- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 12 ไอ้โง่จอมทึ่ม
บทที่ 12 ไอ้โง่จอมทึ่ม
บทที่ 12 ไอ้โง่จอมทึ่ม
บทที่ 12 ไอ้โง่จอมทึ่ม
หัวใจของซูเหว่ยอัดแน่นด้วยความปิติอย่างบ้าคลั่ง ร่างสูงดีดผึงขึ้นจากม้านั่งสำรองทันที
เขารู้ดี...โอกาสกระโจนลงสู่สมรภูมิมาถึงแล้ว แต่ไม่นึกว่าจะเร็วปานนี้
ซูเหว่ยข่มความพลุ่งพล่านในอก ไล่ตบมือเพื่อนร่วมทีมบนม้านั่งทีละคนเพื่อเรียกขวัญ
เขาเดินตรงเข้าไปหาชาลแมน ทั้งสองกระแทกกำปั้นใส่กันดังกึก!
ชาลแมนฉีกยิ้มกว้าง
“จัดให้ยับเลยนะลูกพี่!”
ซูเหว่ยพยักหน้ารับ
“เออ... เดี๋ยวชั้นจะขึ้นไปป่วนพวกมันให้เละ”
เมื่อก้าวพ้นเขตม้านั่งสำรอง ซูเหว่ยรีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปที่ริมเส้นเพื่ออบอุ่นร่างกายทันที
ห้านาทีต่อมา...
ฆิเมเนซโบกมือเรียก ซูเหว่ยวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหาโค้ชใหญ่
ฆิเมเนซวางมือหนัก ๆ ลงบนไหล่ของซูเหว่ย โน้มตัวลงกระซิบสั่งการเสียงเครียด
“เห็นเบอร์ 7 นั่นไหม?”
“ซน ฮึง-มิน?”
“ใช่... งานของนายคือประกบเขาให้เหมือนกาว อย่าให้มีช่องว่างแม้แต่หายใจ นายเล่นแบ็กขวาได้ใช่ไหม?”
‘ให้เล่นกองหลังอีกแล้ว? ชั้นมันอัจฉริยะแดนกลางนะ โค้ชตาถั่วรึไงเนี่ยที่มองไม่เห็นพรสวรรค์’
‘ช่างเถอะ ได้ลงเล่นก็บุญโขแล้ว’
ซูเหว่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ไม่มีปัญหาครับโค้ช! ผมจะตามติดเป็นวิญญาณอาฆาต เอาให้มันดิ้นไม่หลุดเลย!”
น. 35 ของครึ่งแรก เดปอร์ติโบตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่น
โรเย่ถูกถอดออก ซูเหว่ยถูกส่งลงสนาม
บนอัฒจันทร์ แฟนบอลเดปอร์ติโบต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความงุนงง
“ไอ้เบอร์ 22 นั่นใครวะ? ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนเลย”
“เด็กใหม่เหรอ? คนเกาหลี? หรือว่าญี่ปุ่น?”
วินาทีนั้น สวีม่านม่านที่ได้ยินบทสนทนาของแฟนบอลรอบข้าง เธอยกยิ้มมุมปากด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะประกาศเสียงดัง
“เขาชื่อซูเหว่ย... เป็นคนจีนย่ะ!”
แฟนบอลเดปอร์ติโบถึงกับอึ้งไปอีกคำรบ
คนจีนเนี่ยนะ?
ในภาพจำอันยาวนานของพวกเขา ประเทศจีนแทบไม่เคยผลิตนักเตะชั้นยอดออกมาให้เห็น!
สวีม่านม่านไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เมื่อเห็นซูเหว่ยลงสนาม เธอก็ชะโงกตัวข้ามราวระเบียงอย่างดีใจ ตะโกนก้องลงไปในสนามสุดเสียง
“ซูเหว่ย! สู้เขานะ! ลุยเลย!”
เสียงใสที่ดังกังวานเรียกสายตาของแฟนบอลเกาหลีให้หันขวับมามองทันที
จากนั้นพวกเขาก็หันกลับไปมองในสนามด้วยความสงสัย
“ซูเหว่ย? ไอ้เบอร์ 22 หน้าใหม่นั่นน่ะนะ? มันเป็นใครกัน?”
