- หน้าแรก
- พลิกชะตาแดนเถื่อนสร้างอาณาจักรใหม่ด้วยความรู้ยุค 5G
- บทที่ 24 - มาร์มอตกรีดร้อง
บทที่ 24 - มาร์มอตกรีดร้อง
บทที่ 24 - มาร์มอตกรีดร้อง
บทที่ 24 - มาร์มอตกรีดร้อง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"น่าเสียดายที่ไม่ได้ทักทายหรือถามไถ่ว่ากินข้าวหรือยังเลย"
ลีโอมองตามอีกฝ่ายเดินจากไป เขาไม่มีความคิดที่จะเสี่ยงตามไปเลย เขายืนอยู่กับที่ครู่หนึ่งแล้วหันหลังเดินกลับทางเดิมด้วยความเสียดาย ยุติการลาดตระเวนของวันนี้ลง
ก็เหมือนกับเสือร้ายที่ถูกหมาป่าโดดเดี่ยวบุกรุกอาณาเขต ไม่จำเป็นต้องพูดจาสื่อสารอะไรกัน เพียงแค่ปรายตาเย็นชาครั้งเดียวก็สามารถถ่ายทอดเจตนารมณ์ของตัวเองได้อย่างชัดเจนแล้ว
ในฐานะเจ้าของอาณาเขตแห่งนี้ นักล่าคนเถื่อนที่แผ่กลิ่นอายของสัตว์ร้ายก็ใช้เพียงแค่สายตาเพื่อบอกความต้องการของตัวเองให้ลีโอรับรู้เช่นกัน
มาได้แค่นี้แหละ
ครั้งหน้าจะไม่เกรงใจแบบนี้แล้วนะ
ลีโอไม่คิดจะยั่วโมโหอีกฝ่ายหรอกนะ เขาที่เติบโตมาแบบครึ่งคนป่ามีสัญชาตญาณที่คนทั่วไปเทียบไม่ติด ยิ่งสัมผัสได้ถึงความอันตรายของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
ท่ามกลางป่าทึบและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของทุ่งล่าหมาป่านั้นเต็มไปด้วยพวกต่างเผ่าพันธุ์และสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ กระทั่งมีสัตว์วิเศษปรากฏตัวด้วย เผ่าคนเถื่อนที่สามารถเอาชีวิตรอดในนั้นได้ย่อมต้องมีกำลังรบที่มากพอ
คนเถื่อนในเผ่าล้วนเป็นนักล่าแห่งป่าที่โจมตีได้ทั้งระยะใกล้และระยะไกล คนที่กล้าออกมาลาดตระเวนตามลำพังแบบนี้ยิ่งต้องเป็นหัวกะทิในหมู่หัวกะทิแน่นอน
ไม่ต้องพูดถึงอะไรอื่น แค่ธนูไม้ยิวป่าขนาดยาวสองเมตรบนหลังเขากับลูกธนูหนักขนาดเท่านิ้วมือ นั่นก็เป็นอาวุธที่สามารถยิงหมีสีน้ำตาลให้ตายได้แล้ว
แม้โล่ไม้โอ๊กหุ้มหนังที่ลีโอขโมยมาจากอูลียานจะหนาถึงหนึ่งนิ้ว อีกทั้งความประณีตและพลังป้องกันก็ไปถึงมาตรฐานของอุปกรณ์ทหารราบรักษาพระองค์ของจักรวรรดิแล้ว แต่มันก็ไม่อาจต้านทานการยิงระยะประชิดจากธนูแรงสูงและลูกธนูหนักแบบนี้ได้
ช่วงหลายวันต่อมา นอกจากเวลาฝึกทหารอาสาสมัครแล้ว เวลาที่เหลือลีโอก็จะออกลาดตระเวนตามแนวแม่น้ำขึ้นไปทางต้นน้ำ ทำความคุ้นเคยกับภูมิประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้พวกต่างเผ่าพันธุ์หรือสัตว์ป่าบุกโจมตีค่าย แต่เขาไม่เคยก้าวข้ามโขดหินยักษ์ที่นักล่าคนเถื่อนเคยปรากฏตัวเลย เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนธนูเสียบเอาดื้อๆ
เมื่อขอบเขตการลาดตระเวนขยายออกไปเรื่อยๆ รอยเท้าของลีโอก็ค่อยๆ ลึกเข้าไปในป่าทึบฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ
สภาพแวดล้อมที่นี่ซับซ้อนกว่าบริเวณดินแดนโค้งแม่น้ำมาก ไม่เพียงแต่มีสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น รอยเท้าบางอย่างที่ลีโอไม่เคยเห็นมาก่อนก็เริ่มปรากฏให้เห็นเช่นกัน
"นี่น่าจะเป็นหมูป่ามั้ง หมูป่ามีฝ่าเท้าด้วยเหรอ คนป่ากำลังวิ่งไล่หมูป่าหรือไงนะ"
ลีโอนั่งยองๆ มองดูรอยเท้าลึกๆ บนดินปนซากพืชที่อ่อนนุ่มในป่า พลางพึมพำกับตัวเองและจดจำมันเอาไว้
เขาไม่เคยเห็นก็ไม่เป็นไร ที่บ้านยังมีอูลียานผู้มีความรู้กว้างขวางอยู่ กลับไปวาดรูปให้ดูแล้วค่อยถามทีละอย่างก็สิ้นเรื่อง
"แล้วนี่อะไรอีกล่ะ" ลีโอที่สะกดรอยตามรอยเท้ามาตลอดทางด้วยความระแวดระวัง ชะงักกึกอยู่ตรงหน้ารอยกรงเล็บขนาดมหึมา
