เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 55 ออกไปซะ !

TXV – 55 ออกไปซะ !

TXV – 55 ออกไปซะ !


TXV – 55 ออกไปซะ !

 

          “เหล่ย คุณมาทำอะไรที่นี่ ?” หนิงจิงเดินไปเดินหาหลิวหยิงและเซี่ยเหล่ย พร้อมรอยยิ้มอันสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหนิงจิง

 

          เซี่ยเหล่ยหันมายิ้มให้เธอและพูดว่า “ทำผมมาที่นี่กับพี่หลิว” เขาพูดต่อว่า “พี่หลิวนี่คือหนิงจิงเป็นพี่สาวของผมอีกคน เธอเป็นนักโบราณดี เธอเป็นคนที่เก่งมากๆล่ะ !”

 

          ทั้งหลิวหยิงไม่ได้และหนิงจิงหนังจับมือด้วยความทักทายกันอย่างเป็นมิตรแต่ดูเหมือนว่าหลิวหยิงจะไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษในตัวหนิงจิง จากนั้นเซี่ยเหล่ยพูดว่า “คุณทั้ง 2 คนคุยกันไปก่อนนะ ผมขอไปหาเพื่อนของผมสักครู่หนึ่ง”

 

          “อ่อ...” เซี่ยเหล่ยรู้สึกไม่ไว้วางใจให้ผู้ 2 คนนี้อยู่ด้วยกันตามลำพังหลังจากนั้นไม่นานหลิวหยิงเดินไปคุยกับแขกในงานเลี้ยงคนอื่นๆต่อ....

 

          หลังจากที่หลิวหยิงเดินออกไปหนิงจิงจึงถามขึ้นมาว่า “เธอเป็นใครหรอ ?”

 

          “เธอเป็นเพื่อนร่วมงานหน่ะ เธอเป็นเจ้าของบริษัทไนท์มูฟสปอตอีควิชเมนต์และผมเป็นคนที่ทำชิ้นส่วนต่างๆของอุปกรณ์ให้เธอ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ยอดเยี่ยมไปเลย ฉันรู้ว่าสักวันคุณต้องประสบความสำเร็จ” หนิงจิงยิ้มขณะพูดว่า “ฉันมีความสุขแทนคุณจริงๆ”

 

          “ขอบคุณนะ ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่ล่ะ ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ลุงหนิงพาฉันมาที่นี่ ฉัน...ไม่คิดว่าเหยี่ยนเหวินเฉียนจะมาที่นี่เหมือนกัน”หนิงจิงกล่าว

 

          เซี่ยเหล่ยเข้าใจสถานการณ์นี้อย่างทันที หนิงเหยี่ยซานนำหนิงจิงมาที่งานเลี้ยงนี้เนื่องจากพ่อแม่ของเธอขอร้องเขาเพราะว่าพ่อแม่ของเธออยากให้เธอและเหยี่ยนเหวินเฉียนเจอกันและอีกอย่างเขาเป็นเจ้าของโครงการไฟฟ้าพลังลมกับตระกูลเฉินตู มันคือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว……

 

 

          “คุณไปเดินเล่นกับฉันได้มั้ย ?” หนิงจิงมองไปที่เซี่ยเหล่ย “ฉันไม่ชอบบรรยากาศในห้องนี้เลย”

 

          “ได้เลย ออกไปเดินเล่นกัน” เซี่ยเหล่ยอยากอยู่ในห้องโถงนี้ต่อเพราะเขาอยากทำความรู้จักกับนักธุรกิจอีกหลายๆคนแต่เขาก็ไม่อยากปฏิเสธคำชวนของหนิงจิงเช่นกัน

 

          ก่อนที่หนิงจิงและเซี่ยเหล่ยจะเดินออกไป ในขณะนั้นเหยี่ยนเหวินเฉียนเดินผ่านมานั้นพอดี ในตอนนี้เขาดูเป็นคนชั้นสูงและมีเสน่ห์มากๆในวันนี้ แต่เซี่ยเหล่ยไม่ค่อยชอบขี้หน้าเหยี่ยนเหวินเฉียนซักเท่าไร เขาพยายามเก็บอาการเหล่านี้เอาไว้ในใจ....

 

          “โอ้… นี่คือ ‘ผู้บริหารเซี่ย’ ทำไมผมเพิ่งรู้จักคุณล่ะ ?” เหยี่ยนเหวินเฉียนกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเขา เขาเรียกเซี่ยเหล่ยว่า ‘ผู้บริหารเซี่ย’ แต่การกระทำและสายตาของเขาที่มองเซี่ยเหล่ยเต็มไปด้วยความรังเกียจ

 

          เซี่ยเหล่ยตอบอย่างกวนประสาทกลับไปว่า “ไม่จำเป็นที่ผมจะต้องตอบคำถามคุณ !”

