- หน้าแรก
- คุโรโกะ โนะ บาสเก็ต จำลองสถานการณ์สู่ความไร้พ่าย
- บทที่ 16 หมอนี่ก็เก่งใช้ได้แฮะ
บทที่ 16 หมอนี่ก็เก่งใช้ได้แฮะ
บทที่ 16 หมอนี่ก็เก่งใช้ได้แฮะ
บทที่ 16 หมอนี่ก็เก่งใช้ได้แฮะ
สถาบันโฮมิเป็นฝ่ายชนะการกระโดดแย่งบอล ไปได้ก่อน พอยต์การ์ดของทีมเลี้ยงบอลข้ามเส้นครึ่งสนามมา ก่อนจะส่งบอลต่อให้ยูโตะอย่างเด็ดขาด
ด้วยพรสวรรค์ "The Big Fundamental" (สุดยอดพื้นฐาน) ที่มีติดตัว ยูโตะก็ได้แสดงให้เห็นตั้งแต่เริ่มเกมเลยว่าบาสเกตบอลที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพนั้นเป็นอย่างไร
สมอลฟอร์เวิร์ดที่ประกบเขาอยู่คือตัวทำคะแนนหลักของทีมคู่แข่ง แต่ถึงพรสวรรค์ด้านเกมรุกของหมอนี่จะสูงปรี๊ดแค่ไหน เกมรับของเขาก็ห่วยแตกพอกัน
เขาไม่เก่งเรื่องการปะทะ แถมฟุตเวิร์กก็ยังเชื่องช้า ที่เขาได้รับมอบหมายให้มาประกบยูโตะ ก็เป็นเพราะว่าปีที่แล้วยูโตะไม่ได้วิ่งเร็วอะไรมากมายนัก ขอแค่ถ่วงเวลาไว้ได้นิดหน่อย สมาชิกคนอื่นๆ ในทีมก็สามารถสลับตำแหน่งลงมาช่วยซ้อนเกมรับได้ทันท่วงที
และแน่นอนว่า ยูโตะไม่มีทางปล่อยให้โอกาสในการบีบลูกพลับนิ่ม (รังแกจุดอ่อน) หลุดมือไปแน่
"เข้ามาเลย ยูโตะ! ฉันจะทำให้ทุกคนได้รู้เองว่าใครคือสมอลฟอร์เวิร์ดที่แข็งแกร่งที่สุดในจังหวัดโทจิงิ!"
"หมาที่เห่าเสียงดัง มักจะเป็นหมาที่กำลังกลัวนะ" ยูโตะไม่ใช่คนญี่ปุ่นตามแบบฉบับทั่วไป เขาชื่นชอบการพูดจาถากถาง เป็นชีวิตจิตใจ
เขามองดูคู่แข่งด้วยสายตาเหยียดหยามและพูดว่า "ถ้าฉันไม่ขยี้แกซะเดี๋ยวนี้ คนอื่นอาจจะพาลคิดไปว่าแกเป็นผู้เล่นระดับเดียวกับฉันเอาก็ได้"
"หนานิ?! (อะไรนะ?!)"
เห็นได้ชัดเลยว่าคู่แข่งที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่เคยเจอคำถากถางที่เจ็บแสบถึงทรวงแบบนี้มาก่อน
ปกติเวลาพวกนั้นบัฟกัน ก็มักจะพูดแค่ประโยคประมาณว่า "วันนี้ฉันจะโค่นนายให้ได้"
"นายเก่งนะ แต่ฉันเก่งกว่า"
"จงลิ้มรสความห่างชั้นระหว่างนายกับฉันซะ" อะไรทำนองนี้เท่านั้น
ในขณะที่เขากำลังยืนอึ้งอยู่นั้น ยูโตะก็เลี้ยงบอลผ่านตัวประกบไปได้ในก้าวเดียว
มันช่างง่ายดายเหลือเกิน
แค่ย่อไหล่ลงแล้วเปลี่ยนทิศทาง คู่แข่งก็โดนเขาสลัดทิ้งซะกระเด็นไปถึงมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว
หลังจากทะลวงผ่านไปได้ ยูโตะก็หยุดและกระโดดชู้ตด้วยท่วงท่าที่ถูกต้องตามตำราเป๊ะๆ อย่างชำนาญ เขายังมีเวลาเหลือเฟือพอที่จะปรับจังหวะการหายใจกลางอากาศด้วยซ้ำ
สวบ!
