- หน้าแรก
- ผมแค่ต้องการชีวิตที่สงบสุขในโลกดีซี
- บทที่ 3: การพบกันครั้งแรกกับ ฮาร์ลีย์ ควินน์
บทที่ 3: การพบกันครั้งแรกกับ ฮาร์ลีย์ ควินน์
บทที่ 3: การพบกันครั้งแรกกับ ฮาร์ลีย์ ควินน์
บทที่ 3: การพบกันครั้งแรกกับ ฮาร์ลีย์ ควินน์
แม้ว่าเรื่องราวของเมืองก๊อธแธมจะมีหลากหลายเวอร์ชันในเส้นเวลาที่แตกต่างกัน ทว่าวาคีนตระหนักชัดแจ้งในสิ่งหนึ่ง: บรูซ เวย์น หรือแบทแมน คือแกนกลางสำคัญของเมืองก๊อธแธมอย่างแท้จริง และการตายโดยอุบัติเหตุของเขาจะก่อให้เกิดความวุ่นวายที่อันตรายอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแบทแมน บางทีการรีบชิงฆ่าตัวตายไปก่อนอาจจะเป็นการปลดปล่อยเสียกว่า เพราะทั้งกลุ่มแฟนคลับของแบทแมนในก๊อธแธม และเหล่าทวยเทพในจัสติสลีกคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่
ดังนั้น ในวินาทีที่เบนกำลังจะเผด็จศึกแบทแมน วาคีนจึงตัดสินใจทันที: ไม่ว่าจะอย่างไร เขาต้องขัดขวางไม่ให้แบทแมนตายให้ได้
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาไม่มีอาวุธติดตัวเลย แม้จะเป็นการลอบโจมตี แต่การจะสู้กับผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้อย่างเบนด้วยมือเปล่านั้นเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ถ้าเขามีอาวุธอยู่ในมือสักอย่าง...
ขณะที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา วาคีนพลันรู้สึกเย็นวาบที่ฝ่ามือ เขาพละมองลงไปและพบว่ามีกริชหยักอันแหลมคมปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าในมือ วาคีนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เขาก็รีบตระหนักได้ว่านี่อาจจะเป็นหนึ่งในความสามารถที่ระบบมอบให้ ไม่มีเวลาให้คิดแล้ว ในเมื่อมีอาวุธในมือ สิ่งที่ต้องทำก็ชัดเจน—เขาาสูดลมหายใจลึกและลงมือทันที!
วาคีนใช้ทักษะมายาลวงตาพุ่งตัวไปข้างกายเบน เบนที่กำลังเพลิดเพลินกับการทรมานสังหารแบทแมนไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีบุคคลล่องหนอยู่ข้างๆ กว่าที่หางตาจะเหลือบไปเห็นคมดาบ ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว
ฉับ!
วาคีนสะบัดมือ กริชตกลงมาตัดท่อส่งพิษอีกเส้นของเบนขาดสะบั้น
“อัก...”
