เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV –  69 สั่งสอนมันซะ !

TXV –  69 สั่งสอนมันซะ !

TXV –  69 สั่งสอนมันซะ !


TXV –  69 สั่งสอนมันซะ !

          เนื่องจากโรงเรียนฝึกหวิงชุนอยู่ไม่ไกลจากอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปทำให้เซี่ยเหล่ยมาถึงในเวลาเพียงสิบนาที

 

          ก่อนจะจอดรถ เขาเห็นกลุ่มเด็กอันธพาลยืนอยู่หน้าอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อป พวกเขาถือท่อโลหะและไม้กระบองไว้ในมือ หม่าเสี่ยวอันและคนอื่นๆในร้านก็ถือเครื่องมืออยู่เช่นกัน พวกเขาถือทั้งค้อนและประแจเพื่อจะปกป้องร้าน

 

          พื้นบริเวณหน้าร้านเต็มไปด้วยเศษก้อนอิฐและเศษแก้ว ดูเหมือนจะเกิดการปะทะกันมาก่อนหน้านี้แล้ว

 

          เซี่ยเหล่ยรีบเหยียบเบรคและพุ่งออกจากรถโดยไม่แม้แต่จะถอดกุญแจออกไปด้วย เขารีบตะโกนออกไปว่า “พวกคุณมาทำอะไรกันที่นี่?”

 

          กลุ่มเด็กอันธพาลทั้งหมดหันมามองเขาด้วยท่าทางที่แสดงออกถึงความก้าวร้าว

 

          ขณะนั้นเองก็มีคนเดินออกมาจากกลุ่ม ลักษณะของเขาตอนนี้เป็นคนหัวล้านและสวมสร้อยคอเส้นใหญ่สีทองลักษณะคล้ายโซ่ เขาคือเฉินฉัวหู่ !

 

          “โอ๊ะ? นี่เซี่ยเหล่ยใช่ไหม…ผมหมายถึงหัวหน้าเซี่ย?” เฉินฉัวหู่พูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆ “คุณเพิ่งขโมยก้อนอิฐที่ไซต์ก่อสร้างของผมเมื่อไม่นานมานี้และคุณดันเป็นเจ้าของที่นี่อีก คุณนี่ทำให้ผมประหลาดใจได้จริงๆเลยนะ”

 

          เซี่ยเหล่ยจ้องเขม็งไปที่เฉินฉัวหู่ “คุณมาทำอะไรที่นี่?”

 

          หลังจากที่หลีชิงฮัวและเฉินฉัวหู่ถูกจับ เซี่ยเหล่ยก็ไม่ได้สนใจเรื่องของพวกเขาเลยนับตั้งแต่นั้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทั้งคู่ถูกจับขังไว้ที่ไหน แต่จู่ๆ เฉินฉัวหู่กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอย่างไม่คาดคิด แถมยังมาพร้อมกับกลุ่มเด็กอันธพาลที่พร้อมจะสร้างความเสียหายให้กับบริษัทของเขาอีกด้วย!

 

          เมื่อหม่าเสี่ยวอันและคนอื่นๆเห็นเซี่ยเหล่ย พวกเขาก็พยายามจะเดินออกมาด้านนอกแต่กลับถูกกลุ่มเด็กอันธพาลขวางทางออกไว้

 

          เฉินฉัวหู่หัวเราะเยาะเย้ยใส่เขา “คุณคิดว่าเขาขังผมไว้นานแค่ไหน? สิบปี? แปดปี? คุณน่าจะพอใจนะถ้าผมถูกจับขังคุกไปตลอดชีวิต คุณจะได้ไม่ต้องจ่ายหนี้ 10,000 หยวนที่ค้างผมไว้ไง ใช่ไหมล่ะ?”