ยูโตะเบิกสกอร์แรกของเกมไปได้สำเร็จ
"ง่ายขนาดนั้นเลยอ่อ?"
"เกมรับของอาซากุระยังคงความสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนเลยแฮะ"
"นั่นสิ สม่ำเสมอซะจนเหมือนกับว่าหมอนั่นไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ"
"ถ้าลูกแบบนี้ล่ะก็ ให้ฉันลงไปเล่นก็ยังทำได้เลย!"
"..."
คนดูไม่รู้จะบ่นยังไงดี
เพลย์เมื่อกี้นี้... ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็ดูธรรมดาเอามากๆ มันไม่ได้ดูเหมือนว่ายูโตะเก่งเทพอะไรเลย แต่ดูเหมือนคู่แข่งมันกากเกินไปซะมากกว่า
แต่ทว่า รูม่านตาของหัวหน้าโค้ชโรงเรียนมัธยมปลายยามากุจิ ซึ่งเป็นคู่แข่งของสถาบันโฮมิในวันนี้ กลับหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว
"ฉันตาฝาดไปเองรึเปล่าเนี่ย?"
ถึงเกมรับของลูกศิษย์เขาจะแย่ แต่มันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดนี้นี่นา
ยิ่งไปกว่านั้น...
จากความเข้าใจที่เขามีต่อยูโตะ หมอนั่นไม่ใช่ผู้เล่นที่มีชื่อเสียงเรื่องการเลี้ยงบอลสักหน่อย
ในความคิดของเขา ยูโตะคือผู้เล่นที่ใช้สมอง รู้จักใช้ความได้เปรียบทางร่างกายของตัวเองไปรังแกคนธรรมดาก็เท่านั้น
แต่สำหรับวันนี้...
"หวังว่าฉันคงจะคิดไปเองนะ" เขาตั้งใจจะจับตาดูต่อไป
ถึงตารุกของโรงเรียนยามากุจิบ้าง
พวกเขางัดไพ่เด็ดออกมาใช้... เป้าหมายทางแทคติกในวันนี้ของพวกเขาเน้นไปที่เรื่องความเร็วเป็นหลัก
โอตะยังคงเป็นตัวเต็งที่มีน้ำหนักมากในจังหวัดโทจิงิ ร่างกายอันใหญ่โตของเขาคืออาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ในขณะที่เขาสูงและแข็งแกร่ง มันก็หมายความว่าเขาเคลื่อนไหวได้ช้าเช่นกัน
ในเกมรุกแบบเซ็ตเพลย์ พวกเขาเน้นไปที่การสกรีน เซ็นเตอร์ของทีมดึงตัวออกมายืนที่ตำแหน่งไฮโพสต์ทันที ถ้าโอตะไม่ออกมาตามประกบ พวกเขาก็จะหาจังหวะชู้ตระยะกลาง แต่ถ้าโอตะตามออกมา พวกเขาก็จะเจาะทะลวงเข้าวงในแทน
โอตะเลือกที่จะตามออกมา บางทีอาจจะเป็นเพราะช่วงนี้พวกเขาฝึกซ้อมแทคติกพิกแอนด์โรล กันมาเยอะก็เป็นได้
ต้องยอมรับเลยว่าในเกมระดับมัธยมต้น แทคติกต่างๆ มันช่างเรียบง่ายและเข้าใจได้ไม่ยาก
เพราะถ้ามันซับซ้อนเกินไป พวกผู้เล่นก็ย่อยข้อมูลกันไม่ทันหรอก
เกมรับของอาซากุระอาจจะไม่เอาไหน แต่เกมรุกของเขานั้นดุดันและตื่นตัวมาก
เขาอาศัยการสกรีนจากเพื่อนร่วมทีม พุ่งทะลวงเข้าสู่แดนในของสถาบันโฮมิราวกับมีดอันแหลมคม
