- หน้าแรก
- พลิกชะตาแดนเถื่อนสร้างอาณาจักรใหม่ด้วยความรู้ยุค 5G
- บทที่ 28 - วิธีใช้งานมาร์มอตที่ถูกต้อง
บทที่ 28 - วิธีใช้งานมาร์มอตที่ถูกต้อง
บทที่ 28 - วิธีใช้งานมาร์มอตที่ถูกต้อง
บทที่ 28 - วิธีใช้งานมาร์มอตที่ถูกต้อง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ลีโอพามาร์มอตยักษ์ออกจากค่าย เดินไปจนถึงใต้เนินดินทางตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรโค้งแม่น้ำ
ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการขุดคลอง อีกด้านหนึ่งของเนินดินที่ห่างออกไปห้าหกเมตรก็คือต้นน้ำของแม่น้ำอันเซโน เมื่อใดที่คลองสายนี้สร้างเสร็จ ขอเพียงขุดทะลุเนินดินตรงนี้ น้ำในแม่น้ำก็จะไหลบ่าลงมาพาดผ่านคาบสมุทรและคอยหล่อเลี้ยงพื้นที่เพาะปลูกนับพันเอเคอร์บนคาบสมุทรแห่งนี้
ตอนนี้มีคลองยาวกว่าห้าร้อยเมตรปรากฏให้เห็นอยู่ใต้เนินดินแล้ว
มันเป็นคลองรูปสี่เหลี่ยมคางหมูหัวกลับที่ด้านบนกว้างประมาณสองเมตร ด้านล่างกว้างหนึ่งเมตร และมีความลึกราวๆ สองเมตร
เนื่องจากพื้นที่บนคาบสมุทรโค้งแม่น้ำไม่ได้มีความสูงต่ำต่างกันมากนัก การขุดคลองจึงค่อนข้างสะดวก จุดที่พื้นดินสูงก็ขุดลึกลงไปแค่สามเมตร ส่วนจุดที่พื้นดินต่ำก็ขุดแค่เมตรเดียว จากนั้นก็นำดินที่ขุดได้มาถมเป็นคันคลองให้สูงขึ้น
หากคลองตามแผนของอูลียานสายนี้สร้างเสร็จ มันจะเชื่อมต่อต้นน้ำและปลายน้ำของโค้งแม่น้ำเข้าด้วยกัน ตัดแบ่งคาบสมุทรโค้งแม่น้ำออกเป็นเกาะแห่งหนึ่ง
และหากพวกเขาหมั่นขุดคลองให้ลึกขึ้น เสริมคันดินให้สูงขึ้นทุกวัน กระทั่งสร้างกำแพงกั้นริมคลองขึ้นมา คาบสมุทรโค้งแม่น้ำทั้งผืนก็จะกลายเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง
เพียงแค่จัดคนลาดตระเวนสักสองสามคน ชาวบ้านก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีสัตว์ป่าในป่าทึบบุกเข้ามาทำร้ายคนในหมู่บ้าน หรือมาทำลายพืชผลที่ปลูกไว้อีกต่อไป
ทว่าปริมาณงานก่อสร้างระดับนี้ก็ยังดูเกินจริงไปหน่อยสำหรับจำนวนประชากรในปัจจุบัน นี่คือแผนงานที่อูลียานเคยวางไว้ตอนที่คิดว่าจะมีคนอพยพมาด้วยหนึ่งพันคน
ดังนั้นในระยะแรก อูลียานจึงต้องการแค่ขุดคลองยาวสองกิโลเมตรเพื่อเชื่อมต่อกับทะเลสาบเล็กๆ กลางคาบสมุทร และระบายน้ำส่วนเกินออกจากพื้นที่ลุ่มน้ำขังทางตอนเหนือที่เพิ่งบุกเบิกใหม่เท่านั้น