 

          “นั่นก็แปลว่าคุณมาที่นี่เพราะเรื่องเงิน?” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ผมไม่สนใจเงินแค่ 10,000 หยวนหรอก ผมสามารถทำเงินได้ถึง 50,000 หยวนโดยการชนะไพ่นกกระจอกแค่ตาเดียว แต่ผมมาที่นี่เพราะคุณไปยุ่งวุ่นวายกับคนที่ไม่ควรยุ่ง คุณรู้ไหมว่าใคร?” เฉินฉัวหู่พูด

 

          เซี่ยเหล่ยนึกถึงสองคน กู๋เค่อเหวินและหล่าวฉี่ แต่คนระดับกู๋เค่อเหวินคงไม่เอาตัวเองมาเกี่ยวข้องกับพวกเศษสวะอย่างเฉินฉัวหู่เป็นแน่ ถ้าเธอต้องการที่จะทำลายบริษัทของเขาจริงๆก็น่าจะส่งบอดี้การ์ดส่วนตัวมา เธอไม่จำเป็นต้องใช้เฉินฉัวหู่ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นหล่าวฉี่ล่ะ เฉินฉัวหู่เป็นแค่พวกมิจฉาชีพ สำหรับปลาใหญ่อย่างเขา เฉินฉัวหู่ก็เป็นพียงแค่ลูกปลาตัวเล็กๆ คงจะไม่แปลกถ้าเขาจะถูกหล่าวฉี่ส่งมาเพื่อสร้างปัญหาให้กับที่นี่...

 

          เมื่อคิดดังนั้นเซี่ยเหล่ยจึงเอ่ยถาม “ใช่หล่าวฉี่หรือเปล่า?”

 

          “ไอ้ฉิบหา--! คิดว่าชื่อของหล่าวฉี่เป็นสิ่งที่แกจะพูดออกมาได้?” เฉินฉัวหู่โบกมือและกลุ่มเด็กอันธพาลทั้งหลายก็มาล้อมรอบเซี่ยเหล่ย

 

          เมื่อหม่าเสี่ยวอันและคนอื่นๆเมื่อเห็นเซี่ยเหล่ยถูกล้อม พวกเขาก็วิ่งออกมาข้างนอกทำให้เกิดการปะทะกันกับกลุ่มอันธพาลและจูเสี่ยวหงก็ถูกตีด้วยแท่งโลหะและล้มลงไปกองกับพื้น

 

          อันธพาลชี้หม่าเสี่ยวอันด้วยแท่งโลหะและตะโกนใส่ “อยู่นิ่งๆหรือพวกมึงทั้งหมดอยากจะพิการ  ?”

 

          นอกจากหม่าเสี่ยวอันและอีกไม่กี่คนที่วิ่งออกไปสู้ คนอื่นๆที่เหลือต่างก็เป็นคนซื่อสัตย์ ทำงานหนักและใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบเท่านั้น พวกเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับใคร และแน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวและไม่กล้าฝ่าออกไปข้างนอกอีก

 

          “เสี่ยวอัน พวกนายอยู่ข้างใน ไม่ต้องออกมา” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          หม่าเสี่ยวอันกระทืบเท้าด้วยความโมโห “ให้ตายเถอะ! ผมโทรไปหาตำรวจและตอนนี้พวกเขายังมาไม่ถึงที่นี่อีก!”

 

          “ตำรวจงั้นหรือ? ฮ่าๆๆ…” เฉินฉัวหู่หัวเราะเยาะ “สถานีตำรวจเป็นบ้านแกหรือไง? พวกเขาจะมาเพราะแค่แกโทรไปเนี่ยนะ? อย่ากังวลไปเลย พวกเขาก็แค่ได้รับเงินเล็กๆน้อยๆและตอนนี้คงกำลังไปจับพวกเล่นการพนันแถวๆนี้ล่ะมั้ง พวกเขาไม่มาที่นี่เร็วๆนี้หรอก”

 

          “พวกคุณวางแผนมาหมดแล้วสินะ คุณต้องการอะไร? พูดมา !”เซี่ยเหล่ยถาม

 

