- หน้าแรก
- พลิกชะตาแดนเถื่อนสร้างอาณาจักรใหม่ด้วยความรู้ยุค 5G
- บทที่ 11 - เชือกเหวี่ยงหิน
บทที่ 11 - เชือกเหวี่ยงหิน
บทที่ 11 - เชือกเหวี่ยงหิน
บทที่ 11 - เชือกเหวี่ยงหิน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เทคนิคการใช้คันไถโค้งนั้นง่ายมาก คันไถโค้งที่ลีโอทำขึ้นไม่มีชิ้นส่วนประกอบย่อยของคันไถที่ซับซ้อน ผู้ใช้แค่ต้องอาศัยหางไถที่อยู่ติดพื้นตรงปลายงอนไถเป็นจุดหมุน แล้วยกหรือกดด้ามไถเพื่อปรับความตื้นลึกในการไถดิน
เพียงแค่ลีโอแนะนำไม่กี่คำ แม้แต่เด็กและผู้หญิงก็สามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว
ไม่นานนัก ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านก็ย้ายพื้นที่ทำงาน ทิ้งให้คนแก่ ผู้หญิง และเด็กจัดการกับพื้นที่รกร้าง
เด็กๆ จูงลาอยู่ด้านหน้า ผู้หญิงจับคันไถอยู่ด้านหลัง ส่วนคนแก่ก็เดินตามเก็บรากหญ้าและก้อนหิน
คันไถเหล็กถูกลากไปตามดินที่ร่วนซุยโดยมีลาเป็นแรงดึง มันพลิกเอารากหญ้าและเศษหินที่ฝังอยู่ในดินขึ้นมาอย่างง่ายดาย พื้นที่รกร้างที่ถูกไฟเผาจนดำเกรียมกลายสภาพเป็นพื้นที่เพาะปลูกด้วยความรวดเร็ว
ส่วนพวกผู้ชายก็ย้ายไปรวมตัวกันที่ตีนเขาทางฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรโค้งแม่น้ำ
การบุกเบิกที่ดินไม่ได้มีแค่การพลิกหน้าดิน นอกจากต้องปรับหน้าดินและทำความสะอาดสิ่งกีดขวางแล้ว อูลียานยังต้องพาคนไปขุดคลองลึกอย่างน้อยห้าฟุตเลียบไปตามตีนเขาด้านในของคาบสมุทรโค้งแม่น้ำ เพื่อเชื่อมต่อกับหนองน้ำและทะเลสาบขนาดเล็กทางตอนใต้ ไว้ใช้ปรับระดับน้ำในนาให้พอดี
ถึงแม้อูลียานจะเลือกที่ดินรกร้างทางตอนเหนือของคาบสมุทรซึ่งราบเรียบและเหมาะกับการบุกเบิกในระยะแรกมากที่สุด
แต่มันก็ยังเป็นที่ดินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ พื้นที่จึงมีความสูงต่ำไม่เท่ากัน ยังไม่ถึงมาตรฐานของพื้นที่นา
บางจุดสูงขึ้นมาหลายเมตรและมีพุ่มไม้ขึ้นปกคลุม บางจุดก็เป็นแอ่งโคลน
พื้นที่ส่วนใหญ่สามารถใช้แรงงานคนค่อยๆ ปรับให้เรียบได้ แต่บางจุดก็ต้องขุดคลองเพื่อทดน้ำหรือระบายน้ำออก
หลังจากหว่านเมล็ดแล้ว ก็ยังต้องสร้างเขื่อนกั้นน้ำเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำให้เสร็จก่อนที่น้ำจะหลากในช่วงฤดูร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้แม่น้ำที่เอ่อล้นทะลักเข้ามาท่วมพื้นที่นาบนคาบสมุทรโค้งแม่น้ำ
ทุกอย่างย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่ดินบนคาบสมุทรโค้งแม่น้ำอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้แต่กลับไม่มีต้นไม้ขึ้น ย่อมต้องมีสาเหตุของมัน
แม้ลีโอจะมีแผลตามตัวและไม่สะดวกจะลงไปทำนา แต่เขาก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ ขณะที่นั่งดูคนอื่นใช้คันไถเหล็ก เขาก็เอาเส้นใยปอที่เก็บไว้ในค่ายมาฟั่นเป็นเชือกไปด้วย
ประสบการณ์การใช้ชีวิตกึ่งคนป่ามาสิบกว่าปีของเจ้าของร่างเดิม ทำให้ทักษะการเอาชีวิตรอดในป่าของเขาเต็มเปี่ยม อย่าว่าแต่มีเส้นใยปอให้ใช้เลย ต่อให้อยู่ในป่า เขาก็สามารถใช้มือเปล่าลอกเปลือกไม้มาฟั่นเป็นเชือก ทำกับดักบ่วงบาศที่รัดคอหมูป่าได้สบายๆ
