- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 5 โบลต์บนสังเวียนลูกหนัง
บทที่ 5 โบลต์บนสังเวียนลูกหนัง
บทที่ 5 โบลต์บนสังเวียนลูกหนัง
บทที่ 5 โบลต์บนสังเวียนลูกหนัง
การทดสอบช่วงแรกสิ้นสุดลง พักเบรกสั้น ๆ สิบนาที
ซูเหว่ยนั่งแปะลงบนพื้นหญ้า ยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก สายตาเหลือบมองไปทางข้างสนามโดยสัญชาตญาณ
เอดูอาร์โดและฮิเมเนซยังคงยืนปักหลักอยู่ที่นั่น
ซูเหว่ยจ้องมองเอดูอาร์โด พลางพึมพำกับตัวเอง
“ตาลุง... เมื่อกลางวันอุตส่าห์ช่วยไว้ ช่วยกันหน่อยสิวะ ชั้นนี่มันหุ้นศักยภาพสูงเลยนะเว้ย...”
แน่นอนว่าเอดูอาร์โดไม่มีทางได้ยินเสียงในใจของซูเหว่ย
ตอนนี้เขากำลังปรึกษาหารือกับฮิเมเนซเกี่ยวกับผลการทดสอบช่วงแรก
เอดูอาร์โดถามขึ้น “เป็นไงบ้าง? มีใครเข้าตาบ้างไหม?”
ฮิเมเนซกวาดตามองรายงานที่ผู้ช่วยส่งให้ แล้วเงยหน้าขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“นอกจากเจ้าเด็กที่ชื่อโมเรโนแล้ว ที่เหลือก็งั้น ๆ ไม่เห็นมีใครโดดเด่นสักคน”
เอดูอาร์โดยิ้มบาง ๆ
“ชั้นว่าเจ้าหนุ่มจากแดนมังกรนั่นก็ใช้ได้อยู่นะ ให้เกรด D มันโหดไปหน่อยมั้ง”
ฮิเมเนซขมวดคิ้วสวนกลับ
“ต่อให้ได้ B แล้วจะมีประโยชน์อะไร? นักเตะฝีเท้าแบบนี้หาได้เกลื่อนกลาดในกลอรีลีก... ถ้าเล่นลีกรองก็พอไหว แต่ถ้าขึ้นมาลาลิกา มีแต่จะโดนบดขยี้จนเละ”
‘กลอรีลีก’ (ลีกเกียรติยศ) ที่ฮิเมเนซพูดถึง คือลีกเยาวชน U19 ที่จัดโดยสหพันธ์ฟุตบอลสเปน
นี่คือลีกเยาวชนระดับสูงสุดของสเปน และเกินครึ่งของผู้เล่นที่มาคัดตัวในวันนี้ก็มาจากลีกนี้ทั้งนั้น
แม้จะเป็นลีก U19 ระดับท็อป แต่โอกาสรอดในวงการอาชีพกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
สถิติระบุชัดเจนว่า ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของผู้เล่นจากกลอรีลีกที่จะก้าวขึ้นสู่ลาลิกาหรือเซกุนด้า ดิวิซิออนได้
ส่วนใหญ่ต้องระเห็จไปอยู่ดิวิชัน 3 หรือไม่ก็ลีกล่าง ๆ ในประเทศอื่นของยุโรป
หลายคนพออายุเกินสิบเก้าแล้วไม่มีทีมรับ ก็ต้องจำใจแขวนสตั๊ดไปทำอาชีพอื่น
เอดูอาร์โดพยักหน้ารับ
“อืม... ทักษะอาจจะไม่หวือหวา แต่เขามีของดีอยู่อย่างหนึ่ง”
“ของดี? อะไร?” ฮิเมเนซงุนงง เขาไม่เห็นจะสะดุดตาอะไรเลย
ฮิเมเนซดูการทดสอบช่วงแรกจนจบ
ในสายตาเขา ซูเหว่ยก็แค่เด็กใหม่ดาด ๆ คนหนึ่ง
“ชั้นเคยดูวิดีโอเขา... ไอ้หนูนี่วิ่งเร็วเป็นบ้า!” เอดูอาร์โดกล่าว
ฮิเมเนซนิ่งเงียบ แต่ในใจยังคลางแคลง
คนเอเชียจะเร็วได้สักแค่ไหนเชียว?