ดินบนคาบสมุทรค่อนข้างร่วนซุย แม้ว่าคลองส่วนใหญ่จะใช้แค่ดินเหนียวสีเหลืองอัดให้แน่นก็พอ แต่ก็มีบางช่วงที่ดินเป็นทรายร่วนซุย พอน้ำไหลผ่านก็พังทลายลงมา จึงต้องใช้หินกรวดและกิ่งไม้มาช่วยค้ำยัน
ด้วยเหตุนี้ความเร็วในการสร้างคลองจึงไม่เป็นไปตามเป้าหมายนัก ทีมก่อสร้างห้าสิบชีวิตต้องทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ แต่ก็เพิ่งขุดไปได้แค่ห้าร้อยเมตรเท่านั้น
ถ้าที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีมาตรฐานสักหน่อย และตัวเขาเป็นลอร์ดขุนนางที่มีเงินถุงเงินถัง ลีโอก็คงเริ่มวิจัยสูตรผสมปูนซีเมนต์ไปแล้ว แต่ที่โค้งแม่น้ำแห่งนี้ ทั้งหมู่บ้านไม่มีช่างฝีมือดีๆ เลยสักคน ทุกอย่างว่างเปล่าและยากจนข้นแค้น การจะทำอะไรก็ต้องถูไถแก้ขัดกันไปก่อนทั้งนั้น
"เห็นไหม เธอช่วยขุดต่อจากตรงนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงตีนเขาฝั่งนู้นได้หรือเปล่า" ลีโอพาเฟรยามาที่ปลายคลองแล้วชี้ไปยังตีนเขาที่อยู่ไกลออกไป
"ขุดหลุมเหรอ เรื่องนี้ฉันเก่งที่สุดเลยนะ!"
เฟรยาลองตะกุยดินดูสองสามที จากนั้นก็เงยหน้ามองลีโอเพื่อความแน่ใจว่าจะไม่โดนด่าอีก
"เอาเลย ลุยเลย!" ลีโอพูดให้กำลังใจ
พอได้ยินแบบนั้นเฟรยาก็เบาใจ เธอทิ้งตัวหมอบลงกับพื้นทันที กรงเล็บหน้าทั้งสองข้างเริ่มตะกุยดินตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียวที่แห้งแข็งหรือดินทรายที่ร่วนซุย เมื่ออยู่ต่อหน้ากรงเล็บอันแหลมคมของเธอก็ดูไม่ต่างอะไรกับแผ่นโฟม มันถูกเธอตะกุยออกอย่างง่ายดาย แล้วก็ถูกเท้าหลังถีบส่งไปกองอยู่ข้างหลังพุงอ้วนๆ ของเธอ
คลองสายนี้ขยายความยาวออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ลีโอยืนมองอยู่บนฝั่งด้วยรอยยิ้มเบิกบาน นี่มันศัตรูพืชที่ไหนกัน นี่มันรถขุดดินชัดๆ!
นี่แหละคือวิธีใช้งานมาร์มอตที่ถูกต้องที่สุด!
ฉันอยู่ในยุคกลางแต่กลับมีรถขุดดินประจำตัวเนี่ยนะ!
ถ้าจะให้พูดให้ถูก เฟรยาดูเหมือนรถเกี่ยวข้าวมากกว่า กรงเล็บทั้งสี่ตะกุยจนเห็นเป็นภาพติดตา ดินและหินตะกอนที่แข็งกระด้างค่อยๆ หายไปจากเบื้องหน้าของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็นเศษดินกระเด็นออกมาจากด้านหลัง
ขุด ขุด ขุด!
มีความสุขจังเลย!
