- หน้าแรก
- พลิกชะตาแดนเถื่อนสร้างอาณาจักรใหม่ด้วยความรู้ยุค 5G
- บทที่ 23 - นักล่าคนเถื่อน
บทที่ 23 - นักล่าคนเถื่อน
บทที่ 23 - นักล่าคนเถื่อน
บทที่ 23 - นักล่าคนเถื่อน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เมื่อได้เครื่องมือเหล็กที่อัศวินโรมนนำมาช่วยเหลือในนามของการค้าขาย ความคืบหน้าของงานในค่ายก็เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ต้องเข้าใจก่อนว่าก่อนหน้านี้ค่ายผู้บุกเบิกมีจอบไม่พอแจกให้ทุกคนด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงใบเลื่อยยาว สว่านเหล็ก ขวานช่างไม้ และเครื่องมือเหล็กอื่นๆ เลย
คนแก่และคนอ่อนแอเกินครึ่งต้องถางป่าด้วยมือเปล่าหรือไม่ก็ใช้พลั่วเหล็กอันเล็กกับหอกซัดที่พวกมนุษย์หัวสุนัขแพ้แล้วทิ้งไว้
ช่วงแรกๆ ที่บุกเบิกพื้นที่ทำกินบนที่ราบริมแม่น้ำก็ยังพอถูไถไปได้ แต่พอถึงตอนที่ต้องตัดไม้สร้างบ้าน ผลกระทบจากการขาดแคลนเครื่องมือก็เริ่มรุนแรงขึ้น
ชาวบ้านที่ไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสมแทบจะไม่รู้ว่าจะจัดการกับต้นไม้ขนาดหนึ่งคนโอบยังไงดี และต้นไม้ขนาดนี้ในป่าทึบทางตะวันตกยังถือว่าเป็นแค่ต้นไม้ขนาดเล็กเท่านั้น ต้นไม้ส่วนใหญ่ในป่ามีความใหญ่โตระดับที่ต้องใช้คนสองคนโอบขึ้นไปทั้งสิ้น
เมื่อได้เครื่องมือเหล็กชุดนี้ของอัศวินโรมนมา ลีโอก็เริ่มมีไฟในการทำงานขึ้นมาบ้าง ตั้งแต่เช้าตรู่เขาไปช่วยชาวบ้านเลื่อยไม้ต้นใหญ่อย่างกระตือรือร้น
แต่หลังจากใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันช่วยชาวบ้านกลุ่มหนึ่งโค่นต้นไม้ใหญ่ลงมาได้หนึ่งต้น แล้วนำมาตัดทอนและขนกลับค่าย ความกระตือรือร้นในการทำงานของลีโอก็หมดเกลี้ยง
เมื่อทนกับการทำงานที่ล่าช้าแบบนี้ไม่ไหว ลีโอจึงตัดสินใจไปลาดตระเวนตามแนวแม่น้ำอันเซโนขึ้นไปทางต้นน้ำแทน
ไม่ได้จะอู้จริงๆ นะ!