จะเร็วกว่าคริสเตียโน โรนัลโด้? หรือเร็วกว่าแกเร็ธ เบล?
ฮิเมเนซคิดว่าเอดูอาร์โดคงพูดเวอร์เกินจริง แต่ด้วยความเกรงใจผู้อาวุโส เขาจึงไม่ได้แย้งออกไป
บทสนทนาจบลงเพียงแค่นั้น
การทดสอบช่วงที่สองกำลังจะเริ่มขึ้น
...
ช่วงที่สองคือการทดสอบแบบไม่มีลูกบอล แม้แต่ผู้รักษาประตูก็ต้องเข้าร่วมด้วย
วิ่ง 100 เมตร, 60 เมตร และวิ่งกลับตัว 25 เมตร... เน้นวัดความเร็วและความคล่องตัวล้วน ๆ
ที่ลู่วิ่งข้างสนาม ผู้ช่วยโค้ชหลายคนเตรียมพร้อมพร้อมนาฬิกาจับเวลาและปืนปล่อยตัว
“ทุกคนประจำที่... เริ่มทดสอบ 100 เมตรก่อน” ผู้ช่วยโค้ชคนหนึ่งตะโกนสั่ง
สิ้นเสียงนั้น ซูเหว่ยก็ดีดตัวลุกจากพื้นหญ้า รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นจาง ๆ แทบสังเกตไม่เห็น
“หึหึ... ถึงเวลาปล่อยของถนัดสักที”
ซูเหว่ยสะบัดคอ หมุนไหล่ บิดเอว ยืดเส้นยืดสายอย่างตั้งใจ เตรียมโชว์ศักยภาพในรายการนี้ให้โลกตะลึง
การวิ่ง 100 เมตรใช้เวลาแค่สิบกว่าวินาทีต่อคน จึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนใหญ่ทำเวลาได้ประมาณสิบเอ็ดวินาที บางคนหลุดไปสิบสองวินาทีก็มี
ซูเหว่ยเป็นคนสุดท้าย ยี่สิบกว่าคนก่อนหน้าเขาวิ่งเสร็จไปอย่างรวดเร็ว
คนที่วิ่งก่อนหน้าซูเหว่ยคือ โมเรโน เจ้าของเกรด A จากรอบที่แล้ว
เจ้าหมอนี่ตัวไม่สูง แค่ราว ๆ 170 เซนติเมตร แต่กล้ามเนื้อต้นขาปูดโปน บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นสายระเบิดพลัง
และก็เป็นจริงตามคาด... 10.91 วินาที!
ทันทีที่ประกาศเวลา สนามซ้อมก็ฮือฮาขึ้นมาทันที
เทียบกับการตัดเกรด A B C D รอบที่แล้ว บางคนอาจยังคาใจว่าใช้อะไรวัด
แต่การวิ่ง 100 เมตรนี่เห็นภาพชัดเจน... ใครเจ๋ง ใครกาก รู้กันเดี๋ยวนั้น
พอผลของโมเรโนออกมา ทุกคนต่างยอมจำนน
“เชี่ยเอ๊ย... วิ่งเร็วชิบหาย!”
“จับเวลาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ 10.91... ถ้าจับมือคงกดได้แถว ๆ 10.6 แน่ ๆ”
“สุดยอด... จำได้ว่าคริสเตียโน โรนัลโด้ วิ่ง 100 เมตรได้ประมาณ 10.5 วิ นี่ก็ระบบอิเล็กทรอนิกส์นะ ถ้าจับมือคงน่ากลัวกว่านี้!”
“โมเรโนนี่ของจริงว่ะ!”
“แหงสิ... เขาติดทีมยอดเยี่ยม U19 กลอรีลีกฤดูกาลที่แล้วนะเว้ย”
“ในกลุ่มเรา หมอนี่น่าจะมีภาษีดีสุดที่จะผ่านการคัดตัวแล้วมั้ง”
...
