- หน้าแรก
- รุ่นพี่จอมหยิ่งคนนั้นนุ่มนิ่มกว่าที่คิด
- บทที่ 17: ความลับเล็กๆ ระหว่างฉันกับเซี่ยเซียวตอนปีหนึ่ง
บทที่ 17: ความลับเล็กๆ ระหว่างฉันกับเซี่ยเซียวตอนปีหนึ่ง
บทที่ 17: ความลับเล็กๆ ระหว่างฉันกับเซี่ยเซียวตอนปีหนึ่ง
เซี่ยเซียวลังเลอยู่ครู่หนึ่งที่ด้านล่างตึก เขาชั่งใจว่าจะขึ้นไปดีไหม แต่สุดท้ายก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาลั่วเยียนหราน: "รุ่นพี่อยู่ในห้องไหมครับ? ผมอยู่ข้างล่างตึกพี่ ผมซื้อชานมมาฝากน่ะ"
เขาตัดสินใจเลิกใช้ชื่อเล่น "เยียนหราน" ชั่วคราว เพราะเธอก็ขี้อายมากพออยู่แล้ว ถ้าขืนยังเรียกแบบนั้นต่อไป เธออาจจะยิ่งไม่อยากสนใจเขาเข้าไปใหญ่ เซี่ยเซียวรออยู่พักหนึ่งจึงได้รับข้อความตอบกลับ: "ฉันไม่ได้อยู่ในห้อง นายดื่มเองเถอะ"
ถ้าไม่อยู่ในห้องแล้วตอนนี้จะไปอยู่ที่ไหนได้อีกล่ะ? ตอนที่เขาเดินออกมา โรงอาหารก็ว่างเปล่าไปหมดแล้ว เซี่ยเซียวเงยหน้ามองตึกเรียน ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก: "พี่ไปดูพวกแมวอยู่ใช่ไหมครับ? เดี๋ยวผมไปหา รอผมด้วยนะ" หลังจากส่งข้อความนั้น เขาก็ไม่ได้รอคำตอบ เพราะการนิ่งเฉยก็เท่ากับการตอบตกลงกลายๆ เขาจึงรีบก้าวเท้าตรงไปยังประตูข้างโรงเรียนทันที
และก็เป็นไปตามคาด เขาพบลั่วเยียนหรานอยู่ในจุดที่พวกเขาเคยให้อาหารแมวด้วยกันครั้งก่อน เธอนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างทาง สายตาเหม่อมองไปยังจุดที่พวกแมวจรจัดมักจะปรากฏตัวออกมา เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ลั่วเยียนหรานจึงหันมามอง และเห็นเซี่ยเซียวที่ถือชานมเดินตรงเข้ามา ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เธออย่างเป็นธรรมชาติ
ลั่วเยียนหรานรู้สึกอึัดอัดใจอยู่บ้าง แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่อุบัติเหตุวันนั้นก็ถือเป็นความอับอายขายหน้าที่สุดในชีวิต ของเธอเลยทีเดียว แต่เมื่อเห็นท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติของเซี่ยเซียว ความประหม่าของเธอก็พลันมลายหายไป
เซี่ยเซียวส่งชานมให้เธอ "หวาน 30% ครับ อากาศยังเย็นอยู่นิดหน่อย ผมเลยสั่งแบบร้อนมาให้" ลั่วเยียนหรานก้มมองถ้วยชานมครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมารับไว้แล้วพูดว่า "ขอบคุณนะ แต่ความจริงฉันไม่ค่อยชอบดื่มชานมเท่าไหร่"
ดูปากที่พูดจาไม่เป็นสิ ลั่วเยียนหรานรู้สึกท้อใจกับตัวเองอยู่ลึกๆ แต่เซี่ยเซียวดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ "หืม? งั้นคราวหน้าผมซื้อชาน้ำผลไม้ให้แทนดีไหมครับ?" "ไม่ต้องหรอก" ลั่วเยียนหรานชำเลืองมองเขา "ถ้าฉันอยากดื่ม เดี๋ยวฉันซื้อเองได้" "แต่ผมอยากซื้อให้พี่นี่ครับ" เซี่ยเซียวตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา "ว่าแต่ ทำไมพี่ดูไม่มีความสุขเลยล่ะ?"
ลั่วเยียนหรานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนี "ไม่ได้ไม่มีความสุขสักหน่อย" "จริงเหรอครับ? แต่ถ้าแผ่นหลังของพี่ถูกวาดลงในมังงะล่ะก็ คงมีเมฆดำทะมึนลอยอยู่ข้างบนแน่ๆ" พูดไปเซี่ยเซียวก็ทำท่าโบกมือไปมาเหนือศีรษะของเธอประกอบ "จงสลายไป... จงสลายไป~"
เมื่อเห็นท่าทางของเขา ลั่วเยียนหรานก็หลุดหัวเราะออกมา "เซี่ยเซียว นายนี่เด็กชะมัด" เซี่ยเซียวเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเขาก็หัวเราะตาม "จะเป็นเด็กก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เห็นไหม พี่หัวเราะแล้วนี่นา" ครั้งนี้ลั่วเยียนหรานไม่ได้หลบตา เธอจ้องมองเขาอยู่อย่างนั้น "เซี่ยเซียว ทำไมถึงดีกับฉันขนาดนี้ล่ะ?"
