- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 121 ถูกตบหน้าอีกครั้ง1
ตอนที่ 121 ถูกตบหน้าอีกครั้ง1
ตอนที่ 121 ถูกตบหน้าอีกครั้ง1
ตอนที่ 121 ถูกตบหน้าอีกครั้ง1
การคัดเลือกหาผู้ที่เหมาะสมรอบที่สองของงานคัดเลือกแห่งอาณาจักรเทพยังไม่สิ้นสุดลง การทดสอบของเหล่านักรบขอบเขตโลหิตม่วงนั้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
เหล่านักรบขอบเขตโลหิตม่วงนั้น แม้จะกล่าวได้ว่าได้รับการรับประกันให้ผ่านการคัดเลือกแห่งอาณาจักรเทพ แต่ทว่าในกลุ่มของพวกเขาเองก็ต้องชิงดีชิงเด่นกัน เพื่อหวังจะได้รับทรัพยากรและฐานะที่สูงยิ่งขึ้นในกองกำลังองครักษ์มังกรทอง!
อี้อวิ๋นเฝ้าชมการร่ายรำวรยุทธ์ของเหล่านักรบขอบเขตโลหิตม่วงแห่งอวิ๋นหวงตลอดทั้งกระบวนการ
นักรบขอบเขตโลหิตม่วงนั้นแข็งแกร่งกว่านักรบขอบเขตโลหิตปุถุชนอย่างมากไม่ใช่เพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหูหยา บุตรชายลำดับที่หนึ่งแห่งชนเผ่าเถาปรากฏกายขึ้น บรรยากาศในสนามก็พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด!
สิ่งที่หูหยาแสดงให้ชมก็คือ "เก้ากระบี่เทียนเสวียน"!
อีกทั้งหูหยายังใช้กระบี่วงค์ตระกูลซึ่งเป็นสมบัติบรรพชนแห่งชนเผ่าเถา นั่นคือกระบี่ตัวผู้ในชุดกระบี่คู่ผัวเมีย
กระบี่ตัวผู้ยาวสามฉี เมื่ออยู่ในมือของหูหยา กระบี่เล่มนี้ราวกับมีชีวิต กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก่อตัวขึ้นในร่างของเขา ทุกกระบี่ที่วาดออกไปล้วนมีปราณกระบี่สั่นสะเทือน ชั่วพริบตานั้น ใจกลางสนามเต็มไปด้วยเงากระบี่ซ้อนทับกัน ราวกับม่านสีเงินที่แม้แต่น้ำก็ไม่อาจสาดผ่านเข้าไปได้
กระบี่ของหูหยานั้นรวดเร็วนัก เร็วเสียจนผู้คนมองไม่ทัน
และในบางครา หูหยาก็ลดความเร็วของกระบี่ลง ทว่าแม้จะช้าลง กระบวนท่ากระบี่ของเขากลับทำให้คนมองอย่างไม่แน่ชัด ความรู้สึกเช่นนี้เหมือนกับยามที่จางอวี่เสียนแสดงวิชากลืนกินคชสารไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งที่เห็นการเคลื่อนไหวของเขาชัดเจน แต่กลับไม่รู้ว่ากระบวนท่ากระบี่นั้นคือสิ่งใดกันแน่
เหล่ายอดฝีมือจากชนเผ่าต่างๆ ในอวิ๋นหวงต่างพากันชื่นชม แม้แต่สมาชิกกองกำลังองครักษ์มังกรทองหลายคนก็ยังพยักหน้าเล็กน้อย
เมื่อหูหยาแสดงเก้ากระบี่เทียนเสวียนถึงกระบวนท่าสุดท้าย ปราณกระบี่เก้าสายก็พุ่งออกจากร่างของเขา ทะยานตรงสู่ชั้นเมฆ!
ปราณกระบี่ทั้งเก้าสายนี้ เมื่อมองจากที่ไกลๆ ดูราวกับกระบี่ทองคำเล่มเล็กๆ ที่เปล่งแสงสีสันงดงามวิจิตรยิ่งนัก!
"ฉะ ฉะ ฉะ!"
กระบี่ทองคำฝ่าอากาศ หมู่เมฆบนท้องฟ้าถูกตัดขาดออกจากกัน
ราษฎรแห่งชนเผ่าเถาโดยรอบต่างส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ
หากจะกล่าวว่าปราณกระบี่ที่เถาอวิ๋นเซียวแสดงออกมาก่อนหน้านี้คือแสงหิ่งห้อย เช่นนั้นแสงจากกระบี่ทองคำของหูหยาก็คือดวงจันทร์อันกระจ่างใส ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
"นี่คือการรวมปราณเป็นรูปลักษณ์!"
