เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV  –  70 หมอจำเป็น !

TXV  –  70 หมอจำเป็น !

TXV  –  70 หมอจำเป็น !


TXV  –  70 หมอจำเป็น !

 

          เซี่ยเหล่ยเองก็ต้องไปให้การที่สถานีตำรวจด้วย แม้เรื่องนี้จะเป็นกรณีป้องกันตัว แต่ทุกอย่างก็ต้องเขียนเป็นรายงานและต้องมีการสอบปากคำด้วย พวกตำรวจต้องดูว่าใครรับผิดชอบอะไร  ต้องพาใครไปโรงพยาบาล และใครต้องถูกโยนเข้าคุกบ้าง ซึ่งกว่าเรื่องพวกนี้จะเสร็จสิ้นต้องใช้เวลานาน เมื่อเซี่ยเหล่ยออกมาจากสถานีตำรวจ ตอนนั้นก็ดึกซะแล้ว

 

          แต่แทนที่จะกลับบ้าน เซี่ยเหล่ยขับรถไปยังอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปแทน

 

          อาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปยังไม่ปิด ดวงไฟยังคงเปิดอยู่ เซี่ยเหล่ยเห็นจูเสี่ยวหงกำลังจัดการกับขยะในร้านอยู่ตอนที่เขาลงมาจากรถ ถังขยะข้างถนนก็เต็มไปด้วยเศษอิฐ เศษของแตกและเศษแก้วกองพะเนิน

 

          จูเสี่ยวหงกำลังกวาดพื้นร้านอย่างระมัดระวังอยู่ใต้แสงไฟ เธอดูปกติดีตอนยืนอยู่นิ่งๆ แต่เมื่อต้องเดิน เธอจะเดินกะเผลกอย่างเห็นได้ชัด

 

          เซี่ยเหล่ยก็นึกได้ทันทีว่าเธอถูกอันธพาลพวกนั้นตีที่ต้นขาด้วยท่อเหล็กจึงเริ่มรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา เซี่ยเหล่ยรีบเดินตรงเข้าไปในร้านแล้วถามด้วยความกังวล “เสี่ยวหง เธอเจ็บขานี่ ยังทำงานอยู่อีกเหรอ?”

 

          จูเสี่ยงหงเพิ่งรู้ตัวว่าเซี่ยเหล่ยมาที่นี่ก็ตอนที่เขาพูด จึงรีบวางไม้กวาดและที่ตักขยะลง “อ้าว พี่เหล่ย ฉันไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำมาให้นะ”

 

          แต่เซี่ยเหล่ยคว้าตัวเธอเอาไว้แล้วพาไปนั่งลงบนเก้าอี้ “นั่งตรงนี้แหละ ผมไม่หิวน้ำหรอก พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมทำความสะอาดต่อเอง”

 

          “ไม่ได้นะคะ ฉันต้องเป็นคนทำงานนี้สิคะ” จูเสี่ยวหงกล่าว

 

          เธอกำลังจะยืนขึ้น แต่เซี่ยเหล่ยกดเธอให้นั่งลงด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว พูดพลางหัวเราะเล็กน้อย “ยังมีงานอะไรอีกล่ะที่ผมไม่เคยทำ ? ผมก็เหมือนคุณนั่นแหละ ทำทั้งงานยากและงานหนักเพื่อหาเงิน นั่งตรงนี้เลย จะให้ผมทำเองหรือจะให้ผมโกรธดีล่ะ”

 

          มันได้ผล ! จูเสี่ยวหงยอมฟังและนั่งนิ่งๆมองเซี่ยเหล่ยทำความสะอาดต่อแต่โดยดี

 

          เธอทำความสะอาดใกล้เสร็จแล้วตอนที่เซี่ยเหล่ยมาถึง เหลือแค่ตามมุมร้านบางมุม ซึ่งเซี่ยเหล่ยก็จัดการจนเสร็จใน 10 นาที

 

          เซี่ยเหล่ยเดินตรงทางข้างจูเสี่ยวหงแล้วถามด้วยความเป็นห่วง “ไปหาหมอรึยังล่ะเสี่ยวหง?”

