- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 25 ตึกนรกแตก! แม้แต่คนเหล็กยังต้องยอมสยบ
บทที่ 25 ตึกนรกแตก! แม้แต่คนเหล็กยังต้องยอมสยบ
บทที่ 25 ตึกนรกแตก! แม้แต่คนเหล็กยังต้องยอมสยบ
บทที่ 25 ตึกนรกแตก! แม้แต่คนเหล็กยังต้องยอมสยบ
มานูโช่รับบอลแล้วสวนกลับเร็วทันที ร่างยักษ์ใหญ่ควบตะบึงฝ่าดงแข้งเดปอร์ติโบที่เข้ามารุมสกัด
แม้จะโซซัดโซเซเหมือนจะล้มแหล่มิล้มแหล่ แต่บอลก็ยังพันแข้งพันขาไม่หลุดไปไหน
พริบตาเดียว เขาก็พาบอลมาถึงหัวกะโหลกหน้ากรอบเขตโทษเดปอร์ติโบ
ง้างเท้าซัดไกลเต็มข้อ!
ตูม!
ลูกบอลพุ่งเลียดพื้นแรงปานจรวด เสียบโคนเสาซ้ายมือเข้าไปอย่างงดงาม
ลุซพุ่งสุดตัวแต่ก็ยังไปไม่ถึง
ตาข่ายสั่นไหว...
0–1!
ราโย บาเยกาโน่ บุกมาลูบคมเจ้าถิ่นถึงที่!
รูปเกมเดิมทีสูสีกัน หรือเดปอร์ติโบจะดูดีกว่านิด ๆ ด้วยซ้ำ
แต่กลายเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อนซะงั้น
เสียงเชียร์กระหึ่มของแฟนบอลเจ้าถิ่นเงียบกริบลงทันตา ราวกับโดนปิดสวิตช์
เหลือเพียงเสียงเฮของแฟนบอลราโยกลุ่มเล็ก ๆ ที่ดังกลบทั้งสนามริอาซอร์
นักเตะราโยวิ่งไปกอดกันกลมที่ริมเส้น ส่วนเฆเมซยืนลูบหัวล้านมันแผล็บด้วยความสะใจ
ซูเหว่ยที่นั่งอยู่บนม้านั่งสำรองขมวดคิ้วแน่น บ่นอุบด้วยความเซ็ง
“เฮ้ย... โดนจนได้ แบบนี้จะแพ้คาบ้านมั้ยเนี่ย?”
นักเตะเดปอร์ติโบในสนามออกอาการเป๋อย่างเห็นได้ชัด ยืนขาตายทำอะไรไม่ถูก
โชคดีที่กัปตันปาโบล ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชน ยังคงนิ่งสงบ
แปะ! แปะ! แปะ!
เขาตบมือเรียกสติเพื่อนร่วมทีม
“อย่ารวน! เวลาเหลืออีกเยอะ! เรายังกลับมาได้!”
คำปลุกใจของกัปตันช่วยดึงสตินักเตะเดปอร์ติโบกลับมา ทุกคนพยายามฮึดสู้ในช่วงสิบนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกเพื่อทวงประตูคืน
แต่ราโยยุคเฆเมซปีนี้... เขี้ยวลากดินสุด ๆ เกมรับเหนียวแน่นขึ้นผิดหูผิดตา
นาทีที่ 41 “ไอ้เปียน้อย” คาวาเลยโร่ พยายามเลี้ยงฝ่าแนวรับ แต่ก็โดนดักทางได้อีกตามเคย
ปาโบลเห็นท่าไม่ดี ตัดสินใจเติมเกมสูงขึ้นมาจากแดนหลังเพื่อช่วยหนุน
แม้คาวาเลยโร่จะขี้เลี้ยงแค่ไหน แต่พอเห็นลูกพี่ใหญ่เติมขึ้นมา ก็ไม่กล้าหวงบอล รีบแทงทะลุช่องให้ทันที
ปาโบลรับบอลแล้วกระชากเลาะริมเส้นมุ่งหน้าสู่เส้นหลัง
แต่ทว่า... แบ็กซ้ายราโยอย่าง ติโต้ ก็ไม่ใช่หมูให้เคี้ยวเล่น
เขาที่ตามประกบคาวาเลยโร่อยู่ พอเห็นบอลหลุดไปที่ปาโบล ก็สับตีนแตกวิ่งไล่กวดทันที
ปาโบลลากไปจนเกือบสุดเส้นหลัง กำลังง้างเท้าจะเปิดบอล ติโต้ก็พุ่งเข้ามาถึงตัวแล้ว
เสียบสกัดจากด้านหลังเต็มเปา!
โครม!
ปาโบลร่วงลงไปกองกับพื้นทันที!
ปี๊ดดด!
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดยาวพร้อมชี้เป็นลูกฟาวล์
ปาโบลนอนกุมข้อเท้ากลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด แฟนบอลเดปอร์ติโบใจหายวาบ
ฆิเมเนซวิ่งไปโวยใส่ผู้ตัดสินที่ 4
“ฟาวล์น่าเกลียดขนาดนี้! เสียบข้างหลังชัด ๆ! ต้องแดงแล้ว!”
ผู้ตัดสินที่ 4 ทำมือให้ใจเย็น ๆ
ในสนาม ผู้ตัดสินควักใบเหลืองแจกติโต้
ติโต้ไม่โต้เถียง รีบลุกขึ้นวิ่งไปตั้งกำแพงรอ
แต่... เดปอร์ติโบยังไม่มีใครมาเตะฟรีคิก
เพราะกัปตันปาโบลยังนอนเจ็บอยู่ เพื่อนร่วมทีมรีบเข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วง
“กัปตัน ไหวมั้ย?”
