เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 54 สโมสรกิตติมศักดิ์ !

TXV – 54 สโมสรกิตติมศักดิ์ !

TXV – 54 สโมสรกิตติมศักดิ์ !


TXV – 54 สโมสรกิตติมศักดิ์ !

 

          เซี่ยเหล่ยนั่งรถโดยสารไปยังโกลด์โคสต์และถึงที่บ้านของหลิวหยิงก่อนเวลาหนึ่งทุ่ม เขามีใบขับขี่แล้วแต่เขายังไม่กล้าที่จะขับรถบนถนนจริงๆ เจียงหยูยี่ยึดรถของเขาไว้และเธอใช้รถคันนั้นไปทำงานทุกวัน เมื่อรถน้ำมันหมดเธอจะขอเงินค่าน้ำมันจากเขา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจียงหยูยี่เป็นหนึ่งในความโชคร้ายของเขา….

 

          เซี่ยเหล่ยลงชื่อที่ยามหน้าประตูและเข้าสู่ย่านโกลด์โคสต์ มีสองสาวเดินผ่านเซี่ยเหล่ยและทั้งคู่ได้มองเซี่ยเหล่ยราวกับว่าพวกเธอจะกลืนกินเขาไปทั้งตัว เขาใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวผูกเน็คไทสีน้ำตาล กางเกงสูทสีดำและรองเท้าที่เงาแวววับ รูปร่างและหน้าตาที่หล่อเหลาบวกกับชุดของเขาทำให้เขาดูเป็นคนหล่อมากในค่ำคืนนี้

 

          เซี่ยเหล่ยเคาะประตูบ้านของหลิวหยิงและเธอถึงกับอึ้งเมื่อเห็นเขาหน้าประตู เธอยิ้มแล้วกล่าว “ว้าว !! เหล่ย คุณหล่อมากเลยในคืนนี้”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้ม “พี่หลิว คุณก็สวยมากเช่นกัน”

 

          หลิวหยิงอยู่ในชุดราตรีสีดำกระโปรงเธอผ่าข้างไม่สูงจนเกินไป ชุดของเธอเปิดแผ่นหลัง ผิวซีดที่งดงามสามารถมองเห็นได้จากข้างหน้าและข้างหลังไปพร้อมกัน ก้นที่อวบอิ่มและหน้าท้องที่แบนราบ ในคืนนี้เธอไม่เพียงแค่สวยเท่านั้น เธอยังเซ็กซี่อีกด้วย....

 

          การชมกลับไปของเซี่ยเหล่ยทำให้หลิวหยิงมั่นใจยิ่งขึ้น รอยยิ้มของเธอหวานหยดย้อยและมีเสน่ห์เต็มไปด้วยความน่าสนใจจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดออกมาได้

 

          “พี่หลิว ผมไม่รู้จักใครเลยในหมู่เพื่อนๆของคุณ คุณต้องนำนำพวกเขาให้ผมรู้จักด้วยเมื่อเราไปถึงที่นั้น” เซี่ยเหล่ยกล่าวพร้อมหัวเราะออกมา

 

          หลิวหยิงจับไหล่เซี่ยเหล่ยเบาๆ “ไม่ต้องห่วง ฉันจะแนะนำเพื่อนๆบางคนให้รู้จักคุณเอง สิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยในหน้าที่การงานของคุณด้วย”

 

          “ขอบคุณครับ” เซี่ยเหล่ยกล่าว มันเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เขาต้องการที่จะไปร่วมงานเลี้ยงกับหลิวหยิง เขาต้องการสร้างเส้นสายลูกค้าของตัวเขาเองและงานเลี้ยงในคืนนี้เป็นอีกหนึ่งหนทางของเขา.....

 

          “ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่หรอว่าไม่ต้องสุภาพมากก็ได้ เราไปเอารถดีกว่า” หลิวหยิงเดินไปยังห้องเก็บรถ

 

          ไม่กี่นาทีต่อมา รถออดิ คิวเซเวนก็ได้ขับออกจากประตูของย่านโกลด์โคสต์และมุ่งหน้าไปยังชายทะเล พวกเขากำลังไปยังสถานที่ส่วนตัวที่ถูกเรียกว่า สโมสรกิตติมศักดิ์

 

          ผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรส่วนใหญ่เป็นคนรวยและมีชื่อเสียงกันทุกคนและที่สำคัญทุกคนล้วนเป็นคนสำคัญแห่งเมืองห่ายจู......

