- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 4 ชั้นลนลานไปหมด
บทที่ 4 ชั้นลนลานไปหมด
บทที่ 4 ชั้นลนลานไปหมด
บทที่ 4 ชั้นลนลานไปหมด
ซูเหว่ยไม่ได้ไล่กวดตามไปอีก เขาเดินไปเก็บกระเป๋าสตางค์ที่ตกอยู่ที่พื้น แล้วหันหลังเดินกลับไปหาชายชรา ก่อนจะยื่นคืนให้
ชายชรารับกระเป๋าไป จ้องมองซูเหว่ยพลางพินิจพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็ยกนิ้วโป้งให้ พร้อมรอยยิ้ม
“กราเซียส”
กราเซียส? ภาษาสเปนเหรอ?
ซูเหว่ยไม่รู้ความหมาย แต่เดาว่าคงแปลว่าขอบคุณ
ซูเหว่ยจึงฉีกยิ้มให้ชายชรา แล้วโพล่งบทพูดเท่ ๆ จากหนังจีนกำลังภายในออกไป
“เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับท่านผู้เฒ่า!”
ชายชราฟังภาษาจีนไม่ออกแน่นอน ได้แต่ยืนทำตาปริบ ๆ พยายามเดาว่าซูเหว่ยพูดอะไร
แต่ซูเหว่ยโบกมือลา แล้ววิ่งเหยาะ ๆ กลับไปหาสวี ม่านม่านเรียบร้อยแล้ว
สวี ม่านม่านยิ้มล้อเลียน
“เป็นไง พ่อพระเอก... เสร็จภารกิจกู้โลกแล้วเหรอ?”
ซูเหว่ยยักไหล่
“เห็นความไม่เป็นธรรมแล้วชักดาบเข้าช่วยเหลือ... นี่มันคุณธรรมประจำใจของลูกผู้ชายชาวจีนอยู่แล้ว!”
สวี ม่านม่านหัวเราะคิก ลักยิ้มน่ารักสองข้างปรากฏขึ้นบนแก้มใส
“โอเค ๆ พ่อวีรบุรุษ... แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ!”
ซูเหว่ยลูบท้องตัวเอง การออกแรงเมื่อครู่ทำให้เขายิ่งหิวหนักกว่าเดิม
จังหวะที่ซูเหว่ยกำลังจะก้าวเท้าเดิน เสียงที่คุ้นเคยก็ดังก้องขึ้นในหัวอีกครั้ง
“ยินดีด้วย โฮสต์ทำภารกิจย่อยสำเร็จ ช่วยเหลือชายชราได้ทันท่วงที... ภารกิจ ‘วีรกรรมผู้กล้า’ เสร็จสมบูรณ์ กำลังมอบรางวัล...”
“ได้รับสกิลสนับสนุน: พรสวรรค์ด้านภาษา”
“พรสวรรค์ด้านภาษา: ไม่ว่าภาษาใด เพียงแค่ได้ยิน คุณก็สามารถพูดโต้ตอบได้ทันที”
พรสวรรค์ด้านภาษา?!
ฟังปุ๊บพูดได้ปั๊บ... นี่มันโกงชัด ๆ!
ซูเหว่ยลิงโลดในใจทันที อุปสรรคใหญ่ที่สุดของการมาเตะบอลเมืองนอกคือกำแพงภาษา
ไม่งั้นซูเหว่ยคงไม่อุดอู้อยู่แต่ในห้องพักมาตั้งหลายวัน ป่านนี้คงใช้ส่วนสูงร้อยแปดสิบห้ากับหน้าหล่อ ๆ ไปจีบสาวสเปนมาควงแขนเล่นตั้งนานแล้ว!
ระบบราชาลูกหนังนี่มันรู้ใจจริง ๆ!
...
สวี ม่านม่านพาเขามาเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารจีน
แม้รสชาติจะไม่ต้นตำรับเป๊ะ และฝีมือพ่อครัวก็สู้พ่อเขาไม่ได้ แต่ซูเหว่ยก็โซ้ยแหลกอย่างเอร็ดอร่อย
เขาฟาดข้าวสวยไปสามถ้วยใหญ่ ๆ กวาดไก่ผัดเม็ดมะม่วง หมูผัดไข่ และหมูผัดเปรี้ยวหวานบนโต๊ะจนเกลี้ยงจาน
หลังจากอิ่มหนำสำราญ ซูเหว่ยก็รู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่
สวี ม่านม่านมองจานเปล่าที่กองพะเนินบนโต๊ะแล้วถามด้วยความประหลาดใจ
“นี่นายอดข้าวมาหลายวันแล้วเหรอ?”