เฟรยาขุดไปแลบลิ้นห้อยไป หน้าตาสนุกสนานบิดเบี้ยวไปหมด ดูเหมือนสุนัขฮัสกี้ที่กำลังปลดปล่อยสัญชาตญาณความบ้าคลั่งไม่มีผิด
พอชาวบ้านที่รับหน้าที่ขุดคลองเดินมาถึง เฟรยาก็ขุดนำหน้าไปหลายสิบเมตรแล้ว
ทุกคนได้แต่ยืนอ้าปากค้างมองดูสัตว์ยักษ์รูปร่างคล้ายหมีที่โผล่มาให้เห็นแค่ขนสีดำแผ่นหลังวิ่งตะลุยอยู่ในคลอง พร้อมกับเศษดินที่กระเด็นไกลเป็นสิบเมตรลอยมาตบหน้าพวกเขาดังป้าบๆ
พวกเขาทั้งห้าสิบคนรวมพลังสามัคคีแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ ทั้งขุดทั้งสกัด แต่ความคืบหน้าของงานยังสู้มาร์มอตตัวนี้ไม่ได้เลย!
"มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่ รีบขยับสิ!" อูลียานที่เดินตามมาได้สติเป็นคนแรก เขารีบตะโกนสั่งการพวกชายหนุ่มให้รีบตามไปขนดินส่วนเกินออกมาและทำคันคลองให้แน่นหนา เพื่อรักษาสภาพผลงานของมาร์มอตเอาไว้ก่อนที่น้ำบาดาลอันเย็นเฉียบจะซึมออกมา
เมื่อคืนเขายังคิดหาวิธีไล่ดรูอิดกินจุนี่ไปให้พ้นๆ อยู่เลย แต่มาวันนี้เขาอยากจะเพิ่มมื้อพิเศษให้เธอสุดๆ!
อูลียานมองดูบรรยากาศการทำงานอันร้อนแรงด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเอามือไพล่หลังเดินเข้าไปหาลีโอพลางหัวเราะถาม "ไอ้หนู ไปได้หนูดินตัวนี้มาจากไหนเนี่ย ทำงานเก่งใช้ได้เลยนี่!"
"หมียักษ์ครับ ดรูอิดร่างหมียักษ์ต่างหากล่ะ!" ลีโอแก้ต่างอย่างจริงจัง
"ใช่ๆๆ หมียักษ์ก็หมียักษ์!" อูลียานพยักหน้ารับรัวๆ
ขอแค่ทำงานได้ ต่อให้บอกว่าเป็นโตโตโร่เขาก็ยอมรับทั้งนั้นแหละ!
ลีโอเล่าเหตุการณ์ตอนที่เขาเจอเฟรยาให้ฟัง พร้อมกับอธิบายรูปร่างหน้าตา เครื่องประดับ และอาวุธยุทโธปกรณ์ของพวกมนุษย์หมูป่าอย่างละเอียดละออ
อย่ามองว่าอูลียานทำตัวเหมือนตาแก่บ้านนอกเชียวนะ อดีตเขาเคยเป็นทหารสอดแนมชั้นยอดที่ประจำการอยู่ในป้อมยามกลางป่ามาถึงห้าปี เขารู้จักวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของพวกต่างเผ่าพันธุ์หลายเผ่าเป็นอย่างดี
เพียงแค่ฟังจากคำอธิบายของลีโอ อูลียานก็สามารถประเมินระดับกำลังรบและระดับอารยธรรมของเผ่ามนุษย์หมูป่ากลุ่มนี้ได้คร่าวๆ แล้ว
ดังนั้นยิ่งลีโอให้รายละเอียดมากเท่าไหร่ ข้อมูลที่อูลียานได้รับก็ยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากฟังรายงานของลีโอจบ ตอนแรกอูลียานก็แสร้งทำสีหน้า "ทุกอย่างอยู่ในความควบคุม" ตามสัญชาตญาณ แต่พอเห็นว่าไม่มีใครสังเกต เขาก็แอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าที่หนักอึ้งขึ้นมานิดหน่อย
"ค่อนข้างรับมือยากเลยล่ะ พวกนี้ไม่เหมือนมนุษย์หัวสุนัขนะ!"