 

          “พี่หลิว คุณพบคนที่น่าสงสัยที่อยู่รอบๆตัวคุณบ้างรึยัง ?” เซี่ยเหล่ยถามขณะที่รถกำลังขึ้นทางหลัก

 

          หลิวหยิงส่ายหัวพร้อมพูดว่า “หลังจากที่คุณเตือนฉันเมื่อคืน ฉันก็ได้สังเกตคนรอบๆตัวฉันขณะที่อยู่ในบริษัทวันนี้แต่... ฉันไม่มีประสบการณ์ในการทำอะไรแบบนี้ฉันไม่มีทางรู้เลยตัวเลย แม้ว่าคนๆนั้นจะเดินไปเดินมารอบๆตัวฉันก็ตาม”

 

          “ถ้าคนที่ส่งโจรมาเป็นคนใกล้ตัวละก็ ตอนนี้เขาคงจะอยู่แบบเงียบๆไปสักพัก มันเป็นเรื่องปกติที่คุณจะไม่เจออะไรเลย ตอนนี้คุณจะต้องระมัดระวังตัวไปก่อนเพื่อไม่ให้ผู้ร้ายมีโอกาศลงมืออีก !”

 

          “อืม...” หลิวหยิงพยักหน้า จากนั้นจึงยิ้มให้เซี่ยเหล่ย “ฉันไม่กังวลและไม่กลัวเมื่อมีคุณอยู่ข้างๆ ฉันไม่เคยมีปัญหาแบบนี้เมื่อสามีของฉันอยู่ เห้อ.. ตอนนี้มีแค่ฉันกับลูก บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าเหนื่อยมากๆ”

 

          “ไม่ต้องห่วง ถ้าคุณต้องการให้ผมทำอะไรให้ คุณก็แค่บอกผมมา” เซี่ยเหล่ยพยายามปลอบใจเธอ

 

          รถออดิ คิวเซเวนออกจากถนนหลักในขณะที่พวกเขาพูดคุยกันและมุ่งหน้าไปยังทะเล พวกเขาขับจนถึงสโมสรกิตติมศักดิ์  มันตั้งอยู่บนคาบสมุทรเล็กๆล้อมรอบไปด้วยทะเลทั้งสามด้าน อาคารหลักตั้งอยู่บนเนินเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 300 เมตร มันตั้งอยู่อย่างโดดเด่นสามารถมองเห็นได้จากที่ไกลๆ กำแพงอิฐสีแดง ทำให้นึกถึงวังของจักรพรรดิโบราณ

 

          “นั้นคือสโมสรกิตติมศักดิ์และที่ดินตรงนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกู๋ยี่ซาน ” หลิวหยิงบอกเรื่องนี้กับเซี่ยเหล่ยในขณะที่เธอขับรถขึ้นเขา....

 

          กู๋ยี่ซานเป็นใคร?” เซี่ยเหล่ยไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย....

 

          “คุณไม่รู้จริงๆหรอ ?” หลิวหยิงแปลกใจ “ตระกูลกู๋ เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงพอๆกับตระกูลเฉินตู พวกเขายังเป็นคู่แข่งในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะด้วยความเขินอาย “ผมก็แค่ผู้น้อย เรื่องแบบนั้นผมจะไปรู้ได้ยังไง ? ตอนนี้ผมก็กำลังยืมแสงสว่าของคุณเพื่อมองโลกภายนอกที่ผมไม่เคยรู้จัก ผมพูดตรงๆเลยว่า ถึงแม้ผมจะเกิดและโตที่นี่ มันเป็นครั้งแรกที่ผมมางานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้”

 

          หลิวหยิงดึงมือขวาออกจากคันเกียร์และวางมือบนต้นขาของเซี่ยเหล่ย เธอวางมือไว้แบบนั้นไม่ขยับไปไหน....

 

          เซี่ยเหล่ยเริ่มรู้สึกเป็นกังวลและอึดอัดใจ เขาไม่รู้เลยว่าทำไมเขาถึงพูดออกไปแบบนั้นเพื่อเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจจากเธอ ? เธอไม่ได้พูดอะไรกลับมาแต่วางมือบนต้นขาของเขา ?

