เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ชั้นลนลานไปหมด

บทที่ 4 ชั้นลนลานไปหมด

บทที่ 4 ชั้นลนลานไปหมด


บทที่ 4 ชั้นลนลานไปหมด

ซูเหว่ยไม่ได้ไล่กวดตามไปอีก เขาเดินไปเก็บกระเป๋าสตางค์ที่ตกอยู่ที่พื้น แล้วหันหลังเดินกลับไปหาชายชรา ก่อนจะยื่นคืนให้

ชายชรารับกระเป๋าไป จ้องมองซูเหว่ยพลางพินิจพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็ยกนิ้วโป้งให้ พร้อมรอยยิ้ม

“กราเซียส”

กราเซียส? ภาษาสเปนเหรอ?

ซูเหว่ยไม่รู้ความหมาย แต่เดาว่าคงแปลว่าขอบคุณ

ซูเหว่ยจึงฉีกยิ้มให้ชายชรา แล้วโพล่งบทพูดเท่ ๆ จากหนังจีนกำลังภายในออกไป

“เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับท่านผู้เฒ่า!”

ชายชราฟังภาษาจีนไม่ออกแน่นอน ได้แต่ยืนทำตาปริบ ๆ พยายามเดาว่าซูเหว่ยพูดอะไร

แต่ซูเหว่ยโบกมือลา แล้ววิ่งเหยาะ ๆ กลับไปหาสวี ม่านม่านเรียบร้อยแล้ว

สวี ม่านม่านยิ้มล้อเลียน

“เป็นไง พ่อพระเอก... เสร็จภารกิจกู้โลกแล้วเหรอ?”

ซูเหว่ยยักไหล่

“เห็นความไม่เป็นธรรมแล้วชักดาบเข้าช่วยเหลือ... นี่มันคุณธรรมประจำใจของลูกผู้ชายชาวจีนอยู่แล้ว!”

สวี ม่านม่านหัวเราะคิก ลักยิ้มน่ารักสองข้างปรากฏขึ้นบนแก้มใส

“โอเค ๆ พ่อวีรบุรุษ... แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ!”

ซูเหว่ยลูบท้องตัวเอง การออกแรงเมื่อครู่ทำให้เขายิ่งหิวหนักกว่าเดิม

จังหวะที่ซูเหว่ยกำลังจะก้าวเท้าเดิน เสียงที่คุ้นเคยก็ดังก้องขึ้นในหัวอีกครั้ง

“ยินดีด้วย โฮสต์ทำภารกิจย่อยสำเร็จ ช่วยเหลือชายชราได้ทันท่วงที... ภารกิจ ‘วีรกรรมผู้กล้า’ เสร็จสมบูรณ์ กำลังมอบรางวัล...”

“ได้รับสกิลสนับสนุน: พรสวรรค์ด้านภาษา”

“พรสวรรค์ด้านภาษา: ไม่ว่าภาษาใด เพียงแค่ได้ยิน คุณก็สามารถพูดโต้ตอบได้ทันที”

พรสวรรค์ด้านภาษา?!

ฟังปุ๊บพูดได้ปั๊บ... นี่มันโกงชัด ๆ!

ซูเหว่ยลิงโลดในใจทันที อุปสรรคใหญ่ที่สุดของการมาเตะบอลเมืองนอกคือกำแพงภาษา

ไม่งั้นซูเหว่ยคงไม่อุดอู้อยู่แต่ในห้องพักมาตั้งหลายวัน ป่านนี้คงใช้ส่วนสูงร้อยแปดสิบห้ากับหน้าหล่อ ๆ ไปจีบสาวสเปนมาควงแขนเล่นตั้งนานแล้ว!

ระบบราชาลูกหนังนี่มันรู้ใจจริง ๆ!

...

สวี ม่านม่านพาเขามาเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารจีน

แม้รสชาติจะไม่ต้นตำรับเป๊ะ และฝีมือพ่อครัวก็สู้พ่อเขาไม่ได้ แต่ซูเหว่ยก็โซ้ยแหลกอย่างเอร็ดอร่อย

เขาฟาดข้าวสวยไปสามถ้วยใหญ่ ๆ กวาดไก่ผัดเม็ดมะม่วง หมูผัดไข่ และหมูผัดเปรี้ยวหวานบนโต๊ะจนเกลี้ยงจาน

หลังจากอิ่มหนำสำราญ ซูเหว่ยก็รู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่

สวี ม่านม่านมองจานเปล่าที่กองพะเนินบนโต๊ะแล้วถามด้วยความประหลาดใจ

“นี่นายอดข้าวมาหลายวันแล้วเหรอ?”