ผลลัพธ์นั้นชัดเจนมาก เบนที่วาคีนรู้จักจะอ่อนแอลงทันทีที่การส่งพิษถูกตัดขาด แต่วาคีนไม่ได้ประมาท ตามความรู้ของเขา ในคอมิกบางฉับระบุว่าเบนเป็นนักฆ่าระดับพระกาฬแม้จะไม่พึ่งพาพิษก็ตาม เขาจึงรีบพลิกมือจับกริชและแทงเข้าที่หลังคอของเบนอย่างแรง
ความเมตตาต้องใช้พละกำลัง วาคีนไม่โง่พอที่จะมาพูดเรื่องหลักการไม่ฆ่ากับอาชญากรใจอมหิตอย่างเบนในฐานะมือใหม่ เมื่อพละกำลังไม่เพียงพอ ความเมตตาต่อศัตรูมักจะเป็นความใจร้ายต่อตนเอง
ความคมของกริชในมือนั้นเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่ากริชแทงทะลุผิวหนัง กล้ามเนื้อ และเส้นเลือดของเบนไปอย่างราบรื่น เมื่อเลือดอุ่นๆ ไหลรินรดมือ เสียงกลไกอันเย็นชาดังขึ้นในหัว
【สังหารเป้าหมายระดับตำนาน: เบน ได้รับค่าประสบการณ์ 200 แต้ม】
【เลเวลส่วนตัวเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 3 ได้รับแต้มทักษะใหม่】
【ได้รับฉายา: ผู้จบตำนานเบน】
【ผลของฉายา: เมื่อติดตั้งฉายานี้ ความต้านทานยาพิษจะเพิ่มขึ้น และเมื่อบริโภคยาพิษจะเข้าสู่สภาวะตื่นตัว เพิ่มพละกำลังทางกายภาพ อย่างไรก็ตาม หลังจากหยุดบริโภคยาพิษ จะเข้าสู่สภาวะอ่อนแรงตามความรุนแรงของพิษและระยะเวลาที่ได้รับ โดยพละกำลังทางกายภาพจะลดลงอย่างมาก (ผลข้างเคียงนี้ยังคงอยู่แม้จะถอดฉายาออก)】
การเสริมพลังร่างกายผ่านยาพิษ ฟังดูเหมือนความสามารถของเบนฉบับย่อส่วน แต่วาคีนไม่มีเวลามานั่งศึกษารายละเอียดของพลังใหม่นี้ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันค่อนข้างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
วาคีนรีบตรวจสอบอาการของแบทแมนอย่างระมัดระวังเป็นอันดับแรก ซูเปอร์ฮีโร่ผู้นี้นอนฟุบอยู่กับพื้น ดูเหมือนจะหมดสติไปแล้ว แต่การขยับขึ้นลงเล็กน้อยของหน้าอกบ่งบอกว่าชีวิตของเขายังปลอดภัยดีในตอนนี้ เขาควรจะปลุกแบทแมนและใช้บุญคุณนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเขาดีไหม?
แต่ตัวเลือกนี้ถูกปัดตกไปทันที การเป็นเพื่อนกับแบทแมนส่วนใหญ่มักจะจบลงด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียสติ และที่สำคัญกว่านั้น ตามความเข้าใจของเขา แบทแมนคือผู้ยึดมั่นในหลักการไม่ฆ่าอย่างแรงกล้าจนถึงขั้นหมกมุ่น แม้จะเป็นการช่วยชีวิตเขา แต่การที่เขาสังหารเบนอาจไม่ได้รับการยอมรับ
หลังจากไตร่ตรองอย่างดี วาคีนตัดสินใจว่ามีทางเลือกเดียวที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้—หนีไปซะ
วาคีนก้าวข้ามศพของเบนและเคลื่อนที่ผ่านทางเดินอย่างระมัดระวัง ข่าวดีคือเขาไม่เจอใครคนอื่นอีกเลย ข่าวร้ายคือเมื่อเขาเข้าใกล้ทางออก เขาได้ยินเสียงไซเรนของตำรวจแว่วมาและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“ถึงคนที่อยู่ข้างใน นี่คือกรมตำรวจก๊อธแธม ทุกคนวางอาวุธและยอมมอบตัวทันที—” ชายวัยกลางคนสวมแว่นที่มีใบหน้าเด็ดเดี่ยวตะโกนผ่านโทรโข่ง
ทว่า มีเพียงความเงียบงันที่เป็นคำตอบ นั่นเป็นเรื่องปกติ เพราะคนหนึ่งหมดสติและอีกคนตายไปแล้ว ส่วนวาคีนเองก็ไม่มีความคิดที่จะโดนจับ ตลกแล้ว ถ้าเขาถูกจับตอนนี้ เขาต้องติดคุก 100% ในข้อหาฆาตกรรมเบน เมื่อเข้าไปอยู่ในสถานกักกันของก๊อธแธม มันก็ไม่ต่างจากการไปนอนรออยู่บนเขียงของพวกบงการ
แต่พอดีเลย แต้มทักษะใหม่ของเขาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตอนนี้
กอร์ดอนวางโทรโข่งและชักปืนพกออกมา “พวกเจ้าล้อมแถวและเฝ้าอยู่ที่นี่ อย่าให้ใครหนีไปได้ ข้าจะเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ก่อน—”
วูบ!
