เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - ของเดิมพัน

บทที่ 35 - ของเดิมพัน

บทที่ 35 - ของเดิมพัน


บทที่ 35 - ของเดิมพัน

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

กู่ชิวและท่านอาจารย์เจียง จัดว่าเป็นคนประเภทที่ยิ่งมองหน้ากันก็ยิ่งเหม็นขี้หน้ากัน

ท่านอาจารย์เจียงรังเกียจความประจบสอพลอของกู่ชิว ส่วนกู่ชิวก็รังเกียจความขี้อิจฉาของท่านอาจารย์เจียง เพราะคิดว่าอีกฝ่ายกลัวตนจะมาแย่งชิงตำแหน่งไป

หลี่เซี่ยไม่ใช่พวกหูเบาหรือเป็นคนที่ชอบตัดสินใจอะไรลวกๆ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

เขาต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ในฐานะองค์ราชัน หากเขาตัดสินใจผิดพลาด ผู้คนมากมายย่อมต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเอาตำแหน่งสำคัญขนาดนี้มาทำเป็นเรื่องล้อเล่นเพียงเพราะการท้าพนันอย่างแน่นอน

“ก่อนอื่นเลยนะ การท้าพนันของเจ้าถือเป็นโมฆะ เพราะการพนันมันต้องวัดกันที่ความเท่าเทียมของสิ่งของเดิมพัน”

“จะให้เราเอาตำแหน่งสามราชครูมาเป็นของเดิมพันก็ย่อมได้ แต่ข้อแม้คือเจ้าต้องมีของที่คู่ควรและมีมูลค่าเทียบเท่ากับตำแหน่งสามราชครูมาแลกเปลี่ยนด้วย”

“หากเจ้าชนะ เจ้าก็จะได้ตำแหน่งที่ต้องการไปครอง แต่ถ้าเกิดเจ้าแพ้ขึ้นมาล่ะจะทำอย่างไร เจ้าคงไม่ได้คิดจะจับเสือมือเปล่าหรอกใช่ไหม แพ้แล้วก็ทำเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ”

“อีกเรื่องก็คือ เคราะห์เลือดตกยางออกที่เจ้าว่านี้มันร้ายแรงถึงขั้นไหนล่ะ”

“หากรุนแรงมาก เราจะถึงขั้นถูกฆ่าตายหรือไม่ เกิดเราถูกลอบสังหารจนสิ้นชีพขึ้นมา ต่อให้รับปากว่าจะมอบตำแหน่งสามราชครูให้เจ้าไปมันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดีไม่ใช่หรือ”

“หรือถ้าร้ายแรงน้อยหน่อย แค่แผลถลอกปอกเปิกจะนับเป็นเคราะห์เลือดตกยางออกด้วยหรือไม่ แล้วถ้าโดนยุงหรือแมลงกัดต่อยล่ะนับด้วยหรือเปล่า”

“ดังนั้นพวกเราต้องตกลงและอธิบายเงื่อนไขกันให้ชัดเจนตั้งแต่แรกเสียก่อน”

หลี่เซี่ยอธิบายได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งจนกู่ชิวถึงกับพูดไม่ออก

เขาเย่อหยิ่งทะนงตัวเกินไป มั่นใจมาตลอดว่าตัวเองจะต้องชนะอย่างแน่นอน โดยไม่เคยเผื่อใจคิดเลยว่าถ้าตัวเองแพ้ขึ้นมาจะเป็นอย่างไร จนกระทั่งหลี่เซี่ยพูดถึงเรื่องของเดิมพันขึ้นมา เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่มีของมีค่าอะไรจะเอามาเป็นเดิมพันได้เลย

นี่ก็เหมือนกับความอับโชคของเขานั่นแหละ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยากรับเขาเข้าทำงานหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะเขาไม่มีชื่อเสียงต่างหาก ความสามารถของคนเราน่ะมันไม่ใช่สิ่งที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเสียหน่อย

หลังจากยืนนิ่งคิดอยู่พักใหญ่ กู่ชิวก็ทบทวนไปมาจนตระหนักได้ว่าตัวเองไม่มีของมีค่าอะไรจะงัดออกมาโชว์ได้จริงๆ