 

          เธอส่ายหน้า “ยังค่ะ เมืองนี้ค่ารักษาแพงเกินไป...” เธอหัวเราะด้วยความเขินอาย “ฉันไม่กล้าใช้เงินด้วยซ้ำ”

 

          เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้ว “เจ้าบ้า เธอเห็นเงินสำคัญกว่าชีวิตรึไง ? ถ้าสมมุติว่าเธอบาดเจ็บหนักแล้วไม่ไปรักษาให้ทันเวลา งั้นเธอจะมีเงินไปทำไมในเมื่อเราไม่มีชีวิตให้ใช้เงินแล้วน่ะ?”

 

          “ก็ให้แม่กับพ่อได้ใช้ชีวิตสบายๆ แล้วก็ให้น้องชายฉันได้เรียนต่อค่ะ” จูเสี่ยวหงดูร่าเริงขึ้นมากเมื่อพูดถึงครอบครัว

 

          “งั้นใส่ใจตัวเองมากกว่านี้อีกหน่อยไม่ได้เหรอ?”

 

          “ฉันไม่เป็นไรจริงๆค่ะพี่เหล่ย ฉัน...” จูเสี่ยวหงขยับ แต่การเคลื่อนไหวนั้นทำเอาขาเธอเจ็บหนักจนพูดไม่ออก

 

          เซี่ยเหล่ยถามต่อด้วยความกังวล “เป็นอะไรมั้ย? เจ็บมากเลยเหรอ?”

 

          จูเสี่ยวหงพยายามไม่แสดงออกแล้ว แต่เสียงร้องเพราะความเจ็บปวดกลับเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปาก

 

          “นั่นไงล่ะ ให้ผมพาไปโรงพยาบาลเถอะ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ไม่ๆ ฉันไม่เป็น... อ๊ะ...” จูเสี่ยวหงดูเหมือนจะยิ่งเจ็บมากกว่าเดิม

 

          เซี่ยเหล่ยไม่พูดอะไรอีก เขาใช้พลังมองต้นขาข้างซ้ายของจูเสี่ยวหง โดยมองทะลุผ่านชุดทำงานสีฟ้าของเธอ เผยให้เห็นรอยช้ำบนขาแก่ตาข้างซ้ายของเขาในทันที

 

          บริเวณโคนขาของจูเสี่ยวหงแดงและบวม จุดที่โดนท่อเหล็กตีก็เป็นแผลฉีก ทั้งแดงและอักเสบอย่างเห็นได้ชัด เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้วแน่นขึ้นอีก อาการบาดเจ็บแบบนี้ไม่อันตรายนัก แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่รีบรักษาก็อาจจะติดเชื้อได้เร็วขึ้น และที่แย่กว่านั้นก็อาจจะกลายเป็นเนื้อร้ายหรือบาดทะยักได้เลย

 

          “เจ็บหนักเลยนี่นา ยังจะพูดแบบนั้นอีกเหรอ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “พี่ไม่เห็น... แผลสักหน่อย รู้ได้ยังไงว่าหนัก?” จูเสี่ยวหงมองเซี่ยเหล่ยด้วยความประหลาดใจ

 

          เซี่ยเหล่ยเพิ่งนึกได้ว่าเขากำลังทำให้จูเสี่ยวหงรู้สึกสงสัย “ก็เธอดูเจ็บมากจนไม่ต้องดูก็รู้นี่ เอาแบบนี้มั้ย? นี่ก็ดึกแล้ว หมอก็คงเลิกงานกันหมดแล้วด้วย เดี๋ยวผมจะไปร้านขายยา ซื้อยาล้างแผลกับผ้าพันแผลมานะ อ้อ แล้วก็ยาฆ่าเชื้อด้วย เธอต้องกินยาป้องกันการติดเชื้อนะ”

 

          จูเสี่ยวหงยิ่งสงสัยมากกว่าเดิม “พี่เหล่ยรู้ได้ยังไง?”