ตามข้อมูลที่ฟีชาบอกมา ใต้น้ำตกบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำสายนี้ยังมีเผ่าคนเถื่อนอาศัยอยู่อีกหนึ่งเผ่า
กองกำลังติดอาวุธของค่ายผู้บุกเบิกตอนนี้ทำได้แค่ข่มขวัญมนุษย์หัวสุนัขที่อ่อนแอเท่านั้น หากต้องเผชิญหน้ากับชนเผ่าชาวประมงและพรานป่าที่อาศัยอยู่ในป่าลึก ลีโอในตอนนี้ที่อาการบาดเจ็บยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ย่อมไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไรลงไป
แดนเหนือที่หนาวเหน็บไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก หมู่บ้านกว่าครึ่งทางตอนเหนือของแม่น้ำอันเซโนดำรงชีพด้วยการหาปลาล่าสัตว์และเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนเป็นหลัก หอกซัดกับธนูล่าสัตว์ต่างหากที่เป็นอาวุธมาตรฐานของชาวบ้าน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนเถื่อนที่หลบซ่อนอยู่ในป่าลึกเลย ลีโอสงสัยมากว่าถ้าเขาบุ่มบ่ามพากองกำลังอาสาสมัครที่เป็นชาวนาไปปราบโจร บางทีอาจจะโดนยิงจนพรุนเป็นเม่นกันถ้วนหน้าตั้งแต่กลางทางก็เป็นได้
แต่จากคำบอกเล่าของฟีชา ดูเหมือนเผ่าคนเถื่อนนี้จะไม่ได้ดุร้ายป่าเถื่อนอย่างที่เขาคิด บางทีอาจจะสามารถสื่อสารและทำการค้าขายเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติได้
ก่อนที่ค่ายผู้บุกเบิกจะตั้งหลักได้อย่างมั่นคง ลีโอไม่คิดจะไปมีเรื่องกระทบกระทั่งใดๆ กับอีกฝ่าย
เขายังกำชับหน่วยลาดตระเวนที่เดินตรวจตรรอบๆ ค่ายด้วยว่าเวลาลาดตระเวนไปทางต้นน้ำพยายามอย่าให้เกินรัศมีสิบไมล์ ต่อให้บังเอิญเจอกันก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะให้มากที่สุด
ทหารหน่วยลาดตระเวนที่สามารถออกลาดตระเวนข้างนอกเพียงลำพังได้ ล้วนเป็นขุมกำลังที่อูลียานปั้นมากับมือ หากสูญเสียไปสักคนย่อมถือว่าขาดทุนย่อยยับ
แต่ยิ่งทหารหน่วยลาดตระเวนเหล่านี้เก่งกาจมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเกิดการปะทะกับคนเถื่อนก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าฝั่งไหนจะบาดเจ็บหรือล้มตายก็จะทำให้สถานการณ์กลายเป็นศัตรูกันและไม่อาจกอบกู้กลับคืนมาได้ในที่สุด
การติดต่อกันครั้งแรกแน่นอนว่าต้องพยายามสร้างความประทับใจที่ดีให้อีกฝ่าย ในฐานะนักเจรจามือสองของทีมผู้บุกเบิก รองจากอูลียานที่เป็นมือหนึ่ง ลีโอตัดสินใจว่าจะออกโรงด้วยตัวเอง
หลังจากออกจากคาบสมุทรโค้งแม่น้ำและเดินลัดเลาะไปตามต้นน้ำของแม่น้ำอันเซโนที่คดเคี้ยว ภูมิประเทศก็ค่อยๆ ชันขึ้นเรื่อยๆ
น้ำในแม่น้ำที่ไหลบ่าลงมาจากที่สูงสาดกระเซ็นไปตามโขดหินที่โผล่พ้นน้ำ บางครั้งก็มีน้ำตกขนาดเล็กสูงสี่ห้าเมตรขวางทางอยู่ บางจุดแม่น้ำก็ถูกโขดหินรูปร่างประหลาดแยกออกเป็นลำธารลึกที่ไหลเชี่ยวกรากสี่ห้าสาย ต่างฝ่ายต่างไหลไปหลายร้อยเมตรแล้วค่อยไปรวมกันที่ปลายน้ำ หรือไม่ก็หายลงไปใต้ดินเลยก็มี
หลังจากเดินตามลำน้ำที่แตกแขนงไปสิบกว่าไมล์ จู่ๆ ลีโอก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว เขารีบหมอบลงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของป่าและแอบสังเกตการณ์
