- หน้าแรก
- สุดยอดจารชนระบบเทวะ จุดเริ่มต้นพยัคฆ์ซ่อนคม
- บทที่ 3 ตรวจสอบฐานะ เข้าสู่กองสถิติทหาร
บทที่ 3 ตรวจสอบฐานะ เข้าสู่กองสถิติทหาร
บทที่ 3 ตรวจสอบฐานะ เข้าสู่กองสถิติทหาร
เมื่อสิ้นคำประกาศของ เฉินสือ หวังเทียนเฟิง ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดั่งได้ฟังเรื่องตลกที่ขบขันที่สุดในโลก
"ฮ่าๆ... ฮ่าฮ่าฮ่า!"
เขาหัวเราะจนตัวงอ เสียงนั้นดังก้องไปตามโถงทางเดินที่มืดมิด ฟังดูบาดหูและชวนขนหัวลุกยิ่งนัก หัวเราะจนน้ำตาเล็ดออกมาที่หางตา ทว่าทันใดนั้น เสียงหัวเราะกลับหยุดลงกะทันหัน
เขายืดตัวขึ้นช้าๆ ปาดน้ำตาออก แววตาที่ดูขี้เล่นเมื่อครู่กลับกลายเป็นคมดาบที่พร้อมจะทิ่มแทง
"เธอคิดว่า กองสถิติทหาร (จวินถ่ง) ของเราเป็นสถานสงเคราะห์ของขยะหรือไง?" น้ำเสียงของเขาไม่ดัง แต่มั่นคงและเฉียบขาด "แค่คนเร่ร่อนที่มีวิชาติดตัวเพียงเล็กน้อย คิดจะก้าวเท้าเข้ามาที่นี่งั้นรึ?"
หวังเทียนเฟิง แผ่ซ่านกลิ่นอายกดดันมหาศาล "ฉันยืนยันได้อย่างหนึ่ง เธอไม่ใช่สายลับที่พวกญี่ปุ่นส่งมา เพราะสายลับชั้นต่ำที่สุดก็ยังไม่โง่พอจะใช้วิธีฆ่าตัวตายเพื่อเปิดเผยตัวเองแบบนี้"
"ให้ฉันเดานะ..." เขาเดินวนรอบตัวเฉินสือ "เธอคงได้ยินกิตติศัพท์ของจวินถ่งว่ามีอำนาจล้นฟ้า เลยคิดจะยืมมือพวกเราไปทวงสมบัติสมบัติพรรคพวกของเธอคืนล่ะสิ?"
"ดูเหมือนหัวหน้าหวังจะสืบประวัติผมมาอย่างละเอียดแล้ว" เฉินสือ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวั่นเกรง
"ใช่ครับ ท่านพูดถูกครึ่งหนึ่ง ผมต้องการเข้าร่วม และเป้าหมายของผมคือการกระชากทุกอย่างที่ควรเป็นของผมกลับคืนมา พวกลุงและป้าที่โยนผมออกจากบ้านเหมือนขยะ ผมจะทำให้พวกมันหมอบคลานและคายทุกอย่างออกมาให้หมด!"
คำโกหกที่ผสมความจริงคือสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นได้ง่ายที่สุด เฉินสือ รู้ดีว่าเขาไม่ควรแสดงตัวเป็นผู้รักชาติที่เปี่ยมอุดมการณ์ เพราะในสายตาจอมจิ้งจอกอย่างหวังเทียนเฟิง คนที่ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวนั้นควบคุมและเชื่อใจได้ง่ายกว่า
หวังเทียนเฟิง หรี่ตาลง คำตอบนี้จริงใจกว่าที่เขาคาดไว้ ขณะที่ อวี่มานลี่ ซึ่งยังถูกล็อกคออยู่ได้แต่กวาดสายตาไปมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
"แล้วการวิเคราะห์สถานการณ์ที่บาร์เมื่อคืนล่ะ? คุณชายเสเพลอย่างเธอไปเอาความรู้พวกนั้นมาจากไหน?" หวังเทียนเฟิงถามคำถามสุดท้ายที่สำคัญที่สุด "แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่า อวี่มานลี่ มีปัญหา?"