          “ง่ายๆ บริษัทนี้หรือขาของคุณ เลือกมาสักอย่างหนึ่งสิ ถ้าคุณเลือกขาผมจะให้คนพวกนี้พังบริษัทซะ แต่ถ้าคุณเลือกบริษัท ผมจะหักขาคุณด้วยตัวผมเอง คุณจะเลือกอะไรล่ะ?” เฉินฉัวหู่พูด

 

          “ผมจะเลือกทั้งสองอย่าง เราจะทำยังไงต่อดีล่ะ?” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          “ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องพูดแบบนี้ ก็ดี ทางเราเองก็ต้องการทั้งสองอย่างเหมือนกัน” เฉินฉัวหู่ตะโกนบอกพรรคพวกทันที “จัดการเขาซะ!”

 

          กลุ่มอันธพาลต่างพุ่งเข้ามาหาเซี่ยเหล่ยราวกับฝูงหมาบ้า แท่งโลหะและประแจถูกกวัดแกว่งอยู่รอบๆตัวเซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยตวัดมือไปจับแท่งโลหะที่กำลังจะตีลงบนศีรษะ เขาใช้เทคนิค การผสานผ่ามือรูปแบบที่ 2 และ 4 ผลักแท่งโลหะออกไปได้อย่างง่ายดาย และหยุดประแจที่พุ่งเข้ามาด้านหลังได้ในเวลาแค่ไม่กี่วินาที หลังจากนั้นก็ใช้ประโยชน์จากการที่คู่ต่อสู้จับแท่งโลหะไว้ดึงเขามาด้านหน้าและใช้ร่างของเขาขวางการโจมตีจากแท่งโลหะและประแจอันอื่นๆที่จะพุ่งเข้ามาทำร้ายตัวเอง

 

          เมื่อจัดการด้านหลังได้เซี่ยเหล่ยจึงเริ่มโจมต่อ เขาใช้หมัดต่อยไปที่หน้าอกของอันธพลาคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทำให้ศัตรูถึงกับน้ำตาซึมและทรุดเข่าลงไปบนพื้น พวกเขานั่งกุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด  

 

          เซี่ยเหล่ยกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของศัตรูที่คุกเข่าอยู่บนพื้น จากนั้นจึงกระโดดเตะศัตรูอีกคนที่ยืนอยู่บนพื้น

 

          ตุ๊บ  ตุ๊บ ตุ๊บ ..... ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ !

 

          เซี่ยเหล่ยเคลื่อนที่ไปซ้ายและขวาราวกับปลาเคลื่อนที่ในน้ำ เหล่ากลุ่มอันธภาพแพ้ราบคาบและนอนเกลื่อนเต็มพื้นด้วยสภาพจมูกแตกและฟกช้ำ ใบหน้าที่บวมเป่ง และไม่สามารถพาร่างกายตัวเองขึ้นมาจากพื้นได้

 

          กลุ่มคนที่มาเพื่อโจมตีได้กลายเป็นกลุ่มที่ถูกโต้กลับจนแพ้ราบคาบ แม้ว่าเฉินฉัวหู่จะเป็นคนรวบรวมเด็กพวกนี้มา แต่พวกเขาก็ไม่เคยฝึกการต่อสู้และเป็นแค่เด็กเกเรทั่วๆไปเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ต่อสู้กับคนที่รู้ศิลปะป้องกันตัวอย่างเซี่ยเหล่ย กลุ่มอันธพาลเหล่านี้ไม่เหมาะที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเซี่ยเหล่ยผู้ที่สามารถเอาชนะลู่เชิง นักเรียนชั้นปีที่สามของโรงเรียนฝึกหวิงชุนได้ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าจำนวนคู่ต่อสู้จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มีใครจะเร็วไปกว่าตาข้างซ้ายของเขาได้!   