 

          “อ่านจากหนังสือน่ะ ถ้าเธอมีเวลาว่างก็ต้องอ่านเยอะๆเหมือนกันนะ อ่านพวกเรื่องที่มีประโยชน์ เอาล่ะ รอที่นี่นะ ผมจะไปร้านขายยาใกล้ๆแล้วซื้อยามาให้”เซี่ยเหล่ยขับรถออกจากอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อปแล้วเดินตรงไปยังร้านขายยาที่ใกล้ที่สุด

 

          ความรู้เรื่องยาของเซี่ยเหล่ยได้มาจากการอ่านหนังสือก็จริง แต่ก็เป็นแค่ความรู้เบื้องต้น เพราะเขาไม่เคยคิดจะเป็นหมอและไม่เคยอยากจะเป็น เซี่ยเหล่ยจึงไม่ได้ศึกษาอะไรแบบเจาะลึกนัก

 

          ร้านขายยาในปัจจุบันขายยาหลายประเภท เราสามารถซื้อยาอะไรก็ได้ตราบเท่าที่จ่ายเงินหรือรูดบัตรเครดิต เซี่ยเหล่ยรีบซื้อยาที่จำเป็นต้องใช้ ก่อนจะพบว่าจูเสี่ยวหงหายไปแล้วเมื่อเขากลับมายังอาชาสายฟ้าเวิกค์ช็อป

 

          เซี่ยเหล่ยเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูของห้องภายในร้าน แล้วพูดขึ้น “เสี่ยวหง อยู่นี่รึเปล่า?”

 

          “อื้ม ฉันอยู่นี่ค่ะ เข้ามาเลย” เสียงของจูเสี่ยวหงดูแปลกไปเล็กน้อย

 

          เซี่ยเหล่ยเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ห้องที่คับแคบสว่างไสวด้วยแสงระยิบระยับ จูเสี่ยวหงนอนอยู่บนเตียงพับได้พร้อมกับผ้าห่มบาง ๆ คลุมขาของเธอแต่เว้นผิวเรียบเนียนบริเวณขาที่เป็นแผลเอาไว้พร้อมกับถอดถุงเท้าออก ใบหน้าเธอเห่อแดงใต้แสงไฟ ดูเขินอายและกังวลไปพร้อมๆกัน

 

          เซี่ยเหล่ยยืนนิ่งมองเธออยู่ครู่หนึ่งพร้อมกับถือถุงยาในมือ เพราะกำลังอยู่ในจุดที่ทำอะไรต่อไม่ถูก....

 

          “พี่เหล่ย พี่บอกว่า... พี่จะช่วยฉันทำแผล ฉั- ฉันถอดกางเกงออกไม่ได้ถ้าพี่จะทำแผลให้ข้างนอกร้าน ก็ ก็เลยเข้ามาข้างในนี่แหละค่ะ” จูเสี่ยวหงหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมเมื่อต้องอธิบาย จนไม่มีจุดไหนบนใบหน้าเลยที่ไม่ได้แดงตอนเธอพูดจบ

 

          เซี่ยเหล่ยที่ดึงสติกลับมาได้จึงกระแอมแห้งๆ แล้วเดินไปยังเตียงตรงหน้า สาวบ้านนอกคนนี้อายเกินกว่าจะถอดกางเกงออกตอนที่อยู่ด้านนอกได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอเดินเข้ามาด้านในแล้วถอดมันออก ตอนนี้คนไข้พร้อมได้รับการรักษาแล้ว เซี่ยเหล่ยในฐานะหมอจำเป็นจะปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปเฉยๆไม่ได้ ต้องรีบทำแผลให้เธอด่วน

 

          เซี่ยเหล่ยดึงผ้าห่มออกอย่างเบามือเผยให้เห็นขาขาวนุ่ม แผลบนขาจูเสี่ยวหงปรากฏชัดเจน ซึ่งเป็นบริเวณไวต่อการสัมผัส ใกล้กับชุดชั้นในของเธอ   เซี่ยเหล่ยตั้งใจจะมองไปยังแผล แต่ก็เผลอมองจุดสำคัญของจูเสี่ยวหงอย่างช่วยไม่ได้  เซี่ยเหล่ยเริ่มรู้สึกอึดอัดและเริ่มอยากถอนคำพูดที่ว่าจะช่วยเธอทำแผลก่อนหน้านี้แล้วถ้าทำได้ จริงๆถ้าเขาพาเธอไปหาหมอตั้งแต่จะดีกว่าการมาเผชิญสถานการณ์น่าอายตอนนี้อีก....

