- หน้าแรก
- คู่หูป่วนโลกบำเพ็ญเพียร
- บทที่ 34 - เก๊กหาพ่องมึงเหรอ!
บทที่ 34 - เก๊กหาพ่องมึงเหรอ!
บทที่ 34 - เก๊กหาพ่องมึงเหรอ!
บทที่ 34 - เก๊กหาพ่องมึงเหรอ!
★★★★★
เซียวหรานจำของสิ่งนี้ได้
มันคือผลไม้วิญญาณธาตุหยินที่หายากสุดๆ หากกินเข้าไปโดยตรงจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้จิตวิญญาณได้อย่างมหาศาล
หากผู้ฝึกตนที่บำเพ็ญเพียรวิชาสายศพมรณะได้มันไป ก็อาจจะมีโอกาสบรรลุพลังเหนือธรรมชาติได้เลยทีเดียว
มิน่าล่ะกลุ่มของชายร่างใหญ่หน้าบากถึงได้กล้าเสี่ยงอันตรายเข้ามาลึกขนาดนี้
เซียวหรานกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะยื่นมือเข้าไปสอดดีหรือไม่ ทว่าจู่ๆ สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็เกิดความปั่นป่วนขึ้นมา
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอีกสายหนึ่งกำลังลอบเร้นเข้ามาจากอีกฝั่งของถ้ำอย่างเงียบเชียบ เป้าหมายพุ่งตรงไปยังผลหน้าผีมรณะต้นนั้น
กลิ่นอายสายนี้เซียวหรานคุ้นเคยเป็นอย่างดี
เป็นอู๋หยวน ผู้ฝึกตนอิสระที่เอ่ยปากชวนเขาร่วมทีมที่ปากหุบเขานั่นเอง
เวลานี้อู๋หยวนไม่มีท่าทีอ่อนโยนและสุภาพเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเปล่งแสงสีเทาแปลกประหลาด บนใบหน้ามีเส้นเลือดสีดำปูดโปน เล็บมือทั้งสองข้างก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและแหลมคม รอบกายมีกลิ่นอายศพมรณะวนเวียนอยู่
ไอ้ลุงนี่มันคิดไม่ซื่อจริงๆ ด้วย
ดูจากท่าทางแล้ว เขาคงจะแอบบำเพ็ญเพียรวิชาสายควบคุมศพมานานแล้ว แถมยังบรรลุถึงขั้นที่ก้าวหน้าไม่เบาเลยด้วย
การที่อู๋หยวนตั้งใจชวนผู้ฝึกตนอิสระคนอื่นมาร่วมสำรวจด้วย ความจริงแล้วก็เพื่อเอามาเป็นโล่รับกระสุนแทนตัวเองนั่นแหละ
แล้วตัวเองก็ค่อยหาโอกาสเด็ดผลหน้าผีมรณะ
อู๋หยวนเคลื่อนไหวราวกับภูตผี เขาอ้อมผ่านสนามรบไปอย่างรวดเร็วโดยอาศัยจังหวะที่ความสนใจของราชาศพกำลังพุ่งเป้าไปที่ชายร่างใหญ่หน้าบาก เพื่อเข้าไปใกล้ผนังหิน
เขายื่นมือออกไปเตรียมจะเด็ดผลหน้าผีมรณะ
แต่ในตอนนั้นเอง
ราชาศพก็หันขวับกลับมา นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องเขม็งไปที่อู๋หยวน
"โฮก!!!"
เสียงคำรามดังกึกก้องจนถ้ำสั่นสะเทือน
ราชาศพยกมือขึ้นตะปบกลางอากาศ เงากรงเล็บสีดำสนิทห้าเส้นพุ่งทะลวงอากาศเข้ามา
สีหน้าของอู๋หยวนเปลี่ยนไปอย่างหนัก เขารีบเรียกโล่กระดูกออกมาป้องกัน
"ตูม!"
