- หน้าแรก
- คุโรโกะ โนะ บาสเก็ต จำลองสถานการณ์สู่ความไร้พ่าย
- บทที่ 17 เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
บทที่ 17 เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
บทที่ 17 เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
บทที่ 17 เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
"ฉันจะทำให้นายต้องเสียใจ ยูโตะ!"
อาซากุระโกรธจัด เขาสาบานว่าจะทำให้อ้ายคนปากดีนี่ต้องเสียใจให้ได้
"ชีวิตนี้ฉันมีเรื่องให้ต้องเสียใจตั้งเยอะแยะ แต่รับรองได้เลยว่านี่ไม่ใช่หนึ่งในนั้นแน่ๆ"
ยูโตะตอบกลับนิ่งๆ แล้วหันหลังวิ่งกลับไปตั้งรับ
เขารู้สึกว่าไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนตรงหน้านี่มันอ่านง่ายเกินไป อารมณ์ความรู้สึกมันแสดงออกทางสีหน้าซะหมด ไอ้พวกหัวร้อนแบบนี้ ร้อยทั้งเก้าสิบเดี๋ยวก็ต้องพยายามจะดวลเดี่ยว กับเขาอีกแหงๆ
และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
หลังจากส่งบอลเข้าสนาม อาซากุระก็รีบสลัดตัวออกไปเบิกบอลจากเพื่อนร่วมทีมทันที จากนั้นก็จงใจพุ่งเข้ามาดวลหน้ากับยูโตะแบบตัวต่อตัว แถมยังปฏิเสธการสกรีนจากเพื่อนร่วมทีมอีกต่างหาก
อาซากุระรวบรวมพละกำลัง ระเบิดความเร็วเร่งเครื่องตีนผีแบบสุดชีวิต!
แต่ยูโตะกลับมาปรากฏตัวดักอยู่ตรงหน้าเขาราวกับผีหลอก
เขาไม่สามารถเลี้ยงผ่านช่วงตัวของยูโตะไปได้ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ
"ยูโตะเร็วขึ้นจริงๆ ด้วย... แต่ทำได้ยังไงกัน?"
หัวหน้าโค้ชโรงเรียนยามากุจิคอนเฟิร์มแล้วว่า ความเร็วของยูโตะนั้นพัฒนาก้าวกระโดดไปมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
แม้แต่ 'หอกทะลวงฟัน' ของทีมอย่างอาซากุระ ที่เป็นฝ่ายรุกแท้ๆ ยังไม่สามารถชิงความได้เปรียบมาได้เลยแม้แต่น้อย
ต้องรู้ไว้อย่างนึงนะ...
ในกีฬาบาสเกตบอล ผู้เล่นฝ่ายรุกมักจะนำหน้าผู้เล่นฝ่ายรับอยู่อย่างน้อยครึ่งก้าวเสมอ
ส่วนใหญ่แล้ว ฝ่ายรับมักจะต้องขยับตัวตามปฏิกิริยาของคนถือบอล มีผู้เล่นเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่สามารถคาดเดาความตั้งใจของฝ่ายรุกได้
อย่างเช่น อัจฉริยะ อาคาชิ เซย์จูโร่ จากโรงเรียนเทย์โค
หมอนั่นคือผู้เล่นรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถในการคาดเดาล่วงหน้าที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในรอบสิบปีนี้เลย
ยูโตะไม่ได้มีความสามารถระดับนั้น แต่กลับสามารถปิดตายเส้นทางการบุกของอาซากุระได้อย่างสนิท
นั่นแปลว่า ความเร็วของเขาอยู่เหนือกว่าอาซากุระที่เป็นสายความเร็วซะอีก! มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะอธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงสามารถไปถึงจุดหมายได้ก่อนทั้งๆ ที่ออกตัวทีหลัง
ปึก!
อาซากุระที่เผลอเสียสมาธิไปแวบหนึ่ง พุ่งชนเข้ากับยูโตะอย่างจัง
และเนื่องจากยูโตะไปยืนดักรอตั้งหลักไว้อยู่ก่อนแล้ว กรรมการจึงไม่ได้เป่านกหวีดฟาวล์ ยูโตะฉวยโอกาสนี้ตบลูกบาสหลุดจากมืออาซากุระไปทันที
ซากุราอิ เรียว ผู้มีสัญชาตญาณอันเฉียบไว รีบคว้าบอลมาครองไว้ได้ทันที
"รับไป ไอ้หัวเห็ด!"
ยูโตะที่ทำหน้าที่เกมรับเสร็จสิ้น ก็สับเกียร์หมาพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูง
ในชั่วขณะนี้เอง...
สเตตัสความเร็วระดับ 80 แต้มได้ถูกนำมาจัดแสดงให้แฟนๆ ประจักษ์แก่สายตาแบบเต็มๆ
เขาพุ่งทะยานข้ามเส้นครึ่งสนามไปราวกับรถสปอร์ตสีเทาขาวส่งเสียงดัง ฟิ้ว!
ซากุราอิ เรียว จ่ายบอลออกไปทันที ยูโตะรับบอลขณะวิ่งทำทางและเลี้ยงทะลวงเข้าสู่เขตใต้แป้นอย่างลื่นไหล ก่อนจะปิดฉากการบุกครั้งนี้ด้วยการเลย์อัปที่แสนจะเรียบง่ายซะยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
4:0!
สถาบันโฮมิได้จุดเริ่มต้นในฝัน เพราะพวกเขาสามารถครองความได้เปรียบในสนามไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
"แม่งเอ๊ย ฉันล่ะเสียใจจริงๆ!"
"เสียใจที่เมื่อกี้ดันอุตส่าห์ไปคาดหวังในตัวแกขึ้นมานิดนึง!"
"แต่ดูสภาพแกตอนนี้สิ? ฝีมือยังกากยิ่งกว่าพวกโฮสต์ปลายแถวในย่านเริงรมย์ซะอีก ฉันไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียวก็ทำแกโดนลอกคราบจนเปลือยเปล่าได้แล้วเนี่ย!"
ยูโตะไม่ปรานีเลยแม้แต่น้อยเวลาเปิดปากด่า ใบหน้าของอาซากุระแดงก่ำเป็นลูกตำลึง ดูเหมือนคนใกล้จะระเบิดตัวตายได้ทุกเมื่อ
"นั่น... นั่นใช่ยูโตะจริงๆ เหรอเนี่ย?"
"ความเร็วในการสวนกลับของเขาเร็วจี๋เลย แถมปฏิกิริยาในเกมรับก็ระดับท็อปอีกต่างหาก!"
"เขาพูดอะไรกับอาซากุระน่ะ? ทำไมอาซากุระถึงทำหน้าเหมือนอยากจะพุ่งเข้าไปต่อยคนแบบนั้นล่ะ?"
"ปีนี้สถาบันโฮมิแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ แฮะ!"
คำถาม... คำถามมากมายนับไม่ถ้วนดังก้องไปทั่ว
บนอัฒจันทร์ฝั่งผู้ชม ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันในกลุ่ม B ต่างก็คิดกันไม่ตก
ในเวลาแค่ปีเดียว ทำไมยูโตะถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?
ไม่ใช่แค่สไตล์การเล่นของเขาที่เปลี่ยนความซับซ้อนให้กลายเป็นความเรียบง่าย แต่ความเร็วของเขาก็ยังพัฒนาก้าวกระโดดอีกต่างหาก
หรือว่าพรสวรรค์ของเขาจะถูกจำกัดด้วยอายุ และเพิ่งจะมาระเบิดเอาในปีนี้กันแน่?