 

          “เอ่อ ขอโทษที ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะทำแผลยังไงน่ะ” เซี่ยเหล่ยพูดอย่างเคอะเขิน

 

          “คิดเสร็จรึยังคะ?” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนมุมปากของจูเสี่ยวหง เธอไม่ได้คิดมากหรือรังเกียจอะไรเลย

 

          “เสร็จแล้วๆ” เซี่ยเหล่ยหยิบยาฆ่าเชื้อออกมา แล้วฉีดลงบนแผลของจูเสี่ยวหง 2 ครั้ง

 

          น้ำยาฆ่าเชื้อสีขาวเปียกชุ่มไปทั้งต้นขาและเสื้อผ้าของเธอ

 

           “อ๊ะ อ๊า! เจ็บ! ฉันเจ็บ!” จูเสี่ยวหงร้องออกมาด้วยความแสบพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาเมื่อยาฆ่าเชื้อสัมผัสกับบาดแผล

 

          “ผู้ใหญ่แบบเธอยังกลัวเจ็บอยู่อีกเหรอ ? ทนหน่อยนะ ผมล้างแผลเกือบเสร็จแล้ว”  เซี่ยเหล่ยปลอบโยนเธอในขณะที่ใช้ก้านสำลีทำความสะอาดแผลไปด้วย

 

          จูเสี่ยวหงกัดฟันแน่นพลางมองเซี่ยเหล่ยทำแผลต่อกับน้ำตาที่คลอเอ่ออยู่ในดวงตา เธอประทับใจจริงๆที่เซี่ยเหล่ยดูแลเธอขนาดนี้

 

          หลังจากทำความสะอาดแผลเสร็จ เซี่ยเหล่ยทายาป้องกันการติดเชื้อลงบนแผล แล้วใช้ผ้าพันแผลพันรอบ แต่ในขณะที่กำลังพันผ้าอยู่ เซี่ยเหล่ยออกแรงดึงมากไปหน่อย ต้นขาของเธอจึงถูกดึงลงเล็กน้อย  จนเกิดช่องว่างที่มองเห็นส่วนเหนือต้นขาอยู่ใต้ผ้าห่มนั้น

 

          ทั้งสองคนนิ่งเงียบในทันที นั่นทำให้บรรยากาศเริ่มดูแปลกไป

 

          “อืม โอเค ผมจะกลับแล้ว พักผ่อนเถอะ ผมให้หยุดพักสัก 2-3 วัน ค่อยกลับมาทำงานตอนแผลเริ่มหายก็แล้วกันนะ” เซี่ยเหล่ยกล่าว ตอนนี้เขาเริ่มไม่กล้าอยู่ในห้องต่ออีก

 

          “พี่เหล่ย ฉันยังทำงานไหวค่ะ จริงๆนะ ไม่ต้องหยุดงานหรอกค่ะ” จูเสี่ยวหงดูกระวนกระวาย

 

          เซี่ยเหล่ยดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้จูเสี่ยวหง ตบไหล่เธอเบาๆ “ดื้ออีกแล้วเหรอ ? พักเถอะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง”

 

          เซี่ยเหล่ยเดินออกมา จูเสี่ยวหงกอดผ้าห่มเอาไว้แล้วหัวเราะคิกคัก

 

          ‘เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง’ จูเสี่ยวหงมีความสุขทุกครั้งที่เซี่ยเหล่ยพูดแบบนี้กับเธอ

 

          เซี่ยเหล่ยปิดประตูหน้าต่างแล้วจึงขึ้นรถ ขับตรงกลับบ้าน ก่อนจะเปลี่ยนใจเมื่อมาถึงทางแยกแล้วเลี้ยวรถไปทางร้านทำผมของฉิงเสวียงแทน

 

          เฉินฉัวหู่เป็นคนที่หล่าวฉี่ส่งมา ไม่รู้ว่าหล่าวฉี่จะลืมเขาไปแล้วรึยัง ตั้งแต่เฉินฉัวหูโดนตำรวจจับ