โล่กระดูกแตกกระจาย อู๋หยวนกระอักเลือดแล้วลอยกระเด็นไปกระแทกกับผนังหิน
ร่างของราชาศพกะพริบไหว เพียงพริบตาก็ไปโผล่อยู่ตรงหน้าอู๋หยวนพร้อมกับตวัดกรงเล็บอันแหลมคมลงมาอย่างโหดเหี้ยม
อู๋หยวนกรีดร้องลั่น เขากัดปลายลิ้นแล้วพ่นแก่นเลือดออกมาเพื่อใช้วิชาเร้นโลหิตเตรียมจะหลบหนี
ทว่าความเร็วของราชาศพกลับเหนือกว่า กรงเล็บแหลมคมตามติดราวกับเงาตามตัว ดูทรงแล้วคงจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ ในอีกไม่ช้า
ในช่วงวินาทีความเป็นความตายนั้นเอง
จู่ๆ อู๋หยวนก็ระเบิดพลังแฝงออกมา แสงสีดำแปลกประหลาดพวยพุ่งขึ้นมารอบตัวเขา
เพียงชั่วพริบตาร่างของเขาก็หายไปจากจุดเดิม
เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งก็บังเอิญมาอยู่ตรงหน้าเซียวหรานพอดี
ราชาศพเห็นดังนั้นจึงกะพริบร่างตามมาติดๆ พร้อมกับซัดกรงเล็บออกไปอีกครั้ง
อู๋หยวนอาศัยจังหวะนั้นเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง
เซียวหราน "ไอ้เวรเอ๊ย"
ไอ้ระยำอู๋หยวนนี่ ดันคิดจะลากเขาไปซวยด้วย
เซียวหรานเพิ่งจะเตรียมตัวชิ่งหนี กรงเล็บของราชาศพก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าแล้ว
"เชี่ย!"
เซียวหรานจึงทำได้เพียงงัดฝีมือออกมารับมือ
ลำแสงสีเทาดำสายหนึ่งพุ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของราชาศพอย่างจัง
แสงมารคืนสู่ความว่างเปล่า
ราชาศพถูกกระแทกจนเซถลา กรงเล็บจึงเบี่ยงเบนไปเล็กน้อยแล้วพุ่งไปเจาะผนังหินด้านข้างจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่
อู๋หยวนฉวยโอกาสหนีออกไปไกลถึงสิบจั้ง เขามองมาที่คนที่เพิ่งลงมือด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ได้ยิ้ม
"ขอบคุณพี่ชายที่ยื่นมือเข้าช่วย"
เซียวหรานเดินออกมาจากเงามืดด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
"แกกล้าหลอกใช้ฉันเหรอ"
"พี่ชายพูดอะไรแบบนั้น"
"ข้าก็แค่หนีเอาตัวรอดในยามคับขัน จะไปหลอกใช้ท่านได้อย่างไร"
อู๋หยวนรีบแก้ตัว แต่ในดวงตากลับมีประกายเย็นเยียบที่ยากจะสังเกตเห็นพาดผ่านไป
"ร่อนหาที่ตาย"
เซียวหรานเป็นพวกมีแค้นต้องชำระอยู่แล้ว เขาโคจรแสงมารคืนสู่ความว่างเปล่าแล้วพุ่งทะยานเข้าใส่อู๋หยวนทันที
"พี่ชาย อย่าเพิ่งใจร้อนสิ"
"ท่านลองดูข้างหลังท่านก่อนเถอะ"
"ราชาศพ จัดการมันเลย!"
อู๋หยวนร้องตะโกนเสียงหลงแล้วรีบกระโดดหลบ พร้อมกับหันไปตะโกนบอกราชาศพที่อยู่ไกลออกไป
ราชาศพได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆ หันกลับมา นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องมองเซียวหรานเขม็ง
มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม
มนุษย์ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาใหม่คนนี้ แสงสีเทาดำบนร่างของเขากลับสามารถกลืนกินกลิ่นอายศพมรณะของมันได้
แต่ทว่าในใจของมันกลับเกิดจิตสังหารเพิ่มขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
"โฮก!!!"