“เปลี่ยนตัวมั้ยครับ?”
ข้อเท้าซ้ายปาโบลปวดตุบ ๆ จนแทบระเบิด ในใจนึกเสียดายสุดขีด
‘เฮ้อ... ถ้าหนุ่มกว่านี้สักหน่อย จังหวะนี้คงสลัดหลุดไปเปิดบอลได้ตั้งนานแล้ว’
ปาโบลกัดฟันยันตัวลุกขึ้น ทีมแพทย์รีบวิ่งเข้ามาดู
“เล่นช้า ๆ ไปก่อนนะ” ปาโบลกระซิบบอกเพื่อน
จากนั้นเขาก็โขยกเขยกออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม
สมกับเป็น “คนเหล็ก” แค่ฉีดสเปรย์ยาชาพันแผลนิดหน่อย ปาโบลก็วิ่งกลับลงสนามท่ามกลางเสียงปรบมือให้กำลังใจ
แต่น่าเสียดาย... ฟรีคิกที่ปาโบลแลกมาด้วยความเจ็บปวด ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้
ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรก ทั้งสองทีมผลัดกันรุกรับแต่ทำอะไรกันไม่ได้
จบครึ่งแรก เดปอร์ติโบตามหลัง 0–1
ในห้องแต่งตัว บรรยากาศอึมครึม
ฆิเมเนซพยายามปลุกใจลูกทีม
“ทุกคน! อย่าเพิ่งถอดใจ! นัดที่แล้วโดนนำสองลูกยังกลับมาได้ วันนี้เล่นในบ้าน แค่ลูกเดียว ครึ่งหลังเราเอาคืนได้แน่!”
แม้จะพูดปลุกใจเสียงดังฟังชัด แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล นักเตะตัวหลักหลายคนนั่งคอตก สีหน้าไม่สู้ดี
ทุกคนรู้ซึ้งแล้วว่าเกมรับราโยแข็งแกร่งกว่ากรานาดาเยอะ
หลายคนเริ่มไม่มั่นใจว่าจะเจาะรถบัสคันนี้เข้า
ฆิเมเนซเห็นท่าไม่ดี หันไปมองปาโบล หวังให้กัปตันช่วยพูดอะไรหน่อย
แต่ทว่า... ตอนนี้แม้แต่กัปตันปาโบลก็เอาตัวเองแทบไม่รอด
เขานั่งให้หมอทีมพันผ้าล็อกข้อเท้าซ้ายที่บวมเป่ง ถุงน้ำแข็งประคบอยู่บนนั้น สีหน้าบ่งบอกความเจ็บปวดชัดเจน
ฆิเมเนซเดินเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
“ไหวมั้ย? เล่นต่อได้รึเปล่า?”
ปาโบลกัดฟันตอบ
“ไหว”
ฆิเมเนซพยักหน้า
สิบห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ครึ่งหลังเริ่มขึ้น!
แม้ใจจะสู้แค่ไหน แต่ร่างกายของปาโบลเริ่มไม่ตอบสนอง อาการเจ็บส่งผลกระทบอย่างชัดเจน
ครึ่งหลังปาโบลแทบไม่ได้เติมเกมรุก พื้นที่รับผิดชอบหดแคบลงเหลือแค่ประคองเกมรับ
ภาระเกมรุกฝั่งขวาตกเป็นของคาวาเลยโร่แต่เพียงผู้เดียว
แต่งานนี้ไม่ง่าย...
คาวาเลยโร่ต้องเจอกับด่านหินถึงสามด่าน
ด่านแรก ติโต้ แบ็กซ้ายจอมโหด
ด่านสอง กาแอล กากูต้า ปีกซ้ายตัวจี๊ดที่ลงมาช่วยซ้อน
ด่านสาม ตราสซอร์ราส กลางรับที่คอยสกรีนอยู่ด้านใน
เจอหนึ่งต่อหนึ่ง คาวาเลยโร่อาจจะพอไหว
แต่เจอหนึ่งรุมสอง ก็เริ่มตึงมือ
ถ้าโดนรุมสามเมื่อไหร่... จบเห่ทันที
เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีในครึ่งหลัง สกอร์ยังคง 0–1
เดปอร์ติโบเจาะยังไงก็ไม่เข้า จนผู้บรรยายสเปนเริ่มบ่น
“ฆิเมเนซต้องแก้เกมด่วนแล้วครับ ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ แพ้คาบ้านแน่!”
อีกคนเสริม
“ใช่ครับ การบาดเจ็บของปาโบลส่งผลกระทบชัดเจน ผมว่าน่าจะถึงเวลาส่งเจ้าหนูมังกรจีนลงมาแล้วนะ นัดที่แล้วฟอร์มดีมาก”
“เห็นด้วยครับ ปาโบลควรได้พักแล้ว”
ฆิเมเนซยืนกอดอกเครียดอยู่ข้างสนาม เขาเองก็รู้ว่าปาโบลถึงขีดจำกัดแล้ว แต่ในเมื่อกัปตันไม่ขอเปลี่ยน เขาก็ไม่กล้าถอดออก
ทันใดนั้น...
หลังจังหวะวิ่งไล่บอล ปาโบลก็หยุดชะงักกึก
เขาค่อย ๆ ยกมือขวาขึ้น ส่งสัญญาณไปทางม้านั่งสำรอง!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═