พับเรื่องทักษะพื้นฐานอันแน่นปึ้กนั่นเก็บไว้ก่อน
ยังไงซะ สไตล์การเล่นและเทคนิคก็เป็นสิ่งที่ฝึกฝนกันได้
ผู้เล่นหลายคน โดยเฉพาะผู้เล่นระดับอาชีพ มักจะปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นในช่วงใดช่วงหนึ่งของอาชีพเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในสนาม
ทิม ดันแคน ก็เป็นตัวอย่างที่ดี
ตอนที่เขาเข้ามาในลีกแรกๆ เขาก็เป็นฟอร์เวิร์ดสไตล์สัตว์ประหลาดที่เน้นการเล่นแบบเหินหาวกลางอากาศ
แต่หลังจากได้รับบาดเจ็บหนัก เขาก็ต้องเปลี่ยนมาเล่นสไตล์ติดพื้นดินเพื่อยืดอายุอาชีพนักบาสของตัวเอง
แต่พรสวรรค์ล่ะ?
ของแบบนี้มันซ่อนกันไม่ได้ และมันก็ฝึกกันไม่ได้ด้วย
อย่างน้อยก็ไม่มีทางที่จะยกระดับฝีมือแบบก้าวกระโดดมหาศาลขนาดนี้ได้ด้วยการฝึกซ้อมหรอก
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!
ยูโตะคืออัจฉริยะที่ซ่อนเร้น พรสวรรค์ของเขาถูกจำกัดไว้ก่อนที่อายุจะถึงเกณฑ์ และเพิ่งจะมาผลิดอกออกผลเอาในปีนี้
ไม่อย่างนั้นก็ยากที่จะอธิบายได้ว่าทำไมจู่ๆ ปีนี้เขาถึงได้เก่งกาจขึ้นมาผิดหูผิดตาขนาดนี้
บางคนก็สงสัยเรื่องความเปลี่ยนแปลงของยูโตะ
บางคนก็อยากเผือกเรื่องที่ยูโตะขิงใส่คู่แข่ง
แต่การนองเลือดบนสนามก็ยังคงดำเนินต่อไป
นี่คือระบบแพ้คัดออก แพ้ปุ๊บก็แพ็กกระเป๋ากลับบ้านปั๊บ
ไม่มีใครอยากได้ฉายา "ทัวร์รอบเดียวจบ" หรอกนะ นอกเหนือจากความจริงที่ว่าผู้เล่นในวัยนี้มีเวทีระดับประเทศให้แสดงฝีมือแค่เวทีเดียวแล้ว แค่ได้ยินคำว่า "ทัวร์รอบเดียวจบ" มันก็น่าอับอายจนไม่อยากจะเอาไปเล่าให้ใครฟังแล้วล่ะ
โรงเรียนยามากุจิรีบขอเวลานอกครั้งแรกของเกมอย่างรวดเร็ว
หลังจากกลับมาลงสนาม อาซากุระก็เรียกสติสัมปชัญญะกลับคืนมาได้บ้าง แต่ก็ยังยากที่จะเจาะทะลวงฝ่าด่านไปได้อยู่ดี
อาซากุระคือหอกที่แหลมคมที่สุดของพวกเขา เมื่อเขาโดนยูโตะปิดตายซะสนิท เกมรุกของทีมก็เลยฝืดเคืองไปตามระเบียบ
ในทางกลับกัน ยูโตะยิ่งเล่นก็ยิ่งดูผ่อนคลาย
ส่งบอลแบบง่ายๆ ครอสโอเวอร์ง่ายๆ ชู้ตง่ายๆ เลย์อัปง่ายๆ ทุกอย่างมัน... ง่ายไปหมด
ท่วงท่าทั้งหมดของเขาดูเรียบง่าย แต่คู่แข่งกลับป้องกันไม่ได้เลยสักนิด มันให้ความรู้สึกถึงขั้นสุดยอดราวกับบรรลุสัจธรรม
แฟนๆ ก็ยังคงไม่ได้คิดว่าพรสวรรค์ในเกมรุกของเขาจะเทพทรูอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าโรงเรียนยามากุจิมันกากไปหน่อยก็เท่านั้น
ไม่งั้นเกมรับจะโดนเจาะง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไงล่ะ?
แต่กลายเป็นว่า เกมรับของยูโตะ ต่างหากที่ดึงดูดความสนใจจากแฟนๆ ได้อย่างล้นหลาม
ผู้คนต่างสงสัยว่าเมื่อไหร่หอกทะลวงฟันอย่างอาซากุระของโรงเรียนยามากุจิจะทำแต้มได้สักที และยูโตะจะเล่นเกมรับได้เหนียวแน่นไปถึงเบอร์ไหน
"ส่งบอลสิ อาซากุระ! อย่าไปยึดติดกับการดวลแพ้ชนะส่วนตัวสิเว้ย All for one, one for all! (ทุกคนเพื่อหนึ่งเดียว หนึ่งเดียวเพื่อทุกคน)"
เมื่อเห็นอาซากุระโดนยูโตะบีบให้เสียเทิร์นโอเวอร์ อีกครั้ง...
บวกกับมองเห็นใบหน้าของลูกศิษย์ที่แทบจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ หัวหน้าโค้ชของโรงเรียนยามากุจิก็รีบตะโกนสั่งการเพื่อหาทางลงให้อาซากุระทันที
อาซากุระเองก็ไม่ได้โง่ เขาเลิกหมกมุ่นอยู่กับการเอาชนะยูโตะ
เพราะเขาค้นพบความจริงอันโหดร้ายว่า... เขาเอาชนะไม่ได้จริงๆ ว่ะ
"ขอแสดงความยินดีด้วยนะ นายประสบความสำเร็จในการขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในสายตาแฟนๆ แล้วล่ะ!"
"อันดับหนึ่งของไอ้พวกหนอนแมลงภู่ที่น่าสมเพชที่จะโดนคัดออกเป็นทีมแรกไงล่ะ!"
ยูโตะยังคงพูดจาถากถางคู่แข่งต่อไป อาซากุระได้แต่กัดฟันกรอด แต่ความหวาดกลัวในใจกลับทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากเถียงกลับไปสักคำ
ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ย
ยูโตะด่าทอในใจ และเลิกเปลืองน้ำลายไปกับคู่แข่งพรรค์นี้
สถิติของอาซากุระ: พยายามยิง 7 ครั้ง, โดนบล็อก 3, โดนสตีล 2, เทิร์นโอเวอร์ 2 ครั้ง... อาซากุระหลงทางไปในเกมรับอันเหล็กไหลของยูโตะอย่างสมบูรณ์แบบ
ควอเตอร์แรกจบลง
คะแนนห่างชั้นกันลิบลับที่ 24:12 สถาบันโฮมิทำคะแนนนำโด่งเป็นสองเท่าของคู่แข่งได้ในควอเตอร์เดียว!
สองเท่า!
สองเท่าเลยนะเว้ย!
สำหรับโรงเรียนยามากุจิแล้ว นี่มันคือความอัปยศอดสูครั้งใหญ่หลวง
แต่ถ้าขาดอาซากุระที่เป็นหอกที่แหลมคมที่สุดไป พวกเขาก็หาทางออกในเกมรุกไม่ได้จริงๆ
ยังไม่ต้องพูดถึงความหัวร้อนไร้สติของอาซากุระก่อนหน้านี้ที่แจกโอกาสให้สถาบันโฮมิไปตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
เกมรับที่ยูโตะมีต่ออาซากุระนั้นทิ้งความประทับใจไว้อย่างลึกซึ้ง
แต่ก็มีคนเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่สังเกตเห็นว่า... ยูโตะแอบไปเก็บแต้มแบบเงียบๆ ได้ถึง 10 แต้ม กับอีก 4 แอสซิสต์ ในฝั่งเกมรุก ภายในควอเตอร์เดียว!