ราชาศพเลิกสนใจอู๋หยวน แล้วพุ่งตรงเข้าใส่เซียวหรานทันที
เซียวหรานไม่กล้าประมาท เขาเรียกโล่มารเหมันต์ออกมาขวางไว้ด้านหน้า พร้อมกับสองมือประสานอิน
"เจดีย์สยบวิญญาณ"
ภาพลวงตาของเจดีย์สีดำปรากฏขึ้นเพื่อปกป้องจิตวิญญาณ
แสงมารคืนสู่ความว่างเปล่าไหลเวียนอยู่รอบกายและแปรสภาพเป็นชุดเกราะมาร
การต่อสู้ครั้งใหญ่พร้อมปะทุขึ้นทุกเมื่อ
และในขณะเดียวกัน กลุ่มของชายร่างใหญ่หน้าบากก็มองเห็นโอกาสพลิกสถานการณ์ พวกเขาพากันคำรามลั่นและระเบิดพลังออกมาเพื่อพุ่งเข้าใส่หุ่นเชิดศพอย่างเอาเป็นเอาตาย หวังจะฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้
ภายในถ้ำเกิดการต่อสู้ตะลุมบอนของทั้งสามฝ่ายขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ
...
ความเร็วของราชาศพนั้นน่าทึ่งมาก
ระยะห่างสิบจั้งถูกร่นเข้ามาในพริบตา กรงเล็บสีเขียวคล้ำฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมปรี๊ด พุ่งเป้าไปที่ลำคอของเซียวหรานโดยตรง
เซียวหรานเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว เขายกโล่มารเหมันต์ขึ้นมาบังด้านหน้าทันที
"เคร้ง!!!"
เสียงปะทะดังสนั่นราวกับเหล็กกล้ากระทบกันระเบิดก้องไปทั่วถ้ำ
เซียวหรานถอยหลังไปถึงสามก้าว แขนข้างที่ถือโล่มีอาการชาเล็กน้อย
พละกำลังของราชาศพตัวนี้เหนือกว่าหุ่นเชิดศพโครงกระดูกตัวก่อนหน้านี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า
ราชาศพโจมตีพลาดเป้า มันจึงอาศัยแรงเหวี่ยงหมุนตัวกลับมาแล้วตวัดกรงเล็บซ้ายกวาดออกไป เงากรงเล็บสีดำสนิทห้าเส้นปิดตายเส้นทางถอยของเซียวหรานจนหมดสิ้น
ก่อนที่เงากรงเล็บจะพุ่งมาถึง กลิ่นอายศพมรณะอันเข้มข้นก็พัดโชยมาปะทะใบหน้า นำพามาซึ่งกลิ่นเหม็นเน่าและกลิ่นอายแห่งความตาย
แววตาของเซียวหรานเย็นเยียบ เขาไม่คิดจะออมมืออีกต่อไป
แก่นมารในจุดตันเถียนหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ริ้วทองคำทั้งสิบสองเส้นสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน
"แสงมารคืนสู่ความว่างเปล่ารูปแบบกลืนกิน"
เขาทำท่ากำมือขวาหลวมๆ วังวนสีเทาดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ
มันขยายตัวรับลมจนกลายเป็นหลุมดำขนาดกว่าหนึ่งจั้ง และกลืนกินเงากรงเล็บทั้งห้าเส้นเข้าไปจนหมดสิ้น
วังวนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พื้นผิวของมันเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมไหว แต่สุดท้ายก็สามารถรับการโจมตีเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
นัยน์ตาสีแดงฉานของราชาศพหดเกร็งลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ามันคาดไม่ถึงว่าเซียวหรานจะสามารถรับมือกับการโจมตีของมันได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
และในขณะเดียวกัน สถานการณ์การต่อสู้อีกด้านหนึ่งก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
ชายร่างใหญ่หน้าบากเห็นว่าเซียวหรานดึงดูดความสนใจของราชาศพไปแล้ว ความกดดันของเขาก็ลดลงอย่างมาก เขาคำรามลั่น ขวานทลายภูเขาในมือระเบิดแสงสีเลือดอันเจิดจ้าออกมา
"เพลงขวานโลหิตสังหาร"
