เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 นายใช่ ซูเหว่ย หรือเปล่า?

บทที่ 2 นายใช่ ซูเหว่ย หรือเปล่า?

บทที่ 2 นายใช่ ซูเหว่ย หรือเปล่า?


บทที่ 2 นายใช่ ซูเหว่ย หรือเปล่า?

ในวันต่อมา บ้านตระกูลซูก็วุ่นวายไปหมด

เว่ย เฟิงหัวจัดเตรียมสัมภาระสำหรับเดินทางให้ซูเหว่ย ส่วนซูเหว่ยกั๋วก็ติดต่อเอเย่นต์ จัดการจ่ายค่าธรรมเนียม และยื่นเอกสารต่าง ๆ สำหรับการเดินทาง

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปในชั่วพริบตา วันเดินทางสู่สเปนของซูเหว่ยก็มาถึง

เดิมที ซูเหว่ยกั๋วอยากจะตามไปด้วย แต่ค่าใช้จ่ายในสเปนนั้นสูงเกินไป

ถ้าเขาไปด้วย เงินห้าหมื่นหยวนก็เอาไม่อยู่แน่ ๆ

อีกทั้งเมื่อไปถึง ก็ต้องเผื่อค่ากินอยู่จิปาถะ... ด้วยสถานะทางการเงินของตระกูลซูตอนนี้ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย

แถมยังไม่รู้อีกว่าจะได้กลับเมื่อไหร่ ร้านอาหารเล็ก ๆ ที่บ้านก็ต้องปิดชั่วคราว ซึ่งนั่นก็หมายถึงการสูญเสียรายได้ก้อนโตอีก

หลังจากชั่งใจอยู่นาน ซูเหว่ยกั๋วทำได้เพียงปล่อยให้ซูเหว่ยบินเดี่ยว

ก่อนออกเดินทาง เขากำชับด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง

“ซูเหว่ย ถ้าไปถึงแล้วอย่าฝืนนะ ถ้าอยู่ได้ก็อยู่ ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านเรา!”

ซูเหว่ยยิ้มและพยักหน้า

“พ่อไม่ต้องห่วง ผมเอาตัวรอดได้สบายมาก”

เว่ย เฟิงหัวจับมือใหญ่ของซูเหว่ยไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม

“ข้างนอกมันไม่ปลอดภัยเหมือนที่บ้าน ไปถึงแล้วระวังตัวให้มาก ระเป๋าตังค์เก็บให้ดี พวกขโมยขโจรต่างชาติมันเยอะ... คราวก่อนอาสามแกไปเมืองนอกก็โดนฉกพาสปอร์ตไป”

ซูเหว่ยเช็ดน้ำตาให้แม่แล้วหัวเราะเบา ๆ

“แม่ครับ... ลูกชายแม่โตขนาดนี้แล้ว ใครจะกล้ามาล้วงกระเป๋าผม? ถ้าเจอตัว ผมจะซัดให้หน้าบวมเป็นดอกท้อเลย!”

“เจ้าลูกคนนี้... ยังจะซนไม่เลิก ไปอยู่ที่นั่นห้ามมีเรื่องเด็ดขาดนะ ถ้าแกกล้ามีเรื่องล่ะก็...”

“โอเคครับแม่ ผมไม่คุยแล้วนะ รถมาแล้ว... ต้องรีบไปสนามบิน”

ซูเหว่ยไม่อยากฟังแม่บ่นอีก จึงรีบขึ้นรถและมุ่งหน้าสู่สนามบินทันที

...

ทันทีที่ฟุตบอลโลกบราซิลปิดฉากลง ซูเหว่ยผู้พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า พร้อมสัมภาระใบโต ก็ขึ้นเครื่องมุ่งหน้าสู่กรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน

หลังจากบินยาว 14 ชั่วโมง เครื่องบินก็ลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินนานาชาติมาดริด

ทันทีที่เท้าแตะพื้น เสียงของ ‘ระบบราชาลูกหนัง’ ก็ดังขึ้นในหู

【ภารกิจหลักอัปเดต: เข้าร่วมทีมในลาลิกา】

ซูเหว่ยตื่นเต้นสุดขีด... ในใจคิดว่า ไหน ๆ ก็ได้เกิดใหม่แล้ว จะเข้าทีมลาลิกาทั้งที ต้องเป็นเรอัล มาดริดเท่านั้น!