ซูเหว่ยลูบคางพลางหัวเราะแหะ ๆ

“ไม่ต้องห่วง มื้อนี้ชั้นเลี้ยงเอง”

สวี ม่านม่านทำปากยื่น

“ชั้นบอกจะเลี้ยงก็ต้องเลี้ยงสิ”

เธอกำลังจะลุกไปจ่ายเงิน แต่โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ฮัลโหล นั่นใครคะ?” สวี ม่านม่านกรอกเสียงเป็นภาษาสเปน

ซูเหว่ยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับฟังออกทะลุปรุโปร่งราวกับเป็นภาษาจีน ไม่มีติดขัดแม้แต่น้อย

ในขณะที่ซูเหว่ยกำลังทึ่งกับความเทพของสกิลระบบ สิ่งที่สวี ม่านม่านพูดต่อมาก็ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่า

“ไปคัดตัวได้เหรอคะ? บ่ายนี้เลยเหรอ? เยี่ยมไปเลยค่ะ!”

สวี ม่านม่านวางสายแล้วหันมาบอกซูเหว่ยด้วยความดีใจ

“นัดคัดตัวได้แล้วนะ”

ซูเหว่ยฉีกยิ้มกว้าง

“รู้แล้วน่า... ตอนนี้ชั้นก็พูดสเปนได้แล้วนะ”

...

หลังมื้ออาหาร ทั้งคู่กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมครู่หนึ่ง

ช่วงบ่าย สวี ม่านม่านพาซูเหว่ยไปที่สนามซ้อมของเดปอร์ติโบเพื่อทดสอบฝีเท้า

แม้เดปอร์ติโบจะเป็นเพียงทีมเล็ก ๆ ในลาลิกา แต่ซูเหว่ยก็อดตื่นเต้นไม่ได้

เมื่อคิดถึงโอกาสที่จะพิชิตภารกิจหลักของระบบ ฝีเท้าของเขาก็เบาหวิวราวกับติดปีก

หลังจากทำเรื่องลงทะเบียนเสร็จ สวี ม่านม่านมีธุระด่วนต้องปลีกตัวไปสักพัก ก่อนไปเธอถามซูเหว่ยด้วยความเป็นห่วงว่าอยู่คนเดียวได้ไหม

ซูเหว่ยผ่านการคัดตัวแบบนี้ในจีนมานักต่อนัก

ตอนนี้ไม่มีกำแพงภาษาแล้ว ยิ่งไม่ใช่ปัญหา

ซูเหว่ยอารมณ์ดี โบกมืออย่างผ่าเผย

“ไปทำธุระเถอะ ชั้นเอาอยู่”

แต่สวี ม่านม่านยังวางใจไม่ลง

“นี่... ถ้ามีปัญหาอะไร โทรหาชั้นนะ เสร็จธุระแล้วชั้นจะรีบกลับมา”

ซูเหว่ยพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินอาด ๆ เข้าสู่สนามซ้อม

เมื่อมาถึง ก็พบว่ามีนักเตะเยาวชนกว่ายี่สิบคน สวมชุดกีฬาหลากสีสัน เข้าแถวรออยู่สองแถวแล้ว

ซูเหว่ยเดินเข้าไปถาม

“มาคัดตัวเหรอ?”

มีคนพยักหน้าตอบ ซูเหว่ยจึงเข้าไปต่อแถวทันที

ตอนนั้นเจ้าหน้าที่คัดตัวของเดปอร์ติโบยังมาไม่ถึง ซูเหว่ยจึงถือโอกาสกวาดสายตามองรอบ ๆ...

ในกลุ่มนี้ไม่มีคนผิวเหลืองเลยสักคน

คนผิวดำก็มีแค่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่เป็นคนขาวทั้งนั้น

“เฮ้! น้องชาย เลิกมองซ้ายมองขวาได้แล้ว เดี๋ยวฮิเมเนซก็มาแล้ว”

ชายผิวดำร่างยักษ์ข้าง ๆ ซูเหว่ยเอ่ยเตือนด้วยภาษาสเปนคล่องปรื๋อ

ซูเหว่ยเหลือบมองคนพูด... หมอนี่สูงกว่าเขาเป็นช่วงหัว น่าจะสูงอย่างน้อย 193 เซนติเมตรได้

หัวโล้นเลี่ยน บนใบหน้าดำขลับมีเพียงฟันขาวจั๊วะที่โผล่ออกมาตอนพูดเท่านั้นที่ตัดกันชัดเจน

“เอ่อ... ใครคือฮิเมเนซ?”

พี่ยักษ์ผิวดำเบิกตากว้าง มองซูเหว่ยด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“โอ้! ให้ตายเถอะ... นี่นายมาคัดตัวแต่ไม่รู้ว่าฮิเมเนซคือใครเนี่ยนะ?”

