เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 122 ไม่เป็นที่ต้อนรับ

ตอนที่ 122 ไม่เป็นที่ต้อนรับ

ตอนที่ 122 ไม่เป็นที่ต้อนรับ


ตอนที่ 122 ไม่เป็นที่ต้อนรับ

"ไม่ยุติธรรม!"

"หูหยาจะเป็นเพียงผู้ไร้ลำดับได้อย่างไร! พวกเราไม่ยอมรับ!"

มีคนตะโกนขึ้นมาแล้ว ยามที่อี้อวิ๋นข่มรัศมีเถาอวิ๋นเซียวนั้นยังไม่มีผู้ใดตะโกนมากนัก แต่บัดนี้ แม้แต่หูหยาก็ถูกข่มลงไปด้วย พวกเขาจึงไม่อาจทนได้อีกต่อไป

พลังของเหล่านักรบผู้เลื่อมใสในตัวบุคคลนั้นช่างน่าสะพรึงกลัว โดยเฉพาะผู้ที่เลื่อมใสอย่างบ้าคลั่ง เพื่อบุคคลที่เป็นดั่งดวงใจแล้ว พวกเขาพร้อมจะสู้ตาย

ดังนั้นจางถานจะเป็นใคร กองกำลังองครักษ์มังกรทองพันครัวเรือนจะเป็นใคร หากกล้าดูถูกบุคคลที่เป็นดั่งดวงใจของพวกเขา พวกเขาก็พร้อมจะก่อขบถ!

"ข้าไม่ยอมรับ อย่างน้อยหูหยาก็ควรได้ระดับลึกลับขั้นหก!"

เด็กสาวนางหนึ่งตะโกนลั่น ใบหน้าอันงดงามแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ในชนเผ่าเถามีเด็กสาวไม่รู้กี่นางที่แอบรักหูหยา เพื่อหูหยาแล้ว พวกนางย่อมทำได้ทุกสิ่ง

"ใช่! อย่างน้อยต้องระดับลึกลับขั้นหก คุณชายหูหยาจะสู้เจ้าอี้อวิ๋นนั่นไม่ได้ได้อย่างไร!"

"อี้อวิ๋นนั่นเป็นตัวอะไรกัน! เขาเป็นเพียงสามัญชนจากชนเผ่าเล็กๆ การฝึกฝนก็ไม่ได้สูงส่งเท่าใดนัก เหตุใดเขาจึงได้ระดับลึกลับขั้นห้า พวกเราไม่ยอมรับ!"

มีเด็กสาวอีกหลายคนส่งเสียงสนับสนุนด้วยความตื่นเต้นยิ่งนัก บุคคลที่พวกนางเลื่อมใสจะด้อยกว่าสามัญชนได้อย่างไร? นี่คือการลบหลู่ต่อบุคคลที่เป็นดั่งดวงใจของพวกนาง!

เมื่อเห็นบรรดาเด็กสาวแห่งชนเผ่าเถาตื่นเต้นกันถึงเพียงนั้น อี้อวิ๋นก็ได้แต่ไร้วาจาจะกล่าว เขาช่างโชคร้ายที่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวพันโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่เขาประชันกับเถาอวิ๋นเซียวและเหลียนเฉิงอวี้บนเวทีเดียวกัน แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับหูหยาในระดับโลหิตม่วงเลยแม้แต่น้อย เหตุใดจึงมาลงที่เขาได้เล่า?

อี้อวิ๋นรู้สึกว่าหูหยาผู้นี้เปรียบเสมือนดารานักแสดงที่มีผู้ติดตามอย่างเหนียวแน่น

โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่เลื่อมใสเหล่านี้มักจะไม่ฟังเหตุผลอันใด ใครสั่งให้เจ้าอยู่ระดับลึกลับขั้นห้าและข่มบุคคลที่เป็นดั่งดวงใจของพวกเขาลงเล่า?

