- หน้าแรก
- ผมแค่ต้องการชีวิตที่สงบสุขในโลกดีซี
- บทที่ 13: คุยกันก่อนเถอะ คูลดาวน์ทักษะของผมยังไม่เสร็จ
บทที่ 13: คุยกันก่อนเถอะ คูลดาวน์ทักษะของผมยังไม่เสร็จ
บทที่ 13: คุยกันก่อนเถอะ คูลดาวน์ทักษะของผมยังไม่เสร็จ
บทที่ 13: คุยกันก่อนเถอะ คูลดาวน์ทักษะของผมยังไม่เสร็จ
"ช่างเป็นเรื่องของ 'ตามหาแทบตายสุดท้ายกลับมาอยู่ตรงหน้า' จริงๆ ในเมื่อแกเดินมาเคาะประตูบ้านเองแบบนี้ ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่"
แบล็คมาสก์สมกับที่เป็นนายน้อยจากตระกูลมั่งคั่ง แม้จะเป็นเจ้าพ่ออาชญากรรมใต้ดิน แต่เขาก็ยังสามารถหยิบยกสำนวนตะวันออกมาใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว เขาโบกมือเพียงครั้งเดียว ลูกน้องของเขาก็เข้าปิดล้อมวาคีนทันที กลายเป็นวงล้อมที่แน่นหนา
วาคีนมองไปยังสมาชิกอดีตกลุ่มโจ๊กเกอร์ที่กำลังกดดันเข้ามา เขาเผยรอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้และดูไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย—อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่เขาพยายามแสดงออกมา
ผมเล่นใหญ่เกินไปแล้วสิเนี่ย ทำยังไงดี?! ใจเย็นไว้ ใจเย็นไว้ แค่ต้องบลัฟเพื่อถ่วงเวลาให้คูลดาวน์ทักษะเสร็จก็พอ
ความคิดที่แท้จริงของวาคีนในตอนนี้ยุ่งเหยิงไปหมด เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรเลือดเย็นหรือซูเปอร์โซลเยอร์อะไรทั้งนั้น แม้เขาจะอยากช่วยคน แต่ในฐานะคนธรรมดาในชาติที่แล้ว เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดเรื่องการต้องมาสู้กับกลุ่มคนบ้าที่อำมหิตพวกนี้เลย
แผนการง่ายๆ ของเขาคือ ใช้เวทมนตร์ลวงตาเข้าใกล้และหามุมดีๆ จากนั้นใช้มีดอาบยาพิษสองด้านขว้างมีดออกไปเพื่อสังหารแบล็คมาสก์ในทันที แล้วในขณะที่ลูกน้องของแบล็คมาสก์กำลังตื่นตระหนกเพราะเจ้านายตาย ก็อาศัยโอกาสนั้นหลบหนีไป
แต่ความจริงได้สอนบทเรียนให้กับเด็กหนุ่มผู้น่าสงสารที่ชาติก่อนเป็นเพียงโอตาคุธรรมดาว่า อย่าประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป
แบล็คมาสก์อาศัยเพียงสัญชาตญาณและเสียงของมีดที่แหวกอากาศ ก็สามารถป้องกันตัวได้จริง ทำให้มีดไม่โดนจุดสำคัญ นี่คือสิ่งที่วาคีนไม่ได้คาดคิด—แม้ว่าการขว้างมีดของเขาจะเข้าเป้าเสมอ แต่มันดูเหมือนจะใช้ได้ผลดีกับเป้าหมายที่อยู่นิ่งเท่านั้น
เขาสิ่งเพิ่งระลึกได้ว่า แม้แบล็คมาสก์จะถูกจัดว่าเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่เขาก็เป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง มีทักษะการต่อสู้ที่สามารถต่อกรกับแบทแมน ไนท์วิง และโรบินได้ เขาช่างไร้เดียงสานักที่คิดว่าจะสังหารอีกฝ่ายได้ในทันทีด้วยการลอบโจมตี
ถึงกระนั้น วาคีนก็ยังบังคับตัวเองให้ดูสงบนิ่งและสุขุม—ล้อเล่นหรือไง? ผมอาจจะต่อสู้ไม่เก่ง แต่การแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือน่ะเป็นทักษะที่ผมซึ่งเคยเป็นพนักงานบริษัทเก่าเรียนรู้มานานแล้วในการเอาตัวรอดในสังคม
ไม่ว่าจะยังไง ผมต้องถ่วงเวลาให้คูลดาวน์ของสองทักษะนี้เสร็จให้ได้!
"แค่จะจับผมคนเดียว ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอครับ คุณแบล็คมาสก์ ไม่กลัวว่าการสร้างเรื่องวุ่นวายขนาดนี้จะทำให้แบทแมนกับกอร์ดอนหมายหัวเอาหรือไง?"
วาคีนพูดอย่างช้าๆ และผ่อนคลาย ในขณะที่ในใจกำลังนับถอยหลังเวลาคูลดาวน์ของทักษะทั้งสองอย่างใจจดใจจ่อ
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."