เลี้ยงบอลลอดขา ก้าวไปข้างหน้า จากนั้นก็ใช้ดรอปสเต็ปแล้วถีบตัวส่งพุ่งทะลวงเข้าไป
ด้วยท่าหลอกจังหวะชะงัก ตามมาตรฐาน เขาก็สามารถเลี้ยงผ่านตัวประกบ ทะลวงเข้าสู่เขตใต้แป้น และกระโดดชู้ตเช็ดแป้นได้อย่างชำนาญ
ในขณะที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เขายังอุตส่าห์คิดเผื่อไปถึงขั้นที่ว่าจะตอกกลับยูโตะยังไงดีหลังจากทำแต้มได้
จนกระทั่งแสงไฟสปอตไลต์บนเพดานโดมถูกร่างของยูโตะกลืนกินไปจนหมดในฉับพลัน
ความสามารถในการกระโดดของยูโตะนั้นอยู่ในระดับปานกลาง แต่หลังจากที่ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 80 แต้ม ความเร็วในการเทกตัวกระโดดของเขาก็พัฒนาแบบก้าวกระโดดไปด้วย
ในสายตาของแฟนๆ ตอนนี้เขาเป็นดั่งกำแพงเมืองจีนที่บดบังตัวอาซากุระเอาไว้มิดชิด
"ไอ้หมอนี่มันกระโดดได้ดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?"
แม้จะตกใจ แต่เขาก็ยังคงฝืนชู้ตต่อไป ลูกนี้ถ้าปล่อยหลุดมือไป โอกาสโดนบล็อกก็ปาเข้าไปเก้าในสิบส่วนแล้ว
แต่ยังไงซะเขาก็เป็นถึงอัจฉริยะ เขามีจิตใจที่เยือกเย็นและทักษะการส่งบอลที่ยอดเยี่ยม
หลังจากที่วิถีการชู้ตถูกปิดตาย เขาก็บิดตัวกลางอากาศแล้วจ่ายบอลไปที่ตำแหน่งด้านหลังของยูโตะแทน
พรสวรรค์ในเกมรุกของเด็กคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ
เพื่อนร่วมทีมของอาซากุระรับบอลที่ส่งมาและกระโดดขึ้นทันทีโดยไม่ชักช้า
แต่ในจังหวะที่เขากำลังลอยตัวขึ้นไปได้ครึ่งทาง ยูโตะก็ตามมาช่วยซ้อนเกมรับ และตบลูกบาสปลิวออกไปด้วยความแรงดุจสายฟ้าฟาด
ป้าบ!
ผู้เล่นของโรงเรียนยามากุจิต่างยืนตะลึงราวกับโดนฟ้าผ่า
"หมอนั่นกระโดดได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอวะ?"
"เมื่อกี้หมอนั่นยังลอยอยู่กลางอากาศอยู่เลยไม่ใช่รึไง?"
"นี่มันวิชาเทเลพอร์ตชัดๆ?"
"..."
คนดูก็เริ่มจะนั่งกันไม่ติดแล้วเหมือนกัน
เกมรุกของยูโตะอาจจะดูจืดชืด แต่เกมรับนี่มันสุดยอดไปเลย
การเทกตัวกระโดดอย่างต่อเนื่องเพื่อทำบล็อกในท้ายที่สุดแบบนี้ มันช่างเหมือนกับ 'กำแพงแห่งความสิ้นหวัง' ซะจริงๆ
โซระรู้สึกอินจัด
ยูโตะนั้นเป็นพวกไม่ฟังเหตุผลใครจริงๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะช่วงนี้ หลายครั้งที่การเหวี่ยงวีนของเธอมันเปล่าประโยชน์ เหมือนกับการทุบสำลียังไงยังงั้น...