 

          เซี่ยเหล่ยต่อยไปที่ท้องน้อยของหัวหน้ากลุ่มอันธพาลเฉินฉัวหู่ เขาทรุดเข่าลงและยกมือกุมหน้าท้องเอาไว้ เซี่ยเหล่ยใช้มือดึงผมเขาเอาไว้และผลักศีรษะลงไปกระแทกกับเข่า “ผลั๊ก !” เกิดเสียงดังและอันธพาลคนนี้ก็ล้มฟุบลงไปกับพื้น หน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือด เขาจับใบหน้าที่เลือดกำลังไหลของตัวเองเอาไว้และนอนโอดครวญบนพื้นด้วยความเจ็บปวด

 

          ไม่มีคำว่าเมตตาสำหรับคนเหล่านี้ ถ้าพวกมันอำมหิต เขาจะต้องอำมหิตยิ่งกว่า!

 

          พวกอันธพาลเป็นคนบุกมาเพื่อสร้างปัญหาให้เขาก่อน ดังนั้นถ้าเขาทำให้พวกมันหวาดกลัวจนต้องกลับไปไม่ได้ ก็แค่ต้องปล่อยให้พวกมันเข้ามาเท่านั้น!

 

          เฉินฉัวหู่จ้องไปที่เซี่ยเหล่ยอย่างตกตะลึง เหงื่อเย็นเยียบไหลออกมาเต็มหน้าผาก เซี่ยเหล่ยที่เขารู้จักไม่ใช่คนตรงหน้าเขาในตอนนี้ ! มันเหมือนกับว่าเซี่ยเหล่ยได้กลายเป็นคนละคนในขณะที่เขาต้องติดอยู่ในคุก!

 

          ลูกน้องที่เหลือของเฉินฉัวหู่ยังคงขวางประตูทางออกของอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปอยู่ พวกเขาต่างมองมาที่เซี่ยเหล่ยและสภาพกลุ่มคนที่นอนเกลื่อนพื้นด้วยความหวาดกลัว

 

          ก่อนหน้านี้พวกเขาได้จินตนาการว่าเซี่ยเหล่ยจะถูกทำร้ายปางตายราวกับลูกหมาตัวเล็กๆ แต่เขากลับยังคงยืนอย่างไม่เป็นอันตรายใดๆอยู่ต่อหน้าพวกเขา

 

          เซี่ยเหล่ยเดินตรงมาหาเฉินฉัวหู่ด้วยแววตาเย็นชา

 

          เฉินฉัวหู่รีบตะโกนสั่งลูกน้องอย่างรีบร้อน “ไอ้พวกโง่! พวกแกจะยืนล้อมมันอยู่ทำไม จัดการมันซะสิ!”

 

          เหล่าอันธพาลถือท่อนเหล็กและยกไม้กระบองขึ้นมาเพื่อเตรียมโจมตีที่ศีรษะของเซี่ยเหล่ย

 

          วินาทีต่อมาเขาก็ไปกองอยู่กับพื้นพร้อมไม้กระบองของเขา และมีรอยเท้าขนาด 14 นิ้วประดับอยู่บนเป้ากางเกง

 

          อวัยวะสุดพิเศษในการสร้างครอบครัวของเขาคงจะใช้งานไม่ได้อีก อย่างน้อยเป็นเดือนเลยทีเดียว.....

 

          “มึง ! ออกไป!” เฉินฉัวหู่คว้าแขนอันธพาลอีกคนและผลักไปตรงหน้าเซี่ยเหล่ย

 

          เพียงแค่เซี่ยเหล่ยแกว่งแขน อันธพาลคนนั้นถึงกับทิ้งแท่งโลหะลงพื้นดังเคร้งและหันหลังวิ่งหนีไปทันที

 

          อันธพาลอีกสองคนที่เหลือต่างหันมองหน้ากัน และทิ้งอาวุธในมือพร้อมกับวิ่งหนีไป เงินที่เฉินฉัวหู่ให้พวกเขามันก็แค่พอสำหรับซื้อบุหรี่ ดื่มเหล้า และเข้าร้านเกมเท่านั้น มันไม่ได้มากพอถึงขนาดที่พวกเขาจะต้องขายชีวิตของตัวเองให้กับเขา

