- หน้าแรก
- ติ๊ง! ระบบโกงอัปเกรดศักยภาพไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 10 - ข้อมูลของเจียงเหิง!
บทที่ 10 - ข้อมูลของเจียงเหิง!
บทที่ 10 - ข้อมูลของเจียงเหิง!
บทที่ 10 - ข้อมูลของเจียงเหิง!
ชายวัยกลางคนในชุดดำผู้มีนามว่าผู้อาวุโสซุนขมวดคิ้ว
"บุตรชายของเจียงเหวินจิ่งหรือ เจ้าสวะนั่นน่ะหรือ"
"ข้าเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือ การคัดเลือกประมุขสำนักกำลังจะมาถึง ไม่ต้องไปสนใจการคงอยู่ของมัน เพื่อไม่ให้ผู้คนคิดว่าข้าเป็นพวกใจแคบ"
ชายวัยกลางคนที่อยู่ใต้ขั้นบันไดยังคงค้อมกายประนมมือ กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ช่วงนี้ระดับบ่มเพาะพลังของมันเพิ่มขึ้นรวดเร็วผิดปกติ ดังนั้นผู้ใต้บังคับบัญชาจึงเห็นว่าจำเป็นต้องรายงานขอรับ"
"เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เจียงเหิงยังถูกผู้รับใช้รังแกอยู่เลย"
"กว่าครึ่งเดือนก่อน มันเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายนอก"
"บ่ายวันนี้ บนลานประลองยุทธ์สายนอก มันใช้พลังที่เหนือกว่าอย่างบดขยี้ เอาชนะศิษย์อีกคนที่มีระดับบ่มเพาะพลังขอบเขตกายาขั้นที่แปด และมีเคล็ดวิชากระบี่ขั้นเชี่ยวชาญลงได้"
"วิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์ เพลงหมัดนิรนามขั้นเชี่ยวชาญขึ้นไป ร่างกายที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเคล็ดวิชากายาทองแดงขั้นสมบูรณ์ ระดับบ่มเพาะพลังขั้นที่หก"
"ทั้งหมดนี้ ดูเหมือนมันจะฝึกฝนจนสำเร็จได้ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น"
เมื่อได้ฟังคำรายงาน สีหน้าของผู้อาวุโสซุนก็มืดครึ้มลง กลิ่นอายอันมหาศาลแผ่พุ่งออกจากร่าง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วทั้งตำหนัก
"หึหึ ดูเหมือนไอ้เด็กเหลือขอนี่จะมีพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวเหมือนกับเจียงเหวินจิ่งเลยสินะ"
"เดิมทีเห็นแก่หน้าผู้อาวุโสเวิน ยังคิดจะเมินเฉยต่อการคงอยู่ของมันเสียหน่อย"
"แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ไอ้เด็กเหลือขอนี่คงเก็บเอาไว้ไม่ได้แล้ว"
กล่าวจบ ผู้อาวุโสซุนก็ปรายตามองไปยังชายวัยกลางคน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เหลยซง หาโอกาสกำจัดมันซะ"
"จำเอาไว้ อย่าให้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับพวกเรา ข้าไม่อยากให้ใครจับข้ออ้างได้"
เหลยซงชายวัยกลางคนรับคำ "ขอรับ"
...
เที่ยงวันรุ่งขึ้น
เจียงเหิงนำแต้มศักยภาพที่เพิ่งได้รับมาทั้งหมดไปเพิ่มให้กับระดับบ่มเพาะพลัง ปราณโลหิตพลันพุ่งพรวดขึ้นอีกครา
ระดับบ่มเพาะพลัง: 5523/60000
หลังจากกินข้าวที่โรงอาหารเสร็จ เขาก็มาถึงบริเวณลานประลองยุทธ์
เวลานี้ ลานประลองยุทธ์คลาคล่ำไปด้วยผู้คนแล้ว
ตอนที่เจียงเหิงค่อยๆ เดินเข้ามา ก็มีคนร้องอุทานขึ้น
"เจียงเหิง เจียงเหิงมาแล้ว"
ฝูงชนแหวกทางออกในทันที สายตาทุกคู่จับจ้องเจียงเหิงที่เดินทีละก้าวไปยังพื้นที่รอประลองข้างลาน
"ศิษย์น้องเจียง เจ้ารอสักประเดี๋ยว ผู่ซิงอวี่น่าจะอีกราวหนึ่งก้านธูปจึงจะมาถึง"
ผู้ดูแลหลังโต๊ะสี่เหลี่ยมกล่าวอย่างเกรงใจ เจียงเหิงยิ้มพลางพยักหน้ารับ
เวลานี้บนลานประลอง ยังคงมีคนสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทว่าความสนใจของทุกคนกลับไม่ได้อยู่บนลานประลองแล้ว