แบล็คมาสก์หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นเขาก็สำรวจวาคีนด้วยความสนใจ
"ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคนคนนั้นถึงยืนยันให้ฉันพาร่างแกกลับไป และทำไมฮาร์ลีย์ ควินน์ ถึงอยากจะซ่อนแกไว้นัก แกต่างจากร่างแยกตัวอื่นๆ จริงๆ ร่างล้มเหลวตัวอื่นดูเหมือนพวกปัญญาอ่อน พูดยังไม่เป็นภาษาด้วยซ้ำ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นคนพูดจาปกติเหมือนคนทั่วไปแบบแก—มันเกือบจะทำให้ฉันคิดว่าโจ๊กเกอร์ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริงๆ เลยนะเนี่ย"
คนคนนั้น? แสดงว่าแบล็คมาสก์มีความเกี่ยวข้องกับคนที่สร้างร่างกายนี้ของผมขึ้นมางั้นเหรอ?
แม้จะมีคำถามมากมายในใจ แต่วาคีนก็ยังคงรักษารอยยิ้มที่ลึกลับไว้บนใบหน้าและนิ่งเงียบไว้ เขารู้ว่าถึงถามไปตอนนี้ แบล็คมาสก์ก็คงไม่ตอบความจริงทุกข้อหรอก สู้เงียบไว้แล้วทำตัวเหมือนเป็นยอดฝีมือเพื่อซื้อเวลาจะดีกว่า
"แต่มันมีข้อแตกต่างที่ง่ายและชัดเจนอย่างหนึ่งระหว่างแกกับโจ๊กเกอร์ ถ้าเป็นโจ๊กเกอร์ตัวจริง เขาไม่มีทางเลือกที่จะช่วยฮาร์ลีย์ ควินน์ ในเวลานี้แน่นอน กลับกัน เขาคงจะขับรถบรรทุกทับทั้งฉันและนังนั่นไปพร้อมๆ กันเลย—แกขาดความรู้สึกประหลาดและโกลาหลแบบโจ๊กเกอร์ไป"
เมื่อสบเข้ากับสายตาที่คมกริบของแบล็คมาสก์ คิ้วของวาคีนขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แต่ก็คลายออกทันทีและทำตัวให้ดูสุขุม
"คุณพูดถูก ผมไม่ใช่โจ๊กเกอร์ที่คุณรู้จัก แต่ผมดีใจนะที่รู้ว่าตัวเองต่างจากเขา และผมไม่คิดจะสวมบทบาทเป็นเขาด้วย—มันมีบางกรณีนะที่ของเลียนแบบทำงานได้ดีกว่าของจริง คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ คุณโรมัน ไซโอนิส?"
"โอ้ น่าสนใจดีนี่ ไม่นึกเลยว่าแค่ร่างแยกจะพูดจาแบบนี้ได้ ถึงฉันจะสนใจในตัวแกมาก แต่น่าเสียดาย คำขาดที่สุภาพบุรุษท่านนั้นให้ฉันมาคือต้องพาร่างแกกลับไปหาเขาในวันนี้—จะจับเป็นหรือจับตายก็ได้"
คำพูดของแบล็คมาสก์เย็นเยือกขึ้นเรื่อยๆ และทันทีที่เขาพูดจบ สมาชิกอดีตกลุ่มโจ๊กเกอร์ที่ล้อมวาคีนอยู่ก็พุ่งเข้าหาเขาทันที!
การถ่วงเวลาด้วยการชวนคุยมาถึงขีดจำกัดแล้ว ทว่าเวทมนตร์ลวงตาและมีดอาบยาพิษสองด้านยังเหลือเวลาคูลดาวน์อีกประมาณหนึ่งนาที
เมื่อเห็นชายฉกรรจ์ที่แฝงไปด้วยจิตสังหารพุ่งเข้าหาพร้อมอาวุธ วาคีนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องบาดเจ็บหนัก—แม้สมรรถภาพร่างกายจะถูกเสริมพลังขึ้นมา แต่สองหมัดย่อมสู้สิบมือไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อตอนนี้คู่ต่อสู้มีประมาณสิบคน
อย่างไรก็ตาม ในวินาทีนั้น จู่ๆ เขาก็รู้สึกราวกับว่าเวลารอบตัวเดินช้าลง วิถีของแท่งเหล็กและมีดที่เหวี่ยงเข้าหาเขาจากทุกทิศทุกทางนั้นปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าเขาจะปลุกพลังโกงใหม่อย่างสปีดฟอร์ซขึ้นมาอีกแล้ว?!