 

          “คุณมาทำอะไรที่นี่ล่ะ ?” เหยี่ยนเหวินเฉียนมองไปที่เซี่ยเหล่ยด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

 

          “ผมไม่จำเป็นต้องบอกให้คุณรู้ ผมจะมาที่นี่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ ?” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          เหยี่ยนเหวินเฉียนหัวเราะออกมา “อ๋อ ผมจำได้ว่าคุณทำงานร่วมกับหลิวหยิง สามีของเธอล่วงลับไปนานแล้ว ตอนนี้คุณจะเกาะเธอกินอย่างนั้นหรอ ? น่าประทับใจจัง คุณคงทำตัวได้แค่นี้แหละ คุณอาจจะเป็นทั้งผู้ร่วมงานและเป็นสามีคนใหม่ของเธอในเวลาเดียวกัน ?”

 

 

          ความโกรธของเซี่ยเหล่ยพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว “ระวังคำพูดของคุณด้วย คุณสามารถใช้คำเหล่านั้นกับผมได้แต่อย่าไปใช้กับพี่หลิวเด็ดขาด เธอเป็นผู้หญิงที่สูงส่งเกินกว่าคนที่น่ารังเกียจแบบคุณจะไปกล่าวถึงเธอแบบเสียๆหายๆได้”

 

          รอยยิ้มบนใบหน้าของเหยี่ยนเหวินเฉียนหายไปทันที “คุณเซี่ยผมไม่รู้นะว่าคุณเอาความกล้าเหล่านี้มาจากไหน ? ตอนนี้ผมสามารถโยนคุณออกไปจากงานได้ทันทีเพราะว่าคุณมีฐานะที่ต่ำต้อยที่สุดในงานนี้ ? ทุกคนที่นี่จะดูถูกคนชั้นต่ำแบบคุณ !”

 

          หนิงจิงไม่สามารถทนฟังคำพูดดูถูกเหยียดหยามของเหยี่ยนเหวินเฉียนต่อไปได้ “เหยี่ยนเหวินเฉียน ! เหล่ยเป็นเพื่อนของฉันนะ คุณจะมาพูดแบบนี้กับเขาได้ยังไง ?”

 

          เหยี่ยนเหวินเฉียนหัวเราะเยาะเย้ย “บางคนมันทำตัวไม่น่าเคารพหนิ ผมจะดูแลคุณเอง อย่าไปเข้าข้างพวกคนชั้นต่ำเลย”

 

          “อย่างน้อยเหล่ยก็ไม่เคยโกหกฉัน คุณเข้าใจผิดแล้ว !” หนิงจิงแทบจะเสียสติเมื่อต้องอยู่กับเหยี่ยนเหวินเฉียน เธอไม่เคยมีความสุขเลยเมื่ออยู่กับเขา

 

 

          “อย่าไปอธิบายให้คนอย่างเขาฟังเลย บางทีเขาคิดว่าโลกต้องหมุนรอบตัวเขาเพียงคนเดียว คนแบบนี้ไร้สมองอธิบายเป็น 1,000 รอบ 10,000 รอบก็ไม่รู้เรื่องหรอก” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          “ผมคิดว่าตัวผมยิ่งใหญ่ ? ใช่ ผมคิดแบบนี้ แต่ผมก็ยังดีกว่าคนที่เกาะผู้หญิงกินไม่ใช่หรอ ? คุณสามารถบอกได้ไหมล่ะว่าคุณไม่ได้หลับนอนกับหลิวหยิง ? ทำไมเธอถึงพาคุณมาที่งานเลี้ยงนี้ได้ถ้าคุณไม่….. ?”

 

          ทันใดนั้นเซี่ยเหล่ยได้สาดไวน์ที่อยู่ในมือใส่หน้าเหยี่ยนเหวินเฉียน ไวน์สีแดงกระจายเต็มใบหน้าเขาและมันยังไหลมาที่เสื้อสีขาวของเหยี่ยนเหวินเฉียน….

 

          เหยี่ยนเหวินเฉียนตอบสนองเซี่ยเหล่ยอย่างรวดเร็วเขาออกหมัดไปที่หน้าอกของเซี่ยเหล่ยและในขณะนั้นเซี่ยเหล่ยได้ปาแก้วไวน์ออกไปเช่นกัน หมัดมากระทบตัวเซี่ยเหล่ยทำให้เขากระเด็นถอยหลังไปเพียงแค่ 1 ก้าวในตอนนี้ดูเหมือนว่าเซี่ยเหล่ยจะมีทีท่าและกระบวนการต่อสู้ดีกว่าเหยี่ยนเหวินเฉียนเป็นอย่างมาก.....

 

           เหยี่ยนเหวินเฉียนรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่สามารถทำอะไรเซี่ยเหล่ยได้ ในขณะที่หนิงจิงยืนอยู่ข้างๆพวกเขาแล้วตะโกนว่า “พวกคุณจะทำอะไร ?”