แต่ความจริงนั้นโหดร้าย... วันแรก เอเย่นต์ส่งตาลุงอ้วนฉุหน้าตามันเยิ้มมารับเขา

ตาลุงคนนี้พาซูเหว่ยไปทิ้งไว้ที่โรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แล้วก็ขอเบอร์ติดต่อไว้

แต่หลังจากนั้น เขาก็หายหัวไปเลย

ซูเหว่ยผู้ไม่คุ้นที่ทางต้องอุดอู้อยู่ในโรงแรมรูหนูถึงสองวัน

ในขณะที่ซูเหว่ยเริ่มคิดว่าตัวเองคงเจอเอเย่นต์ต้มตุ๋นเข้าให้แล้ว เช้าวันที่สาม ตาลุงหน้ามันก็โผล่หัวมาจนได้

ซูเหว่ยยังไม่ได้ล้างหน้า แปรงฟัน หรือกินข้าวเช้า หัวสมองยังมึนงงตอนที่ถูกลุงอ้วนปลุกจากเตียง

“นี่... เสี่ยวซู การจะขอคัดตัวกับทีมในลาลิกามันยากมากนะ สองวันที่ผ่านมาเนี่ย ชั้นวิ่งเต้นจนขาขวิดไปหมดแล้ว เรอัล มาดริด, แอตเลติโก มาดริด, เกตาเฟ, ราโย บาเยกาโน... สโมสรลาลิกาในมาดริดชั้นไปมาหมดแล้ว พวกเขาดูวิดีโอการเล่นของนายแล้ว แต่ก็เงียบกริบ!”

“เอาอย่างนี้ไหม... เราลดความคาดหวังลงหน่อย หาที่ยืนให้ได้ก่อน ที่มาดริดมีสโมสรชื่อ ‘กาแล็กซี เปกาซัส’ ชั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับพวกเขา ลองไปคัดตัวดูไหม?”

ลุงอ้วนร่ายยาวเหยียด ซูเหว่ยที่ตอนแรกยังงัวเงีย พอได้ยินชื่อ ‘กาแล็กซี เปกาซัส’ ก็ตาสว่างขึ้นมาทันที

ทีมบ้าอะไรวะนั่น?

ซูเหว่ยดูบอลสเปนมาเยอะในชาติที่แล้ว แต่สาบานได้ว่าไม่เคยได้ยินชื่อสโมสรนี้มาก่อน

ไม่ต้องถามก็รู้ ทีมนี้คงไม่ใช่แม้กระทั่งทีมในเซกุนด้า ดิวิซิออน (ลีกรอง) ด้วยซ้ำ

เผลอ ๆ จะเป็นทีมดิวิชัน 3 ซะมากกว่า

ซูเหว่ยไม่ได้ดูถูกดิวิชัน 3 ตามตรรกะแล้ว ระดับการแข่งขันของดิวิชัน 3 สเปนอาจจะแข็งแกร่งกว่าไชน่าลีกวันด้วยซ้ำ

แต่เขาเป็นผู้เกิดใหม่นะเฮ้ย! แถมยังเป็นปีศาจนักวิ่งที่มีความเร็วเต็ม 100!

ยิ่งไปกว่านั้น ภารกิจของระบบคือการเข้าร่วมทีมในลาลิกา... ซูเหว่ยไม่มีทางเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับทีมเปกาซัสกระจอกงอกง่อยนี่เด็ดขาด!

ซูเหว่ยตอบกลับทันทีด้วยท่าทีแข็งกร้าว

“ผมต้องการทดสอบกับทีมลาลิกาทีมอื่น”

พอลุงอ้วนได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนทันที แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

“ถ้าอยากเล่นลาลิกาด้วยฝีเท้าแค่นี้ ก็รอไปเถอะ... รอจนรากงอก!”

พูดจบเขาก็สะบัดตูดหนีไป ทิ้งให้เวลาผ่านไปอีกสามวัน

สัปดาห์แรกในสเปนของซูเหว่ยหมดไปกับการติดแหง็กอยู่ในโรงแรมรูหนู

โชคดีที่เจ้าของโรงแรมเป็นคนใจดี ซูเหว่ยเลยรอดตายมาได้ด้วยภาษาอังกฤษงู ๆ ปลา ๆ และภาษากายอันเหลือล้น

ช่วงเวลานี้ พ่อกับแม่โทรหาเขาทุกวัน ถามไถ่ความเป็นอยู่

ซูเหว่ยกลัวพ่อแม่เป็นห่วง จึงโกหกไปว่าทุกอย่างราบรื่นดี

เมื่อเห็นว่าเอเย่นต์อ้วนหายหัวไปไม่ยอมติดต่อกลับ ซูเหว่ยก็เริ่มฉุนขาด

เขาโทรจิกวันละหลายรอบเพื่อถามเรื่องคัดตัว แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่บอกว่า ‘รอฟังข่าว’

ในที่สุด ซูเหว่ยก็ยื่นคำขาดเสียงแข็ง

“ถ้าไม่มีทีมให้คัดตัว ก็เอาเงินคืนมา ผมจะกลับบ้าน!”