          ‘เราอาจจะเหมือนคนธรรมดาสำหรับหล่าวฉี่ แต่วันนี้เราก็จัดการพวกลูกน้องของเฉินฉัวหูไปตั้งเยอะ เขาจะยังมองว่าเราเป็นคนธรรมดาอยู่อีกมั้ยนะ? ครั้งต่อไปเขาจะส่งเศษสวะอย่างเฉินฉัวหูมาอีกรึเปล่า ? ไม่หรอก เขากำลังตามล่าเรา แถมเราก็ยังไม่มีเบาะแสอะไรที่บ่งบอกได้เลยว่าเขาเป็นใคร...’ เซี่ยเหล่ยครุ่นคิดระหว่างขับรถ

 

          ตอนนี้ สิ่งเดียวที่เขารู้เกี่ยวกับหล่าวฉี่ก็คือชื่อเท่านั้น ซึ่งนั่นมันไม่เพียงพอ..

 

          ใครคือหล่าวฉี่? เขาอยู่ที่ไหน? ทำงานกับใคร? เซี่ยเหล่ยต้องการคำตอบของคำถามพวกนี้ แต่จะให้ไปถามคนตามข้างทางถนนเอาก็ไม่ได้   ซึ่งไม่ว่าเขาจะคิดยังไง ฉิงเสวียงก็เป็นคนที่ดีที่สุดที่น่าจะให้คำตอบเขาได้

 

          เซี่ยเหล่ยเคยไปที่ร้านของฉิงเสวียงแล้วครั้งหนึ่งโดยบังเอิญ แต่เขาก็จำทางได้อย่างแม่นยำ รถโปโลเคลื่อนตัวเข้าใกล้ตัวร้านมากขึ้น ก่อนที่เซี่ยเหล่ยจะจอดในระยะห่าง 500 เมตร ยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อมองสถานการณ์ในร้านจากไกลๆ

 

          คนทั่วไปคงจะมองเห็นแค่ภาพมัวๆไม่ชัดเจนจากระยะ 500 เมตรนี่ แต่สำหรับเซี่ยเหล่ยชัดเจนราวกับห่างเพียง 5 เมตร เขามองเห็นทุกอย่างชัดในระยะนี้ หรือแม้แต่พวกผลิตภัณฑ์เสริมความงามตรงหน้าต่างนั่น !

 

          ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยก็เห็นฉิงเสวียงกำลังทำผมให้ลูกค้าผู้หญิงคนหนึ่ง พร้อมคู่หู เอ๋หลานของเขากำลังทำเล็บให้ลูกค้าคนนั้นอยู่ ทั้ง 3 คนกำลังคุยกันอย่างอบอุ่น ลูกค้าคนนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นลูกค้าประจำของร้านด้วย

 

          เซี่ยเหล่ยปิดตาข้างขวาเอาไว้ แล้วใช้ข้างซ้ายเพ่งมองไปที่ริมฝีปากของฉิงเสวียง การขยับของริมฝีปากมันชัดเจนราวกับเป็นช่วงกลางวันที่มองเห็นได้ทุกอย่างเลยทีเดียว

 

          “พี่ฮัว นี่ไม่ได้ประจบพี่นะ แต่ผิวพี่เนี่ยดีมากเลย   ดีกว่าผมอีก ถ้าพี่ลดถุงใต้ตาได้ พี่จะดูเด็กลง 5 ปีทันทีเลย สามีพี่คงรีบมาตะครุบพี่แบบหมาป่าที่หิวโหยเลยล่ะ” ฉิงเสวียงเยินยอลูกค้าเจ้าประจำ “ผมเพิ่งนำเข้าผลิตภัณฑ์ความงามมาใหม่จากเกาหลี พี่อยากลองใช้หน่อยมั้ย?”

 

          เซี่ยเหล่ยลดมือข้างที่ปิดตาลง ตอนนี้จะอ่านปากเขาต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์สักเท่าไหร่ เซี่ยเหล่ยทำให้ตาข้างซ้ายกลับมาเป็นปกติแล้วพักสายตาเล็กน้อย

 

          การมาสอดแนมฉิงเสวียงคงไม่ช่วยอะไรไปมากกว่านี้ เซี่ยเหล่ยต้องหาหนทางอื่นแล้ว

 

          ติดตามตอนต่อไป...

จบบทที่ TXV  –  70 หมอจำเป็น !

คัดลอกลิงก์แล้ว