บนหาดหินกรวดด้านหน้า มีมนุษย์หัวสุนัขตัวเตี้ยๆ สองสามตัวยืนกระจายกันอยู่ในแม่น้ำ พวกมันชูหอกไม้สั้นและจ้องมองผิวน้ำเขม็ง
หนึ่งในนั้นแทงหอกไม้สั้นลงไปในน้ำอย่างแรงแล้วดึงกลับมาด้วยความดีใจ แต่กลับพบว่าไม่มีอะไรอยู่บนปลายหอกเลย
มันเห่าออกมาอย่างหงุดหงิด แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเห่าด้วยความดีใจของเพื่อนร่วมเผ่าดังมาจากด้านข้าง พอหันไปมองก็เห็นหอกสั้นของมนุษย์หัวสุนัขอีกตัวถูกดึงขึ้นมาจากน้ำ โดยมีปลาช่อนยาวหนึ่งฟุตเสียบอยู่บนนั้น
มนุษย์หัวสุนัขที่แทงปลาได้เห่าออกมาด้วยความร่าเริง มันอ้าปากงับเข้าที่ท้องปลาทันทีและฉีกเนื้อปลาชิ้นใหญ่ออกมา
ส่วนเพื่อนๆ ของมันก็ไม่รอช้า พากันกระโจนเข้าไปรุมทึ้งและยื้อแย่งปลาช่อนในมือของเพื่อนอย่างดุเดือด
ไม่ถึงสิบวินาที ปลาช่อนยาวหนึ่งฟุตก็หายวับเข้าไปในปากของพวกมัน เหลือเพียงหยดเลือดไม่กี่หยดที่ละลายหายไปในกระแสน้ำใต้ฝ่าเท้าอย่างรวดเร็ว
หลังจากคลุกคลีกับพวกมนุษย์หัวสุนัขมาหลายครั้ง ลีโอก็สามารถแยกแยะจากรูปร่างและอุปกรณ์ของพวกมันได้แล้วว่า มนุษย์หัวสุนัขตรงหน้าสองสามตัวนี้ยังไม่นับว่าเป็นนักรบมนุษย์หัวสุนัข อย่างมากก็เป็นแค่มนุษย์หัวสุนัขที่เพิ่งโตเต็มวัยเท่านั้น
ในหัวสมองอันเรียบง่ายของมนุษย์หัวสุนัขไม่มีแนวคิดเรื่องความขยันหมั่นเพียรเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ดังนั้นหลังจากความต้องการอาหารขั้นพื้นฐานได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์หัวสุนัขจำนวนมากจึงเบื่อหน่ายกับงานขนแร่เหล็กอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งกลับไปขุดหาของวิบวับ อีกส่วนหนึ่งก็แอบออกมาล่าสัตว์เพื่อหาเนื้อกิน
พวกหมายุควัยรุ่นตรงหน้านี้ก็จัดอยู่ในประเภทที่ยังไม่เคยสัมผัสกับความโหดร้ายของดินแดนรกร้างอย่างลึกซึ้ง ยังคงมีความไร้เดียงสาและไม่เกรงกลัวสิ่งใด ในขณะเดียวกันก็อยู่ในวัยกำลังโตที่มีความต้องการไขมันและโปรตีนอย่างมาก พวกมันจึงยอมเสี่ยงแยกตัวออกจากกลุ่มใหญ่และแอบมาจับปลาที่หาดหินห่างไกลแห่งนี้ตามลำพัง
ลีโอเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา เขาค่อยๆ นั่งยองๆ ลง หยิบหินก้อนกลมมนขึ้นมาก้อนหนึ่ง เตรียมจะสั่งสอนประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในป่าให้พวกมันสักหน่อย
วินาทีนั้นเอง จู่ๆ เขาก็รู้สึกใจสั่น ความรู้สึกถึงอันตรายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนทั้งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
เมื่อเงยหน้าขึ้น ลีโอก็เห็นร่างสูงใหญ่ของคนผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนโขดหินยักษ์เหนือแม่น้ำ กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
ร่างนั้นสวมเสื้อผ้าที่เย็บติดกันจากหนังสัตว์ หมวกเกราะที่ทำจากหัวหมาป่ายักษ์ทั้งหัวบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่งให้อยู่ในเงามืด ขอเพียงเขาก้มหน้าลงเล็กน้อยก็จะดูราวกับหมาป่ายักษ์ที่ยืนสองขาเลยทีเดียว