กลับมีคนวิพากษ์วิจารณ์ถึงเจียงเหิงที่ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านข้าง และผู่ซิงอวี่ที่กำลังจะปรากฏตัวออกมาไม่ขาดสาย
"ได้ยินมาว่าผู่ซิงอวี่เพิ่งจะทะลวงสู่ระดับบ่มเพาะพลังขั้นที่เก้าเมื่อไม่กี่วันก่อน ผนวกกับเคล็ดวิชาดาบจันทราคล้อยขั้นเชี่ยวชาญ"
"พละกำลังเก้าหมื่นชั่ง ผนวกกับพลังระเบิดสองเท่า เท่ากับมีพลังระเบิดถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นชั่งเต็มๆ"
"เช่นเดียวกับเมิ่งหลิงซิ่ว หากไม่ใช่เพิ่งจะโดดเด่นขึ้นมาในช่วงปีที่ผ่านมา ก็คงจะติดห้าสิบอันดับแรกในการประลองใหญ่ประจำสำนัก หรือกระทั่งมีลุ้นติดสิบอันดับแรกไปแล้ว"
"เจียงเหิงเองก็น่าสะพรึงกลัวเช่นกัน ร่างกายอันแข็งแกร่งทนทาน วิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์ อย่างน้อยก็มีเพลงหมัดขั้นเชี่ยวชาญ หากกล่าวถึงพรสวรรค์ด้านเคล็ดวิชาต่อสู้ เกรงว่าทั่วทั้งสำนักคงนับว่ายอดเยี่ยมที่สุดแล้ว"
"น่าเสียดายที่ระดับบ่มเพาะพลังยังต่ำเกินไป เกรงว่าคงไม่อาจปะทะกับผู่ซิงอวี่ซึ่งหน้าได้ คงทำได้เพียงอาศัยวิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์ในการต่อสู้แบบฉากหลบหลีกเท่านั้น"
"หากเลือกที่จะปะทะซึ่งหน้า มีโอกาสสูงมากที่จะถูกผู่ซิงอวี่บดขยี้ในคราวเดียว ทว่าหากทำตรงกันข้าม โอกาสชนะก็มีสูงมาก"
เวลานั้นเอง
"ผู่ซิงอวี่มาแล้ว"
มีคนร้องอุทานขึ้น
หลายคนหันขวับไปมองทันที กระทั่งสองคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่บนลานประลองก็แยกย้ายกันในพริบตา หมดอารมณ์ที่จะต่อสู้กันต่อไป
ณ พื้นที่รอประลอง เจียงเหิงที่เดิมทีหลับตาพักผ่อนอยู่ก็ลืมตาขึ้นมา มองไปยังทิศทางที่กำลังมีคนเดินเข้ามา
เห็นเพียงชายหนุ่มร่างกำยำประดุจมังกรคลั่ง สะพายดาบยาวไว้กลางหลัง กำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างเนิบนาบ
ใบหน้าของเขาเย็นชา ผมยาวที่มัดไว้ลวกๆ ด้านหลังปลิวไสวไปตามสายลม แม้หน้าตาจะดูแสนธรรมดา ทว่าก็แผ่ซ่านกลิ่นอายอันหล่อเหลาอิสระออกมา
สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่เจียงเหิงในพื้นที่รอประลอง
สายตาทั้งสองประสานกัน จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันยิ่งใหญ่เดือดพล่านขึ้นมาในทันที
ร่างของผู่ซิงอวี่กระโจนทะยานขึ้น
กลิ่นอายดุดันบ้าคลั่ง ราวกับสัตว์ยักษ์ดึกดำบรรพ์ ข้ามผ่านระยะทางหลายร้อยเมตรในชั่วพริบตา ร่อนลงสู่ลานประลองจากที่ไกลๆ
สองคนบนลานประลองรีบหลบทาง กระโดดลงไปด้านล่าง เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับการประลองที่กำลังจะมาถึง
"ตูม"
ร่างของผู่ซิงอวี่ดุจดาวตก กระแทกโครมลงตรงกลางลานประลอง
พื้นดินแตกร้าว รอยร้าวขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายใยแมงมุมลุกลามออกไปรอบทิศทาง
"เจียงเหิง ขึ้นมาสิ"
"ข้าได้ยินวีรกรรมของเจ้าแล้ว รีบมาสู้แบบลูกผู้ชายชนลูกผู้ชายกับข้าเถอะ"
เสียงห้าวหาญของผู่ซิงอวี่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปที่เจียงเหิงในพื้นที่รอประลอง
ที่มุมหนึ่งของฝูงชนที่มุงดู
เมิ่งหลิงซิ่วสีหน้าเย็นชา ชายกระโปรงพลิ้วไหว ในฐานะอัจฉริยะเหนือชั้น ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา นางกลับพ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่มอัจฉริยะถึงสองคนติดต่อกัน
บัดนี้ การเผชิญหน้ากันของสองอัจฉริยะหนุ่ม ย่อมทำให้นนางจับตามองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เวลานี้ เด็กหนุ่มร่างกำยำผู้หนึ่งเดินมาหยุดอยู่ห่างจากนางไม่ไกลนัก เสียงทุ้มนุ่มนวลดังกังวานขึ้น
