เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - ความกลัดกลุ้มของคนเป็นพ่อ

บทที่ 45 - ความกลัดกลุ้มของคนเป็นพ่อ

บทที่ 45 - ความกลัดกลุ้มของคนเป็นพ่อ


บทที่ 45 - ความกลัดกลุ้มของคนเป็นพ่อ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ ริกอราฟก็ยังคงตกลงให้ความช่วยเหลือค่ายโค้งแม่น้ำ ซึ่งในมุมมองของลีโอกับอูลียานที่เป็นฝ่ายรับผลประโยชน์ก็ยังรู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ขาดความรอบคอบอยู่ดี

"ตาเฒ่านั่นคงจะร้อนรนน่าดู"

พออัศวินโรมนคล้อยหลังไป แกนนำในหมู่บ้านก็มารวมตัวกัน น้ำลายสอไปกับรายการของช่วยเหลือไปพลาง ปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาที่กำลังจะต้องเผชิญไปพลาง

ทั้งวาเลรีช่างตีเหล็ก รูเซฟเจ้าหน้าที่เสบียง โอลิเวียคนคุมการเงิน และราชกาหัวหน้าฝ่ายเกษตรกรรมต่างก็มารวมตัวกันพร้อมหน้า

ส่วนลีโอหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครน่ะเหรอ ถูกอูลียานใช้ให้ไปเดินส่งอัศวินโรมนนู่นแล้ว

"พวกท่านอาจจะไม่รู้ว่าตอนนี้ตระกูลเปตูฮอฟมีดินแดนอัศวินอยู่สี่แห่ง เป็นของริกอราฟผู้นำตระกูลหนึ่งแห่ง ของน้องชายคนรองหนึ่งแห่ง ของลูกชายคนโตของน้องรองหนึ่งแห่ง และของน้องชายคนเล็กอีกหนึ่งแห่ง"

"ริกอราฟมีลูกชายช้า ในขณะที่ลูกชายคนโตของน้องรองอายุสามสิบเข้าไปแล้ว สองพ่อลูกนั่นนอกจากจะดูแลดินแดนอัศวินของตัวเองแล้ว เมื่อหลายปีก่อนยังเอาผลงานทางทหารไปแลกกับหนังสืออนุญาตบุกเบิกดินแดนมาได้อีก ตอนนี้พวกเขากำลังบุกเบิกที่ดินอยู่ทางใต้ของป้อมยามทิศตะวันตก เลี้ยงดูผู้คนไว้ตั้งห้าร้อยกว่าคนเชียวนะ"

"ตาเฒ่าก็คงกำลังร้อนใจเหมือนกันนั่นแหละ ถ้าวันไหนเขาเป็นอะไรไป ใครจะเป็นคนสืบทอดตระกูลเปตูฮอฟต่อล่ะ โรมน หรือว่าน้องชายคนรอง"

ระดับความเจริญทางวัฒนธรรมของแดนเหนือนั้นยังห่างชั้นกับทางใต้มาก ที่นี่ยังคงยึดถือธรรมเนียมชนเผ่าอย่างเข้มข้น กฎแห่งป่าที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้อ่อนแอต้องตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง ล้วนฝังรากลึกอยู่ในสายเลือดของทุกคน

ไม่มีใครยอมก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ ให้ตระกูลไปตลอดชีวิตเพียงเพราะตัวเองเกิดเป็นลูกคนรองหรอกนะ

ขอแค่มีโอกาส ใครบ้างจะไม่อยากก้าวขึ้นเป็นผู้นำ

ต่อให้น้องรองของตระกูลเปตูฮอฟจะไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น แต่ริกอราฟก็ยังต้องหาทางเพิ่มอำนาจให้ตัวเองเพื่อปิดปากคนอื่นอยู่ดี

วาเลรีช่างตีเหล็กและวิศวกรมือหนึ่งแห่งค่ายโค้งแม่น้ำลูบหัวโล้นของตัวเองอย่างงุนงง "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วยล่ะ"