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือรอยกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกับฝ่ามือของมนุษย์แต่มีกรงเล็บแหลมคม เมื่อรวมความยาวทั้งหมดแล้วยาวถึงหนึ่งฟุต ดูน่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง
ลีโอหยุดเดินอย่างชาญฉลาดและเตรียมตัวกลับค่ายไปแจ้งให้อูลียานทราบ
อย่าเห็นว่าเขาร่างกายกำยำล่ำสัน ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี และทุบตีทหารอาสาสมัครใต้บังคับบัญชาได้สบายๆ เหมือนตีลูกตัวเอง อันที่จริงเมื่ออยู่ในป่า ในสถานการณ์ที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ เขาก็อาจจะสู้หมีสีน้ำตาลที่โตเต็มวัยไม่ได้ด้วยซ้ำ
สิ่งมีชีวิตปริศนาที่แค่เห็นรอยเท้าก็น่ากลัวกว่าหมีหิมะแล้วแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ลีโอจะไปตอแยได้ ทำได้แค่กลับไปตามคนมาช่วย แล้วค่อยหาทางไล่มันไป
พอหันหลังกลับ ลีโอก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่พื้นดิน เสียงต้นไม้สั่นไหวดังมาจากป่าไกลๆ
ลีโอปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ทันทีโดยไม่ลังเล เขาปีนขึ้นไปสูงกว่าสิบเมตรถึงได้มองลงมา
ขณะที่พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแม้แต่ต้นสนขนาดสองคนโอบก็เริ่มสั่นไหว สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาตัวหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากป่า
มันเป็นหมียักษ์สีน้ำตาลเหลืองที่มีความยาวกว่าสามเมตร รูปร่างหน้าตาคุ้นตาแต่ก็ดูประหลาด มันวิ่งโซเซผ่านใต้ต้นไม้ไป เพียงแค่ก้นหนาๆ ของมันเฉียดเข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่ลีโอเกาะอยู่ ต้นไม้ทั้งต้นก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแทบจะเหวี่ยงลีโอตกลงมา
ด้านหลังของมันมีหมูป่าเขาเดี่ยวสี่ตัวที่มีเขาเดี่ยวเหมือนแรดงอกอยู่บนหัวกำลังวิ่งไล่กวดอย่างเอาเป็นเอาตายพลางส่งเสียง "ฮึดฮัด ฮึดฮัด" ออกมา
"แกก็หันกลับไปสู้กับมันสิวะ หมูป่าสี่ตัวรวมกันยังหนักไม่เท่าแกเลย!"
ลีโอมองดูพวกมันวิ่งผ่านใต้เท้าไปก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกจนคำพูด แม้หมูป่าเขาเดี่ยวสี่ตัวที่เหมือนลูกแรดจะมีขนาดตัวใหญ่กว่าหมูป่าในความทรงจำของเขามาก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหมียักษ์ตัวเท่ารถตู้พวกนี้ พวกมันก็ยังดูเหมือนลูกหมูตัวน้อยที่วิ่งตามก้นแม่หมูอยู่ดี
ลีโอไม่เข้าใจเลยว่าหมียักษ์ตัวนี้กำลังกลัวอะไรอยู่
เขาอยู่บนต้นไม้ต่ออีกหนึ่งนาที รอจนพวกสัตว์ป่าวิ่งไปไกลแล้ว ลีโอก็เห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่กำยำล่ำสันสี่ตัววิ่งตามมา พวกมันรีบร้อนสะกดรอยตามรอยเท้าของหมียักษ์ไป
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบถึงร้อยแปดสิบเซนติเมตร รูปร่างบึกบึนมากและดูหลังค่อมเล็กน้อย ผิวหนังที่โผล่พ้นชุดเกราะหนังสัตว์ที่ทำอย่างลวกๆ ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยขนสีดำที่สั้นและหยิกงอ บนหัวและกลางหลังมีขนแข็งตั้งชันราวกับหนามงอกอยู่
ในมือของพวกมันถือหอกกระดูกหรือค้อนหินขนาดใหญ่ บนหลังยังสะพายหน้าไม้ไขลานแบบง่ายๆ อีกด้วย
ตอนที่หนึ่งในนั้นวิ่งผ่านใต้ต้นไม้ มันก็เงยหน้าขึ้นและทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ทำให้ลีโอที่อยู่บนต้นไม้ได้เห็นหน้ามันชัดๆ
มนุษย์หมูป่า!
