวาย
คัมภีร์เผ่าแม่มดพลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วไปยังหน้าหนึ่ง “วางมือลงไปด้านบนก็พอแล้วล่ะ”
แม่มดน้อยทำตามคำสั่งโดยการวางทาบมือลงไปอย่างระมัดระวัง พลางจ้องมองคัมภีร์เผ่าด้วยความตื่นเต้น
บรรดาแม่มดน้อยด้านล่างเวทีพากันเขย่งเท้าชะเง้อมอง แต่ก็เห็นเพียงแค่มีตัวหนังสือลอยขึ้นมาจากหน้ากระดาษ โดยไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขียนไว้ว่าอะไรกันแน่
ผ่านไปไม่นาน กระดาษหนังแกะแผ่นหนึ่งก็เด้งออกมาจากคัมภีร์เผ่า แล้วร่วงลงสู่งมือของแม่มดน้อย
“พรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ธาตุแสงโดดเด่นมาก ส่วนธาตุอื่น ๆ ก็อยู่ในระดับต้นขึ้นไป ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว!”
อามีช่าขยับนิ้วเล็กน้อย คัมภีร์เผ่าแม่มดก็เริ่มเปิดหน้ากระดาษอีกครั้ง “เอาล่ะ เซ็นชื่อในบทแห่งสถาบันได้เลย! จำไว้ว่าให้อ่านรายละเอียดในพันธสัญญาอย่างถี่ถ้วน กฎเกณฑ์ที่อยู่บนนั้นได้รับการคุ้มครองจากท่านจอมมนตราแห่งพันธสัญญาคาร์เมล่า หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องเผชิญกับการสะท้อนกลับของเวทมนตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
เห็นได้ชัดว่าแม่มดน้อยพอใจกับผลการทดสอบของตัวเองมาก เธอพยักหน้ารับด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ
หลังจากอ่านพันธสัญญาเข้าเรียนจบ เธอก็จรดปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างไม่ลังเล
“คนที่สอง ไอส์!”
…
มีแม่มดน้อยเข้ารับการทดสอบพรสวรรค์เสร็จสิ้นไปอย่างต่อเนื่อง โม่หลานเองก็ได้รับรู้จากเพื่อน ๆ ที่ทดสอบเสร็จแล้วว่า บนกระดาษหนังแกะนั้น ก็คือรายงานผลพรสวรรค์อย่างละเอียดนั่นเอง
ไม่ว่าจะเป็นถนัดเวทมนตร์สายไหนเป็นพิเศษ หรือขีดจำกัดของพรสวรรค์อยู่ที่ระดับใด ทุกอย่างล้วนระบุไว้อย่างชัดเจนจนเข้าใจได้ในพริบตา
ในหนังสือชุดแม่มดน้อยระบุเอาไว้ว่า ผู้วิเศษในวาเลน ซึ่งรวมถึงแม่มด จะถูกแบ่งออกเป็นหกระดับ ได้แก่ ระดับฝึกหัด ระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง ระดับสูงสุด และระดับเหนือสูงสุด
การที่เผ่าพันธุ์แม่มดมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์สายใดสายหนึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษ ย่อมหมายความว่ามีศักยภาพพอที่จะฝึกฝนเวทมนตร์สายนั้นจนบรรลุถึงระดับสูงหรือสูงกว่านั้นได้
ส่วนเวทมนตร์สายที่ไม่ได้มีพรสวรรค์โดดเด่น ขอเพียงแค่มีความตั้งใจ ก็สามารถเรียนรู้ขั้นพื้นฐานได้เช่นกัน
หากพิจารณาจากผลการทดสอบในตอนนี้ แม่มดน้อยส่วนใหญ่มักจะมีพรสวรรค์โดดเด่นในเวทมนตร์เพียงสายเดียว
มีแม่มดน้อยเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่โดดเด่นในเวทมนตร์หลายสาย
“คนที่สิบสาม โม่หลาน!”
เมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง โม่หลานก็สะดุ้งสุดตัว
ท่ามกลางสายตาให้กำลังใจของคุณอามีช่า เธอเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าคัมภีร์เผ่าแม่มด ก่อนจะวางทาบมือลงบนบทแห่งพรสวรรค์