"เรื่องแค่นี้แกยังไม่เข้าใจอีก" รูเซฟที่อยู่ข้างๆ เคาะกล้องยาสูบแล้ววิเคราะห์เป็นคุ้งเป็นแคว "ตาเฒ่านั่นคิดการใหญ่ หวังจะให้โรมนมาแต่งงานกับโอลิเวีย พออูลียานตายไป ค่ายโค้งแม่น้ำแห่งนี้ก็ต้องเปลี่ยนไปใช้ชื่อตระกูลเปตูฮอฟอยู่ดีไม่ใช่หรือไง"

อูลียานพยักหน้ารับ "ก็น่าจะประมาณนั้นแหละ มันถึงได้จัดการยากยังไงล่ะ"

พูดจบเขาก็หันไปมองโอลิเวียพร้อมกับถอนหายใจ "เอาอย่างนี้ไหม ลูกก็แต่งงานกับโรมนไปเลย เจ้านั่นเคยเป็นลูกน้องเก่าของพ่อ นิสัยใจคอเชื่อถือได้ แถมตอนนี้ก็เป็นอัศวินเต็มตัวแล้ว ลูกแต่งเข้าไปก็ได้เป็นถึงคุณนายอัศวินเลยนะ"

โอลิเวียกรอกตาบน ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำด้วย

ราชกาที่อยู่ข้างๆ หัวเราะร่วน "ลูกสาวแกมีคนในใจแล้วโว้ย แกเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จหรอก"

อูลียานแหวใส่ "ไอ้เด็กกะล่อนลีโอมันมีดีตรงไหน พ่อแม่ก็ไม่มี ดีแต่ใช้กำลัง พอมีเรื่องขึ้นมา คนแรกที่จะตายก็คือมันนั่นแหละ"

โอลิเวียทนฟังไม่ไหว "ทั้งที่รู้ว่าเขาบ้าระห่ำ พ่อก็ยังจะใช้ให้เขาไปออกรบฆ่าฟันเนี่ยนะ พ่ออยากส่งเขาไปตายหรือไง"

ว่าแล้วเธอก็เอื้อมมือไปบิดหูอูลียาน

"หยุดเดี๋ยวนี้" อูลียานตวาดลั่น ทำให้ลูกสาวชะงักไปชั่วครู่ "ที่พ่อทำก็เพื่อฝึกมันนั่นแหละ ถ้าแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ วันหน้าจะปกป้องค่ายโค้งแม่น้ำได้ยังไง"

"ถ้าไม่มีน้ำยาจริง จะตายก็ปล่อยให้ตายไปสิ"

รูเซฟรีบไกล่เกลี่ย "ลีโอตอนนี้มีความคิดความอ่านขึ้นเยอะแล้วนะ แกดูสิว่าช่วงนี้มีเรื่องไหนที่หมอนั่นจัดการแล้วไม่เรียบร้อยบ้าง"

"ความคิดความอ่านบ้าบออะไรล่ะ วันๆ เอาแต่ทำตัวเหลาะแหละไม่เอาถ่าน พอให้อำนาจเข้าหน่อยก็ทำตัวกร่างคับฟ้า ขนาดคนอื่นจะขี้มันยังตามไปสาระแนเลย"

คำด่าของอูลียานเรียกเสียงสนับสนุนได้เป็นอย่างดี ราชกาเลยถือโอกาสบ่นบ้าง "โอลิเวีย เอ็งก็ช่วยคุมหมอนั่นหน่อยสิ อย่าปล่อยให้ลีโอของเอ็งมานั่งจ้องก้นพวกผู้หญิงในหมู่บ้านทุกวันแบบนี้ เดี๋ยวหลานชายข้าก็เสียคนตามหรอก"

รูเซฟนึกถึงตอนที่ตัวเองไปนั่งยองๆ ปลดทุกข์แล้วโดนกองลูกเสือของลีโอเอาไม้จิ้มก้นขึ้นมาได้ ก็รีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที "ข้าขอถอนคำพูดก่อนหน้านี้ก็แล้วกัน"

แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องหันไปพูดกับอูลียาน "อายุอานามแกป่านนี้แล้ว รอจนได้เป็นอัศวิน จะหาแม่ใหม่ให้โอลิเวียมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกนะ แต่จะรอให้ลูกชายโตพอจะฝึกเป็นอัศวินเพื่อสืบทอดตระกูลน่ะ เกรงว่าจะไม่ทันกินเอาน่ะสิ"

"ต่อให้แกจะเหม็นขี้หน้าลีโอแค่ไหน สุดท้ายแกก็ต้องพึ่งพามันอยู่ดี เชื่อข้าเถอะ รีบๆ จัดงานแต่งให้พวกมันซะ จะได้ไม่ต้องมีปัญหาตามมาทีหลัง"

อูลียานได้ยินดังนั้น หน้าแก่ๆ ก็ยับย่นไปหมด แต่ก็เถียงไม่ออก

ตามกฎหมายของจักรวรรดิ ดินแดนอัศวินถือเป็นที่ดินศักดินาที่ท่านลอร์ดมอบให้กับอัศวินผู้จงรักภักดี เพื่อให้มั่นใจว่าอัศวินจะมีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับดูแลม้าศึกและอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกรบรับใช้ท่านลอร์ด

ซึ่งในบางกรณี ท่านลอร์ดก็มีสิทธิ์ที่จะริบที่ดินคืนได้

อย่างเช่นในกรณีที่อัศวินผู้ได้รับบรรดาศักดิ์ก่อกบฏหรือกระทำความผิดทางอาญา

หรือในกรณีที่ไร้ทายาทสืบสกุล หรือทายาทอ่อนแอจนไม่สามารถแบกรับภาระหน้าที่ของอัศวินได้ เช่น การตอบรับการเกณฑ์ทหาร การรับราชการทหาร เป็นต้น

ดังนั้นหากต้องการให้แน่ใจว่าจะสามารถสืบทอดดินแดนต่อไปได้ ก็ต้องมั่นใจว่าทายาทของตนมีความสามารถโดดเด่นพอ และวิธีที่ปลอดภัยที่สุดก็คือการผลักดันให้ทายาทคนนั้นได้เป็นอัศวิน

เพราะตามหลักการแล้ว การทำเช่นนี้ก็เปรียบเสมือนการที่ท่านลอร์ดริบที่ดินคืนจากอัศวินคนก่อน แล้วนำไปมอบให้กับอัศวินที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่และยังไม่มีที่ดินศักดินานั่นเอง

หากไม่มีตำแหน่งอัศวินแต่ต้องการสืบทอดที่ดินต่อ ก็จะต้องจ่ายภาษีมรดกที่ดินในราคาที่สูงลิ่ว

หรือถ้าโชคร้ายหน่อย ที่ดินก็อาจจะถูกท่านลอร์ดริบกลับไป แล้วนำไปมอบให้กับอัศวินคนอื่นแทน

สำหรับสามัญชนที่ไต่เต้าขึ้นมาโดยไม่มีเส้นสายอย่างอูลียาน การจะส่งมอบดินแดนบุกเบิกให้คนรุ่นหลังท่ามกลางคู่แข่งที่จ้องตาเป็นมัน ย่อมเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างถึงที่สุด

หากให้เขาเป็นคนตัดสินใจ อูลียานยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับอัศวินโรมนที่มีทั้งชาติตระกูลและความสามารถเพียบพร้อมยังจะดีกว่า

ส่วนเรื่องที่ว่าหลังจากเขาตายไปแล้ว ค่ายโค้งแม่น้ำจะตกเป็นของใคร มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขาแล้ว