 

          หลิวหยิงนำมือของเธอออกจากต้นขาเซี่ยเหล่ยและหัวเราะ “เหล่ย อย่าดูถูกตัวเองเลย คุณฉลาดและมีความกล้า ใครจะไปรู้ว่าอีกไม่กี่ปีหรือสิบปีต่อมา คุณอาจจะมีบริษัทและสโมสรส่วนตัวเป็นของตัวเองก็เป็นได้”

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “แค่ฝันถึงผมยังไม่กล้าเลย ผมแค่ต้องการชีวิตที่ดีกว่านี้ ผมอยากให้ชีวิตน้องสาวของผมสุขสบายแค่นั้นเอง”

 

          “คุณมีแฟนหรือยัง?”

 

          “ยังไม่มี” เซี่ยเหล่ยตอบกลับไป ทันใดนั้นใบหน้าของเฉินตู เทียนหยินปรากฏอยู่ในหัวของเขา เธอช่างงดงามและสูงส่งเหลือเกิน......

 

          หลังจากนั้นหลิวหยิงก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีกเลยหลังจากที่เธอได้คำตอบ เธอกำลังใช้สมาธิกับการขับรถ

 

          รถออดิ คิวเซเวนพุ่งขึ้นเขาและมุ่งสู่ที่จอดรถ ในที่จอดรถเต็มไปด้วยรถราคาแพงเช่น เฟอร์รารี่ บูคาติ เบนท์ลีย์ โรลลอยด์แพนทอมด์ เบนซ์ บีเอ็มดับบลิว  รถของหลิวหยิงเป็นออดิ คิวเซเวนเป็นรถราคาถูกไปเลยเมื่อเทียบกับรถคันอื่นๆ

 

          เมื่อเซี่ยเหล่ยเห็นรถราคาแพงเรียงรายเต็มไปหมด มันทำให้เขารู้สึกอายไปเลย ‘ ถ้าเราขับรถของเราเขามาในนี้ พวกเขาคงไม่เปิดประตูให้เราเข้ามาหรอก ’

 

          “ไปกันเถอะ !” หลิวหยิงลงจากรถ

 

          เซี่ยเหล่ยลงจากรถเช่นกันและเดินตามหลิวหยิงเข้าไปยังห้องหนึ่ง !

 

          พรมสีแดงถูกปูทางนำไปยังทางเข้าห้องโถงใหญ่ ทางซ้ายของพรมแดงมีชายหนุ่มที่หล่อเหลายืนเรียงแถวตามพรมและทางขวาของพรมแดงมีหญิงสาวหน้าตาน่ารักยืนเรียงแถวตามพรมเช่นกัน เขาไม่เคยมายังสถานที่แบบนี้ เมื่อเห็นทางเข้าแล้วทำให้เขารู้สึกกังวลในทันที !

 

          หลิวหยิงควงแขนเซี่ยเหล่ยอย่างหลวมๆและเดินเข้ามาใกล้ๆเขา และกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า “ฉันก็เคยกังวลเหมือนกันตอนที่มาที่นี่ครั้งแรก มันไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องกังวล ฉันอยู่ข้างคุณ !”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกดีขึ้นจากนั้นเขาพยักหน้าเล็กน้อย เขาเดินไปยังห้องโถงพร้อมกับหลิวหยิง.....

 

          ห้องโถงเป็นห้องที่กว้างมากและสร้างขึ้นในรูปแบบโบราณ โต๊ะและเก้าอี้ทำมาจากไม้ซีดาร์จีนเคลือบทอง ความแวววาวของทองทำให้มันดูเป็นสิ่งล้ำค่า ไม้ซีดาร์จีนเคลือบทองเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในสือฉวนเท่านั้นไม่มีที่ไหนอีกในโลกอีกแล้ว มันมีมูลค่ามหาศาล ในสมัยก่อนมีเพียงจักรพรรดิเท่านั้นที่จะสามารถใช้เฟอร์นิเจอร์จากไม้ซีดาร์จีนเคลือบทองได้ เฟอร์นิเจอร์ทุกๆชิ้นทำมาจากไม้ซีดาร์จีนเคลือบทองทั้งหมด มันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในพระราชวังและทำให้รู้เลยว่าผู้จัดงานให้เกียรติแก่แขกของงานมากขนาดไหน.....

 

          มีแขกอยู่จำนวนหนึ่งในห้องโถง มีการพูดคุยกัน บางคนก็ดื่มไวน์ งานปาร์ตี้ดูมีชีวิตชีวาและเงียบสงบในเวลาเดียวกัน เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้การคุยกันจึงเป็นการคุยแบบเงียบๆ การคุยเรื่องธุระกิจจึงเป็นเรื่องลับๆเช่นกัน ทำให้คนอื่นไม่สามารถรู้เลยว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกันและทุกๆธุระกิจมีผลกระทบต่อสภาวะเศรฐกิจเป็นอย่างมาก.....