 

          ตอนนี้เฉินฉัวหู่ก็หนีไปแล้วเช่นกัน เขาหันกลับไปที่หน้าประตูอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อป เหล่าพนักงานที่กำลังโกรธจัดยืนอยู่ข้างหลังเขาพร้อมค้อนและประแจในมือ และพวกเขาก็พร้อมที่เข้ามาโจมตีเขาได้ทุกเวลา

 

          ด้วยฝูงหมาป่าที่อยู่ด้านหลังและเสื้อโคร่งที่อยู่ด้านหน้า เฉินฉัวหู่ไม่มีทางที่จะหลบหนีได้อีกแล้ว

 

          “มึงมันไอ้สารเลว!” หม่าเสี่ยวอันได้พยายามอดกลั้นความโกรธมานาน เขาตะโกนด่าและยกประแจขึ้นแกว่งไปมาเตรียมฟาดไปบริเวณหลังศีรษะของเฉินฉัวหู่

 

          แต่เซี่ยเหล่ยกลับเร็วกว่า เขาเตะไปที่บริเวณแก้มของเฉินฉัวหู่เพื่อทำให้เขาไม่โดนประแจในมือหม่าเสี่ยวอันฟาด

 

          “เหล่ย นี่นาย…” หม่าเสี่ยวอันไม่เข้าใจว่าเว่ยเหล่ยทำแบบนี้ไปทำไม

 

          “นี่เป็นเรื่องระหว่างผมกับมัน นายอย่าเพิ่งเข้ามายุ่ง” เซี่ยเหล่ยพูด

 

          เขาไม่ยอมปล่อยให้หม่าเสี่ยวอันโจมตีเฉินฉัวหู่ก็เพื่อไม่อยากให้พนักงานของบริษัทต้องพาตัวเองมาเข้ามามีปัญหากับคนเลวอย่างเฉินฉัวหู่ พวกเขาเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาที่ทำงานอย่างหนักและยังมีครอบครัวที่ต้องกลับไปดูแล พวกเขารับมือไม่ไหวแน่หากเฉินฉัวหู่กลับมาแก้แค้น นี่เป็นเหตุผลที่เขาให้หม่าเสี่ยวอันสั่งให้พวกเขาอยู่แต่ในบริษัท เพราะเขาจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง !

 

          เฉินฉัวหู่ตัวแข็งค้างไปแล้ว ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะออกมา “มึงไม่กล้าทำร้ายกูหรอ ? คงกลัวว่ากูจะกลับมาแก้แค้น… ?”

 

          ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค เซี่ยเหล่ยก็ชกไปที่หน้าเขา เฉินฉัวหู่โงนเงนไปมาครู่เดียวกับล้มลงไปกองกับพื้น

 

          เซี่ยเหล่ยแตะซ้ำไปที่เอวของเฉินฉัวหู่ทำให้เข้าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและขดตัวเหมือนกับกุ้ง

 

          “เสี่ยวอัน เรียกตำรวจอีกทีสิ” เซี่ยเหล่ยสั่ง

 

          หม่าเสี่ยวอันมองโทรศัพท์ของเขาและพบว่าหน้าจอแตกตอนโดนพวกอันธพาลใช้แท่งโลหะโจมตีก่อนหน้านี้

 

          ฉิ้วหยงหยิบโทรศัพท์ของเขาออกมาและกดโทรหาตำรวจ

 

          เซี่ยเหล่ยนั่งลงข้างๆเฉินฉัวหู่และใช้มือดึงผมเขาขึ้นมา “เฉินฉัวหู่ คุณพูดว่าผมไม่กล้าทำร้ายคุณงั้นหรือ?”

