- หน้าแรก
- บีสต์เทมเมอร์พลิกชะตากับระบบสกิลเทพรายวัน
- ตอนที่ 34: เลเวล 10
ตอนที่ 34: เลเวล 10
ตอนที่ 34: เลเวล 10
พรสวรรค์ระดับ S ถึงสองอย่าง มิน่าล่ะ หมาป่าสายพันธุ์นี้ถึงได้น่าหวาดหวั่นนัก
เลโอนาร์โดคาดเดาว่าพรสวรรค์แรกน่าจะเกี่ยวข้องกับกรงเล็บและเขี้ยวอันน่าสยดสยองของมัน ในขณะที่พรสวรรค์ที่สองคือสิ่งที่ทำให้มันสามารถกลืนกินเวทมนตร์ได้ทุกรูปแบบ
"เอ๊ะ..."
เลโอนาร์โดประหลาดใจเมื่อจู่ๆ เกตก็เปิดออกหลังจากที่เอลลี่สังหารหมาป่าตัวที่ใช้ไฟได้สำเร็จ
โดยไม่เสียเวลาคิดให้มากความ เขาก้าวเข้าไปในเกต ทิ้งลูกหมาป่าไว้เบื้องหลัง
ห้องที่เขาปรากฏตัวดูธรรมดาทั่วไป ทว่าเลโอนาร์โดก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นขวดที่บรรจุของเหลวสีดำสนิทวางอยู่สุดปลายห้อง
ติ๊ง!
(โพชั่นเลื่อนระดับ เลเวล 10; ของเหลวที่จะทำให้คุณทะลวงสู่เลเวล 10 ได้ในทันทีหลังจากดื่มมัน)
เลโอนาร์โดไม่ได้คาดคิดถึงสิ่งนี้เลยจริงๆ
เพราะถึงยังไง โพชั่นเลื่อนระดับก็เป็นไอเทมที่หายากสุดขีด แม้แต่โพชั่นระดับต่ำก็ตาม การได้มาเจอมันแบบนี้อธิบายได้คำเดียวเลยว่าโชคดีโคตรๆ
แต่เมื่อนึกถึงลูกหมาป่าที่อยู่ข้างนอก ดูเหมือนว่าของชิ้นนี้จะถูกเตรียมไว้สำหรับบีสต์เทมเมอร์โดยเฉพาะ
เขาหยิบขวดโพชั่นขึ้นมาก่อนจะเดินกลับออกไปข้างนอก
การต่อสู้ระหว่างเอลลี่กับฝูงหมาป่ายังคงดำเนินต่อไป เธอยังคงพ่นเพลิงทมิฬออกมาแผดเผาพวกมันอย่างต่อเนื่อง
โชคร้ายที่ฝูงหมาป่ามีจำนวนมากเกินไป
แม้พวกมันจะไม่สามารถโจมตีเอลลี่ได้ แต่เธอก็เริ่มมีท่าทีเหนื่อยล้าให้เห็นแล้ว
(ถ้าเหนื่อยก็แค่สั่งให้พวกมันหยุดซะ)
เลโอนาร์โดส่งโทรจิตบอก
ตราบใดที่เอลลี่ออกคำสั่ง หมาป่าพวกนั้นทั้งหมดก็ต้องเชื่อฟังเธอ นั่นหมายความว่าหากศัตรูอยู่ในระดับคลาส A หรือต่ำกว่า จะไม่มีทางเกิดสถานการณ์ที่เอลลี่ต้องเหนื่อยหอบจากการถูกสัตว์อสูรไล่ต้อนเลย
(บอส แค่นี้ยังไม่พอหรอก หนูยังลุยต่อได้สบาย)
เอลลี่ตอบกลับ ปฏิเสธที่จะหยุดมือ
เลโอนาร์โดส่ายหน้า ไม่พูดอะไรอีกพลางเทเลพอร์ตไปโผล่ข้างๆ ลูกหมาป่า
มันยังคงหลับสนิท ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองถูกทำให้เชื่องไปเรียบร้อยแล้ว
แปะ!