ท่ามกลางความกังขาของแฟนบอลโสมขาว ซูเหว่ยได้วิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปประจำการที่ปีกขวาเรียบร้อยแล้ว
เหลือเวลาอีกราวสิบนาทีก่อนหมดครึ่งแรก
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แม้จะนำห่างถึง 2–0 แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนเกม
พวกเขาอาศัยความสามารถเฉพาะตัวที่เหนือกว่า คุมจังหวะเกมเบ็ดเสร็จและเดินหน้าบดขยี้อย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะ ซน ฮึง-มิน ที่วันนี้ฟอร์มร้อนแรงดั่งไฟป่า แม้ครึ่งแรกใกล้จบ แต่พละกำลังของเขายังเหลือล้น
ซูเหว่ยเพิ่งสัมผัสหญ้าได้ไม่ถึงสามนาที บททดสอบแรกก็พุ่งเข้าใส่ทันควัน
กองกลางเลเวอร์คูเซ่นเคาะบอลสั้น ๆ สามสี่จังหวะ ลูกฟุตบอลก็ไหลมาบรรจบที่ปลายเท้าของซน ฮึง-มิน อย่างไหลลื่น
ขุนพลห้างขายยาจับสังเกตได้ว่าเกมรับกราบขวาของเดปอร์ติโบวันนี้เปราะบาง จึงขยันป้อนบอลให้ซน ฮึง-มิน เป็นพิเศษ
ทันทีที่เห็นซน ฮึง-มิน ได้บอล ซูเหว่ยรู้ทันทีว่างานหนักมาถึงตัว ร่างกายตื่นตัวทุกขุมขน
และเป็นไปตามคาด ซน ฮึง-มิน ที่เล่นด้วยความมั่นใจมาตลอดครึ่งแรก กระชากบอลพุ่งเข้าใส่ซูเหว่ยทันที
ซูเหว่ยไม่มีลังเล เขาพุ่งเข้าประจันหน้า ทั้งสองปะทะกันที่ริมเส้นอย่างรวดเร็ว
ต้องยอมรับว่าฝีเท้าของซน ฮึง-มิน นั้นจัดจ้านสมคำร่ำลือ เพียงแค่โยกตัวหลอกแล้วแตะบอลเบา ๆ เขาก็ฉีกหนีซูเหว่ยหลุดไปได้ทันที
ซูเหว่ยสะดุ้งโหยง สบถลั่นในใจ
‘บ้าเอ๊ย! ไวเป็นบ้า!’
เขารีบกลับตัวสับฝีเท้าไล่กวดสุดชีวิต
บนอัฒจันทร์ แฟนบอลเกาหลีเห็นดาวยิงคนโปรดกระชากผ่านได้อีกครั้ง ต่างพากันโห่ร้องลั่นสนาม
“เฮ!!”
พวกเขากำลังวาดฝันว่าซน ฮึง-มิน จะพาบอลตะลุยไปสุดเส้นหลัง แล้วบรรจงจ่ายถวายพานสุดสวยเหมือนเคย
แต่แล้ว... ภาพตรงหน้ากลับทำให้ดวงตาของพวกเขาแทบถลนออกจากเบ้า
ไอ้เบอร์ 22 ที่เห็นชัด ๆ ว่าโดนโยกหลอกจนเสียหลัก กลับเร่งสปีดกวดทันในไม่กี่ก้าว วิ่งตีคู่บดไหล่ต่อไหล่กับซน ฮึง-มิน อย่างเหลือเชื่อ!
“ไอชิ! เกิดอะไรขึ้นวะนั่น?!”
แฟนบอลเกาหลีแทบไม่เชื่อสายตา ต่างจ้องมองภาพในสนามตาค้าง
ต้องรู้ก่อนว่า ทีเด็ดก้นหีบของซน ฮึง-มิน คือความเร็วระดับนรกแตก
แฟนบอลโสมขาวไม่เคยเห็นใครหน้าไหนที่โดนกระชากผ่านไปแล้ว จะสามารถกลับตัวมาวิ่งทันเขาได้อีก
แต่ไอ้เบอร์ 22 นี่มันเร็วผิดมนุษย์มนา! แฟนบอลเกาหลีถึงกับอ้าปากค้าง
ขณะที่เลี้ยงบอลด้วยความเร็วสูง ซน ฮึง-มิน ก็เหลือบเห็นเงาทะมึนของซูเหว่ยไล่กวดมาทางหางตา
เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเส้นหลัง เขาแตะบอลยาวหวังจะเปิดเข้ากลาง
แต่ช้าไป! ซูเหว่ยพุ่งสไลด์ตัวกวาดเข้ามาเสียบสกัดเต็มแรง!
พรวด!
ลูกฟุตบอลกระเด็นออกเส้นหลังทันที ส่วนซน ฮึง-มิน ที่เบรกตัวไม่ทัน สะดุดขาของซูเหว่ยเข้าอย่างจัง
โครม!
ร่างของดาวยิงเกาหลีร่วงลงไปกองกับพื้นเสียงดังสนั่น
บนอัฒจันทร์ แฟนบอลเกาหลีลุกฮือขึ้นยืนพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“ไอชิ!”
“ไอชิ!”
“ไอชิ!”
เสียงสบถด่าทอระงมไปทั่ว ขณะที่ซูเหว่ยลุกขึ้นปัดก้นหน้าตาเฉย
“ไอชิบ้านป้านนายสิไอ้งั่ง! มีชั้นยืนขวางอยู่ทั้งคน อย่าหวังว่าพวกแกจะได้ผยอง!”