 

          “กู…”

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสพูด เขาต่อยหน้าเฉินฉัวหู่อีกครั้งทั้งซ้ายและขวา ตอนนี้หน้าของเฉินฉัวหู่บวมเป่ง

 

          “ใครส่งคุณมา?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

          “มัน…” เฉินฉัวหู่ปิดหน้าตัวเอง เขากลัวว่าเซี่ยเหล่ยจะต่อยเข้าอีกครั้ง

 

          เซี่ยเหล่ยไม่ได้อยากต่อยเขาในเวลานี้ เขาเดาว่ามันต้องเป็นหล่าวฉี่ แต่มันก็เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้นแต่เขาต้องการคำตอบที่ชัดเจน

 

          “พูด!” เซี่ยเหล่ยง้างหมัดขึ้นมา

 

          “กูเอง!” เฉินฉัวหู่สารภาพออกมา “กูเอง! มึงจะทำอะไรกูล่ะ? ฆ่ากูงั้นหรือ ? เอาเลยสิ! มึงกล้าฆ่ากูงั้นหรอ ?”

 

          ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยใช้นิ้วมือของเขาเกี่ยวซี่โครงล่างของเฉินฉัวหู่และกระชากขึ้นมาด้านบน

 

          “อ๊ากกก!” เฉินฉัวหู่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

 

          เซี่ยเหล่ยไม่หยุดง่ายๆ เขายังคงดึงซี่โครงล่างขึ้นมาเรื่อยๆ

 

          สำหรับเฉินฉัวหู่มันเจ็บมาก เหงื่อไหลเต็มหน้าและหน้าของเขาเปลี่ยนสีด้วยความเจ็บปวด เขาอดทนอยู่ได้ไม่ถึงวินาทีก่อนที่เขาจะสารภาพและร้องไห้อย่างน่าเวทนา “ใช่ ใช่…เหว่ยฉี่!”

 

          เป็นเขาจริงๆสินะ…เหว่ยฉี่

 

          เซี่ยเหล่ยปล่อยมือจากกระดูกซี่โครงของเฉินฉัวหู่และจ้องมองเขา เฉินฉัวหู่ขดตัวบนพื้นราวกับสุนัข แต่เขายังคงรู้สึกไม่พอใจ

 

          เขากังวลว่ากู๋เค่อเหวินและหล่าวฉี่จะมาสร้างปัญหาเขาอีกหลังจากที่หลินบู่เหวินหลินหย่าหยู่เคยทำ นี่เป็นเหตุผลที่เขาไปโรงเรียนฝึกหวิงชุนของหลางเฉิงชุนเพื่อเรียนรู้หวิงชุน และมันเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมาก ถ้าเขาไม่ได้เรียนรู้เทคนิคของหวิงชุนและวิธีเพิ่มพลังขึ้นอย่างฉับพลัน คนที่นอนร้องไห้อยู่บนพื้นตอนนี้อาจเป็นเขาเองก็ได้

 

          แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เฉินฉัวหู่เป็นแค่ลูกปลาตัวเล็ก นายใหญ่ตัวจริงอย่างกู๋เค่อเหวินและหล่าวฉี่ยังคงไม่ปรากฏตัวออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับสองคนนี้ก็ตาม มันยังคงสร้างความกดดันให้เขาเป็นอย่างมาก เขาจะมีความสุขได้ยังไงในสถานการณ์แบบนี้ ?

 

          ในที่สุดตำรวจก็มาถึง พวกเขาสอบถามเหตุการณ์และจับเฉินฉัวหู่และกลุ่มเด็กอันธพาลขึ้นรถตรวจไป อย่างไรก็ตาม เซี่ยเหล่ยสามรถคาดเดาผลลัพธ์ของเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ คนอย่างเฉินฉัวหู่จะสามารถกลับมาเดินอยู่บนถนนได้อีกครั้งในเวลาไม่เกินสองสัปดาห์… 

 

ติดตามตอนต่อไป....

         

 

         

จบบทที่ TXV –  69 สั่งสอนมันซะ !

คัดลอกลิงก์แล้ว