เฉินสือ หัวเราะเบาๆ อย่างเย้ยหยันตัวเอง "ความรู้พวกนั้นผมก็ได้มาจากหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งนั้นแหละครับ ไม่ว่าจะเป็น จงถ่ง หรือ จวินถ่ง สำหรับผมใครก็ได้ที่มีอำนาจ ส่วนแม่นางคนนี้... ผมแค่รู้สึกว่าเธอ 'พิเศษ' กว่าคนทั่วไป และถ้าเธอไม่ใช่คนของคุณ ผมก็ไม่มีอะไรจะเสียนี่ครับ?"
การตรวจสอบฐานะของจวินถ่งนั้นเข้มข้น ทว่าด้วยอำนาจลึกลับของ ระบบกล่องสมบัติระดับเทวะ ทำให้ร่องรอยการฝึกวรยุทธ์ที่ไร้ที่มาของเฉินสือถูกมองข้ามไปอย่างน่าอัศจรรย์
"ชีวิตของเธออยู่ในกำมือฉัน" หวังเทียนเฟิง กล่าวสรุป "ฉันจะสั่งยิงเธอทิ้งตอนนี้ก็ได้ ศพในจวินถ่งมีค่าไม่ต่างจากมดปลวก แต่... มันก็น่าเสียดายถ้าพรสวรรค์ของเธอต้องตายไปอย่างไร้ค่า ชีวิตของเธอควรจะไปทิ้งในสนามรบกับพวกญี่ปุ่นมากกว่า"
"ฉันรับคำขอของเธอ แต่จากนี้ไป เธอต้องเข้าสู่โรงเรียนฝึกจารชน หากวิชาไหนไม่ว่าจะเป็น การยิงปืน, การวิเคราะห์ข่าวกรอง, รหัสลับ หรือการสะกดรอย เธอทำได้ห่วยแตก ฉันจะเป็นคนส่งเธอกลับนรกด้วยมือของฉันเอง นี่คือโทษประหารที่รอการบังคับคดี... เธอตกลงไหม?"
"ตกลงครับ" เฉินสือ ลอบถอนหายใจในใจ นี่คือจุดเริ่มต้นที่เขาต้องการ
### ณ คฤหาสน์ตระกูลเฉิน ในเขตพื้นที่รุ่งเรืองของเมืองเขา
บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ญาติพี่น้องนับสิบคนรวมตัวกันด้วยสีหน้าวิตกกังวล
"พี่สะใภ้รอง ได้ยินไหม? เมื่อกี้มีคนใส่เสื้อโค้ทสีดำ ท่าทางดุร้ายมาถามหาเรื่องเจ้าเฉินสือด้วย!" หญิงวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"เสื้อโค้ทดำอะไรกัน! ดูดีๆ สิ พวกนั้นพกปืนที่เอวด้วย ฉันว่ามาจากสถานีตำรวจแน่ๆ!" ป้าสะใภ้รองพ่นลมหายใจอย่างรำคาญ "ไอ้เด็กเหลือขอนั่นคงไปก่อเรื่องใหญ่มาแน่ มันจะลามมาถึงพวกเราไหม?"
"พวกโง่!" ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานตบโต๊ะดัง ปัง! "เบิกตาดูให้ดี พวกนั้นน่ะมาจาก จวินถ่ง! พวกผีโขมยวิญญาณที่ฆ่าคนไม่กระพริบตา!"
"ฉันไม่รู้ว่ามันไปล่วงเกินพวกมารร้ายนั่นได้ยังไง แต่พวกแกวางใจเถอะ ถูกคนพวกนั้นคาบไปแล้ว ไม่มีทางรอดกลับมาได้แน่! เราตัดขาดกับมันไปนานแล้ว ความผิดของมันไม่เกี่ยวกับตระกูลเฉิน!"
เขายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะเปรยออกมา "แต่เพื่อความปลอดภัย ฉันต้องออกไปใช้เส้นสายสอบถามดูสักหน่อย ว่าเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่... พวกแกทุกคนที่แบ่งสมบัติของครอบครัวที่สองไป เอาเงินออกมาลงขันกันซะ ฉันจะเอาไปจัดการเรื่องนี้เพื่อความสงบสุขของพวกเรา!"