 

          เซี่ยเหล่ยรีบหาคนรู้จักในห้องโถงนี้อย่างรวดเร็ว เขาเจอกลุ่มคนหน้าคุ้นๆอยู่สามคนคือหนิงเหยี่ยซาน เหยี่ยนเหวินเฉียนและหนิงจิง เมื่อเขาเจอทั้งสามคน พวกเขากำลังคุยกันเบาๆที่มุมของห้องและบรรยากาศรอบๆดูกลมกลืนอย่างมาก

 

          “คุณเจอคนรู้จักหรอ?” หลิวหยิงถามเบาๆ

 

          “ใช่ อยู่ตรงนั้น !” เซี่ยเหล่ยชี้ไป “เห็นพวกเขาไหม? ประธานของบูรพาอุตสาหกรรมหนิงเหยี่ยซานและหลานของเขาหนิงจิง ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆเธอคือเหยี่ยนเหวินเฉียนเขาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเฉินตู พวกเขาบอกว่าเหยี่ยนเหวินเฉียนเป็นคนดูแลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมของตระกูลเฉินตู”

 

          “ฉันรู้จักหนิงเหยี่ยซานแต่ไม่รู้จักสองคนนั้นที่คุณพูดออกมา เหยี่ยนเหวินเฉียน เป็นคนดูแลโครงการใหญ่โตตั้งแต่หนุ่มๆเลยสินะ  เขายังอายุน้อยอยู่เลยอนาคตของเขาต้องสดใสอย่างแน่นอน”

 

          “พี่หลิว คุณต้องการไปตรงโน้นเพื่อพูดคุยกับหนิงเหยี่ยซานไหม ?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

          “ไม่ ! ฉันไม่อยากคุย ตอนนี้ฉันร่วมงานกับคุณแล้วดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปคุยกับเขา” หลิวหยิงกล่าว “เขาเป็นประธานของบริษัทยักษ์ใหญ่และฉันก็แค่เจ้าของธุระกิจเล็กๆดังนั้นเราจึงไม่มีอะไรจะคุยกัน การค้าขายเล็กๆน้อยๆของฉันไม่ระแคะระคายบริษัทใหญ่ๆแบบนั้นอยู่แล้ว”

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะ “จริงๆแล้วผมก็ไม่อยากไปที่นั่นเหมือนกัน ผมไม่ค่อยถูกชะตากับเหยี่ยนเหวินเฉียน

 

          “เอ๊ะ ? ทำไมหรอ ?” หลิวหยิงสงสัย

 

          ก่อนที่เซี่ยเหล่ยจะพูดถึงเรื่องนั้น ชายวัยกลางคนได้เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วไวน์สามแก้วเขายิ้ม “ผู้บริหารหลิว ผมกำลังมองหาคุณอยู่เลยไม่คิดว่าคุณก็มางานนี้เหมือนกัน” หลังจากที่เขาพูดจบ เขายื่นแก้วไวน์แก่หลิวหยิงและอีกแก้วแก่เซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยพยักหน้าในน้ำใจของเขา “ขอบคุณครับ”

 

          หลิวหยิงกล่าว “เหล่ย ขอแนะนำให้รู้จัก คุณหลินบู่เหวิน ผู้จัดการของฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์กีฬาของบริษัทไนท์มูฟ”

 

          เซี่ยเหล่ยยื่นมือออกไปจับมือ “คุณหลิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

 

          หลินบู่เหวินยิ้มและกล่าว “คุณไม่จำเป็นต้องแนะนำตัว ผมรู้จักคุณอยู่แล้ว ผู้ผลิตชิ้นส่วนของบริษัทเรา เซี่ยเหล่ย” เขาจับมือกับเซี่ยเหล่ยและพูดว่า “ยินดีที่ได้พบคุณ”

 

          เซี่ยเหล่ยเริ่มสงสัย เขาคิดว่า ‘ คนอย่างหลิวหยิงคือคนที่มีฐานะที่ต่ำที่สุดของงาน เขาเป็นเพียงแค่ผู้จัดการแล้วทำไมถึงได้รับคำเชิญจากงานเลี้ยงระดับสูงเช่นนี้ ? ’

 

          พวกเขาทั้งสามคนชนแก้วและจิบไวน์เล็กน้อย....

 

          ดูเหมือนว่าหลิวหยิงจะมีความคิดเหมือนกับเซี่ยเหล่ย เธอมองไปยังหลินบู่เหวินและถามว่า “บู่เหวิน คุณมาทำอะไรที่นี่ ?”

 

          “ผมมากับน้องสาว เธอเป็นเพื่อนสนิทกับท่านหญิงลำดับที่สองของตระกูลกู๋  งานนี้ถูกจัดโดยกู๋เค่อเหวิน ดังนั้น.... ฮิฮิ ผมแค่อาศัยสิทธิพิเศษของน้องสาวเข้างานมาแค่นั้นแหละ” หลินบู่เหวินกล่าว

 

          “อ่อ...เป็นแบบนี้นี่เอง” หลิวหยิงกล่าว “กู๋ยี่ชางมีลูกสาวสองคน กู๋เค่อหวู่และกู๋เค่อเหวิน ทั้งคู่เป็นผู้หญิงที่เก่งมากๆ ฉันกลัวว่าคนที่จะสู้สองพี่น้องในโลกธุระกิจนี้ได้คงมีแต่เฉินตู เทียนหยินเท่านั้น   ”

 

          “พวกเขาทั้งคู่ขาที่เป็นคนเก่งมากๆ มีประสบการณ์และเปี่ยมไปด้วยแผนการณ์” หลินบู่เหวินกล่าวต่อว่า “ผู้บริหารหลิว คุณเซี่ย ผมขอตัวก่อน ต้องไปหาน้องสาวก่อน”

 

          “อือ.... ตามสบายเลย” หลิวหยิงกล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยดูเขาเดินจากไปและถาม “น้องสาวเขาเป็นใครหรอ พี่หลิว?”

 

          หลิวหยิงยิ้ม “ทำไมคุณถึงสนใจน้องสาวเขา ?”

 

          เซี่ยเหล่ยเขินอายและพูดว่า “พี่หลิว อย่าแกล้งผมสิผมยังไม่รู้จักชื่อของเธอเลย แล้วผมจะสนใจเธอได้ยังไง?”

 

          “แล้วคุณถามทำไม?”

 

          “ผมแค่สงสัย ลองคิดดูนะ ถ้าน้องสาวของเขาเป็นเพื่อนสนิทกับลูกสาวลำดับที่สองของตระกูลกู๋ เขาสามารถใช้เส้นสายเพื่อให้ได้ตำแหน่งดีๆในตระกูลกู๋ แล้วทำไมเขายังอยู่ในบริษัทของคุณล่ะ ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “คุณ... คุณสงสัยเขาหรอ?” หลิวหยิงคิดได้ว่ากรณีนี้มีความเป็นไปได้...

 

          เซี่ยเหล่ยส่ายหน้า “เปล่า ผมแค่สงสัย ผมเป็นคนนอกและผมก็ไม่มีหลักฐานใดๆ ผมจะไปสงสัยในตัวผู้จัดการของฝ่ายวิจัยและพัฒนาได้ยังไงล่ะ ?”

 

          หลิวหยิงเงียบไปสักครู่ก่อนที่เธอจะกล่าว “น้องสาวของเขาคือหลินหย่าหยู่ เราเคยพบกันครั้งหนึงแต่ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ ฉันรู้มาว่าเธอรู้จักคนเยอะมากและเธอรู้จักคนหลากหลายวงการอีกด้วย

 

          “เป็นแบบนี้นี่เอง” เซี่ยเหล่ยไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่ม...

 

          ตอนนั้นเองหนิงจิงก็เริ่มที่จะเดินไปเข้ามาหาเซี่ยเหล่ย และเธอมองตรงไปที่เซี่ยเหล่ย เธอจ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตา......

 

          เซี่ยเหล่ยกำลังโอดครวญอยู่ในใจเพราะว่าเมื่อหนิงจิงเห็นเขา เหยี่ยนเหวินเฉียนก็น่าจะเห็นเขาด้วยเช่นกัน เหยี่ยนเหวินเฉียนจ้องมองเขาเหมือนกับมีดที่กำลังทิ่มแทงตัวเขา.....

 

          ติดตามตอนต่อไป....

 

         

         

 

จบบทที่ TXV – 54 สโมสรกิตติมศักดิ์ !

คัดลอกลิงก์แล้ว