และเมื่อบวกกับความรู้และสามัญสำนึกของวิญญาณคนทะลุมิติ ก็ยิ่งทำให้ลีโอเหมือนเสือติดปีก
อย่างเช่นเชือกปอในมือ ทักษะการฟั่นเชือกของเจ้าของร่างเดิมนั้นมาจากการคิดค้นเอาเองล้วนๆ เน้นใช้แรงเข้าว่า พอฟั่นได้ยาวเกินหนึ่งเมตรก็ต้องผูกปมไว้กันเชือกหลุดลุ่ย
แต่ด้วยความประณีตและชำนาญของลีโอในตอนนี้ เชือกที่เขาถักมีขนาดเล็กเท่าตะเกียบ แต่กลับเหนียวและทนทานกว่าเชือกขนาดเท่านิ้วมือที่เคยทำในอดีตเสียอีก
เขาขยับมือไปมา ไม่นานเชือกยาวเมตรกว่าๆ ที่ตรงกลางถักเป็นตาข่ายเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นในมือ
ปลายเชือกด้านหนึ่งถูกถักเป็นรูปทรงรวงข้าว ส่วนอีกด้านถูกถักเป็นห่วงกลม ลีโอสวมห่วงกลมเข้าที่นิ้วชี้ข้างขวา พร้อมกับกำปลายด้านที่เป็นรวงข้าวไว้
เขาหยิบก้อนหินแม่น้ำขนาดเท่าไข่ไก่ใส่ลงไปในตาข่าย แล้วเริ่มแกว่งเชือกไปมาเบาๆ
เมื่อเชือกแกว่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ ลีโอก็ปล่อยปลายด้านรวงข้าว หินในตาข่ายก็พุ่งทะยานออกไปทันที ข้ามหาดหินที่กว้างหลายสิบเมตรไปตกลงในน้ำที่นิ่งสงบของแม่น้ำอันเซโน
เชือกเหวี่ยงหิน! ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ!
ต่อให้ถึงยุคปัจจุบัน มันก็ยังมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว
หลังจากทดลองใช้จนพอใจแล้ว ลีโอก็วางมันลงข้างๆ แล้วเริ่มถักเชือกเหวี่ยงหินเส้นที่สอง
โอลิเวียและเจ้าหนูน้อยที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็มาช่วยฟั่นเชือกปอด้วย แต่ที่ต่างกันคือเชือกเหวี่ยงหินที่โอลิเวียถักออกมาแทบจะเหมือนกับต้นแบบของลีโอเป๊ะ ส่วนของเจ้าหนูน้อยนั้นถักออกมาแล้วดูเหมือนตะขาบยักษ์มากกว่า
ดึงยังไงก็ไม่ตรง!
ลีโอถักเชือกเหวี่ยงหินรวดเดียวสามสิบกว่าเส้นถึงค่อยลุกขึ้น เขามองดูท้องฟ้า แล้วตะโกนเรียกชาวบ้านที่อยู่ไม่ไกล "ทหารอาสาสมัครทุกคน ตามฉันมาที่ริมแม่น้ำ!"
เมื่อคนมาครบแล้ว ลีโอก็แจกเชือกเหวี่ยงหินให้คนละเส้น แล้วเริ่มสาธิตเทคนิคการขว้างหิน
เชือกเหวี่ยงหินก็เหมือนหอกสั้นที่มีมือก็เรียนรู้ได้ง่ายๆ แถมอานุภาพก็รุนแรงกว่าธนูอ่อนๆ กับลูกศรกระดูกที่ชาวบ้านทำเองมาก
ในการต่อสู้ขนาดเล็ก โดยเฉพาะกับการรับมือพวกมนุษย์หัวสุนัขหรือก็อบลินที่เป็นเผ่าพันธุ์ต่างดาวตัวเล็กและไม่มีชุดเกราะป้องกัน มันเป็นอะไรที่ใช้งานได้ดีสุดๆ
แต่ข้อเสียก็มีเยอะเหมือนกัน และข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดก็คือความแม่นยำ
สำหรับทหารอาสาสมัครที่เพิ่งเคยหัดใช้เชือกเหวี่ยงหิน อย่าว่าแต่จะขว้างให้โดนเป้าหมายเลย แค่จะปล่อยก้อนหินให้พุ่งตรงไปข้างหน้ายังยากเลย
"ห้ามใช้แรง ปล่อยให้มันแกว่งเบาๆ ใช่! เบาๆ หน่อย พอก้อนหินแกว่งไปข้างหน้าแล้วค่อยปล่อยมือ เฮ้ยๆๆ! นายทำบ้าอะไรเนี่ย นึกว่าตัวเองเป็นเครื่องยิงหินหรือไง"
ลีโอเดินตรวจตราและคอยสอนทหารอาสาสมัครไปรอบๆ พอเห็นทหารอาสาสมัครคนหนึ่งพยายามจะยัดก้อนหินขนาดเท่าลูกเหล็กทุ่มน้ำหนักใส่ลงไปในตาข่าย เขาก็กระโดดถีบเข้าให้ทันที