"หลิงซิ่ว ได้ยินมาว่าเมื่อวานมีคนรังแกเจ้างั้นหรือ"
เมิ่งหลิงซิ่วขมวดคิ้ว หันขวับไปมอง
เห็นเพียงเด็กหนุ่มชายเสื้อพลิ้วไหว ผมยาวระบ่า หน้าตาอัปลักษณ์ผู้หนึ่ง กำลังจ้องมองนางด้วยสายตาห่วงใย
"จะเรียกชื่อเต็มของข้า หรือจะไสหัวไป"
เมิ่งหลิงซิ่วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
คำว่า 'รังแก' ทำให้นางผู้มีความเย่อหยิ่งเต็มเปี่ยมในใจรู้สึกอัปยศอดสู ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายเพิ่งจะมาถึงก็เปิดฉากพูดเรื่องที่นางพ่ายแพ้ขึ้นมาทันที แล้วจะให้นางมีสีหน้าดีๆ ด้วยได้อย่างไร
เด็กหนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์สีหน้าเปลี่ยนแปร
มันข่มความโกรธที่ปะทุขึ้นในใจ สีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยขณะเอ่ยขึ้น
"ไม่ว่าเจ้าจะปฏิบัติกับข้าเช่นไร ข้าก็จะคอยปกป้องเจ้าต่อไป"
"เจียงเหิงรังแกเจ้า ข้าก็จะแก้แค้นแทนเจ้าเอง"
"นี่คือคำประกาศิตของอันดับหนึ่งแห่งสายนอก"
"แค่ลานประลองยุทธ์กระจอกๆ ต่อให้ได้เป็นเจ้าสังเวียนแล้วจะทำไม ในสายตาข้า ก็เป็นแค่การเล่นขายของของเด็กๆ เท่านั้น"
เด็กหนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์แค่นเสียงหัวเราะเยาะ ทว่ากลับไม่ทันสังเกตเห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายของเมิ่งหลิงซิ่วที่อยู่ด้านข้างเลยแม้แต่น้อย
ณ พื้นที่รอประลอง
เจียงเหิงสีหน้าราบเรียบ
เมื่อได้ยินคำท้าทายของผู่ซิงอวี่ ร่างของเด็กหนุ่มก็กระโจนทะยานขึ้นเช่นเดียวกัน กระแทกโครมลงไม่ไกลจากอีกฝ่ายนัก
"เดิมทีข้ายังคาดหวังในตัวเจ้า ทว่าเมื่อเห็นการกระทำของเจ้าในตอนนี้ ข้ากลับรู้สึกผิดหวังนัก"
น้ำเสียงสบายๆ ของเจียงเหิงดังก้องไปทั่วบริเวณ ทำให้ฝูงชนที่มุงดูเงียบกริบลงทันที ส่วนผู่ซิงอวี่ยิ่งสีหน้ามืดครึ้มลง
สายตาของเจียงเหิงกวาดมองแผ่นหินที่แตกร้าวเป็นชิ้นใหญ่ๆ โดยมีผู่ซิงอวี่เป็นศูนย์กลาง
"หวาดกลัววิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์ของข้า จึงจงใจทำลายลานประลองเสียก่อน เพื่อหวังจะส่งผลกระทบต่อการใช้วิชาตัวเบาของข้า"
"จากนั้นก็ใช้คำพูดบีบคั้น หวังจะให้ข้าละทิ้งความได้เปรียบด้านวิชาตัวเบา แล้วเข้าปะทะกับเจ้าซึ่งหน้า"
"อายุมากกว่าข้า เข้าสำนักมานานกว่าข้า ระดับบ่มเพาะพลังสูงกว่าข้า กลับยังต้องมาเล่นเล่ห์เหลี่ยมตื้นๆ เช่นนี้อีก"
"จิตใจของเจ้าไม่บริสุทธิ์ ยังจะมาพูดเรื่องวิถีแห่งการต่อสู้อันใดอีก"
เมื่อกล่าวถึงตอนท้าย เจียงเหิงก็ตวาดเสียงกร้าว
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเหิง ฝูงชนที่มุงดูต่างก็มองผู่ซิงอวี่ด้วยสีหน้าประหลาดใจ
เห็นเจ้าหน้าตาห้าวหาญ ซื่อสัตย์จริงใจ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนเจ้าเล่ห์แสนกลเช่นนี้
ผู่ซิงอวี่บนลานประลองหน้าดำทะมึน กำลังจะอ้าปากเถียง ทว่าเจียงเหิงกลับกล่าวสืบต่อ
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้ายอมต่อให้เจ้าสักก้าวจะเป็นไรไป"
"เข้ามาเลย มาดูกันว่ากระดูกใครจะแข็งกว่ากัน"
ขณะกล่าว ปราณโลหิตในร่างกายเจียงเหิงก็พลุ่งพล่าน ปราณโลหิตดั่งมังกรโอบล้อมรอบกาย เปลวเพลิงปราณสั่นไหวลุกโชน
เท้ากระทืบลงพื้น
"ปัง"
เศษหินใต้เท้าปลิวว่อน ร่างของเจียงเหิงพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนูหลุดจากแหล่ง
[จบแล้ว]