แต่รู้อยู่เต็มอกว่าลูกสาวตัวดีเทใจให้ลีโอไปหมดแล้ว ขืนจะไปบังคับใจก็คงไม่สำเร็จ

หากไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งกับโรมน แต่ก็ยังอยากรักษาสิทธิ์ครอบครองค่ายโค้งแม่น้ำเอาไว้ เขาก็ต้องปั้นอัศวินขึ้นมาเองสักคน

พอคิดว่าจะต้องยกลูกสาวสุดที่รักไปให้ไอ้เด็กเปรตตัวนั้นย่ำยี อูลียานก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก

เขาเต็มใจที่จะดูแลลีโอเหมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง แต่เขาก็อยากให้โอลิเวียมีชีวิตครอบครัวที่ดีกว่านี้

วาเลรีไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้น เขามองใบรายการที่ตัวเองอ่านไม่ออกด้วยความลำบากใจ "แล้วตกลงความช่วยเหลือครั้งนี้ พวกเราจะรับไว้ดีไหม"

เมื่อครู่โอลิเวียเพิ่งจะอ่านให้พวกเขาฟังไปรอบหนึ่ง แค่เสบียงลอตแรกที่ระบุไว้ในนั้น ก็มากพอที่จะทำให้โรงตีเหล็กของเขาเปิดทำการได้แล้ว

เตาหลอมของเขาผ่านการปรับปรุงมาแล้วถึงสองครั้ง จนสามารถหลอมน้ำเหล็กและเริ่มผลิตแท่งเหล็กดิบได้สำเร็จ

แต่สภาพของค่ายโค้งแม่น้ำนั้นแร้นแค้นเกินไป แม้แต่ทั่งตีเหล็กเพียงอันเดียวก็ยังต้องไปแบกมาจากหุบเขามนุษย์หัวสุนัข หากต้องการจะผลิตเครื่องมือการเกษตร ก็ยังต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์อีกมาก

"ของข้าก็จะเอา ลูกสาวข้าก็ไม่ให้" อูลียานตัดสินใจเด็ดขาด

"พรุ่งนี้ข้าจะไปเมืองอีเซนโบลสักรอบ จะไปคุยกับริกอราฟให้รู้เรื่อง พยายามไม่ให้เสียน้ำใจกันทั้งสองฝ่าย"

สาเหตุที่เขาพยายามพูดดักคอโรมนตลอดทั้งคืนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเอ่ยเงื่อนไขออกมาได้ ก็เพราะต้องการจะไปเจรจาด้วยตัวเองนี่แหละ

ตราบใดที่ยังไม่เอ่ยเงื่อนไขออกมาก็ยังคุยกันง่าย แต่ถ้าขืนปล่อยให้อีกฝ่ายพูดออกมาแล้วปฏิเสธไปตรงๆ มันจะทำให้มองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ

แม้คนทั้งสามร้อยคนจะหลบเข้ามาอยู่ในป่ารกร้างจนดูเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ความเสี่ยงที่ค่ายโค้งแม่น้ำจะรับมือไม่ไหวที่สุด ก็ยังคงมาจากสังคมมนุษย์อยู่ดี

รูเซฟพยักหน้าเห็นด้วย "ต้องเอาแบบนั้นแหละ ยิ่งตอนนี้พวกเราก็พอจะตั้งตัวได้บ้างแล้ว ต่อให้ตกลงกันไม่ได้แล้วต้องทิ้งของพวกนี้ไป พวกเราก็ยังพอจะเอาชีวิตรอดกันได้ แต่จะปล่อยให้ความสัมพันธ์ต้องร้าวฉานไม่ได้เด็ดขาด"

เพิ่งจะปรึกษากันเสร็จ ลีโอก็เดินเข้ามาจากข้างนอกพร้อมกับถามเสียงดัง "คุยอะไรกันอยู่เนี่ย ไม่หลับไม่นอนกันหรือไง"

ทุกคนหันไปมองเขาด้วยหางตา ไม่มีใครทำหน้าสบอารมณ์เลยสักคน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 45 - ความกลัดกลุ้มของคนเป็นพ่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว