- หน้าแรก
- คุโรโกะ โนะ บาสเก็ต จำลองสถานการณ์สู่ความไร้พ่าย
- บทที่ 20 โมโมอิ ซัทสึกิ เป็นพวกเลือกกิน
บทที่ 20 โมโมอิ ซัทสึกิ เป็นพวกเลือกกิน
บทที่ 20 โมโมอิ ซัทสึกิ เป็นพวกเลือกกิน
บทที่ 20 โมโมอิ ซัทสึกิ เป็นพวกเลือกกิน
[ความหวาดระแวงของคุณเติมเต็มพรสวรรค์ของคุณ ไม่ว่าคู่แข่งจะทำอะไร คุณก็สามารถกลายร่างเป็นวิญญาณอาฆาต ใช้ 'เดธคอยล์' รัดกุมคู่แข่งไว้ได้อย่างแน่นหนาเสมอ]
[คุณแทบอยากจะปิดกั้นทุกคนบนโลกใบนี้ คุณรีดเร้นพรสวรรค์ออกมาใช้จนถึงขีดสุด!]
[คู่แข่งโดนคุณประกบจนใจสั่นระรัว หายใจแทบไม่ออก ถึงขั้นที่ช่วงเวลาหนึ่งเขาไม่มีความกล้าแม้แต่จะถือบอลมาเผชิญหน้ากับคุณด้วยซ้ำ]
"พรสวรรค์มันสอดคล้องกับนิสัยด้วยงั้นเหรอ?"
"ระบบไม่เห็นเคยบอกฉันเลยว่าต้องใช้พรสวรรค์ควบคู่ไปกับนิสัยด้วย?"
ยูโตะขมวดคิ้ว
เขาอยากจะถามจริงๆ ว่าพรสวรรค์มันมีนิสัยเป็นของตัวเองด้วยหรือไง?
แต่ระบบนี้มันช่างเย็นชาและหยิ่งยโสซะเหลือเกิน ไม่มีพ่อบ้านระบบหรืออะไรทำนองนั้นเลย มีแค่ข้อความตัวอักษรอันแสนเย็นชาและไร้ความปรานีที่คอยบันทึกทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในโลกจำลองเท่านั้น
[เกมรุกของคู่แข่งเจาะไม่เข้า คุณแช่แข็งหอกที่แหลมคมที่สุดของศัตรู ทำให้พวกเขาสูญเสียอาวุธในมือไป]
[โค้ชฝ่ายตรงข้ามต้องขอเวลานอกอีกครั้ง คุณที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินเสียงตะโกนอย่างดุเดือดแต่ก็แฝงไปด้วยความจนปัญญาของเขา]
[เกมดำเนินต่อไป]
[คู่แข่งปรับเปลี่ยนแผนการเล่น เมื่อเสียหอกที่แข็งแกร่งที่สุดไป พวกเขาก็เลยกะจะแลกหมัดกับคุณ]
[พวกเขาใช้แผนเพรสซิ่งกดดันคุณอย่างหนัก ขอแค่คุณถือบอลเมื่อไหร่ ก็จะโดนรุมดับเบิลทีม ทันที]
[คุณแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยทักษะพื้นฐานอันยอดเยี่ยม]
[คุณส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีม]
[คู่แข่งพุ่งเข้าใส่คนถือบอลแบบถวายหัว เกมรุกของคุณเริ่มชะงักงัน]
[รูปเกมเริ่มตึงเครียด เพื่อนร่วมทีมของคุณรู้สึกเหมือนโดนลากเข้าไปในเครื่องบดเนื้อและถูกปั่นจนแหลกเหลวอย่างโหดเหี้ยม]
[พวกเขาปรับตัวเข้ากับเกมระดับความเข้มข้นสูงแบบนี้ไม่ได้เลย อัตราการชู้ตลงของคุณเริ่มตกลง คุณโกรธมากที่เพื่อนร่วมทีมเอาแอสซิสต์ของคุณไปทิ้งขว้าง]
[คุณเลยตัดสินใจลุยเดี่ยว]
[เปอร์เซ็นต์การชู้ตของคุณก็เริ่มตกลงเช่นกัน ความสามารถในปัจจุบันของคุณยังไม่มากพอที่จะเอาชนะกองหลังหลายคนพร้อมๆ กันได้]
[คุณเลยกางศอกออก!]
"..."
ยูโตะในโลกแห่งความเป็นจริงถึงกับพูดไม่ออก
เขาอยากจะเถียงใจแทบขาดว่าตัวเองไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย!
แต่พอนึกย้อนกลับไปปีที่แล้ว เวลาเจอคู่แข่งตึงๆ เขาก็มักจะเผลองัด "ศอกเหล็ก" ออกมาเบิกทางจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็เชื่อสนิทใจนะว่านี่มันคือการป้องกันตัว! ความมุ่งร้ายของศัตรูมันกระตุ้นระบบป้องกันภัยในตัวเขาต่างหาก!
[คู่แข่งโอดครวญไม่หยุดจากการโดนศอกของคุณ พวกเขาไปฟ้องกรรมการ]
[คุณเยาะเย้ยพวกมันว่าเป็นแค่ฝูงไก่อ่อนที่ยังไม่หย่านม คุณบอกพวกมันว่าถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ เอารูปแม่ของพวกแกมาให้ดูหน่อยสิ คนใจบุญอย่างคุณจะช่วยสงเคราะห์ทำให้แม่ของพวกมันกลับเข้าสู่ช่วงให้นมบุตรอีกครั้ง โตป่านนี้แล้วจะได้มีนมกินยังไงล่ะ]
[คู่แข่งของคุณโกรธจนแทบกระอักเลือด พวกมันเองก็เริ่มทำงาน "ศอกสงเคราะห์" ในฝั่งเกมรับบ้างเหมือนกัน]
[คุณฝืนเลี้ยงบอลฝ่าเข้าไป แล้วก็ได้รับการต้อนรับด้วยศอกเหล็กสองข้างพร้อมกัน คุณร้องฮึ่ม ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุยฆ่าเข้าไปวงในต่อและทำแต้มได้สำเร็จ]
[โค้ชของคุณตะโกนสั่งการอยู่ข้างสนาม "ดุดันมาก! เล่นให้มันได้อย่างนี้สิ! ส่งไอ้พวกตุ๊ดนั่นกลับบ้านเกิดไปเลย!"]
[แต่คุณ ไอ้หนุ่มมาดแมนกล้ามโต ดันใส่แบนด์รัดข้อมือที่มีรูปอวตารการ์ตูนสาวน้อยน่ารักสลักไว้ที่ข้อมือซะงั้น เลยโดนหัวหน้าโค้ชฝ่ายตรงข้ามแขวะเข้าให้]
[เขาตะโกนด่าบอกให้คุณรีบไสหัวกลับไปอยู่โลก 2D ไปกอดเมียกระดาษ แล้วไปช่วยตัวเองในห้องน้ำซะไป๊]
[คุณโกรธจัด ไอ้หมอนี่มันตาบอดหรือไงถึงกล้าบอกว่าโซระน่ารัก! มันต้องไม่เคยรู้แน่ๆ ว่าเวลาโดนโซระกระทืบมันเจ็บปวดขนาดไหน และต้องไม่เคยโดนฝ่าเท้าของโซระฟาดหน้ามาก่อนชัวร์ๆ]
[ความดุเดือดของเกมยกระดับขึ้นไปอีกขั้น คุณใช้ศอกเหล็กคู่ใจที่ฝึกฝนมาจากการชกต่อยตั้งแต่สมัยประถม 3 เบิกทางลุยแหลก]
[เปอร์เซ็นต์การชู้ตของคุณยังคงไม่กระเตื้องขึ้น แต่ระยะห่างของคะแนนเริ่มฉีกออกไป เพราะเปอร์เซ็นต์การชู้ตของศัตรูดันต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งกว่า พรสวรรค์ 'ปรมาจารย์ทักษะพื้นฐาน' ช่วยการันตีความสามารถในการทำแต้มอย่างต่อเนื่องของคุณ]
"บ้าเอ๊ย ฉันไม่ได้ชอบมีเรื่องชกต่อยเพราะเหตุผลพรรค์นี้ซะหน่อย"
ยูโตะรู้สึกมาตลอดว่าไอ้ระบบเฮงซวยนี่มันกำลังใส่ร้ายป้ายสีเขา
เขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเองซะหน่อย
ถ้าไอ้พวกตาบอดนั่นไม่คอยมาหาเรื่องโซระกับคนอื่นๆ ก่อน แล้วเขาจะไปไล่ต่อยตีชาวบ้านแบบไร้เหตุผลทำไมล่ะ?
เขาทำไปเพื่อปกป้องต่างหากโว้ย!!!
[ผ่านการกรำศึกมาอย่างโชกโชน คุณเลยฝึกฝนทักษะการสับศอกมาเป็นอย่างดี คุณไม่หวั่นเกรงต่อสไตล์การเล่นแบบอันธพาลของคู่แข่งเลยสักนิด]
[ครึ่งแรกจบลง คุณสับศอกดุดันจนทำแต้มสูงสุดในเกมไปถึง 12 แต้ม, 6 รีบาวด์, 3 แอสซิสต์ บวกกับอีก 2 ฟาวล์]
[วิชาศอกของคุณรอดพ้นสายตากรรมการไปได้ แต่ก็รอดพ้นสมองอันไร้ค่าของเขาไปไม่ได้ เขาคิดว่าเด็กเมื่อวานซืนไม่มีทางเล่นได้ดุดันขนาดนี้หรอก เขาฟันธงว่าคุณต้องเล่นตุกติกแน่ๆ]
[คุณไม่ได้ประท้วงอะไร เพราะลำพังคุณคนเดียวก็ทำคู่แข่งฟาวล์ไปถึง 4 ครั้งแล้ว งานนี้กำไรเห็นๆ!]
[กลับมาที่ห้องแต่งตัว คุณถอดเสื้อออกเผยให้เห็นรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มตัว เพื่อนร่วมทีมต่างสูดหายใจเฮือกด้วยความตกตะลึง และยิ่งเชื่อใจคุณมากขึ้นไปอีก]
[คุณพอใจกับผลงานชิ้นเอกของตัวเองมาก คุณมั่นใจเลยว่าไอ้ห้าตัวบาทาที่อยู่อีกฝั่งน่ะ สภาพต้องดูไม่จืดและอนาถกว่าคุณแน่นอน]
[ซึ่งในความเป็นจริง ในห้องแต่งตัวที่อยู่ไม่ไกลออกไป คู่แข่งของคุณต่างก็กำลังสูดปากร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดกันระงม]
[หัวหน้าโค้ชฝ่ายตรงข้ามถึงกับกุมขมับ แข่งบาสก็สู้ไม่ได้ ต่อยตีก็สู้ไม่ไหว จะเอายังไงต่อดีล่ะเนี่ย?]
[ช่วงพักครึ่งผ่านไป ครึ่งหลังเริ่มขึ้น]
[คุณยังคงรักษาความดุเดือดและฟอร์มการเล่นระดับสูงเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง คุณบุกตะลุยฝ่าดงตีนเข้าไปคนเดียว ใช้ศอกสับเปิดทางเลือดแบบ 1 รุม 3]
[คู่แข่งโดนคุณอัดจนหลอน คุณฆ่าทะลวงเข้าไปในเพนต์ ทำได้สองแต้ม แล้วคำรามลั่น]
[ผู้ชมทั้งสนามถูกคุณสะกดจนอยู่หมัด ความดุดันแข็งแกร่งของคุณเริ่มฝังรากลึกลงไปในใจของผู้คน ความกระหายในชัยชนะอันแรงกล้าของคุณทำให้ทุกคนต้องตื่นตะลึง]
[จบเกม ในศึกเครื่องบดเนื้อครั้งนี้ คุณระเบิดฟอร์มสุดยอดทำสถิติไปถึง 29+12+8 แม้แต่โค้ชฝ่ายตรงข้ามยังต้องยอมรับในความสามารถในการต่อสู้ในเกมหนักๆ ของคุณ]
[ผลงานของคุณดึงดูดความสนใจของ โมโมอิ ซัทสึกิ เข้าให้แล้ว]
"ดึงดูดความสนใจของยัยนี่ได้อีกแล้วเหรอ? แถมคราวนี้เพิ่งจะเริ่มเกมที่สองเองนะ"
ยูโตะลูบคางตัวเอง
ในการจำลองทั้งสองครั้ง เขาสามารถดึงดูดความสนใจของ โมโมอิ ซัทสึกิ ได้เสมอ
เพียงแต่ครั้งแรกมันเกิดขึ้นช้ากว่านี้มาก ในขณะที่ครั้งนี้ ยัยสายลับสาวดันมาสังเกตเห็นเขาตั้งแต่เกมที่สองเลย
"ดูเหมือนโมโมอิ ซัทสึกิ จะเป็นพวกเลือกกิน (มองคนจากฝีมือ) จริงๆ แฮะ ยัยนั่นไม่เสียเวลามาสนใจพวกไก่กาอาราเล่หรอก ก็เหมือนกับที่ทีม RNG ชอบดองสัญญาผู้เล่นกากๆ นั่นแหละ"
"แต่ก็นะ ถือซะว่านี่เป็นเครื่องพิสูจน์ทางอ้อมว่าฝีมือของฉันพัฒนาขึ้นก็แล้วกัน"
ยูโตะแอบดีใจอยู่ลึกๆ ชั่วขณะ
การจำลองดำเนินต่อไป
[พวกคุณคว้าชัยชนะมาได้อย่างต่อเนื่อง แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทนดูทีมอื่นนั่งรถบัสคันโตกลับไป ในขณะที่พวกคุณคู่ควรแค่กับการโหนรถไฟใต้ดินเท่านั้น]
[ตาลุงโค้ชใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการปลุกใจให้พวกคุณพยายามต่อไป ถ้าทำผลงานได้ดี เขาจะไปยื่นเรื่องขอเบิกงบจากโรงเรียน เพื่อที่ในอนาคตพวกคุณจะได้มีรถบัสประจำทีมเป็นของตัวเองบ้าง]
[มีใครบางคนหัวเราะขืนๆ แล้วพูดขึ้นมาว่า "ต่อให้ในอนาคตทีมเราจะมีรถบัสจริงๆ พวกเราก็คงไม่มีโอกาสได้นั่งหรอก"]
[คนที่พูดคือรุ่นพี่ปีสาม บรรยากาศที่กำลังคึกคักเมื่อครู่จู่ๆ ก็ชะงักงัน และมวลอากาศก็ถูกเติมเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยนิดๆ]
[เมื่อได้ยินดังนั้น คุณก็คว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาพาดบ่าด้วยมือข้างเดียวแล้วพูดว่า "ถึงจะเป็นอย่างนั้น อย่างน้อยพวกเราก็ถือว่าได้ฝากผลงานชิ้นโบแดงทิ้งไว้ที่สถาบันโฮมิ ในช่วงชีวิตวัยรุ่นของพวกเรานะเว้ย ถ้าไม่อยากเป็นแค่คนธรรมดาดาดๆ ล่ะก็ กลับไปแล้วมาซ้อมพิเศษกับฉันเลย วันนี้พวกนายเล่นกันได้อ่อนปวกเปียกยิ่งกว่าโซระซะอีก!"]
