- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 123 พรสวรรค์แห่งสายเลือด
ตอนที่ 123 พรสวรรค์แห่งสายเลือด
ตอนที่ 123 พรสวรรค์แห่งสายเลือด
ตอนที่ 123 พรสวรรค์แห่งสายเลือด
อี้อวิ๋นปรารถนาเช่นนั้นอยู่แล้ว หลินซินถงคือยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ อี้อวิ๋นไม่อาจทราบได้ว่าขอบเขตของนางอยู่ที่ระดับใด ทราบเพียงว่าสิ่งที่นางแสดงออกมาเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลแล้ว
หลินซินถงใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนกำไลมิติเบาๆ แล้วชักกระบี่ออกมาเล่มหนึ่ง
กระบี่!?
ดวงตาของอี้อวิ๋นเป็นประกาย นี่คือครั้งแรกที่เขาเห็นหลินซินถงใช้อาวุธ
ก่อนหน้านี้ที่เขาประมือกับหลินซินถง นางมักจะใช้เพียงฝ่ามือเข้าปะทะกับเขาเสมอ
"เถาอวิ๋นเซียวใช้กระบี่ หูหยาก็ใช้กระบี่ กระบี่ที่พวกเขาใช้คือสมบัติบรรพชนแห่งชนเผ่าเถา ทว่าข้ากลับรู้สึกว่ากระบี่ทั้งสองเล่มนั้น หากเทียบด้านคุณภาพแล้วดูเหมือนจะไม่สู้กระบี่ในมือของหลินซินถงเล่มนี้!"
ตัวกระบี่ของหลินซินถงเล่มนี้อ่อนพริ้วยิ่งนัก ราวกับงูเงินที่กำลังเคลื่อนไหว แสงเย็นเยียบที่แผ่ออกมา แม้จะอยู่ไกลออกไป แต่กลับราวกับทิ่มแทงเข้าสู่หว่างคิ้วของอี้อวิ๋น ทำให้หว่างคิ้วของเขารู้สึกหนาวเหน็บ
"กระบี่มีนามว่าหานสุ่ย นี่คือกระบี่คู่กายของข้า ยามที่ข้าเผชิญหน้ากับศัตรูมักจะใช้กระบี่เสมอ ข้ามีพรสวรรค์พิเศษเกี่ยวกับกระบี่ พรสวรรค์เช่นนี้ ผู้คนต่างพากันเรียกว่า 'จิตกระบี่'"
"จิตกระบี่คือพรสวรรค์แห่งสายเลือด พรสวรรค์แห่งสายเลือดไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะสามารถปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้ บางทีในภายภาคหน้า เจ้าอาจจะครอบครองพรสวรรค์แห่งสายเลือดของตนเองเช่นกัน"
วาจาที่หลินซินถงเอ่ยออกมา ได้เปิดประตูบานใหม่ให้แก่อี้อวิ๋น
พรสวรรค์แห่งสายเลือด? จิตกระบี่?
อี้อวิ๋นไม่อาจทราบได้ว่าพรสวรรค์แห่งสายเลือดคือสิ่งใด ทว่าภายในใจกลับเกิดความสนใจอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งนั้น
หลินซินถงกล่าวต่อ "ยามนี้เจ้าเพียงแค่ตั้งใจทะลวงเข้าสู่ขอบเขตโลหิตม่วงให้ได้ก็พอ พรสวรรค์แห่งสายเลือดนั้น เจ้ายังไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ ยามนี้มันยังคงเป็นอาณาเขตที่เจ้าไม่อาจสัมผัสถึงได้..."
ในขณะที่หลินซินถงกำลังเอ่ยอยู่นั้น นางก็ได้ควงกระบี่ออกมาหนึ่งกระบวนท่า "อาวุธคือส่วนหนึ่งของร่างกายนักรบ นักรบที่เริ่มสัมผัสวิถีกระบี่ในคราแรก จะใช้กายควบคุมกระบี่ ก้าวต่อไปจะใช้ปราณควบคุมกระบี่ และก้าวที่สามคือการใช้ใจควบคุมกระบี่!"
"วันนี้เจ้าจงดูให้ดี นี่คือ 'เก้ากระบี่เทียนเสวียน'!"
เมื่อหลินซินถงเอ่ยจบ กระบี่ในมือนางก็เคลื่อนไหว ความเร็วของนางไม่ได้รวดเร็วเท่าใดนัก ทว่าในทุกกระบวนท่าล้วนชักนำพลังแห่งฟ้าดิน การเชื่อมต่อของท่วงท่านั้นสมบูรณ์แบบและกลมกลืนยิ่งนัก
วิชากระบี่ของหลินซินถงก็คือ "เก้ากระบี่เทียนเสวียน" นั่นเอง!