ไอ้อ้วนดำทะมึน ขนดก แขนขาสั้นป้อม น้ำหนักสองร้อยกว่าจิน ที่มีหัวเป็นหมูป่า
ลีโอกลั้นหายใจและเฝ้ามองดูพวกมนุษย์หมูป่าวิ่งจากไปอย่างเงียบๆ นี่คือเผ่าพันธุ์ประหลาดเผ่าพันธุ์ที่สองที่ลีโอเคยเห็นรองจากมนุษย์หัวสุนัข
แต่พวกมันอันตรายกว่ามนุษย์หัวสุนัขมาก ไม่ว่าจะเป็นอาวุธยุคหินที่หนักอึ้ง หรือหน้าไม้ไขลาน กระทั่งเขี้ยวที่ดูดุร้ายบนปากหมูนั่น ล้วนน่ากลัวกว่าหอกซัดและก้อนหินของมนุษย์หัวสุนัข และสามารถสร้างบาดแผลให้เขาได้อย่างง่ายดาย
ลีโอรอต่ออีกไม่กี่นาที เมื่อแน่ใจแล้วว่าอันตรายผ่านพ้นไป เขาก็เตรียมจะปีนลงจากต้นไม้
แต่เท้าข้างหนึ่งเพิ่งจะแตะพื้น ป่าไกลๆ ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นอีก หมียักษ์ตัวนั้นพาฝูงหมูป่าเขาเดี่ยววิ่งวนกลับมาอีกรอบ
"ยอมใจพวกเอ็งเลย จะสู้กันก็ไปสู้กันไกลๆ หน่อยไม่ได้หรือไง!" ลีโอรีบปีนกลับขึ้นไปบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว เขานั่งอยู่บนกิ่งไม้มองดูหมียักษ์วิ่งพล่านไปทั่วและพาพวกนักล่าวิ่งวนไปมาในป่า
ลีโอกะระยะห่างของต้นสนอีกต้นที่อยู่ด้านหน้า เขาวิ่งบนกิ่งต้นสนสองก้าวแล้วกระโดดเบาๆ ข้ามไปที่ต้นไม้อีกต้นหนึ่ง
ด้วยการทำแบบเดิมซ้ำๆ ลีโอก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าบนกิ่งไม้ราวกับทาร์ซาน
หลังจากกระโดดข้ามต้นไม้ไปสิบกว่าต้น ต้นไม้ก็เริ่มบางตาลง ทัศนวิสัยของลีโอก็กว้างขึ้น
ห่างออกไปหลายสิบเมตรข้างหน้า หมียักษ์ที่วิ่งหนีลนลานจนหมดทางไปถูกต้อนไปจนมุมที่เนินดินเล็กๆ แห่งหนึ่ง
เนินดินนี้ไม่ได้ลาดชันนัก ความสูงก็แค่เจ็ดแปดเมตรเท่านั้น แต่พื้นดินที่ร่วนซุยไม่สามารถรับน้ำหนักอันน่ากลัวของหมียักษ์ได้ มันพยายามปีนขึ้นไปสามครั้งติดกันแต่ก็ลื่นไถลลงมาทุกครั้ง
ขาทั้งสี่ของหมียักษ์ตะกุยดินอย่างรวดเร็วราวกับรถแบ็คโฮ แต่ตัวกลับอยู่กับที่ ดินที่มันตะกุยลงมาแทบจะกลบฝังตัวมันเองอยู่แล้ว
เมื่อเห็นหมูป่าเขาเดี่ยวทั้งสี่และเจ้านายของพวกมันคืบคลานเข้ามาใกล้ หมียักษ์ก็ลุกขึ้นยืนสองขา เอาหลังพิงเนินดิน ยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นปัดป่ายไปมามั่วซั่ว จากนั้นก็อ้าปากและส่งเสียงกรีดร้องออกมา
"พวกแกอย่าเข้ามานะ!"
เมื่อได้ยินเสียงแหลมสูงที่เจือไปด้วยความไร้เดียงสาของเด็ก ลีโอก็รู้ทันทีว่าทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นตาและรู้สึกแปลกๆ กับหมียักษ์ตัวนี้!
เพราะนี่ไม่ใช่หมียักษ์อะไรเลย มันคือตัวมาร์มอตต่างหาก!
เพียงแต่ขนาดตัวของมันใหญ่โตและอ้วนฉุเกินไปหน่อย รูปลักษณ์ภายนอกเลยดูไม่ต่างจากหมียักษ์ แต่พอมันยืนสองขา กางกรงเล็บออก และเผยให้เห็นฟันหน้าซี่เขื่องสองซี่นั่น เอกลักษณ์ของมาร์มอตก็ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน
มันคือมาร์มอตกรีดร้อง!
แถมยังพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย!
หลังจากข้ามมิติมายังโลกนี้ ในที่สุดลีโอก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศของโลกแฟนตาซีเข้าจริงๆ แล้ว
[จบแล้ว]