ซูเหว่ยลูบคางพลางหัวเราะแหะ ๆ
“ไม่ต้องห่วง มื้อนี้ชั้นเลี้ยงเอง”
สวี ม่านม่านทำปากยื่น
“ชั้นบอกจะเลี้ยงก็ต้องเลี้ยงสิ”
เธอกำลังจะลุกไปจ่ายเงิน แต่โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ฮัลโหล นั่นใครคะ?” สวี ม่านม่านกรอกเสียงเป็นภาษาสเปน
ซูเหว่ยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับฟังออกทะลุปรุโปร่งราวกับเป็นภาษาจีน ไม่มีติดขัดแม้แต่น้อย
ในขณะที่ซูเหว่ยกำลังทึ่งกับความเทพของสกิลระบบ สิ่งที่สวี ม่านม่านพูดต่อมาก็ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่า
“ไปคัดตัวได้เหรอคะ? บ่ายนี้เลยเหรอ? เยี่ยมไปเลยค่ะ!”
สวี ม่านม่านวางสายแล้วหันมาบอกซูเหว่ยด้วยความดีใจ
“นัดคัดตัวได้แล้วนะ”
ซูเหว่ยฉีกยิ้มกว้าง
“รู้แล้วน่า... ตอนนี้ชั้นก็พูดสเปนได้แล้วนะ”
...
หลังมื้ออาหาร ทั้งคู่กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมครู่หนึ่ง
ช่วงบ่าย สวี ม่านม่านพาซูเหว่ยไปที่สนามซ้อมของเดปอร์ติโบเพื่อทดสอบฝีเท้า
แม้เดปอร์ติโบจะเป็นเพียงทีมเล็ก ๆ ในลาลิกา แต่ซูเหว่ยก็อดตื่นเต้นไม่ได้
เมื่อคิดถึงโอกาสที่จะพิชิตภารกิจหลักของระบบ ฝีเท้าของเขาก็เบาหวิวราวกับติดปีก
หลังจากทำเรื่องลงทะเบียนเสร็จ สวี ม่านม่านมีธุระด่วนต้องปลีกตัวไปสักพัก ก่อนไปเธอถามซูเหว่ยด้วยความเป็นห่วงว่าอยู่คนเดียวได้ไหม
ซูเหว่ยผ่านการคัดตัวแบบนี้ในจีนมานักต่อนัก
ตอนนี้ไม่มีกำแพงภาษาแล้ว ยิ่งไม่ใช่ปัญหา
ซูเหว่ยอารมณ์ดี โบกมืออย่างผ่าเผย
“ไปทำธุระเถอะ ชั้นเอาอยู่”
แต่สวี ม่านม่านยังวางใจไม่ลง
“นี่... ถ้ามีปัญหาอะไร โทรหาชั้นนะ เสร็จธุระแล้วชั้นจะรีบกลับมา”
ซูเหว่ยพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินอาด ๆ เข้าสู่สนามซ้อม
เมื่อมาถึง ก็พบว่ามีนักเตะเยาวชนกว่ายี่สิบคน สวมชุดกีฬาหลากสีสัน เข้าแถวรออยู่สองแถวแล้ว
ซูเหว่ยเดินเข้าไปถาม
“มาคัดตัวเหรอ?”
มีคนพยักหน้าตอบ ซูเหว่ยจึงเข้าไปต่อแถวทันที
ตอนนั้นเจ้าหน้าที่คัดตัวของเดปอร์ติโบยังมาไม่ถึง ซูเหว่ยจึงถือโอกาสกวาดสายตามองรอบ ๆ...
ในกลุ่มนี้ไม่มีคนผิวเหลืองเลยสักคน
คนผิวดำก็มีแค่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่เป็นคนขาวทั้งนั้น
“เฮ้! น้องชาย เลิกมองซ้ายมองขวาได้แล้ว เดี๋ยวฮิเมเนซก็มาแล้ว”
ชายผิวดำร่างยักษ์ข้าง ๆ ซูเหว่ยเอ่ยเตือนด้วยภาษาสเปนคล่องปรื๋อ
ซูเหว่ยเหลือบมองคนพูด... หมอนี่สูงกว่าเขาเป็นช่วงหัว น่าจะสูงอย่างน้อย 193 เซนติเมตรได้
หัวโล้นเลี่ยน บนใบหน้าดำขลับมีเพียงฟันขาวจั๊วะที่โผล่ออกมาตอนพูดเท่านั้นที่ตัดกันชัดเจน
“เอ่อ... ใครคือฮิเมเนซ?”
พี่ยักษ์ผิวดำเบิกตากว้าง มองซูเหว่ยด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“โอ้! ให้ตายเถอะ... นี่นายมาคัดตัวแต่ไม่รู้ว่าฮิเมเนซคือใครเนี่ยนะ?”