เลโอนาร์โดตบต้นขาของมันเบาๆ ปลุกให้มันสะดุ้งตื่นทันที
มันยังเป็นแค่ลูกอ่อน—ต่อให้จะมีขนาดตัวเท่าแพะก็เถอะ—ดวงตาของมันจึงเต็มไปด้วยความสับสนมึนงง
เลโอนาร์โดยกยิ้มบางๆ เขาจับขวดโพชั่นเลื่อนระดับกรอกเข้าไปในปากของมัน แล้วเทของเหลวให้ไหลลงคอไป
คงเป็นการเสียของเปล่าๆ หากเขาใช้มันกับตัวเอง และยิ่งเสียของหนักเข้าไปอีกหากเอาให้เอลลี่ที่ใกล้จะถึงเลเวล 10 อยู่รอมร่อ การยกมันให้ลูกหมาป่าตัวนี้ดูจะสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว
ด้วยวิธีนี้ มันจะก้าวกระโดดจากเลเวล 0 สู่เลเวล 10 ได้โดยตรง
เมื่อของเหลวไหลเข้าสู่ร่างกาย ลูกหมาป่าก็เริ่มทอแสงสีเข้มอันเข้ากันกับสีขนของมัน
ดวงตาที่เคยไร้เดียงสากลับกลายเป็นแหลมคมขึ้นมาในพริบตา
จากนั้นมันก็ยันตัวลุกขึ้น ออร่าขุมหนึ่งระเบิดออกจากร่างขณะที่ตัวของมันขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากขนาดตัวเท่าแพะ มันขยายใหญ่เท่าหมาป่าทั่วไป... จากนั้นก็ใหญ่ขึ้นอีก... จนกระทั่งมีขนาดตัวพอๆ กับวัวตัวย่อมๆ
มันยังคงขยายร่างต่อไป
มันใหญ่โตจนแซงหน้าขนาดของพวกหมาป่าคลาส A เลเวล 10 ไปแล้วด้วยซ้ำ
ความสูงของมันเกือบจะเป็นสองเท่าของมนุษย์ และมีปีกคู่หนึ่งงอกออกมาจากด้านข้างลำตัว แม้ว่ามันจะไม่ได้ใหญ่โตนักก็ตาม
เลโอนาร์โดสังเกตเห็นเขี้ยวและกรงเล็บสีทองหม่นของมัน พวกมันดูคมกริบเหลือเชื่อ—คมกริบจนให้ความรู้สึกเหมือนกับมีดระดับ S ของเขาไม่มีผิด
นี่คือพรสวรรค์ติดตัวของมัน ที่จะมอบการโจมตีทางกายภาพอันเป็นอันตรายถึงชีวิตเมื่อผสานเข้ากับโจมตีปลิดชีพ ซึ่งเป็นความสามารถของนักฆ่าผู้เชี่ยวชาญ
ติ๊ง!
(ด้วยความช่วยเหลือจากโพชั่นเลื่อนระดับ เลเวล 10 เลียมบรรลุสู่เลเวล 10 โดยตรง!)
[ชื่อ: เลียม]
[ประเภท: เฟนริลอเวจีทมิฬ]
[คลาส: S]
[เลเวล: 10]
[EXP: 0/1,100]
[พรสวรรค์:]
- นักล่าแห่งอเวจี (คลาส S)
- เขมือบไร้ก้นบึ้ง (คลาส S)
[สกิล:]
- เสียงคำรามทมิฬดับสูญ (สกิลคลาส S)
- โจมตีปลิดชีพ (สกิลคลาส S)
(เมื่อสัตว์อสูรของคุณตัวหนึ่งบรรลุเลเวล 10 คุณจะบรรลุเลเวล 10 ด้วยเช่นกัน คุณได้รับแต้มวิวัฒนาการ 9 แต้ม ซึ่งสามารถนำไปแจกจ่ายให้กับค่าสถานะของคุณได้!)
ไม่ต้องพึ่งเอลลี่ เขาก็อัปเลเวลได้ก่อนซะแล้ว เลโอนาร์โดยิ้มอย่างพึงพอใจ เพราะนั่นหมายความว่าเขาได้ไปถึงจุดสูงสุดของเลเวลในชั้น 1 เป็นที่เรียบร้อย
อีกแค่เลเวลเดียว เขาก็จะสามารถเข้าสู่ชั้น 2 ได้
เขาแจกจ่ายแต้มวิวัฒนาการที่เพิ่งได้รับมาในทันที
(ชื่อ: เลโอนาร์โด แอนเดอร์สัน!)