เขาไม่เคยมองดูตัวเองให้ดีเลย เอาแต่หลงคิดว่าตัวเองเป็นถึงลูกศิษย์ก้นกุฏิของอาจารย์ชื่อดัง คอยแต่จะโทษว่าพวกกษัตริย์และพวกชนชั้นสูงเหล่านั้นตาถั่ว ไม่มีใครตาแหลมพอจะมองเห็นเพชรเม็ดงามอย่างเขาได้

แต่พอมาถูกหลี่เซี่ยซักไซ้ไล่เลียงแบบนี้ เขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองนั่นแหละที่มีปัญหาใหญ่

เพราะหลังจากที่เขายืนคิดอยู่นานสองนาน เขาก็ยังหาจุดเด่นของตัวเองไม่เจอเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีอะไรที่คู่ควรกับมูลค่าของตำแหน่งสามราชครูบ้าง

ตอนนี้เขาเพิ่งจะค้นพบว่าตัวเองไม่มีดีอะไรให้งัดมาอวดอ้างได้เลยจริงๆ

“ข้าน้อยยอมรับว่าข้าน้อยไม่มีของที่คู่ควรกับตำแหน่งสามราชครู แต่ข้าน้อยยังคงเชื่อมั่นว่าตัวเองจะไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน”

มาถึงขั้นนี้แล้ว กู่ชิวก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เขาได้รับจากการออกเดินทางสั่งสมประสบการณ์ล่ะมั้ง อย่างน้อยก็พอจะรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวขึ้นมาบ้าง

ทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้น กลับฟังดูขาดความหนักแน่นลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับตอนแรก

แต่หลี่เซี่ยกลับหัวเราะร่วนออกมา

“เราสองคนต่างก็ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน ตำแหน่งสามราชครูมีค่ามาก จะให้แปะโป้งติดหนี้กันไว้ก่อนคงไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นถ้ามีคนทั้งแคว้นแห่กันมาขอท้าพนันกับเรา เรามิต้องวุ่นวายจนหัวปั่นเลยหรือ”

“ในเมื่อเจ้าเป็นถึงปัญญาชนมีชื่อ เราก็จะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง นั่นก็คือในขณะที่เรากำลังพอมีเวลาว่างอยู่นี้ เจ้าลองอธิบายแนวคิดและหลักการของเจ้าให้เราฟังหน่อยสิ หากเจ้าสามารถพูดโน้มน้าวใจเราได้ เราก็จะถือว่านั่นคือของเดิมพันก็แล้วกัน”

อีกฝ่ายเป็นถึงคนของสำนักหยินหยาง แถมยังบรรลุวิชามองปราณแล้วด้วย อย่างน้อยก็ต้องเป็นปัญญาชนมีชื่ออย่างแน่นอน

แม้จะเป็นเพียงแค่คนระดับล่างสุดของปรัชญาร้อยสำนัก แต่ก็ใช่ว่าจะหาพบได้ง่ายๆ ในแคว้นอัคคี ดังนั้นหลี่เซี่ยจึงยินดีจะมอบโอกาสให้เขาได้แสดงความคิดเห็นและหลักการของตัวเอง

เพราะถึงอย่างไรคนเก่งๆ ก็ไม่ได้หาง่ายๆ นี่นา

แม้ตำแหน่งสามราชครูจะมีค่ามหาศาล แต่แคว้นอัคคีก็เป็นเพียงแคว้นเล็กๆ ที่มีแต่ชาวบ้านอ่อนแอ หากคิดจะดึงดูดผู้มีชื่อเสียงหรือปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ให้มารับตำแหน่ง พวกเขาก็อาจจะไม่ชายตาแลเสียด้วยซ้ำ และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีคนเก่งๆ หลงเข้ามาอีก

แม้กู่ชิวจะเป็นแค่ปัญญาชนมีชื่อ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นคนดังคนหนึ่งเหมือนกัน

ขอเพียงแค่หลักการของอีกฝ่ายสามารถโน้มน้าวใจเขาได้ เขาก็ยินดีจะสนับสนุนอย่างเต็มที่