ซูเหว่ยเอียงคอฟังเสียงซุบซิบรอบข้าง
ทันใดนั้น โค้ชก็ตะโกนเรียก
“ซู จากแดนมังกร... ตาแกแล้ว”
“มาแล้วครับ!” ซูเหว่ยรีบเดินไปที่จุดสตาร์ต
ตอนนี้ผู้เล่นคนอื่นวิ่งกันหมดแล้ว ทุกคนต่างพักเหนื่อยและจดจ้องมาที่ซูเหว่ยเป็นตาเดียว
ในฐานะคนเอเชียเพียงหนึ่งเดียวในสนาม เขาจึงตกเป็นเป้าสายตาอย่างช่วยไม่ได้
“หมอนั่นคนเกาหลีเหรอ? หรือญี่ปุ่น?”
“ดูเหมือนจะมาจากแดนมังกรนะ”
“แดนมังกร? เพิ่งเคยเห็นคนจากที่นั่นในสนามบอลยุโรปแฮะ”
“ชั้นก็เหมือนกัน...”
“นึกว่าพวกนั้นเล่นเป็นแต่ปิงปองซะอีก!”
“นั่นดิ...”
“คิดว่าหมอนั่นจะวิ่งต่ำกว่าสิบสองวิไหม?”
“พนันสิบยูโรเลยว่าไม่”
“งั้นลงยี่สิบยูโร... คนเอเชียจะเอาอะไรมาเร็ววะ?”
...
เสียงวิจารณ์ยังคงดังเซ็งแซ่ แต่ซูเหว่ยวางมือลงบนพื้น เตรียมพร้อมในท่าออกตัวแล้ว
คำสบประมาทเหล่านั้นลอยเข้าหูเขาเต็มสองรูหู
การฟังออกทุกภาษาก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป... ตอนนี้ซูเหว่ยเริ่มฉุนกึก
“บ้าเอ๊ย... ไอ้พวกปากดี เดี๋ยวพ่อจะวิ่งให้ขี้หดตดหายเลยคอยดู”
ความคิดยังไม่ทันจบดี เสียงสัญญาณก็ดังขึ้น
“ระวัง!”
“ปัง!”
เสียงปืนดังสนั่น ซูเหว่ยพุ่งทะยานออกไปราวกับเสือชีตาห์
สิบเมตร... ยี่สิบเมตร... สามสิบเมตร... ห้าสิบเมตร...
ซูเหว่ยวิ่งเร็วชนิดนรกแตก สีหน้าของผู้เล่นรอบข้างเริ่มเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง
เพียงไม่กี่วินาที จากท่าวิ่งอันปราดเปรียวของซูเหว่ย พวกเขาก็ฟันธงได้ทันที... ไอ้หมอนี่มันปีศาจนักวิ่งชัด ๆ!
ฮิเมเนซที่ยืนกอดอกอยู่ข้างสนามถึงกับสะดุ้ง
“หือ? ไอ้หนูนี่มันจรวดทางเรียบชัด ๆ!”
คลุกคลีกับวงการฟุตบอลมากว่าสามสิบปี ผ่านตานักเตะมานับไม่ถ้วน
เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าสถิติ 100 เมตรของซูเหว่ยไม่ธรรมดาแน่
ผู้ช่วยโค้ชที่เส้นชัยจ้องมองซูเหว่ยที่พุ่งเข้ามาด้วยสายตาแทบถลน เหลือบมองนาฬิกาจับเวลาอิเล็กทรอนิกส์สลับกับตัวคนวิ่ง
หกวินาที...
เจ็ดวินาที...
แปดวินาที...
เก้าวินาที...
เห็นซูเหว่ยกำลังจะพุ่งผ่านเส้นชัย เวลาบนหน้าจอยังไม่แตะสิบวินาทีด้วยซ้ำ!
“โอ้! เป็นไปไม่ได้... ไอ้หมอนี่มันเป็นนักกรีฑามาก่อนหรือเปล่าวะเนี่ย?”
ผู้ช่วยโค้ชตาเบิกกว้าง ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
ทันทีที่ซูเหว่ยพุ่งผ่านเส้นชัย ผู้ช่วยโค้ชรีบกดหยุด แล้วก้มลงดูเวลาบนหน้าจออย่างรวดเร็ว
สิบวินาทีถ้วน!
ความเร็วระดับนี้... นี่มัน ‘อูเซน โบลต์’ แห่งวงการลูกหนังชัด ๆ!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═