ตาลุงโค้ชชูกำปั้นฉลองอย่างออกรสอยู่ที่ข้างสนาม ในขณะที่หัวหน้าโค้ชโรงเรียนยามากุจิที่อยู่ข้างๆ กลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์แย่ๆ ที่พุ่งพล่านขึ้นมา
เด็กคนนั้นไม่ธรรมดา!
ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
"แต่ทำไมกันล่ะ? ชัดเจนเลยว่าเมื่อปีที่แล้วเขายังดู... ธรรมดามากๆ อยู่เลย"
ยูโตะเมื่อปีที่แล้วก็ถือว่าแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว เขาเป็นถึงสมอลฟอร์เวิร์ดที่เก่งที่สุดในการแข่งขันระดับจังหวัด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่อาซากุระร้องโวยวายอยากจะโค่นยูโตะและแย่งตำแหน่งนั้นมาให้ได้
แต่ถึงอย่างนั้น ยูโตะเมื่อปีที่แล้วก็ยังดูเป็นคนธรรมดาๆ อยู่ดี
กีฬาไม่เหมือนกับเรื่องอื่นๆ หรอกนะ โดยเฉพาะบาสเกตบอล การที่คุณมีพรสวรรค์หรือเปล่า มันสามารถมองออกได้ด้วยตาเปล่าในแวบเดียว
และตอนนี้ยูโตะก็ดูเหมือนคนที่มีพรสวรรค์ล้นเหลือสุดๆ
ปึง~
ลูกบาสกระเด็นออกนอกสนามไป ยูโตะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรหลังจากที่เท้าแตะพื้น
ในช่วงเวลานี้ เขาได้ปรับตัวให้เข้ากับค่าความเร็ว 80 แต้มมาตั้งนานแล้ว
การกระโดดได้ไม่สูงมากก็มีข้อดีเล็กๆ อยู่อย่างนึงเหมือนกัน นั่นก็คือเท้าจะแตะพื้นได้เร็วขึ้น ทำให้สามารถเทกตัวกระโดดครั้งที่สองได้อย่างรวดเร็ว
"เยี่ยมมากยูโตะ"
พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดของทีมเดินเข้ามาแท็กมือกับยูโตะ ครั้งนี้เขาไม่ได้ปฏิเสธ ยังไงซะพวกเขาก็เป็นเพื่อนร่วมทีมกัน การมีปฏิสัมพันธ์กันบ้างก็เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อกระตุ้นความสามัคคีในทีม
แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกไปว่า "นี่ตัวประกบของนายนะเว้ย อย่าปล่อยให้มันหลุดเข้ามาใต้แป้นง่ายๆ แบบนี้สิ"
จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่อาซากุระแล้วพูดว่า "หมอนี่ก็เก่งใช้ได้แฮะ ฉันเต็มที่ก็รับมือได้แค่แบบหนึ่งต่อสองเท่านั้นแหละ"
"..."
ไอ้สารเลวเอ๊ย!
ไอ้เวรนี่!
ไอ้บัดซบ!
"เมื่อกี้ไอ้เวรนี่มันพูดว่าไงนะ? เต็มที่ก็รับมือได้แค่สองคนงั้นเรอะ? แถมยังพูดต่อหน้าฉันเนี่ยนะ?"
แม่งเอ๊ย!
อาซากุระแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
เขาต้องหูฝาดไปแน่ๆ ใช่มั้ย?
เขาคือหอกทะลวงฟันแห่งโรงเรียนมัธยมปลายยามากุจิเลยนะเว้ย เมื่อปีที่แล้วเขาทำแต้มเฉลี่ยสูงถึง 23.5 แต้มต่อเกม
สถิติระดับนี้ถือว่าโดดเด่นสุดๆ แล้วสำหรับผู้เล่นในรุ่นอายุเท่านี้
แต่ผลลัพธ์คือ... ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า...
ไอ้ยูโตะ ไอ้เวรตะไลเอ๊ย!