คราวนี้กู่ชิวเงียบไปนานกว่าเดิมเสียอีก นานยิ่งกว่าตอนที่ยืนค้นหาจุดเด่นของตัวเองเสียด้วยซ้ำ

“หลักการที่ข้าน้อยจะนำเสนอไม่ใช่เรื่องการขัดเกลาจิตใจ การดูแลครอบครัว การบริหารบ้านเมือง หรือการทำให้แผ่นดินสงบร่มเย็นหรอก แต่เป็นรูปแบบการสร้างสุสานที่ข้าน้อยได้ออกแบบไว้ตามคัมภีร์ฝังศพต่างหาก”

“ข้าน้อยตั้งชื่อให้มันว่าเคล็ดวิชาฮวงจุ้ยหยินหยางสิบหกตัวอักษร ดังนั้นมันจึงไม่ค่อยเหมาะที่จะนำมาแสดงให้ดูเท่าไหร่นัก”

“อีกอย่างมันก็ยังไม่สมบูรณ์ดีด้วย เป็นแค่ฉบับร่างเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เป็นรูปแบบสุสานของชาวบ้านธรรมดาและบรรดาขุนนางชั้นผู้น้อย”

ตอนที่พูดประโยคเหล่านี้ กู่ชิวเองก็รู้สึกกระดากอายอยู่ไม่น้อย

ของพรรค์นี้จะเอาไปใช้โน้มน้าวใจหลี่เซี่ยได้อย่างไรกัน อีกฝ่ายเป็นถึงองค์ราชันเชียวนะ รูปแบบสุสานของชาวบ้านและขุนนางชั้นผู้น้อยคงไม่มีความจำเป็นสำหรับพระองค์เลยสักนิด

อีกอย่างเรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาทดลองให้เห็นผลกันได้ง่ายๆ ด้วย หรือจะให้ฝังศพชาวบ้านสักสองสามคนให้ดูเป็นตัวอย่างล่ะ เรื่องพรรค์นี้ทั้งน่าเบื่อหน่าย ทั้งไม่ได้ช่วยเรื่องการบริหารบ้านเมืองหรือดูแลครอบครัว และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการทำให้แผ่นดินสงบร่มเย็นเลย

มิน่าล่ะเขาถึงได้ยืนคิดอยู่นานสองนาน ถ้าเป็นหลี่เซี่ยเองล่ะก็ คงอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีไปแล้ว

หลี่เซี่ยเองก็ถึงกับพูดไม่ออกเช่นกัน

“ถ้างั้นพวกเรากลับมาคุยเรื่องรายละเอียดของการพนันกันต่อเถอะ สรุปว่ามันจะรุนแรงถึงขั้นไหนล่ะ”

“น่าจะร้ายแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตของฝ่าบาท แต่ก็คงไม่ถึงกับทำให้ฝ่าบาทสิ้นพระชนม์จริงๆ หรอก”

“ฝ่าบาทจะต้องแคล้วคลาดปลอดภัยและเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้อย่างแน่นอน และหลังจากนั้นทุกอย่างก็จะราบรื่นขึ้นมาก โดยรวมแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนักหรอก”

แม้เขาจะมองออกว่าหลี่เซี่ยกำลังจะมีเคราะห์เลือดตกยางออก แต่มันก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก

อาจจะเป็นเพราะอันตรายครั้งนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่ หรือไม่ก็เป็นเพราะหลี่เซี่ยมีการป้องกันตัวที่ดีอยู่แล้ว

ดังนั้นเขาจึงต้องใช้วิธีท้าพนันเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหลี่เซี่ย เพื่อสานต่อปณิธานทางการเมืองของตนให้เป็นจริง

รวมไปถึงการทำทีเป็นเข้าไปตีสนิทตั้งแต่แรก ความจริงแล้วเขาก็ได้วางแผนเอาไว้หมดแล้วเช่นกัน

เพราะในเมื่อไม่มีใครคอยเสนอชื่อให้ การจะได้เข้าเฝ้าองค์ราชันก็ถือเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญมากเลยทีเดียว

ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าเขาจะบังเอิญมาเจอองค์ราชันแห่งแคว้นอัคคีเสด็จออกมาเดินเล่นข้างนอกแบบนี้ โอกาสทองหาได้ยากแบบนี้กู่ชิวย่อมไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ หรอก

การที่เขากล้าวิ่งเข้าไปหาและเป็นฝ่ายเริ่มตีสนิทก่อน ก็ถือว่าลำบากเขาอยู่ไม่น้อยที่ต้องยอมลดตัวลงไปทำเป็นพูดจาประจบประแจงแบบนั้น

หลี่เซี่ยรู้สึกสนใจวิชามองปราณของสำนักหยินหยางมาก และเขาก็เต็มใจที่จะเชื่อในความสามารถนี้

แต่สำหรับการทำนายทายทักของเขานั้น หลี่เซี่ยก็ยังคงรู้สึกเคลือบแคลงใจอยู่ดี

ยิ่งไปกว่านั้น เขาอุตส่าห์ให้โอกาสกู่ชิวแล้ว แต่กู่ชิวกลับไม่รู้จักใช้โอกาสนั้นให้เป็นประโยชน์เลย ช่างน่าผิดหวังจริงๆ หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงผู้ใช้วิชามองปราณล่ะก็ หลี่เซี่ยคงปักใจเชื่อไปแล้วว่าหมอนี่ต้องเป็นนักต้มตุ๋นแน่ๆ

ขณะที่หลี่เซี่ยกำลังคิดจะหาข้ออ้างปัดสวะไป จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังต้องการความสามารถของคนจากสำนักหยินหยางพอดี

ประการแรกคือเพื่อขยายดินแดน เขายังต้องการสร้างเมืองเพิ่มอีกแห่งเพื่อปกป้องความปลอดภัยของดินแดนใหม่ ซึ่งหลี่เซี่ยยังตัดสินใจไม่ได้เสียที ในเมื่อตอนนี้มีกู่ชิวอยู่ตรงหน้าแล้ว จะลองให้เขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้ดูดีไหมนะ

อีกด้านหนึ่งก็คือปัญหาเรื่องปราณฟ้าดินของตัวเขาเอง

ในเมื่อมีลูกศิษย์จากสำนักหยินหยางมาเสนอตัวถึงที่แบบนี้แล้ว จะลองใช้วิชามองปราณของพวกเขาตามหาตำแหน่งที่ตั้งของชีพจรมังกรหรืออะไรทำนองนั้นดูดีไหมนะ

เพราะถึงอย่างไรการตามหาชีพจรมังกรก็เป็นหนึ่งในความสามารถของสำนักหยินหยางอยู่แล้ว

“เราขอรับคำท้าของเจ้า แต่ในเมื่อเจ้าไม่มีของเดิมพันที่มีมูลค่าเทียบเท่ากัน ดังนั้นพวกเราต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขกันสักเล็กน้อย”

“หากเจ้าชนะ เจ้าก็สามารถรั้งตำแหน่งราชครูดินแห่งแคว้นอัคคีไปก่อนได้ แต่เจ้าต้องเข้าใจด้วยนะว่ามันเป็นเพียงแค่ตำแหน่งชั่วคราวเท่านั้น”

“หากอยากจะเป็นราชครูดินตัวจริง ถึงเวลานั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าแล้วล่ะ ขอเพียงแค่เจ้าสร้างผลงานจนถึงระดับที่กำหนดไว้ เจ้าก็จะได้เป็นราชครูดินอย่างเป็นทางการ”

“แต่ถ้าเจ้าแพ้ เจ้าจะต้องยอมทำงานรับใช้แคว้นอัคคีไปแบบฟรีๆ ถึงสิบปีเต็ม”

กู่ชิวเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน อุตส่าห์ทำใจเตรียมรับคำปฏิเสธไว้แล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายกลับพลิกล็อก หลี่เซี่ยยอมตอบตกลงเสียอย่างนั้น

ส่วนตัวหลี่เซี่ยเอง แน่นอนว่าเขาก็ต้องมีแผนการของตัวเองอยู่แล้วเช่นกัน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 35 - ของเดิมพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว