- หน้าแรก
- คุโรโกะ โนะ บาสเก็ต จำลองสถานการณ์สู่ความไร้พ่าย
- บทที่ 21 พัฒนาความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
บทที่ 21 พัฒนาความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
บทที่ 21 พัฒนาความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
บทที่ 21 พัฒนาความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
[วันรุ่งขึ้น คุณไปโรงเรียนอีกครั้ง ไปรวมตัวกับเพื่อนร่วมทีม แล้วก็เดินทางมาถึงสนามแข่งขัน]
[คู่แข่งในวันนี้อ่อนชั้นกว่าสองทีมก่อนหน้านี้ซะอีก พวกเขาแค่โชคดีหลุดเข้ามาถึงรอบสามได้เพราะดันไปเจอกับทีมรองบ่อนมาสองรอบติดก็เท่านั้น]
[จังหวัดโทจิงิมีประชากรแค่ 160,000 คน ขาดแคลนผู้มีพรสวรรค์ในทุกๆ ด้าน และบาสเกตบอลก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ถึงแม้จะมีทีมน้อย แต่ทีมที่เป็นไก่รองบ่อนนั้นมีเพียบ]
[วันนี้คุณลงเล่นเกมนี้ได้อย่างง่ายดายสุดๆ]
[ด้วยความกดดันจากความสามารถในการทำแต้มระดับ 30+ อย่างต่อเนื่องของคุณ คู่แข่งเลยเริ่มเข้ามาดับเบิลทีม (รุมสอง) ใส่คุณตั้งแต่เริ่มเกม]
[คุณไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด แต่คู่แข่งดันส่งคนมาประกบเยอะเกินไป พวกเขาศึกษาเทปการเล่นของคุณมาแล้ว และรู้ว่าคุณชู้ตไม่แม่น ก็เลยไปกองผู้เล่นจำนวนมากอุดเอาไว้ในกรอบเขตโทษ]
[แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณจนปัญญาแต่อย่างใด ด้วยมาดดั่งจักรพรรดิ คุณโยนบอลไปใส่มือเพื่อนร่วมทีมในตอนที่ช็อตคล็อก (เวลาบุก) ใกล้จะหมด]
[บางคนก็เปลี่ยนลูกส่งของคุณให้กลายเป็นแอสซิสต์และรอดตัวไป ส่วนคนที่เปลี่ยนลูกส่งเป็นแอสซิสต์ไม่ได้ ก็โดนคุณด่าเปิงหาว่าทิ้งขว้างโอกาส]
[คุณเลยใช้โอกาสนี้สั่งให้หมอนั่นกลับไปซ้อมชู้ตพิเศษเพิ่มซะเลย...]
"โคตรเลวเลย!"
ยูโตะในโลกภายนอกเห็นแบบนั้นแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปนิดดดนึง
คนเราไม่ควร... อย่างน้อยก็ไม่ควรจะทำตัวแบบนี้...
"ช่างเถอะ ยังไงซะมันก็แค่การจำลอง ไม่ใช่ตัวฉันจริงๆ ซะหน่อย"
ยูโตะทำตัวเป็นคนดีศรีสังคม โยนความผิดทั้งหมดให้ตัวเองในโลกจำลอง และเชื่อมั่นสุดใจว่าตัวเขาในโลกความจริงไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้นเด็ดขาด
[ครึ่งแรกจบลง คุณสร้างความได้เปรียบทิ้งห่างไปแล้วถึง 26 แต้ม คู่แข่งสู้คุณไม่ได้เลยสักนิด]
[คุณไม่ได้แปลกใจเลยกับระยะห่างของคะแนนนี้ ถ้ายังเล่นแบบนี้ต่อไป คู่แข่งคงแพ้คุณยับเยินถึงห้าสิบหกสิบแต้มแน่ๆ]
[แต่พอนึกถึงไอ้พวกเวรจากเทย์โค ที่เอะอะก็ถล่มคู่แข่งทิ้งห่างเป็นหลักร้อยแต้ม จู่ๆ คุณก็รู้สึกว่าตัวเองยังแข็งแกร่งไม่พอ]
[จบเกม]
[คุณเอาชนะคู่แข่งไปได้ 61 แต้ม]
[คุณทำสถิติสูงสุดในเกมไป 26 แต้ม, 13 รีบาวด์ และ 13 แอสซิสต์ นี่เป็นการทำทริปเปิล-ดับเบิล ติดต่อกันเป็นเกมที่สามของคุณแล้ว]
[ในทางตรงกันข้าม โอตะ เพื่อนร่วมทีมของคุณทำรีบาวด์ไม่ถึงสองหลักมา 3 เกมติดแล้ว ส่วนยอดแอสซิสต์ของพอยต์การ์ดประจำทีมก็ร่วงลงไปต่ำสุดในอาชีพการเล่นของเขา โดยทำได้เฉลี่ยแค่ 3 แอสซิสต์ต่อเกมอย่างน่าเวทนา]
[ในฐานะพอยต์การ์ด เวลาในการครองบอลของเขาตลอดสามเกมที่ผ่านมามีไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำ ในขณะที่อัตราการใช้งาน ของคุณพุ่งปรี๊ดไปถึง 22%]
"แล้วมันมีปัญหาตรงไหนล่ะ?"
"พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง ฉันเก่งขนาดนี้ ก็สมควรได้สิทธิ์ในการครองบอลมากกว่าไม่ใช่หรือไง?"
ยูโตะถูกระบบเฮงซวยหัวเราะเยาะเข้าให้
ไอ้ระบบตาบอดบาสเอ๊ย! ขนาดสัจธรรมพื้นฐานที่สุดของบาสเกตบอลยังไม่เข้าใจ แล้วยังมีหน้ามาทำตัวเป็นระบบอีก รีบไสหัวกลับไปถูกสร้างใหม่ซะไป๊
"ฉัน... อ๊ะ..."
จู่ๆ ยูโตะในโลกภายนอกก็เหมือนโดนกระแสไฟฟ้าช็อตไปทั้งตัว
ร่างกายของเขาเผลอร่ายรำกระบวนท่า 'เถียซานเก่า' (กระแทกเขาเหล็ก) ออกมาอย่างไม่รู้ตัว แถมในหัวยังมีท่อนฮุคเพลง 'จีหนี่ไท่เหม่ย' (ไก่จ๋าเธอช่างงดงามเหลือเกิน) ดังขึ้นมาแบบออโต้!
"นี่มัน..."
ถึงจะไม่มีหลักฐาน แต่ยูโตะกล้ารับประกันได้เลยว่าเป็นฝีมือของไอ้ระบบแน่ๆ ไม่งั้นเขาไม่มีทางจู่ๆ ก็ลุกขึ้นมา "เต้นรำยามได้ยินเสียงไก่" แบบนี้หรอก
ยูโตะเลยต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว แล้วนั่งดูการจำลองต่อไป
[โมโมอิ ซัทสึกิ มาถึงสนามแข่งขันแล้ว สมุดโน้ตในมือของเธอถูกเขียนเต็มไปด้วยข้อมูลเจาะลึกและสถิติเกี่ยวกับคุณไปแล้วถึงหนึ่งหน้ากระดาษเต็มๆ]
[จากนั้น โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจาก อาคาชิ เซย์จูโร่]
[โมโมอิ ซัทสึกิ บอกกับเขาว่า "ฉันเจอผู้เล่นที่เก่งมากๆ คนนึงค่ะ แต่เขาดูธรรมดามาก การชู้ต การไดร์ฟฝ่าเข้าไป การครอสโอเวอร์ การส่งบอล... ทุกอย่างเป็นแค่ทักษะพื้นฐานที่มือใหม่ก็รู้กันทั้งนั้น แต่เขากลับทำทริปเปิล-ดับเบิลได้ถึงสามเกมติดเลยนะคะ!"]
[อาคาชิถามเธอว่า "เรียบง่ายแต่แปรเปลี่ยนเป็นประสิทธิภาพได้งั้นเหรอ หมายถึง 'หลักการใหญ่ยิ่งมักเรียบง่าย' สินะ? แล้วเธอประเมินว่าเขาจะสร้างภัยคุกคามให้กับเทย์โคได้มากแค่ไหนล่ะ?"]
[โมโมอิ ซัทสึกิ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "0% ค่ะ! ถึงเขาจะดูธรรมดามาก แต่ความจริงแล้วแข็งแกร่งทีเดียว ระดับของเขาน่าจะไปถึงขั้นเดียวกับ 'อสูรสายฟ้า' ฮายามะ โคทาโร่ แล้วค่ะ"]
[เมื่อได้ยินดังนั้น อาคาชิก็หมดความสนใจทันที "งั้นเหรอ? ขอบใจที่เหนื่อยนะ ไม่ต้องไปให้ความสนใจกับจังหวัดโทจิงิมากแล้วล่ะ"]
[คุณถูกเมินซะแล้ว]
[ไม่ว่าจะเป็น โมโมอิ ซัทสึกิ หรือ อาคาชิ เซย์จูโร่ ก็ไม่มีใครมองว่าคุณเป็นภัยคุกคามเลยสักคน]
[โมโมอิ ซัทสึกิ วางสายไป เธอรู้สึกเสียดายนิดๆ คุณน่ะแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังแกร่งไม่พอ เธอจึงเดินทางออกจากจังหวัดโทจิงิไปด้วยความผิดหวัง]
"เหอะ!"
ยูโตะมองดูการจำลองแล้วก็แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ไม่ได้พูดอะไร
ในใจเขารู้สึกไม่ยอมรับ แต่ก็เถียงไม่ออก
เพราะเขาเองก็ประเมินไว้ในใจเหมือนกันว่า ตัวเขาในตอนนี้คงไปถึงแค่ระดับของ ฮายามะ โคทาโร่ จริงๆ ซึ่งมันยังห่างชั้นกับพวก 'รุ่นปาฏิหาริย์' ชนิดที่ว่าห่างกันเป็นมหาสมุทรแปซิฟิกเลยล่ะ
คำว่า 'ราชันย์ไร้มงกุฎ' มันไม่ใช่คำชมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ยูโตะเชื่อว่าไอ้ห้าคนนั้นแหละคือตัวน่าสมเพชที่สุด
ก็เพราะพวกเขาเป็นพวก "ไร้มงกุฎ" (ไม่มีแชมป์) ยังไงล่ะ!
[คุณไม่ได้สังเกตเห็นการมาของ โมโมอิ ซัทสึกิ เลย และเธอก็ออกจากสนามไปทันทีหลังจบเกม เพื่อออกตามหาผู้เล่นที่สามารถสร้างความกดดันให้กับ อาโอมิเนะ ไดกิ ต่อไป]
[พรสวรรค์ของ อาโอมิเนะ ไดกิ เริ่มตื่นขึ้นแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาทิ้งห่างผู้เล่นรุ่นเดียวกันไปไกลคนละมิติ เธอจึงอยากตามหาผู้เล่นที่แข็งแกร่งมากพอ เพื่อให้เพื่อนสมัยเด็กของเธอได้ค้นพบความสนุกและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในการเล่นบาสอีกครั้ง]
[อย่างไรก็ตาม ลึกๆ ในใจเธอก็รู้ดีว่าคนแบบนั้นมีอยู่น้อยมากๆ หรือบางทีอาจจะไม่มีอยู่จริงเลยด้วยซ้ำ]
[อาโอมิเนะ ไดกิ ในตอนนี้แข็งแกร่งซะจนแม้แต่ โมโมอิ ซัทสึกิ ยังรู้สึกเหมือนเขาเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว]
"แค่ตอนนี้ฉันยังทำไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าวันข้างหน้าฉันจะทำไม่ได้ซะหน่อย คอยดูเถอะ ฉันจะขยี้พวกแกให้แหลกคามือเลย!"
สีหน้าทีเล่นทีจริงของยูโตะมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แววตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกปลดฝัก นัยน์ตาทอประกายเจิดจ้า
การจำลองดำเนินต่อไป
[คุณคว้าชัยชนะมาได้สามเกมรวดแล้ว ขอแค่ชนะอีกสองเกม คุณก็จะทะลุผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้]
[คู่แข่งหลังจากนั้นไม่สามารถสร้างปัญหาให้คุณได้เลย คุณนำพาสถาบันโฮมิตะลุยตีกำแพงเมือง ยึดครองพื้นที่ และทะลุผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้สำเร็จเป็นปีที่สองติดต่อกัน]
[ในรอบพบกันหมด ตัวคุณที่แข็งแกร่งขึ้นไม่ยอมปล่อยให้มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น คุณพาทีมหัวเราะทีหลังดังกว่าด้วยสถิติชนะ 2 นัดรวด]
[สถาบันโฮมิ ทะลุเข้าสู่รอบทัวร์นาเมนต์ระดับประเทศของจริงได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน]
[หลังจากเข้าสู่รอบระดับประเทศ คุณก็มีเวลาพักปรับตัวครึ่งเดือน]
[พรสวรรค์ 'ปรมาจารย์ทักษะพื้นฐาน' ผสมผสานเข้ากับตัวคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ และพรสวรรค์ 'เดธคอยล์' ก็เข้ากับนิสัยของคุณสุดๆ เพราะคุณมักจะกระหายที่จะบดขยี้คู่แข่งให้แหลกทั้งเกมรุกและเกมรับอยู่เสมอ]
[คุณไม่มีพื้นที่ให้พัฒนาขีดความสามารถไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว ทำได้แค่รอให้การจำลองครั้งต่อไปเริ่มขึ้นเพื่อรับพรสวรรค์ใหม่ๆ เท่านั้น]
[แต่คุณก็รีบโยนความคิดนี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว]
[คุณเริ่มพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งให้ตัวเอง]
[คุณนึกถึงแพ็กเกจสกิลของพวกตัวละครในอนิเมะขึ้นมาได้]
[ความสามารถของพวกรุ่นปาฏิหาริย์ถือกำเนิดมาจากพรสวรรค์เฉพาะตัวของพวกเขา ซึ่งคุณไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ แต่คุณสามารถเรียนรู้ทักษะบางอย่างได้]
[คุณนึกถึงอาจารย์ของ คางามิ ไทกะ... เจ๊ผมบลอนด์หน้าอกตู้มคนนั้น ที่มีสองสกิลลายเซ็นประจำตัวคือ: มีทีเออร์แจม และ มิราจชู้ต]
[วันที่ 1: คุณเริ่มฝึก 'มิราจชู้ต' คุณล้มเลิกความคิดที่จะฝึก 'มีทีเออร์แจม' ไป เพราะรู้สึกว่าท่านั้นมันก็แค่ดูเท่เฉยๆ ถ้ามีพลังกระโดดขนาดนั้น มีวิธีทำแต้มให้เลือกใช้ตั้งเยอะแยะ]
[ขั้นตอนการเรียนรู้ไม่ค่อยราบรื่นนัก คุณใช้เวลาไปหนึ่งวันเต็มๆ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นผลอะไร]
[แต่คุณก็ไม่ย่อท้อ]
[วันที่ 2: คุณยังคงฝึกมิราจชู้ตต่อไป แต่ก็ยังไม่สำเร็จ]
[วันที่ 3: ในระหว่างที่ฝึกมิราจชู้ต คุณก็เพิ่มตารางการฝึกชู้ตระยะกลางเข้าไปด้วย]
[เพราะไม่ว่าจะเป็นสกิลแบบไหน เป้าหมายสูงสุดก็คือการทำแต้ม การหลอกกองหลังได้แต่กลับชู้ตลูกบาสไม่ลงห่วง มันก็เป็นแค่เรื่องผิวเผินไร้สาระเท่านั้น]
[วันที่ 4: คุณยังคงฝึกซ้อมต่อไป โค้ชไม่ได้เข้ามาห้ามคุณ แม้เขาจะคิดว่าผู้เล่นไม่มีทางฝึกชู้ตระยะกลางให้แม่นยำได้ในเวลาสั้นๆ ก็ตาม แต่หนทางของคุณยังอีกยาวไกล การค่อยๆ สั่งสมตั้งแต่ตอนนี้ย่อมส่งผลดีต่ออนาคตของคุณแน่นอน]
[วันที่ 5: เพื่อนร่วมทีมของคุณเริ่มชินชาซะแล้ว]
[ความเข้มข้นในการฝึกซ้อมของคุณสูงซะจนทำให้พวกเขาหวาดกลัว พวกเขาคิดว่านี่มันไม่ใช่การซ้อมแล้ว แต่มันคือการทรมานตัวเองชัดๆ]
[พวกเพื่อนร่วมทีมที่เคยแอบบ่นว่าคุณชอบกดดันพวกเขา... ตอนนี้พากันหุบปากเงียบกริบ]
...