[น่าแปลกที่พอได้ยินแบบนั้น ทุกคนกลับไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรเลย ในใจของพวกเขากลับเร่าร้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก พวกเขาอินไปกับคำพูดของคุณ และปรารถนาที่จะทิ้งร่องรอยอันงดงามเอาไว้ที่สถาบันโฮมิแห่งนี้]
[แต่ก็มีบางคนที่มองคุณด้วยสายตาแปลกๆ... สงสัยว่าคุณไปรู้ได้ยังไงวะว่าโซระ 'อ่อนปวกเปียก' (นุ่มนิ่ม) ขนาดไหน?]
[คุณเลยจัดบทเรียนสั่งสอนหมอนั่นไปหนึ่งดอก!!!]
[ตกดึก]
[ตอนที่คุณถอดเสื้อผ้าเตรียมจะอาบน้ำ โซระก็เดินเข้ามาหยิบเสื้อผ้าพอดี เธอ "บังเอิญ" เห็นรอยฟกช้ำบนตัวคุณเข้า เธอก็เลยเอาตัวเข้ามาแนบชิดกับคุณซะแน่น]
[ตอนนี้คุณรู้ซึ้งถึงแก่นแท้เลยล่ะว่า โซระน่ะ 'นุ่มนิ่ม' ขนาดไหน]
[คุณบอกให้เธอไม่ต้องเป็นห่วง คนเราท่องไปในยุทธภพ มีหรือจะไม่โดนดาบฟัน? แล้วคุณก็ไล่เธอออกไป]
"ทำไมบทของโซระมันเยอะจังวะเนี่ย?"
ยูโตะในโลกความเป็นจริงเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะในโลกจำลอง ระบบมักจะชอบเปิดเผยข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวกับโซระให้เขาเห็นอยู่เสมอ
และข้อมูลพวกนี้ก็ทำเอายูโตะจิตใจเตลิดเปิดเปิงไปไกลทุกที
[ดึกมากแล้ว โซระแอบ "บุกจู่โจมยามวิกาล" อีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้มาเพื่อวัดขนาด (หือ?) แต่เธอถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามาเพื่อทายาให้คุณ]
[คุณยอมตกลงแต่โดยดี หลังจากทายาเสร็จ โซระก็เสนอตัวว่าจะขอนอนค้างที่นี่คืนนึง คุณถึงกับช็อกเหมือนโดนฟ้าผ่า รีบบอกปัดไปว่าเรื่องแบบนี้ต้องรอให้อายุครบ 18 ก่อนโว้ย!]
[โซระเขินอายขั้นสุด ตะโกนด่า "ตาบ้ากาม!" แล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกจากห้องไป]
[ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะทั้งคุณและโซระต่างก็เคยเห็นฮารุกะกับนาโอะ โยริฮิเมะ "ตีป๊อกเด้ง" (มีเซ็กส์) กันมาตั้งแต่เด็กๆ เธอก็เลย "มีวิชาความรู้" แตกฉานกว่าเด็กผู้หญิงทั่วไปเยอะ!]
"ไอ้สัตว์เดรัจฉานเอ๊ย!"
ยูโตะนอกโลกจำลองสบถด่าฮารุกะว่าเป็นไอ้โรคจิต
ถึงแม้แกจะเป็นฝ่ายรับ (โดนกระทำ) ก็เถอะ แต่มึงหัดปฏิเสธบ้างไม่ได้หรือไงวะ!
มึงทำให้โซระจำแต่เรื่องแย่ๆ ไปหมดแล้วเนี่ย!