แต่เขาก็รีบตัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะเขาพบว่าการเคลื่อนไหวของตัวเองก็ช้าลงเช่นกัน—มีเพียงจิตสำนึกของเขาเท่านั้นที่เร่งความเร็วขึ้น
บูลเล็ตไทม์ (Bullet time)
คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวของวาคีนทันที และเขาก็เข้าใจเหตุผลที่เขาเข้าสู่สภาวะนี้ได้ในพริบตา—การสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อครู่ทำให้เขาได้รับยาพิษเพิ่มขึ้นในทันที ส่งผลให้เส้นประสาทการตอบสนองของเขาถูกเสริมพลังขึ้นชั่วคราว
ในเมื่อเป็นแบบนี้ การสู้กับลูกกระจ๊อกไม่กี่คนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ยากเท่าไหร่แล้วสิ
ร่างของวาคีนว่องไวและคล่องแคล่วราวกับภูตผี เขาหลบการโจมตีทั้งหมดของอดีตกลุ่มโจ๊กเกอร์ได้อย่างแม่นยำ เขาหลุดออกจากวงล้อมและไปปรากฏตัวที่ด้านหลังของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
ปึก! ปึก!
วาคีนเลียนแบบฉากจากหนังที่เคยดู เขาใช้สันมือทั้งสองข้างฟาดลงไปอย่างแรงที่หลังคอของสมาชิกอดีตกลุ่มโจ๊กเกอร์สองคน
สมาชิกที่ถูกวาคีนฟาดลงไปล้มลงกับพื้นเสียงดังตุบ วาคีนกำลังจะโจมตีต่อ แต่ความรู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรงก็พุ่งเข้าจู่โจม จนทำให้เขาเกือบจะเสียหลักล้มลง
นี่คือผลข้างเคียงจากการได้รับยาพิษเพิ่มจากการสูดลมหายใจลึกเมื่อกี้สินะ? จริงๆ เลย โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ สภาวะบูลเล็ตไทม์นี้มีราคาที่ต้องจ่ายสินะ
โชคดีที่หลังจากลมหายใจเริ่มคงที่ ผลข้างเคียงสั้นๆ นี้ก็หายไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ทำให้วาคีนประหลาดใจคือ ในตอนที่เขาเผลอเผยจุดอ่อนออกมาเมื่อครู่ กลับไม่มีใครโจมตีเขาเลย
วาคีนเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าสมาชิกที่เหลือต่างพากันหวาดกลัว และพยายามรักษาระยะห่างจากเขาอย่างระมัดระวัง เมื่อวาคีนมองตามสายตาของพวกนั้นไปยังชายสองคนที่เขิ่งถูกเขาฟาดล้มลงบนพื้น เขาก็เข้าใจเหตุผลของความกลัวนั้นทันที
ให้ตายเถอะ ฉากแอ็กชันอันตรายในหนังเนี่ยไม่ควรเลียนแบบซี้ซั้วเลยจริงๆ ไม่งั้นจะมีคนตาย—ถึงแม้จะเป็นไอ้สองคนผู้น่าสงสารที่โดนผมฟาดไปก็เถอะ
ชายสองคนที่ถูกวาคีนฟาดเข้าที่หลังคอมีลำคอบิดเบี้ยวไปในองศาที่ผิดธรรมชาติและมีฟองฟอดเต็มปาก ดูท่าทางแล้วคงไม่รอดแน่ๆ
เอาเถอะ ดูเหมือนผมจะไม่มีคุณสมบัติที่จะเรียนรู้กฎการไม่ฆ่าคน และวิธีทำให้คนหมดสติโดยไม่ฆ่าหรอกนะ แต่อย่ามาโทษผมเลย นี่มันถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรมชัดๆ
วาคีนไว้อาลัยในใจเป็นเวลาสองวินาที จากนั้นเขาก็มองไปยังสมาชิกอดีตกลุ่มโจ๊กเกอร์ที่เหลือรอบตัว ซึ่งทุกคนต่างลังเลและไม่กล้าก้าวเข้ามา
เรื่องนี้เข้าใจได้ อย่างไรเสียแม้แต่ดีน่าและฮาร์ลีย์จะมือหนักแค่ไหน พวกเธอก็ไม่ได้พรากชีวิตคนไปในทันทีแบบนี้ ดูเหมือนว่าภาพการตายที่น่าสยดสยองและท่าโจมตีที่เด็ดขาดของวาคีนจะทำให้พวกเขาทุกคนเริ่มหวาดหวั่น
เมื่อสังเกตเห็นดังนั้น ริมฝีปากของวาคีนก็ค่อยๆ หยักโค้งขึ้น
"เข้ามาสิ ใครที่ไม่เสียดายชีวิตก็ลองเข้ามาดู พวกแกทุกคนเคยเป็นลูกน้องของโจ๊กเกอร์ใช่ไหม? พวกแกควรจะคุ้นเคยกับโจ๊กเกอร์ดี ไม่ว่าผมจะเป็นเขาหรือไม่ แต่ผมรับรองได้ว่าผมจะทำให้พวกแกจำความสยดสยองของโจ๊กเกอร์ได้อีกครั้ง—แน่นอนว่า ถ้าพวกแกยังมีชีวิตรอดไปได้น่ะนะ"