อี้อวิ๋นตกตะลึงอย่างแท้จริง เขาดูเหมือนจะไม่พบวรยุทธ์ใดที่หลินซินถงไม่เชี่ยวชาญเลย
"หมัดมังกรคชสาร" หลินซินถงก็ทำได้ "เก้ากระบี่เทียนเสวียน" นางก็ทำได้ อีกทั้งวรยุทธ์ทั้งสองอย่างนี้ยังไม่ใช่วรยุทธ์หลักที่นางฝึกฝนอีกด้วย วรยุทธ์หลักของนางมีนามว่า "คัมภีร์ใจเทพธิดา"!
ทว่าแม้จะเป็นเพียงวรยุทธ์เสริมที่นางฝึกฝน แต่นางกลับฝึกจนเข้าถึงขอบเขตที่สูงส่งยิ่ง!
หากกล่าวถึง "หมัดมังกรคชสาร" คำอธิบายที่หลินซินถงเขียนไว้นั้นทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างมาก
หากกล่าวถึง "เก้ากระบี่เทียนเสวียน" กระบวนท่ากระบี่ของนางก็สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แม้แต่คนอย่างอี้อวิ๋นที่ไม่ค่อยจะเข้าใจเรื่องกระบี่เท่าใดนัก ก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความลี้ลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
โดยเฉพาะในทัศนวิสัยที่ผลึกม่วงต้นกำเนิดมอบให้แก่อี้อวิ๋น เขาเห็นพลังปราณแห่งฟ้าดินโดยรอบพุ่งเข้าหาหลินซินถง ก่อตัวเป็นจุดแสงจำนวนนับไม่ถ้วน
"ซิว! ซิว! ซิว!"
รอบกายของหลินซินถง ปรากฏปราณกระบี่สีทองเก้าสายพุ่งออกมา นี่คือการรวมปราณเป็นรูปลักษณ์ที่หูหยาเคยแสดงไว้!
ทว่าการรวมปราณเป็นรูปลักษณ์ของหูหยานั้น ปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วพุ่งหายไปบนท้องฟ้า
แต่การรวมปราณเป็นรูปลักษณ์ของหลินซินถง กระบี่ทองคำเล่มเล็กทั้งเก้าสายนั้นราวกับภูตพรายที่เคลื่อนไหววนเวียนอยู่รอบๆ แสงกระบี่ของนางตลอดเวลา
เมื่อหลินซินถงแทงกระบี่ออกไป กระบี่ทองคำเล่มเล็กก็พุ่งออกไปตาม เมื่อนางเก็บกระบี่กลับมา กระบี่ทองคำเล่มเล็กก็ถูกเก็บกลับมาด้วย
ความสามารถเช่นนี้ทำให้อี้อวิ๋นทึ่งจนบอกไม่ถูก
หากลองพิจารณาดูให้ดี หลินซินถงมีอายุน้อยกว่าหูหยาหนึ่งปี ช่างยากที่จะจินตนาการได้ว่าพรสวรรค์ของนางอยู่ในระดับใด
"ข้าช่างเป็นกบในกะลาจริงๆ"
อี้อวิ๋นรำพึงกับตนเอง ในคราแรกเขาเข้าใจถึง "วรยุทธ์มีขีดจำกัด แต่วิถีวรยุทธ์ไร้ขีดจำกัด" และยังชักนำปราณม่วงจากบูรพามาได้ ความสำเร็จทั้งสองอย่างนี้ทำให้อี้อวิ๋นอดที่จะรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองเล็กน้อยไม่ได้
ทว่าเมื่อเทียบกับหลินซินถงแล้ว สิ่งเหล่านั้นจะนับเป็นสิ่งใดได้เล่า
ขอบเขต "วรยุทธ์มีขีดจำกัด แต่วิถีวรยุทธ์ไร้ขีดจำกัด" นั้นหลินซินถงย่อมต้องเข้าถึงนานแล้ว ไม่เช่นนั้นนางจะเขียนถึงในบันทึกด้วยท่าทีที่เหมือนเป็นการแสดงความคิดเห็นได้อย่างไร?
วรยุทธ์ที่หลินซินถงใช้เวลาศึกษาเพียงครึ่งปีก็สามารถบรรลุถึงขั้นนี้ได้ เส้นทางของเขายังคงอีกยาวไกลนัก!