เพื่อนร่วมทีมจากแดนหลังกรูกันเข้ามา ตบมือไฮไฟว์และสวมกอดซูเหว่ยด้วยความสะใจ
ทุกคนโดนซน ฮึง-มิน ปั่นป่วนจนหัวหมุนมาตลอดเกม เมื่อเห็นซูเหว่ยเอาคืนให้สาสม ต่างก็เข้ามาให้กำลังใจกันยกใหญ่
จังหวะนั้น ซน ฮึง-มิน ค่อย ๆ ยันตัวลุกจากพื้น แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ปากก็เต็มไปด้วยเศษหญ้า
ถุย!
เขาบ้วนน้ำลายทิ้งสองที ก่อนจะกราดสายตาประเมินซูเหว่ยโดยไม่รู้ตัว
‘หมอนี่คนจีน? ดูท่าทางจะมีของเหมือนกัน... แต่เทียบกับชั้นแล้ว แกยังห่างชั้นอีกเยอะ’
ซน ฮึง-มิน ไม่ได้หยิ่งผยอง แต่ตลอดหลายปีในวงการฟุตบอลเอเชีย เขาแทบไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ
การปรากฏตัวของซูเหว่ยจึงไม่ได้สร้างความหวาดหวั่นใด ๆ ในใจเขา
เพื่อนร่วมทีมตะโกนเรียกให้เขารีบไปเตะมุม
ซน ฮึง-มิน ปรายตามองซูเหว่ยอีกครั้ง ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ ไปที่มุมธงเงียบ ๆ
อาจเป็นเพราะจังหวะปะทะเมื่อครู่ยังรบกวนสมาธิ ลูกเตะมุมครั้งนี้จึงไม่ได้ลุ้นอะไรเลย บอลลอยโด่งเข้าหาประตูเกินไป ผู้รักษาประตูเดปอร์ติโบกระโดดคว้าติดมือสบาย ๆ
ทันใดนั้น บอลยาวถูกเปิดสวนกลับทันที!
ตูม!
กองกลางเดปอร์ติโบโหม่งชงต่อ แนวรุกประสานงานกันสองสามจังหวะจนได้ช่องสับไกนอกกรอบเขตโทษเลเวอร์คูเซ่น
น่าเสียดายที่ลูกยิงสุดท้ายเหินข้ามคานออกไป
แม้จะไม่ได้ประตู แต่ก็เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากแฟนบอลเดปอร์ติโบในสนาม
เสียงปรบมือนั้นมอบให้เกมรุกชุดนี้ และส่วนหนึ่ง... มอบให้กับเกมรับอันดุดันของซูเหว่ย
แฟนบอลทุกคนเห็นประจักษ์แล้วว่า การลงมาของซูเหว่ยสร้างจุดเปลี่ยนอย่างชัดเจน
ซน ฮึง-มิน ปีกจรวดทางเรียบ ต้องเจอกับงานหินเมื่อต้องดวลกับซูเหว่ย
ในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ซน ฮึง-มิน พยายามเจาะทางปีกอีกสองครั้ง
แต่เขาก็ไม่สามารถสลัดซูเหว่ยหลุดได้เลย ค่าพลังความเร็ว 100 ของซูเหว่ยทำให้เขาไม่เสียเปรียบแม้แต่น้อยในการดวลสปีด ซน ฮึง-มิน ไม่สามารถสร้างโอกาสจากริมเส้นได้อีกเลย
พริบตาเดียว เสียงนกหวีดหมดครึ่งแรกก็ดังขึ้น
ปี๊ด...!
ช่วงพักครึ่ง ในห้องแต่งตัวของเดปอร์ติโบ
ฆิเมเนซค่อนข้างพอใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมในช่วงท้ายเกม
เขาตบมือเรียกสมาธิ
“ทุกคน! ครึ่งหลังอุดเกมรับให้แน่นต่อไป จังหวะสวนกลับต้องคมกว่านี้... มาดูกันว่าเราจะทวงประตูคืนได้ไหม!”
สิบห้านาทีแห่งการพักผ่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เกมครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น
หลังจากสลับแดนและเขี่ยบอลเริ่มเล่น ซน ฮึง-มิน ก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาพยายามใช้ความเร็วเจาะทางปีกเพื่อโชว์ศักยภาพ
ทว่าวันนี้... เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่วิ่ง 100 เมตรได้ต่ำกว่าสิบวินาที จุดเด่นเรื่องความเร็วของเขากลับกลายเป็นจุดบอด
ในเชิงเทคนิค ซน ฮึง-มิน ไม่ใช่นักเตะประเภทลีลาแพรวพราวระดับปรากฏการณ์
และในแง่สรีระ เขาก็ไม่ได้เปรียบ
ซูเหว่ยที่สูง 1.85 เมตร ตัวใหญ่กว่าซน ฮึง-มิน อยู่หลายเซนติเมตร แถมยังแข็งแกร่งกว่า
เมื่อซน ฮึง-มิน เสียบอลติดต่อกันอีกสองสามครั้ง แม้แต่เพื่อนร่วมทีมเลเวอร์คูเซ่นก็เริ่มส่งบอลให้เขาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═