ภายใต้การควบคุมของเขา ทหารอาสาสมัครส่วนใหญ่สามารถส่งก้อนหินพุ่งตรงไปตกลงในแม่น้ำตรงหน้าได้สำเร็จ
ผิวน้ำที่กว้างใหญ่เกิดน้ำกระจายกระเซ็นเป็นจุดๆ
แต่ก็มีทหารอาสาสมัครใจร้อนบางคนที่เหวี่ยงก้อนหินปลิวว่อนไปทั่ว
ในจำนวนนั้นมีก้อนหินก้อนหนึ่งพุ่งตรงดิ่งมาที่หน้าผากของลีโออย่างแม่นยำ ทำเอาเขาเห็นดาวระยิบระยับไปหมด
ลีโอกุมหัวปูดๆ บนหน้าผาก จ้องมองทหารอาสาสมัครที่ทำพลาดด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
นายทำได้ยังไงกัน หันหลังให้เป้าหมายตั้งสิบห้าเมตรแต่ยิงเข้าเป้าอย่างแม่นยำเนี่ยนะ
ถึงแม้ลีโอจะเตรียมใจไว้แล้ว และคอยเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ให้ใช้แรง พร้อมกับถอยห่างออกมาแต่เนิ่นๆ แต่ก้อนหินที่พุ่งออกมาจากเชือกเหวี่ยงหินก็ยังมีอานุภาพไม่เบา
ถ้าทหารอาสาสมัครคนนั้นออกแรงมากกว่านี้อีกนิด ก้อนหินที่ฟาดเข้าที่หน้าผากคงไม่ได้ทำให้แค่หัวปูดแน่ๆ
ในช่วงหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทหารอาสาสมัครต่างก็ทำความคุ้นเคยกับการใช้เชือกเหวี่ยงหิน
รอจนพวกเขาสามารถเหวี่ยงก้อนหินก้อนเล็กๆ ไปข้างหน้าให้ตกลงน้ำได้อย่างชำนาญแล้ว ลีโอก็เริ่มสอนวิธีเหวี่ยงแบบแนวตั้ง ซึ่งเป็นวิธีที่ทหารขว้างหินชาวกรีกโบราณนิยมใช้
เมื่อชำนาญทั้งสองวิธีแล้ว ลีโอจึงอนุญาตให้พวกเขาค่อยๆ เพิ่มแรง เพื่อขว้างก้อนหินให้ไปได้ไกลขึ้น
พร้อมกันนั้น ขนาดของก้อนหินที่ใช้ก็ค่อยๆ ใหญ่และหนักขึ้น จนกระทั่งมีขนาดเท่าไข่ห่าน
ก้อนหินขนาดเท่าไข่ห่านเมื่อถูกเหวี่ยงออกไปด้วยเชือกเหวี่ยงหิน ก็เริ่มเผยให้เห็นถึงอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของมัน
ในช่วงแรกลีโอไม่กล้าให้พวกเขาขว้างก้อนหินก้อนใหญ่ขนาดนี้หรอก เพราะถ้าเกิดพลาดไปโดนคนเข้าล่ะก็ มีหวังกระดูกหักบาดเจ็บกันบ้างแน่ๆ
ถึงอย่างนั้น การฝึกแบบนี้ก็ยังถือว่าสบายมากสำหรับทหารอาสาสมัคร เมื่อเทียบกับการพลิกหน้าดินหรือขุดคลองที่แสนเหน็ดเหนื่อย การฝึกใช้เชือกเหวี่ยงหินก็เหมือนกับการเล่นสนุก
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงอานุภาพของเชือกเหวี่ยงหิน เพราะในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ ไม่มีใครสามารถขว้างก้อนหินขนาดเท่าไข่ห่านให้ไปไกลกว่าห้าสิบเมตรได้ด้วยมือเปล่า แต่เชือกเหวี่ยงหินสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
เจ้าหนูน้อยที่อยู่ข้างๆ ก็ถือเชือกเหวี่ยงหินมาฝึกซ้อมอย่างตั้งใจเช่นกัน แต่แรงแขนของเธอน้อยเกินไป จึงทำได้แค่ขว้างก้อนหินก้อนเล็กๆ และระยะทางก็ไม่ไกลนัก
แต่เมื่อเทียบกับทหารอาสาสมัครที่เงอะงะแล้ว เธอขว้างได้แม่นยำเกินคาด ก้อนหินทุกก้อนตกลงในพื้นที่เล็กๆ เป้าหมายได้อย่างสม่ำเสมอ
เมื่อมองดูทหารอาสาสมัครที่กระจายตัวอยู่บนหาดหิน กำลังฝึกซ้อมใช้เชือกเหวี่ยงหินอย่างตื่นเต้น ลีโอก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาในใจ
ฉันประดิษฐ์ของใหม่ได้วันละชิ้นแบบนี้ ไม่เชื่อหรอกว่าจะพาทุกคนรอดชีวิตไปไม่ได้!
[จบแล้ว]