ท่ามกลางฝูงชน มีนักรบผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น "การปลดปล่อยพลังปราณในร่างกายออกมาแล้วควบแน่นให้เป็นรูปร่างของสิ่งของที่จับต้องได้ นี่คือเคล็ดวิชาที่สูงส่งยิ่ง มีเพียงผู้โดดเด่นในหมู่นักรบขอบเขตโลหิตม่วงเท่านั้นที่จะครอบครองมันได้ พวกเจ้าดูเยี่ยงกระบี่ทองคำเก้าเล่มนั่นสิ มันพุ่งทะยานไปสู่หมู่เมฆ หากมันพุ่งเข้าใส่ศิลาเหล็กดำละก็ เกรงว่าศิลาที่มีขนาดเท่าบ้านคงถูกตัดขาดราวกับเต้าหู้เป็นแน่! คุณชายอวิ๋นเซียวเพียงแต่ไม่ได้แสดงพลังโจมตีของเขาออกมาเท่านั้น!"
"การรวมปราณเป็นรูปลักษณ์!"
อี้อวิ๋นใจสั่นสะท้าน เขานึกขึ้นได้ว่า เมื่อคืนตอนที่ประมือกับหลินซินถง ในยามที่เขาชกหมัดสุดท้ายออกไป กระบวนท่าของเขาก็มีเงาร่างมังกรและเสือปรากฏขึ้น!
ในยามนั้นเขาไม่ได้สังเกตเห็น แต่หลินซินถงกลับเอ่ยถึง สิ่งนั้นก็คือการรวมปราณแท้เป็นรูปลักษณ์นั่นเอง!
การรวมปราณแท้เป็นรูปลักษณ์ไม่ได้มีเพียงความน่าเกรงขามที่มองเห็นด้วยตาเท่านั้น แต่มันสามารถเพิ่มพลังโจมตีของกระบวนท่าได้อย่างมหาศาลจริงๆ!
การต่อสู้ของนักรบขอบเขตโลหิตปุถุชนและขอบเขตโลหิตม่วงนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นการปะทะด้วยเนื้อหนังต่อเนื้อหนัง ทว่าเมื่อการฝึกฝนวิถีวรยุทธ์สูงส่งขึ้นเรื่อยๆ การต่อสู้ระหว่างนักรบก็จะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นการประชันพลังปราณมากขึ้น!
สำหรับโลกแห่งวรยุทธ์ระดับสูง การรวมปราณเป็นรูปลักษณ์นั้นเป็นเพียงพื้นฐานเท่านั้น
ทว่าสำหรับนักรบในแดนรกร้างอันกว้างใหญ่นี้ การรวมปราณเป็นรูปลักษณ์ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากยิ่ง
เมื่อมองดูปฏิกิริยาของราษฎรโดยรอบ แต่ละคนล้วนตื่นเต้นยิ่งนัก ต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจ!
ราษฎรธรรมดาจะมีโอกาสเห็นการรวมปราณเป็นรูปลักษณ์ได้อย่างไร อีกทั้งหูหยายังมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในชนเผ่าเถา ผู้คนที่ส่งเสียงโห่ร้องเหล่านั้น ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ที่เลื่อมใสในตัวเขา
การร่ายรำวรยุทธ์ของหูหยาจบสิ้นลงแล้ว
ราษฎรแห่งชนเผ่าเถาแต่ละคนหน้าตาแดงก่ำราวกับเพิ่งดื่มสุราหมักชั้นดีมา ความสิริโสมนัสที่ปิดไม่มิดฉายชัดออกมา ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกอี้อวิ๋นข่มขวัญจนรู้สึกอึดอัดใจ บัดนี้หูหยาปรากฏกาย พวกเขาจึงได้ยืดอกอย่างภาคภูมิใจได้เสียที
อีกทั้งคุณชายลำดับที่หนึ่งหูหยาผู้นี้ ยังเข้าใกล้ขอบเขตหลอมกายาที่สมบูรณ์แล้ว คาดว่าภายในไม่กี่วันนี้คงจะสามารถก้าวเดินเข้าสู่ก้าวสุดท้ายได้อย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ราษฎรแห่งชนเผ่าเถาต่างรอคอย
ต้องรู้ว่า ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ทั้งชนเผ่าเถาไม่เคยมีอัจฉริยะที่เข้าถึงระดับ "หลอมกายาสมบูรณ์ ชีพจรดุจมังกร" มาก่อนเลย
"คุณชายหูหยาช่างเก่งกาจยิ่งนัก!"
"แน่นอนสิ! คุณชายกำลังจะบรรลุระดับหลอมกายาสมบูรณ์ ชีพจรดุจมังกรแล้ว อีกทั้งการฝึกฝนก็อยู่ในระดับโลหิตม่วงช่วงกลาง และในไม่ช้าก็จะเข้าสู่ช่วงท้าย จะไม่เก่งได้อย่างไร! คุณชายหูหยาจะต้องเหนือกว่าอี้อวิ๋นแน่นอน!"
"นั่นเป็นความจริงอย่างที่สุด! กระบี่ทองคำเก้าเล่ม รวมปราณแท้เป็นรูปลักษณ์ นี่สิคือความแข็งแกร่งที่แท้จริง! ไม่ใช่ภาพนิมิตอันเลื่อนลอยเหล่านั้น อีกอย่าง คุณชายหูหยาคือใครกันเล่า ครานี้จะได้สั่งสอนพวกชนเผ่าเล็กๆ ที่สำคัญตนผิดให้ได้รับบทเรียนเสียบ้าง ให้พวกเขารู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของชนเผ่าเถาเรา!"