เขาฟาดขวานลงไปเต็มแรง ฟันหุ่นเชิดศพสามตัวที่อยู่ตรงหน้าขาดสะบั้นกลางลำตัว
พรรคพวกอีกสองคนที่อยู่ด้านหลังก็ฉวยโอกาสนี้ระเบิดพลังออกมาเช่นกัน ชั่วขณะนั้นพวกเขาสามารถตีฝ่าวงล้อมของหุ่นเชิดศพถอยร่นไปได้ไกลถึงหลายจั้ง
"ฝ่าออกไป เร็วเข้า"
ชายร่างใหญ่หน้าบากคำรามเสียงต่ำ ทั้งสามคนหันหลังชนกัน พวกเขาค่อยๆ ขยับตัวไปทางปากถ้ำพลางตั้งรับการโจมตีไปด้วย
แต่ในตอนที่พวกเขากำลังจะหลุดพ้นจากวงล้อมนั่นเอง
อู๋หยวนที่คอยวนเวียนอยู่นอกวงรบมาตลอดก็มาโผล่ขวางหน้าทุกคนอย่างกะทันหัน
บนใบหน้าของเขายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและท่าทีสุภาพเช่นเคย
มีเพียงรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากซึ่งดูเหมือนมีและเหมือนไม่มีเท่านั้น ที่เป็นตัวเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของเขาในตอนนี้
"สหายนักพรตทั้งหลาย จะรีบไปไหนกันเล่า"
ชายร่างใหญ่หน้าบากชะงักฝีเท้าและจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความระแวดระวัง
"สหายอู๋ ท่านหมายความว่าอย่างไร"
"ไม่ได้หมายความว่าอย่างไรหรอก"
"ข้าก็แค่คิดว่าในเมื่อพวกท่านมาแล้ว ก็สู้รั้งอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยไม่ดีกว่าหรือ"
อู๋หยวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
สิ้นเสียง เขาก็ยกมือขวาขึ้นมาแล้วกำมือกลางอากาศ
"หุ่นเชิดศพ... จงตื่น"
พื้นดินระเบิดแตกกระจายในทันที
หุ่นเชิดศพห้าตัวที่มีผิวกายสีดำสนิทและแผ่กลิ่นอายดุร้ายกว่าเดิมพุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ดิน ปิดตายเส้นทางถอยของกลุ่มชายร่างใหญ่หน้าบากทั้งสามคนไปจนหมดสิ้น
หุ่นเชิดศพที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาใหม่เหล่านี้ ทุกตัวล้วนมีพลังเทียบเท่ากับขั้นแก่นทองคำตอนกลาง
แถมยังเคลื่อนไหวปราดเปรียว แววตามีชีวิตชีวา เห็นได้ชัดว่าเทียบไม่ได้กับพวกตัวประกอบกิ๊กก๊อกก่อนหน้านี้เลยสักนิด
"แก... แกวางกำลังซุ่มโจมตีไว้ก่อนแล้วงั้นเรอะ"
สีหน้าของชายร่างใหญ่หน้าบากเปลี่ยนไปอย่างหนัก
"ซุ่มโจมตีงั้นรึ"
"เส้นทางโบราณปรโลกทั้งเส้นนี้ ล้วนเป็นลานประลองล่าสัตว์ของข้าต่างหาก พวกแกก็แค่เหยื่อที่เดินมาส่งถึงที่ก็เท่านั้นเอง"
อู๋หยวนหัวเราะเบาๆ
เขาเปลี่ยนสายตาไปมองการต่อสู้ระหว่างเซียวหรานกับราชาศพ แววตาของเขาปรากฏความโลภพาดผ่านไป
"แต่พี่ชายท่านนี้นี่สิ... กลับน่าสนใจกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก"
"มีระดับพลังแค่ขั้นแก่นทองคำตอนกลางแต่กลับสำแดงฝีมือได้ขนาดนี้ ดูท่าคงจะมีกายาพิเศษสินะ ช่างเป็นภาชนะที่สมบูรณ์แบบเสียนี่กระไร"
ถึงแม้เซียวหรานกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด แต่เขาก็แผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์คอยระแวดระวังสถานการณ์โดยรอบอยู่ตลอดเวลา
เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋หยวน ในใจของเขาก็ดำดิ่งลง
ไอ้เวรนี่ มึงจะเก๊กหาพ่อมึงเหรอ
รอให้เขาจัดการกับราชาศพเสร็จก่อนเถอะ เขาจะไปแล่เนื้อมันทั้งเป็นเลยคอยดู
[จบแล้ว]