หลินซินถงร่ายรำกระบี่ อี้อวิ๋นเฝ้ามองกระบี่
แม้จะเป็น "เก้ากระบี่เทียนเสวียน" เช่นเดียวกัน แต่กระบวนท่าของหูหยาเมื่อเทียบกับหลินซินถงแล้วช่างห่างไกลกันลิบลับ ส่วนของเถาอวิ๋นเซียวนั้นยิ่งไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้เลย
อี้อวิ๋นผู้เป็นคนจากสองชาติภพ มีดวงวิญญาณที่แข็งแกร่งและสติปัญญาที่ล้ำเลิศ แม้หลินซินถงจะไม่เอ่ยวาจาและเพียงแต่ร่ายรำกระบี่ให้ชม ทว่าเมื่อเทียบกับวิชากระบี่ของหลินซินถงแล้ว ยามที่อี้อวิ๋นนึกย้อนไปถึงวิชากระบี่ของเถาอวิ๋นเซียว จุดบกพร่องนานัปการก็ปรากฏขึ้นในสมองของเขา
"วิชา 'เก้ากระบี่เทียนเสวียน' ชุดนี้ รวมถึงกระบี่สมบัติบรรพชนแห่งชนเผ่าเถา เมื่ออยู่ในมือของเถาอวิ๋นเซียวกลับไม่อาจแสดงอานุภาพออกมาได้ หากจะกล่าวว่าวิถีกระบี่แบ่งออกเป็นหลายระดับ เช่นนั้นเถาอวิ๋นเซียวก็คงจะอยู่ในระดับการใช้กายควบคุมกระบี่ ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวิถีกระบี่เท่านั้น..."
อี้อวิ๋นวิเคราะห์อยู่ในใจ เมื่อมีความงดงามที่เหนือกว่าอยู่ตรงหน้า เขาก็สามารถประเมินวิชากระบี่ของเถาอวิ๋นเซียวได้แล้ว
หากกล่าวถึงขอบเขตแห่งวิถีวรยุทธ์ อี้อวิ๋นย่อมไม่อาจเทียบเทียมหลินซินถงได้
วิชากระบี่ของหลินซินถงในยามนี้ อี้อวิ๋นไม่อาจทำความเข้าใจได้แม้เพียงหนึ่งในสิบส่วน ทว่าแม้จะเป็นเพียงส่วนเสี้ยวที่ไม่ถึงหนึ่งในสิบนั้น ก็ทำให้เขามีความเข้าใจใน "เก้ากระบี่เทียนเสวียน" และวิชากระบี่ที่เป็นของตนเองขึ้นมาได้
สิ่งลี้ลับหลายอย่างสามารถรับรู้ได้ด้วยใจแต่ไม่อาจอธิบายเป็นคำพูดได้ ความเข้าใจของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ดังนั้นหลินซินถงจึงไม่ได้เอ่ยวาจามากความ เพียงแต่ร่ายรำให้ชมเท่านั้น
บัดนี้ ความเข้าใจเหล่านั้นได้เริ่มหยั่งรากฝังลึกอยู่ในใจของอี้อวิ๋นแล้ว เมื่อความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นในอนาคต สักวันหนึ่งมันจะเติบโตขึ้นเป็นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาอย่างแน่นอน!
นักรบผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ย่อมได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมอย่างมาก
หากได้ประมือกับยอดฝีมืออยู่บ่อยครั้ง แม้จะถูกยอดฝีมือเล่นงานจนหาทางกลับไม่ถูก แต่หากถูกเล่นงานเช่นนั้นบ่อยเข้า ตนเองก็ย่อมจะกลายเป็นยอดฝีมือได้ครึ่งหนึ่ง
ทว่าหากได้ประมือกับพวกไร้ฝีมืออยู่บ่อยครั้ง แม้จะต่อยตีพวกนั้นจนปางตาย แต่หากทำเช่นนั้นอยู่หลายปี ตนเองก็ย่อมจะเป็นเพียงพวกไร้ฝีมืออยู่นั่นเอง
อี้อวิ๋นฝึกฝนวรยุทธ์กับหลินซินถงจนกระทั่งใกล้รุ่งสางจึงได้ยุติลง
หลินซินถงจากไปอย่างสง่างาม ส่วนอี้อวิ๋นก็ลอบกลับเข้าไปในเขตชนเผ่าเถาอย่างเงียบเชียบ
อีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า ก็จะถึงการคัดเลือกแห่งอาณาจักรเทพรอบสุดท้าย ซึ่งก็คือช่วงเวลาแห่งการตัดสินรอบชิงชนะเลิศแล้ว
ศึกในครั้งนี้จะเป็ตัวตัดสินผลคะแนนในท้ายที่สุด
"ไม่รู้ว่าโจทย์ในการคัดเลือกรอบสุดท้ายจะเป็นสิ่งใดกัน?"
อี้อวิ๋นคิดเช่นนั้น ภายในใจเต็มไปด้วยความคาดหวัง!
เขานั่งสมาธิอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม ก่อนจะเอนกายลงบนเตียงและเข้าสู่ห้วงนิทราไป
เขาเข้าสู่ภาวะหลับลึก ขอเพียงได้นอนสักหนึ่งหรือสองชั่วยาม พลังใจของเขาก็จะกลับคืนสู่สภาวะสูงสุดได้ดังเดิม…
……..