ทั้งชานม ทั้งขนม ทั้งความตั้งใจมาหา แถมยังพยายามทำให้เธอหัวเราะ... เรื่องพวกนี้มันทำให้ลั่วเยียนหรานอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ หรือว่าปกติเซี่ยเซียวก็ใจดีกับทุกคนแบบนี้อยู่แล้ว?
เซี่ยเซียวคิดในใจ มาแล้ว... โอกาสบอกความรู้สึกมาถึงแล้ว ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้อ้าปากพูด ลั่วเยียนหรานกลับไม่รอคำตอบและพูดขึ้นเบาๆ ว่า "ความจริง นายเคยปลอบใจฉันครั้งหนึ่งตอนสมัยอยู่ปีหนึ่งด้วยนะ แต่นายคงจำไม่ได้แล้วล่ะ"
เซี่ยเซียวอึ้งไป เขาจำเรื่องนี้ไม่ได้เลยจริงๆ แต่เมื่อมองดูลั่วเยียนหรานที่กำลังอมยิ้ม ก็เห็นได้ชัดว่าเธอจดจำมันได้อย่างแม่นยำ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจเซี่ยเซียว เขาเคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมลั่วเยียนหรานถึงชอบเขา เรื่องนี้คงเกี่ยวข้องกับการปลอบใจในตอนปีหนึ่งสินะ?
"ขอโทษนะครับ ผมจำไม่ได้เลยจริงๆ" ลูกกระเดือกของเซี่ยเซียวขยับขึ้นลง น้ำเสียงแฝงแววรู้สึกผิด ลั่วเยียนหรานไม่ได้ดูประหลาดใจเลย เธอพยักหน้า "ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่านายจำไม่ได้" "งั้นพี่ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ?" เซี่ยเซียวถาม "เผื่อพี่พูดขึ้นมาแล้วผมจะนึกออก"
ทว่าลั่วเยียนหรานกลับส่ายหน้า "ไม่ล่ะ นี่เป็นความลับเล็กๆ ระหว่างฉันกับเซี่ยเซียวตอนปีหนึ่ง ฉันบอกนายไม่ได้หรอก" เซี่ยเซียวถึงกับทำหน้ามึนตึ้บเมื่อถูกปฏิเสธ "แต่ผมกับเซี่ยเซียวคนนั้นก็คนเดียวกันไม่ใช่เหรอครับ?"
ลั่วเยียนหรานยิ้ม สำหรับเธอแล้ว พวกเขาไม่ใช่คนเดียวกันเสียทีเดียว เซี่ยเซียวตอนปีหนึ่งคนนั้นยังไม่ได้ชอบโจวมี่ยนเมี่ยน เขาเคยพูดกับเธอว่า: "ทำไมต้องใช้ชีวิตตามสายตาคนอื่นด้วยล่ะครับ? ยังไงในโลกนี้ก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบเราอยู่แล้ว รุ่นพี่โดดเด่นขนาดนี้ ก็ปล่อยให้พวกเขานั่งอิจฉาจนทำอะไรไม่ได้ไปเถอะครับ ในเมื่อพี่เป็นนางเอก ส่วนพวกเขาก็เป็นได้แค่คนขี้แพ้ที่ทำได้แค่ระเบิดอารมณ์เพราะความไร้ความสามารถของตัวเอง จะทำให้ตัวเองทุกข์ใจไปทำไม? สู้ทำตัวให้พวกเขากระอักเลือดตายด้วยความอิจฉาไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ~"
น้ำเสียงของเด็กหนุ่มในตอนนั้นแฝงไปด้วยการหยอกล้ออย่างอ่อนโยนและความหวังดี แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาทำให้เขาดูนุ่มนวลเหลือเกิน "รุ่นพี่สวยมากจริงๆ นะครับ พี่เก่งที่สุดแล้ว สู้ๆ นะ!!! ผมเป็นกำลังใจให้!!"
แต่สุดท้าย สายตาอันอ่อนโยนของเด็กหนุ่มคนนั้นก็ไปหยุดอยู่ที่คนเพียงคนเดียว และน่าเสียดายที่คนคนนั้นไม่ใช่เธอ ลั่วเยียนหรานมองดูเซี่ยเซียวที่อยู่ตรงหน้า เขาเป็นคนที่อ่อนโยนเสมอมา ไม่ว่าจะในอดีตหรือในปัจจุบัน
เซี่ยเซียวถอนหายใจ "ก็ได้ครับ ผมไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมานั่งอิจฉาตัวเองแบบนี้" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการประชดตัวเองและความจนใจ ลั่วเยียนหรานที่กำลังพยายามเจาะหลอดชานมอยู่ชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "อิจฉา" เธอมองหน้าเขา "นายว่าไงนะ?"