(เลเวล: 10)
(คลาส: บีสต์เทมเมอร์)
(ขีดจำกัดสัตว์อสูร: 3/3)
(การผสานพลัง: 3)
<ค่าสถานะ>
(พลังบัฟสัตว์อสูร: 4.2)
(พละกำลัง: 3.3)
(พลังป้องกัน: 3.2)
(ความคล่องตัว: 5.4) +2
(สติปัญญา: 8.6) +2
(พลังชีวิต: 4.3) +1
(พลังกาย: 8.6) +2
(มานา: 10.5) +2
"บรู๊ววววววววว!"
หมาป่าสีดำหอนกึกก้องขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่งผลให้แสงสว่างรอบบริเวณหม่นหมองลงราวกับมีบางสิ่งบดบังแสงอาทิตย์เอาไว้
หมาป่าที่รอดชีวิตต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ขาของพวกมันสั่นพั่บอย่างเห็นได้ชัด
พวกมันฝืนสังขารเตลิดหนีไปคนละทิศคนละทาง
ถึงแม้ว่าพวกมันจะอยู่ในหุบเขา แต่ก็มีอุโมงค์มากมายที่เชื่อมต่อไปยังผืนดินเบื้องบน
เห็นได้ชัดว่าเอลลี่ไม่คาดคิดว่าพวกมันจะหนี เธอจึงบินไล่กวดตัวที่แข็งแกร่งกว่าไปหลายตัว
ในขณะเดียวกัน หมาป่าทมิฬ—ซึ่งตอนนี้มีชื่อว่าเลียม—ก็หันมามองเลโอนาร์โดหลังจากหอนเสร็จ แล้วค้อมหัวลงต่ำ
"บอส ขอกล่าวทักทายครับ"
มันเอ่ย ก่อนจะคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขา
น้ำเสียงของมันฟังดูเหมือนเด็กหนุ่มผู้สุภาพอ่อนโยน—นุ่มนวล ทรงมารยาท ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความสง่างาม
การเติบโตเต็มวัยและถูกทำให้เชื่องโดยบีสต์เทมเมอร์ ทำให้มันได้รับสติปัญญาระดับสูงมาในทันที
"นายรู้สึกสับสนบ้างไหม?"
เลโอนาร์โดถาม
"ไม่ครับบอส ผมรู้สึกปลอดโปร่งมาก แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมยังไม่เข้าใจ"
เลียมตอบ
"เอาเถอะ รอเอลลี่กลับมาก่อน เธอจะเป็นคนสอนนายเกี่ยวกับโลกใบนี้เอง"
เลโอนาร์โดบอก
"อ้อ ช่วยฉันเก็บรวบรวมแกนอสูรที่ตกเกลื่อนอยู่แถวนี้หน่อยสิ"
เขาสั่งเพิ่ม
เมื่อได้ยินดังนั้น หมาป่าก็อ้าปากกว้าง ปลดปล่อยแรงดูดมหาศาลออกมาทันที
แม้แต่เลโอนาร์โดยังรู้สึกได้ถึงอันตรายจากแรงดูดนั่น จากนั้นเขาก็เห็นแกนอสูรขนาดใหญ่ที่สุดถูกดูดปลิวเข้าไปในปากของหมาป่า
ทว่าเลียมไม่ได้กลืนพวกมันลงไป มันแค่รวบรวมของทั้งหมดมาวางกองไว้ตรงหน้าเลโอนาร์โด
"ความสามารถยอดเยี่ยมมาก..."
เลโอนาร์โดอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม พลางกวาดแกนอสูรทั้งหมดเข้าไปในแหวนมิติของเขา
สิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดเลยก็คือ เอลลี่กลับมาหาเขาหลังจากที่เธออัปถึงเลเวล 10 แล้วเท่านั้น
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้วตอนที่เธอกลับมา และสภาพของเธอก็ดูเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ
เลโอนาร์โดไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฟื้นฟูพลังให้เธออีกครั้งด้วยสร้อยคอของเขา
หลังจากที่เธอฟื้นตัว เขาก็ออกคำสั่งให้เธอแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ให้กับเลียมฟัง