แสงสีเงินฉีกผ่านความมืดมิด ผ่านช่องว่างระหว่างเหล่านักสืบ และกระแทกเข้ากับถังน้ำมันของรถตำรวจคันสุดท้าย
ตูม!
รถตำรวจระเบิดทันที โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่นี่ทำให้ความสนใจของตำรวจทุกคนพุ่งไปที่การระเบิดทันที
“ทุกคน ระวังตัว! รีบหาว่าการโจมตีมาจากไหน!”
กอร์ดอนขมวดคิ้วและก้มมองพื้นอย่างครุ่นคิด “รอยเท้านี้... ไม่สวมรองเท้า? —เดี๋ยวก่อน รอยเท้านี้อยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” รูม่านตาของกอร์ดอนหดตัวลง และเขาก็หันไปมองทิศทางตรงกันข้ามกับโรงงานทันที “ใครมีระเบิดควันบ้าง? ขว้างไปทางนั้น! เร็วเข้า!”
วาคีนที่อยู่ในสถานะล่องหนตกใจมาก เขาเพิ่งใช้ทักษะใหม่ มีดอาบยาพิษสองด้าน ขว้างมีดเล่มเล็กโจมตีถังน้ำมันรถจากระยะไกลเพื่อดึงความสนใจ จากนั้นจึงใช้ทักษะมายาลวงตาเพื่อพยายามหลบหนี แต่เขาคาดไม่ถึงว่าประสบการณ์อันโชกโชนของกอร์ดอนจะจับความเคลื่อนไหวของเขาได้ทันที
ฟู่ ฟู่ ฟู่...
ท่ามกลางกลุ่มควัน เงาร่างมนุษย์ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน วาคีนรีบก้มตัวหลบหลังกำแพง ไม่สามารถใช้การล่องหนเพื่อหนีจากห่ากระสุนที่ยิงสกัดไว้ได้ จบสิ้นแล้ว ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าจะเกลี้ยกล่อมกอร์ดอนและขอความคุ้มครองจากเขา...
บรื๊น บรื๊น!
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ดังมาจากที่ไกลๆ พร้อมกับไฟสูงที่สาดส่อง รถบรรทุกคันใหญ่พุ่งทะยานมาด้วยความเร็วสูงราวกับจะพุ่งชนเหล่าตำรวจโดยตรง ขณะที่มันแล่นผ่านวาคีน รถบรรทุกส่งเสียงเบรกดังแสบแก้วหู จากนั้นมันก็ดริฟต์เปลี่ยนทิศทาง ภายใต้แรงเหวี่ยง ตู้สินค้าของรถบรรทุกถูกฉีกกระชากออกอย่างแรง และห่อพัสดุที่พันด้วยผ้าสีดำกระจายเกลื่อนพื้น
“นั่น ฮาร์ลีย์ ควินน์! ทุกคนหยุดยิงทันที!”
ทว่าคำพูดของกอร์ดอนสายเกินไป หลังจากกระสุนที่หลงมานัดหนึ่งโดนพัสดุชิ้นหนึ่ง มันก็ระเบิดออกทันที และพลุดอกไม้ไฟสีสันสดใสก็กระจายไปทุกทิศทาง ดอกไม้ไฟเจิดจ้านับไม่ถ้วนพุ่งกระจาย ตำรวจทุกนายรวมถึงกอร์ดอนถูกบังคับให้ต้องหาที่หลบกำบังชั่วคราว
และตรงหน้าวาคีน ประตูฝั่งคนขับของรถบรรทุกเปิดออก แขนเรียวเล็กที่ขาวซีดเอื้อมมาทางเขา
“ขึ้นมาสิ พ่อหนุ่มน้อยสุดหล่อของข้า”
ภายในห้องคนขับ วาคีนเห็นหญิงสาวที่มีผมแกละหลากสี สวมเสื้อยืดรัดรูป ท่ามกลางแสงเจิดจ้าและสีสันของดอกไม้ไฟ รอยยิ้มของเธอที่มาพร้อมกับลิปสติกสีแดงสดใสช่างงดงามและน่าหลงใหลราวกับภูตสาวจากเทพนิยาย