ตามข้อมือ หัวไหล่ และเอวของเขายังมีเขี้ยวสัตว์และกระดูกสัตว์แหลมคมประดับไว้ตามขนสัตว์
สิ่งของที่แหลมคมและแข็งแกร่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องประดับธรรมดาๆ แต่ยังสามารถใช้เป็นเกราะหรืออาวุธเวลาต่อสู้ได้อีกด้วย
ที่เอวของเขาเหน็บขวานมือสองเล่ม บนหลังสะพายธนูยาวขนาดใหญ่กับกระบอกลูกธนู และข้างกายยังมีหอกกระดูกสีขาวปักอยู่อีกหนึ่งเล่ม
การแต่งกายแบบนี้ทำให้ลีโอนึกถึงพวกคนเถื่อนในเกมเกมหนึ่งขึ้นมาทันที แม้ว่าการแต่งกายในภาพยนตร์และละครหลายเรื่องจะดูคล้ายกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นกิริยาท่าทางหรือสรีระร่างกายก็ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
นักล่าคนเถื่อน ถอดแบบมาจากคลาสบาร์บาเรียนในเกม Diablo III เลย แน่นอนว่าไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น น่าจะเป็นแค่เวอร์ชั่นเลเวลต่ำ
อันที่จริงการแต่งกายของลีโอก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก เพียงแต่อีกฝ่ายดูมีความเป็นสัตว์ป่าและเต็มไปด้วยจิตสังหารมากกว่า เมื่อเทียบกันแล้วก็เหมือนความแตกต่างระหว่างสัตว์กินพืชกับสัตว์กินเนื้อนั่นแหละ
ทั้งสองคนเผชิญหน้ากันจากระยะไกล โดยมีมนุษย์หัวสุนัขสองสามตัวกำลังแทงปลาอย่างสบายใจอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา
หลังจากดูเชิงกันอยู่ไม่กี่วินาที เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะลงมือ ลีโอก็ปล่อยหินในมือ ค่อยๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นและยืนขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มกว้างเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีเจตนาร้าย
หินที่ถูกทิ้งกลิ้งลงมาตามหน้าผาหินและตกลงไปในน้ำเสียงดังตูม มนุษย์หัวสุนัขสองสามตัวเงยหน้าขึ้นมองด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะหันไปเห็นนักล่าคนเถื่อนที่ยืนอยู่บนโขดหินทางต้นน้ำ
พวกมันถอยหลังไปหลายก้าวตามสัญชาตญาณ ซ่อนหอกไม้ไว้ข้างหลังและไม่กล้าแม้แต่จะชี้ไปที่อีกฝ่าย
มนุษย์หัวสุนัขตัวหนึ่งที่สูงไม่ถึงหนึ่งเมตรรวบรวมความกล้าแยกเขี้ยวใส่นักล่าคนเถื่อน แต่กลับโดนเพื่อนข้างๆ ใช้ไม้ฟาดเข้าที่หน้าผากจนหงอไปทันที
นักล่าคนเถื่อนไม่ได้สนใจพวกมนุษย์หัวสุนัข เขาโบกมือไล่ มนุษย์หัวสุนัขราวกับได้รับการนิรโทษกรรม พวกมันหิ้วหอกไม้และวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็วราวกับฝูงนกที่ถูกขับไล่
ลีโออดรู้สึกขบขันไม่ได้ ท่าทีที่มนุษย์หัวสุนัขมีต่อนักล่าคนเถื่อนคนนี้ดูยำเกรงมาก แต่กลับไม่ได้มีความหวาดกลัวอะไรมากมาย
เหมือนกับเด็กน้อยที่แอบไปอาบน้ำเย็นแล้วโดนผู้ใหญ่เจ้าระเบียบในหมู่บ้านจับได้ แม้จะกลัวโดนด่าแต่ก็ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
เมื่อพวกมนุษย์หัวสุนัขเดินไปไกลแล้ว นักล่าคนเถื่อนก็พิจารณาลีโอใหม่อีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวถอยหลังและหายลับไปหลังโขดหิน
[จบแล้ว]