“ก็ไม่รู้จริง ๆ นี่หว่า”

ซูเหว่ยอยากจะอธิบายว่าเขาเพิ่งโดนเอเย่นต์เถื่อนหลอกมาหมาด ๆ

ความจริงทีมในฝันของเขาคือเรอัล มาดริด หรือไม่ก็บาร์ซ่าต่างหาก

ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด พี่ยักษ์ผิวดำก็ส่ายหน้า มองซูเหว่ยด้วยสายตาสงสารระคนสมเพช

สายตาแบบเดียวกับพวกเก๋าเกมที่มองเด็กใหม่ในที่ทำงานไม่มีผิด

“เฮ้อ... ฮิเมเนซก็คือหัวหน้าโค้ชคนปัจจุบันของเดปอร์ติโบไง...”

พูดไม่ทันจบประโยค จู่ ๆ พี่ยักษ์ผิวดำก็ชะงัก บุ้ยปากไปข้างหน้า แล้วยืดตัวตรงแหน็ว

ซูเหว่ยหันหน้ามองตามไป

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ด้านหน้าแถวมีกลุ่มคนปรากฏตัวขึ้น และซูเหว่ยก็จำคนตรงกลางได้แม่นยำ

ผมขาวโพลนยุ่งเหยิง รูปร่างท้วมนิด ๆ...

นั่นมันคุณตาที่เขาเจอเมื่อตอนเที่ยงไม่ใช่เหรอ?!

ขณะที่ซูเหว่ยกำลังแปลกใจ ชายชราก็เริ่มแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

“ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ลา คอรุนญา... ผมคือเอดูอาร์โด ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของที่นี่”

ที่แท้คุณตาก็เป็นผู้บริหารระดับสูงของสโมสรลาโก้นี่เอง... ซูเหว่ยถึงบางอ้อทันที

จากนั้นเอดูอาร์โดก็ผายมือแนะนำชายวัยกลางคนผมหยิกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

“และนี่คือหัวหน้าโค้ชของพวกคุณ... ฮิเมเนซ”

เทียบกับเอดูอาร์โดที่ดูใจดีแล้ว ฮิเมเนซดูเคร่งขรึมกว่ามาก

เขายืนกอดอกนิ่งไม่พูดไม่จา เมื่อเอดูอาร์โดแนะนำ ก็เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น

หลังแนะนำฮิเมเนซเสร็จ เอดูอาร์โดก็กล่าวต่อ

“ผมหวังว่าวันนี้ทุกคนจะโชว์ฟอร์มให้เต็มที่ และผ่านการคัดตัวไปได้... สโมสรลาโก้รอต้อนรับพวกคุณอยู่!”

...

หลังคำกล่าวต้อนรับสั้น ๆ การคัดตัวก็เริ่มขึ้นทันที... ซูเหว่ยคุ้นเคยดี ขั้นตอนของเดปอร์ติโบก็ไม่ต่างจากที่จีนเท่าไหร่

ด่านแรกคือการทดสอบทักษะพื้นฐาน ยกเว้นผู้รักษาประตูที่มีแบบฝึกหัดแยก ผู้เล่นตำแหน่งอื่นต้องผ่านการทดสอบมาตรฐาน เช่น การเดาะบอลเคลื่อนที่, เลี้ยงบอลอ้อมกรวย, ทุ่มบอลและรับบอล, วางบอลยาวเรียดพื้น, วางบอลยาวโด่ง และอื่น ๆ

ซูเหว่ยเคยเล่นเป็นกองกลางมาก่อน ตอนอยู่จีน ไม่ว่าจะคัดตัวทีมไหน ถ้าไม่ได้ที่หนึ่ง ก็ต้องติดหนึ่งในสองตลอด

แต่วันนี้... ผลการทดสอบของซูเหว่ยกลับได้แค่ระดับ D เท่านั้น

พอมองไปที่คนอื่น ถ้าไม่ B ก็ C... มีเจ้าเปี๊ยกคนนึงชื่อโมเรโนถึงกับได้ระดับ A!

ซูเหว่ยแอบสังเกตอยู่นาน ดูเหมือนจะมีแค่เขาคนเดียวที่ได้ D แม้แต่พี่ยักษ์ผิวดำที่ดูเทอะทะยังได้ C เลย

“ฉิบหาย... นี่เราห่วยขนาดนี้เลยเหรอวะ? ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อย่าหวังว่าจะได้เข้าเดปอร์ติโบเลย!”

ซูเหว่ยเริ่มลนลานจนทำอะไรไม่ถูก

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 4 ชั้นลนลานไปหมด

คัดลอกลิงก์แล้ว