อี้อวิ๋นเหลือบมองหูหยาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทว่ากลับพบว่า แม้ผู้ที่เลื่อมใสในตัวเขาจะตื่นเต้นเพียงใด แต่หูหยากลับเพียงแต่กอดกระบี่ ยืนนิ่งเงียบอยู่ในตำแหน่งของตนเอง ไม่เอ่ยวาจาใดๆ และไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกบนใบหน้า ราวกับว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกายนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเขาเลย

สิ่งนี้ทำให้อี้อวิ๋นประหลาดใจเล็กน้อย หูหยาผู้นี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก

เขาสามารถวางตัวให้สงบได้ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ สง่าราศีเยี่ยงนี้ช่างไม่เหมือนกับคนหนุ่มที่มีเลือดร้อนทั่วไปเลย

การคัดเลือกหาผู้ที่เหมาะสมรอบที่สองจบสิ้นลงแล้ว ผู้สมัครเข้าร่วมการคัดเลือก ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ต่างก็แยกย้ายกันกลับไปยังที่พักของตน

ส่วนทางด้านราษฎรนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะไม่พอใจเพียงใด ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้ จึงได้แต่สลายตัวไป

ทว่าการต่อสู้ยังไม่ได้ยุติลง

หลังจากที่อี้อวิ๋นรับประทานอาหารเย็นเสร็จ และเดินออกมาจากโรงครัวของชนเผ่าเถา เขาก็พบกับกลุ่มเด็กที่มารอขวางทางเขาอยู่ที่นั่น

ผู้นำกลุ่มคือเด็กสาวอายุราวสิบสามหรือสิบสี่ปี เบื้องหลังของนางมีกลุ่มเด็กชายเด็กหญิงตัวเล็กๆ ติดตามมาด้วย ซึ่งดูแล้วอายุก็ราวๆ สิบกว่าปีกันทั้งสิ้น

เด็กสาวผู้นี้เป็นหัวหน้าของพวกเขา ดูไปแล้วก็คล้ายกับพวกพี่ใหญ่ในโรงเรียนที่อี้อวิ๋นเคยจำได้

ดูเหมือนว่าเด็กๆ ในโลกต่างมิติเองก็อยู่ในช่วงวัยต่อต้านเมื่ออายุได้สิบกว่าปี เด็กๆ ในวัยนี้มักจะชอบตั้งกลุ่มแก๊งกันขึ้นมา

เด็กสาวสะบัดผมอย่างเท่ๆ จ้องมองอี้อวิ๋นโดยไม่เอ่ยวาจาใด สายตานั้นเต็มไปด้วยความประสงค์ร้าย

พวกเขามาเพื่อข่มขวัญ

ในความเป็นจริง ในสายตาของเด็กสาวผู้นี้ อี้อวิ๋นก็อยู่ในกลุ่มอายุเดียวกันและมีระดับสติปัญญาพอๆ กับพวกเขา

ไม่พักต้องเอ่ยถึงสิ่งอื่น เพียงแค่ความสูง อี้อวิ๋นในวัยสิบสองปีก็ยังเตี้ยกว่าเด็กสาวผู้นี้อยู่หนึ่งชุ่น

เด็กน้อยจะไปเข้าใจเรื่องปราณม่วงจากบูรพา หรือการรวมปราณเป็นรูปลักษณ์ได้อย่างไร ความเข้าใจในเรื่องความแข็งแกร่งที่ชัดเจนที่สุดสำหรับพวกเขาคือความสูงใหญ่ของร่างกาย

ผู้ที่มีร่างกายสูงใหญ่ดูแล้วย่อมเก่งกาจและไม่กล้าไปตอแยด้วย

ส่วนผู้ที่มีร่างกายเล็ก ความน่าเกรงขามย่อมต่ำและรังแกได้ง่าย

แน่นอนว่าเด็กสาวที่เป็นผู้นำก็ย่อมรู้ว่าอี้อวิ๋นนั้นเก่งกาจยิ่งนัก คนที่นางพามาเหล่านี้ไม่มีทางสู้ได้แน่นอน ทว่าความเตี้ยของอี้อวิ๋นทำให้พวกนางสร้างความได้เปรียบทางจิตใจขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะเมื่อก่อนพวกนางก็มักจะรวมกลุ่มกันรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าอยู่เสมอ

ยากนักที่จะอธิบายสภาพจิตใจของเด็กเหล่านี้ พวกนางเพียงรู้สึกว่าบุคคลที่เป็นดั่งดวงใจถูกลบหลู่ จึงต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อแสดงถึงความกล้าหาญออกมา

แม้ว่าผู้ที่ "ลบหลู่" บุคคลที่เป็นดั่งดวงใจของพวกนางจริงๆ จะเป็นกองกำลังองครักษ์มังกรทองก็ตาม แต่พวกนางย่อมไม่มีความกล้าที่จะไปขวางกองกำลังองครักษ์มังกรทอง จึงทำได้เพียงมาขวางอี้อวิ๋นเท่านั้น