ลีโอถามอย่างไม่ยอมแพ้ว่า "จะรับมือยากสักแค่ไหนกันเชียว"
"ลำพังแค่พวกเราคงเคี้ยวไม่ลงหรอก"
เมื่อเห็นชาวบ้านเริ่มเดินเข้ามาใกล้ ทั้งสองคนก็หยุดคุยเรื่องนี้ และหันไปมองน้ำตกใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปโดยไม่ได้นัดหมาย
เมื่อมีรถขุดดินเพิ่มเข้ามา ความคืบหน้าของการขุดคลองก็รวดเร็วราวกับติดปีก กระทั่งชาวบ้านห้าสิบคนที่รับหน้าที่ขนดินและสร้างคันคลองก็ยังแทบจะทำงานตามจังหวะของเฟรยาไม่ทัน
แต่รถขุดดินคันนี้มีอารมณ์ศิลปินไปหน่อย พอขุดไปเจอรากไม้ก็ต้องแทะชิมรสดูสักหน่อย พอขุดไปเจอหินสวยๆ ก็ต้องเอามาประคองเล่นอยู่พักหนึ่ง
กระทั่งขุดไปขุดมาก็ทิ้งตัวนอนแหมะไปดื้อๆ พอลีโอเดินเข้าไปดูก็พบว่าเธอเอาตัวหมกอยู่ในโคลนและนอนกรนเสียงดังซะแล้ว
แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ ก็ต้องคอยเอาของอร่อยๆ มาหลอกล่อน่ะสิ
เพียงแค่เช้าวันเดียว ลีโอก็เอาเสบียงทั้งหมดในค่ายไปสัญญายกให้เฟรยาหมดแล้ว
ขุดไปเรื่อยๆ จนถึงตีนเขา บริเวณนี้มีแนวสันเขาหินยื่นออกมาจากภูเขาหินเล็กๆ มันทอดยาวเข้ามาในคาบสมุทรหลายร้อยเมตรและขวางทางคลองเอาไว้พอดี
ลีโอกำลังจะเดินเข้าไปอธิบายงานขั้นต่อไปให้เฟรยาฟัง ตามแผนของอูลียาน เมื่อขุดคลองมาถึงตรงนี้ก็ต้องเปลี่ยนทิศทางไปตามแนวสันเขา เลาะตีนเขาอ้อมไปทางตะวันออกเป็นวงกว้าง แล้วค่อยไหลไปรวมกับทะเลสาบเล็กๆ ทางทิศใต้ของสันเขา
แน่นอนว่าวิธีนี้จะเพิ่มระยะทางของคลองอีกมาก แต่ทีมผู้บุกเบิกในตอนนี้ยังไม่มีความสามารถในการเจาะภูเขาหิน การจะขุดทะลุสันเขานี้เพื่อสร้างอุโมงค์หินจึงไม่ใช่ความคิดที่มีเหตุผลเอาเสียเลย
แต่ใครจะไปคิดว่ามาร์มอตที่กำลังขุดดินอย่างเมามัน พอมาถึงหน้ากำแพงหินกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย เธอเกาะอยู่บนหน้าผาหินแล้วใช้กรงเล็บวาดเป็นวงกลมอย่างงุ่มง่าม จากนั้นก็ใช้กรงเล็บทั้งสองข้างกระแทกเข้าไปตามรอยแยกของวงกลมนั้นเบาๆ
กำแพงหินที่แข็งแกร่งเมื่ออยู่ใต้กรงเล็บของเธอกลับเปราะบางราวกับข้าวเกรียบ หินตรงกลางวงกลมแตกออกภายใต้แรงบีบมหาศาล เศษหินก้อนใหญ่ร่วงกราวลงมา พริบตาเดียวก็เกิดเป็นรูกลมขนาดเท่ากะละมัง
เฟรยาอาศัยรูนี้ขยายความกว้างและความลึกออกไปเรื่อยๆ ไม่ถึงห้านาที หัวของเธอก็มุดเข้าไปในกำแพงหินได้แล้ว
นี่มันเครื่องเจาะอุโมงค์ไร้เทียมทานชัดๆ!
ลีโออิจฉาตาร้อนขึ้นมาทันที
[จบแล้ว]