ผู้คนต่างตื่นเต้นกันถ้วนหน้า และในยามนั้น ผู้คุมสอบจากกองกำลังองครักษ์มังกรทองได้ใช้เวลาชั่วหนึ่งเค่อในการจัดลำดับคะแนนของเหล่านักรบขอบเขตโลหิตม่วงออกมา
การขานชื่อยังคงเป็นไปตามลำดับการปรากฏตัว โดยหูหยาอยู่ในลำดับสุดท้าย
ยามที่จางถานขานชื่อหูหยา ราษฎรทั้งหมดของชนเผ่าเถาต่างก็กลั้นหายใจ นี่คือช่วงเวลาแห่งเกียรติยศของชนเผ่าพวกเขา
พวกเขาทั้งหมดต่างรอคอยให้หูหยาเหนือกว่าอี้อวิ๋น!
ความแข็งแกร่งของชนเผ่าเถาพวกเขานั้น มากกว่าชนเผ่าเล็กๆ อื่นๆ อีกหลายสิบแห่งรวมกันถึงสิบเท่า จะยอมให้เด็กหนุ่มธรรมดาอย่างอี้อวิ๋นมาข่มรัศมีได้อย่างไร?
ผู้คนต่างเฝ้ารอคอย จนกระทั่งจางถานเริ่มเอ่ยปาก——
"หูหยา อายุสิบแปดปี แสดงวิชาฝีมือ 'เก้ากระบี่เทียนเสวียน' ระดับที่ประเมินได้คือ——"
"ระดับลึกลับ... ไร้ลำดับ!"
เมื่อจางถานประกาศระดับของหูหยาออกมา ราษฎรแห่งชนเผ่าเถาต่างนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเกิดความโกลาหลขึ้น
ในที่สุดหูหยาก็ถึงระดับลึกลับแล้ว แต่กลับไม่ถึงเกณฑ์ที่จะมีลำดับ เป็นเพียงระดับลึกลับไร้ลำดับเท่านั้น!
การเปลี่ยนผ่านจากระดับเหลืองขั้นเก้าไปสู่ระดับลึกลับขั้นหนึ่งนั้น เป็นช่องว่างของระดับที่ใหญ่ยิ่ง มักจะมีบุคคลบางกลุ่มที่ประเมินว่าอยู่ระดับเหลืองก็ดูจะเสียของ แต่หากจะบอกว่าอยู่ระดับลึกลับก็ดูจะด้อยไปนิด
ดังนั้นในกฎการประเมินอัจฉริยะ จึงได้เพิ่มระดับ "ไร้ลำดับ" เข้ามา
ระดับลึกลับไร้ลำดับ หมายความว่าพอจะถึงระดับลึกลับได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความจริงแล้วยังไม่ถึงเกณฑ์ดีนัก เป็นระดับก้ำกึ่ง หากจะกล่าวให้ถูกต้องก็คือช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านจากระดับเหลืองไปสู่ระดับลึกลับ
หูหยา ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในหมู่คนหนุ่มสาวแห่งชนเผ่าเถา กระทั่งเมื่อเทียบกับยอดฝีมือขอบเขตโลหิตม่วงระดับสูงสุดในรุ่นก่อนก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย เขาคือสัญลักษณ์แห่งมาตรฐานสูงสุดของชนเผ่าเถา แต่กลับถูกประเมินให้อยู่เพียงช่วงเปลี่ยนผ่านจากระดับเหลืองไปสู่ระดับลึกลับเท่านั้นหรือ?
นี่เรื่องล้อเล่นกระนั้นหรือ?
ในชนเผ่าเถานั้น หูหยาเป็นที่ชื่นชอบและได้รับการสนับสนุนอย่างบ้าคลั่งจากผู้คนมากมาย
บัดนี้กองกำลังองครักษ์มังกรทองประเมินหูหยาให้อยู่ในระดับลึกลับไร้ลำดับ เหล่าผู้สนับสนุนต่างไม่อาจยอมรับได้! เดิมทีพวกเขากำลังเตรียมจะโอ้อวด แต่ยังไม่ทันจะได้ทำสิ่งใดก็กลับต้องถูกตบหน้าอีกครั้ง!
หากจะบอกว่าทั่วทั้งอวิ๋นหวงไม่มีระดับลึกลับเลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงหูหยาที่เป็นระดับลึกลับไร้ลำดับ พวกเขาก็พอจะยอมรับได้อย่างแกนๆ ว่ามาตรฐานการทดสอบของกองกำลังองครักษ์มังกรทองนั้นเข้มงวดจนเกินไป
ทว่าตอนนี้ กลับมีเจ้าเด็กที่ชื่ออี้อวิ๋นเข้าถึงระดับลึกลับขั้นห้าไปแล้ว แต่หูหยาของพวกเขากลับเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านของระดับลึกลับ พวกเขาจะยอมรับได้อย่างไร
………