พวกนางเพียงต้องการแสดงท่าทีเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองสนับสนุนหูหยาอย่างที่สุด ส่วนผลลัพธ์ที่ต้องการจะเป็นเช่นไรนั้น แม้แต่พวกนางเองก็ยังไม่ทราบ

อี้อวิ๋นได้แต่ไร้วาจาจะกล่าว การต้องมาวุ่นวายกับกลุ่มเด็กที่ไม่รู้ความเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับเจอเรื่องไร้สาระเข้าให้แล้ว

อี้อวิ๋นเพียงแค่ปลดปล่อยกระแสแห่งสง่าราศีออกมาเล็กน้อย ก็สามารถผลักเด็กๆ เหล่านั้นให้ถอยห่างไปได้ เขาเดินก้าวใหญ่ผ่านฝูงชนไป ทิ้งให้เด็กเหล่านั้นได้แต่โกรธแค้นอยู่ในใจแต่กลับไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมา

ความจริงแล้ว ตั้งแต่การคัดเลือกหาผู้ที่เหมาะสมจบสิ้นลง อี้อวิ๋นก็พบว่าเขามักจะได้รับสายตาที่เต็มไปด้วยความประสงค์ร้ายจากราษฎรแห่งชนเผ่าเถาอยู่บ่อยครั้ง

อี้อวิ๋นเพียงคนเดียว กลับข่มขวัญสามคุณชายแห่งชนเผ่าเถาจนมิด ราวกับบุกเข้าไปตบหน้าถึงในบ้านของผู้อื่น คนของชนเผ่าเถาจะมาเป็นมิตรกับเขาได้อย่างไร

อีกทั้งอี้อวิ๋นก็ไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาเลยตั้งแต่ต้นจนจบ ผลการแข่งขันทั้งหมดล้วนเป็นการตัดสินของกองกำลังองครักษ์มังกรทอง คนของชนเผ่าเถาจึงย่อมไม่ยอมรับผลการตัดสินนั้น

อี้อวิ๋นไม่อยากสนใจคนเหล่านี้ เพียงต้องการรีบเดินออกไปจากฝูงชน ในตอนนั้นเอง อี้อวิ๋นก็สังเกตเห็นร่างอันงดงามในชุดสีขาวที่อยู่ไม่ไกลนัก กำลังมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้ม

ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง เงาของเด็กสาวนางนี้ถูกทอดจาวออกไป อาภรณ์ของนางราวกับถูกฉาบด้วยแสงสีทองอ่อนๆ แสงนั้นเต้นระบำไปมาดูราวกับภูตพรายที่ร่ายรำอยู่ท่ามกลางดวงตะวันยามเย็น

เด็กสาวเพียงแต่ยิ้มและไม่ได้เอ่ยวาจาใด เมื่อเห็นอี้อวิ๋นมองมา นางก็หันหลังเดินจากไป

อี้อวิ๋นเข้าใจในทันทีและเดินตามนางไป

ทั้งสองเดินมุ่งหน้าไปข้างหน้า และในไม่ช้าก็หายลับเข้าไปในเขตเมืองของชนเผ่าเถา

ทัศนียภาพเริ่มเปลี่ยนไป อี้อวิ๋นและเด็กสาวมาถึงป่าหลังเขาของชนเผ่าเถา ในยามนี้ดวงตะวันเพิ่งจะลับขอบฟ้าไป แสงที่หลงเหลืออยู่แผ่ซ่านไปทั่วท้องฟ้า ย้อมเมฆยามเย็นให้กลายเป็นสีแดงเพลิง

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เป็นที่ต้อนรับเท่าใดนัก..."

หลินซินถงเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับหันกลับมามองอี้อวิ๋น

อี้อวิ๋นแย้มยิ้มอย่างอ่อนใจ "การที่ข้ามาชนเผ่าเถาในครานี้ และข่มรัศมีของพวกเขาลง ย่อมเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่ต้อนรับ อีกทั้ง... ยังไม่ยอมรับในผลการตัดสินด้วย"

"ผลการประเมินของกองกำลังองครักษ์มังกรทองนั้นถือว่ามีความน่าเชื่อถืออยู่มาก เจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจคนเหล่านั้น... อืม... ตามที่ตกลงกันไว้ วันนี้จะประมือกับเจ้าต่อ" หลินซินถงนัดหมายกับอี้อวิ๋นไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าจะทำการประลองต่อในวันนี้

"ดี!"

จบบทที่ ตอนที่ 122 ไม่เป็นที่ต้อนรับ

คัดลอกลิงก์แล้ว