"ผมอิจฉาน่ะครับ เพราะ 'ผม' ตอนปีหนึ่งมีความลับเล็กๆ กับพี่ได้ แถมเวลาพี่พูดถึงเขา พี่ก็ดูอ่อนโยนมากด้วย" เซี่ยเซียวจ้องมองเธอแล้วพูดต่อ "ผมอิจฉาจริงๆ นะครับ"
ลั่วเยียนหรานได้ยินเสียงหัวเราะของหัวใจตัวเองที่เต้นรัวขึ้นมา เธอรีบเบือนหน้าหนีด้วยความลนลาน สิ่งที่เซี่ยเซียวพูดมันหมายความอย่างที่เธอคิดหรือเปล่า? เธอก้มหน้าเจาะหลอดอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ทะลุเสียที เพราะใจมันเต้นแรงจนคุมมือไม่อยู่ เซี่ยเซียวมองท่าทางที่ดูลนลานอย่างเห็นได้ชัดของเธอ เขาเอื้อมมือไปคว้าถ้วยชานมมาจากมือเธอ เจาะหลอดให้จนเสร็จสรรพในครั้งเดียวแล้วส่งคืนให้ "ดูพี่จะลนลานนะครับ เป็นอะไรหรือเปล่า?"
"เปล่าสักหน่อย" ลั่วเยียนหรานปฏิเสธทันควัน "แค่จู่ๆ มือก็ไม่มีแรงน่ะ ที่นายถามว่าทำไมฉันดูไม่มีความสุข... ก็เพราะฉันสอบจำลองคะแนนเน่าน่ะสิ" ในตอนนี้ ลั่วเยียนหรานแค่อยากจะเปลี่ยนเรื่องคุยที่ทำให้ใจสั่นนี้ไปเสีย ไม่อย่างนั้นเธอคงหยุดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้แน่ๆ
เซี่ยเซียวอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อสองวันก่อนมีการสอบจำลองจริงๆ และคะแนนก็เพิ่งประกาศวันนี้ แต่เซี่ยเซียวจำได้ว่าผลการเรียนของลั่วเยียนหรานดีมากมาโดยตลอด เขาจึงอดไม่ได้ที่จะปลอบใจเธอ "มันก็แค่การสอบจำลองครั้งเดียวเองครับ ผมเองก็ทำได้ไม่ค่อยดีเหมือนกัน" หลังจากที่เขานอนป่วยมาสามปีแล้วเพิ่งกลับมาจับหนังสือ คะแนนของเซี่ยเซียวในครั้งนี้จึงค่อนข้างย่ำแย่เข้าขั้นวิกฤต
บางคนถึงกับคิดว่าเขาอกหักจากโจวมี่ยนเมี่ยนจนเสียสมาธิในการสอบ ช่วงบ่ายเขาถึงขนาดต้องไปพบอาจารย์หลินที่ห้องพักครู คาดว่าคงโดนเรียกไปปรับทัศนคติแน่ๆ มีเพียงเซี่ยเซียวเท่านั้นที่รู้—อกหักเหรอ? อกหักอะไรกัน? พวกเขายังไม่ได้คบกันสักหน่อย แต่ในตอนนี้ เขาแค่อยากจะปลอบลั่วเยียนหราน
"พี่แคร์เรื่องคะแนนขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" เขาจ้องมองลั่วเยียนหรานแล้วถาม ลั่วเยียนหรานหัวเราะขืนๆ "ปีสุดท้ายแล้วนะ ใครจะไม่แคร์คะแนนบ้างล่ะ? อีกอย่าง แม่ของฉันน่ะคาดหวังไว้สูงมากด้วย" เธอจ้องมองเซี่ยเซียวอย่างตรงไปตรงมา "และที่สำคัญที่สุด... ฉันเป็นเด็กเรียนซ้ำชั้นนะ"
พอพูดถึงเรื่องนี้ เซี่ยเซียวก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาทันที ไม่ใช่แค่เขาหรอก แต่คนทั้งโรงเรียนต่างก็สงสัยว่าทำไมลั่วเยียนหรานถึงกลับมาเรียนซ้ำชั้น คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเธอเมื่อปีที่แล้วไม่ได้แย่เลย ต่อให้เซี่ยเซียวจะไม่ได้สนใจเธอเป็นพิเศษในตอนนั้น แต่เขาก็จำได้ว่าเธอติดท็อปสามของโรงเรียน และน่าจะติดท็อปสิบของมณฑลด้วยซ้ำ แต่เธอกลับเลือกมาเรียนซ้ำชั้น เพราะอะไรกันแน่?
"ทำไมพี่ถึงเรียนซ้ำชั้นล่ะครับ?" เซี่ยเซียวอดไม่ได้ที่จะถามออกไป