“ก็ไม่รู้จริง ๆ นี่หว่า”
ซูเหว่ยอยากจะอธิบายว่าเขาเพิ่งโดนเอเย่นต์เถื่อนหลอกมาหมาด ๆ
ความจริงทีมในฝันของเขาคือเรอัล มาดริด หรือไม่ก็บาร์ซ่าต่างหาก
ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด พี่ยักษ์ผิวดำก็ส่ายหน้า มองซูเหว่ยด้วยสายตาสงสารระคนสมเพช
สายตาแบบเดียวกับพวกเก๋าเกมที่มองเด็กใหม่ในที่ทำงานไม่มีผิด
“เฮ้อ... ฮิเมเนซก็คือหัวหน้าโค้ชคนปัจจุบันของเดปอร์ติโบไง...”
พูดไม่ทันจบประโยค จู่ ๆ พี่ยักษ์ผิวดำก็ชะงัก บุ้ยปากไปข้างหน้า แล้วยืดตัวตรงแหน็ว
ซูเหว่ยหันหน้ามองตามไป
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ด้านหน้าแถวมีกลุ่มคนปรากฏตัวขึ้น และซูเหว่ยก็จำคนตรงกลางได้แม่นยำ
ผมขาวโพลนยุ่งเหยิง รูปร่างท้วมนิด ๆ...
นั่นมันคุณตาที่เขาเจอเมื่อตอนเที่ยงไม่ใช่เหรอ?!
ขณะที่ซูเหว่ยกำลังแปลกใจ ชายชราก็เริ่มแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ลา คอรุนญา... ผมคือเอดูอาร์โด ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของที่นี่”
ที่แท้คุณตาก็เป็นผู้บริหารระดับสูงของสโมสรลาโก้นี่เอง... ซูเหว่ยถึงบางอ้อทันที
จากนั้นเอดูอาร์โดก็ผายมือแนะนำชายวัยกลางคนผมหยิกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“และนี่คือหัวหน้าโค้ชของพวกคุณ... ฮิเมเนซ”
เทียบกับเอดูอาร์โดที่ดูใจดีแล้ว ฮิเมเนซดูเคร่งขรึมกว่ามาก
เขายืนกอดอกนิ่งไม่พูดไม่จา เมื่อเอดูอาร์โดแนะนำ ก็เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น
หลังแนะนำฮิเมเนซเสร็จ เอดูอาร์โดก็กล่าวต่อ
“ผมหวังว่าวันนี้ทุกคนจะโชว์ฟอร์มให้เต็มที่ และผ่านการคัดตัวไปได้... สโมสรลาโก้รอต้อนรับพวกคุณอยู่!”
...
หลังคำกล่าวต้อนรับสั้น ๆ การคัดตัวก็เริ่มขึ้นทันที... ซูเหว่ยคุ้นเคยดี ขั้นตอนของเดปอร์ติโบก็ไม่ต่างจากที่จีนเท่าไหร่
ด่านแรกคือการทดสอบทักษะพื้นฐาน ยกเว้นผู้รักษาประตูที่มีแบบฝึกหัดแยก ผู้เล่นตำแหน่งอื่นต้องผ่านการทดสอบมาตรฐาน เช่น การเดาะบอลเคลื่อนที่, เลี้ยงบอลอ้อมกรวย, ทุ่มบอลและรับบอล, วางบอลยาวเรียดพื้น, วางบอลยาวโด่ง และอื่น ๆ
ซูเหว่ยเคยเล่นเป็นกองกลางมาก่อน ตอนอยู่จีน ไม่ว่าจะคัดตัวทีมไหน ถ้าไม่ได้ที่หนึ่ง ก็ต้องติดหนึ่งในสองตลอด
แต่วันนี้... ผลการทดสอบของซูเหว่ยกลับได้แค่ระดับ D เท่านั้น
พอมองไปที่คนอื่น ถ้าไม่ B ก็ C... มีเจ้าเปี๊ยกคนนึงชื่อโมเรโนถึงกับได้ระดับ A!
ซูเหว่ยแอบสังเกตอยู่นาน ดูเหมือนจะมีแค่เขาคนเดียวที่ได้ D แม้แต่พี่ยักษ์ผิวดำที่ดูเทอะทะยังได้ C เลย
“ฉิบหาย... นี่เราห่วยขนาดนี้เลยเหรอวะ? ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อย่าหวังว่าจะได้เข้าเดปอร์ติโบเลย!”
ซูเหว่ยเริ่มลนลานจนทำอะไรไม่ถูก
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═