ไม้แข็งของเขาได้ผลชะงัด

วันรุ่งขึ้น ลุงอ้วนไม่เพียงแต่โผล่หน้ามา แต่ยังนำตั๋วเครื่องบินมาด้วย

“เสี่ยวซู... ไปเสี่ยงดวงที่ลา คอรุนญา ดูนะ แต่ขอบอกไว้ก่อน ถ้ายังไม่สำเร็จอีก เราคงต้องลดมาตรฐานลงจริง ๆ แล้วล่ะ”

ซูเหว่ยจนปัญญา ได้แต่พยักหน้ารับ

เขามองตั๋วในมือแล้วถามด้วยความสงสัย

“ผมต้องไปคนเดียวเหรอ?”

ลุงอ้วนพยักหน้า

“ชั้นงานยุ่งมาก ปลีกตัวไปไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วง มีคนของบริษัทเรารอรับอยู่ที่นั่น”

...

หนึ่งสัปดาห์เสียเปล่าไปฟรี ๆ

ซูเหว่ยมุ่งหน้าสู่สถานีที่สองในสเปนด้วยความเสียดาย... เมืองลา คอรุนญา เมืองหลวงของจังหวัดลา คอรุนญา

ซูเหว่ยเคยได้ยินชื่อเมืองนี้

เพราะที่นี่เคยมีทีมฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่... เรอัล คลับ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา

สิ่งที่ทำให้ซูเหว่ยประทับใจที่สุดคือ ทีมนี้ในยุค 2000 ไม่เพียงแต่ล้มยักษ์อย่างเรอัล มาดริด และบาร์เซโลนา คว้าแชมป์ลาลิกามาครองได้

พวกเขายังเคยสยบ ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, บาเยิร์น และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในถ้วยแชมเปียนส์ลีก จนได้รับฉายาว่า ‘ซูเปอร์ เดปอร์’!

แต่นั่นมันเรื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อน

เดปอร์ติโบในปัจจุบันตกต่ำลงเรื่อย ๆ ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นทุกฤดูกาล กลายเป็นสมันน้อยแห่งลาลิกาไปแล้ว

ออกเดินทางจากสนามบินบาราฮาสในกรุงมาดริดตอนเช้า บินเพียงชั่วโมงเดียวก็ถึงสนามบินลา คอรุนญา ก่อนเที่ยง

ซูเหว่ยลากกระเป๋าเดินทางเดินตามฝูงชนเข้าสู่โถงผู้โดยสารขาเข้า สอดส่ายสายตามองหาคนที่มารอรับ

ทันใดนั้น เขาก็เห็นป้ายกระดาษแข็งสีขาวชูหราอยู่กลางฝูงชน บนนั้นเขียนอักษรจีนตัวเป้งสองตัว: ‘ซู สวัสดี!’

บ้าเอ๊ย... สะกดชื่อผิดอีก

ซูเหว่ยขมวดคิ้ว เพ่งมองคนถือป้าย แล้วหัวใจก็กระตุกวูบ

เขาไม่คิดเลยว่าคนมารับจะเป็นผู้หญิง... แถมยังเด็กมาก ดูแก่กว่าเขาไม่กี่ปีเองมั้ง

เธอสวมชุดกีฬาลำลอง มัดผมหางม้าดูทะมัดทะแมง ลุคเหมือนนักศึกษาสาวไม่มีผิด

เมื่อเห็นสาวน้อยนักศึกษาคนนี้ หัวใจของซูเหว่ยก็ดิ่งวูบ

คุณพระช่วย... หรือเขาจะโดนหลอกเข้าให้แล้ว?

ดูยังไงแม่สาวนักศึกษานี่ก็พึ่งพาไม่ได้ชัวร์!

ซูเหว่ยทำใจดีสู้เสือ เดินเข้าไปหาเธอ

ฝ่ายหญิงเห็นซูเหว่ยเดินเข้ามาก็ทักทายอย่างร่าเริง

“คุณคือซูเหว่ยใช่ไหมคะ?”

“อืม... ใช่” ซูเหว่ยตอบเสียงเนือย ๆ

“ฮิฮิ สวัสดีค่ะ ชั้นชื่อ สวี ม่านม่าน พี่ตงส่งวิดีโอของคุณมาให้ดูแล้ว... คุณเล่นเก่งมากเลย!” สวี ม่านม่านพูดพร้อมรอยยิ้ม

ซูเหว่ยอยากจะฝืนยิ้มตอบ แต่ทำไม่ไหว... เขารู้ดีว่าถ้ายิ้มออกไปตอนนี้ หน้าตาคงดูทุเรศกว่าร้องไห้แน่ ๆ

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 2 นายใช่ ซูเหว่ย หรือเปล่า?

คัดลอกลิงก์แล้ว