 

          “ถอยออกไป !” เหยี่ยนเหวินเฉียนตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด

 

          “ออกไปข้างนอก ออกไปแล้วผมจะสู้กับคุณ” เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

          ทุกสายตาในห้องโถงต่างจับจ้องมาที่ เหยี่ยนเหวินเฉียน หนิงจิงและเซี่ยเหล่ย แขกบางคนก็ซุบซิบนินทากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่บางคนแค่หันมามองเฉยๆ

 

          “ออกไปข้างนอก ! กูจะขยี้มึง !” เหยี่ยนเหวินเฉียนโกรธเกรี้ยวเหมือนสัตว์ป่าที่ดุร้าย

 

          เซี่ยเหล่ยหัวเราะออกมา “อย่ามั่นใจในตัวเองให้มาก คิดว่ายูโดสายดำระดับ 8 จะเอาชนะผมได้ ? ผมไม่กลัวคุณเลยถึงแม้ว่าคุณจะระดับ 9 ก็ตาม...”

 

          ยูโดสายดำประดับ 8 น้อยคนนักที่จะไปถึงขั้นนี้แต่เซี่ยเหล่ยไม่กลัวเหยี่ยนเหวินเฉียนแม้แต่น้อย เขามั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะเหยี่ยนเหวินเฉียนได้สบายๆ

 

          “พวกคุณทั้ง 2 คน….” หนิงจิงรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสุดท้ายแล้วน้ำตาของเธอไหลรินออกมา

 

          ในขณะนั้นมีชายรูปร่างสูงใหญ่มาพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง เสียงผู้คนในห้องโถงนั้นเงียบไปโดยทันทีเมื่อ 2 คนนั้นปรากฏตัวขึ้น

 

          หญิงสาวคนนั้น เป็นลูกสาวลำดับที่สองของตระกูลกู๋ ‘กู๋เค่อเหวิน’ เธอเป็นคนที่มีรูปร่างสูงและรูปลักษณ์สัดส่วนของเธอดีมาก ร่างกายที่ขาวเนียนรวมกับใบหน้าของเธอที่เหมือนตุ๊กตาเธอสง่างามและสวยงาม จนทำให้ทุกคนคิดว่าใบหน้าของเธอคือรูปถ่าย….

 

          “คุณ กู๋…..” เหยี่ยนเหวินเฉียนกำลังวิตกกังวลเมื่อเขามองไปที่กู๋เค่อเหวิน….

 

          “จะไม่มีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นในงานของฉัน ไม่ว่าจะกรณีใดๆทั้งสิ้น…”

 

          สายตาของกู๋เค่อเหวินมองไปที่เหยี่ยนเหวินเฉียนและเซี่ยเหล่ย เธอพูดอย่างไม่ใยดีว่า “คุณทั้ง 2 คนควรจะให้เกียรติฉันในงานเลี้ยงคืนนี้”

 

          การพูดของกู๋เค่อเหวินทำให้ผู้คนทั้งห้องโถงต่างจ้องมองไปที่เธอเป็นสายตาเดียวกัน เธอเป็นผู้หญิงที่เลอค่าและสูงส่งเกินเอื้อม …..

 

          “ได้โปรดให้ผมอธิบายก่อน คุณกู๋” เหยี่ยนเหวินเฉียนพูดออกมาในขณะที่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนหน้านี้เขาเป็นหมาป่าที่ดุร้ายแต่ในตอนนี้เขาเป็นกระต่ายตัวน้อยๆเท่านั้น

 

          กู๋เค่อเหวินไม่ได้พูดอะไรอีก... จากนั้นมีบอดี้การ์ดมายืนตรงหน้าเซี่ยเหล่ยและเหยี่ยนเหวินเฉียน

 

          เซี่ยเหล่ยหันหลังออกไปทันที เขาไม่ได้หน้าด้านเหมือนเหยี่ยนเหวินเฉียนที่จะอยู่ในแห่งนี้ต่อไปมันเป็นเรื่องน่าอายที่ถูกไล่ออกจากงานเลี้ยง แต่เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องทนสายตาที่เยือกเย็นของเธอจ้องมองมาที่เขา การออกไปคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด….

 

          หนิงจิงมองไปที่เหยี่ยนเหวินเฉียนและหันไปมองเซี่ยเหล่ยที่กำลังเดินออกไป เธอไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่หรือออกไปกับเซี่ยเหล่ยดี เธอเป็นผู้หญิงที่ขาดความกล้าและไม่กล้าตัดสินใจ

 

          ก่อนที่เซี่ยเหล่ยจะเดินออกไปจากห้องโถง มีบอดี้การ์ดยืนล้อมรอบผู้หญิงคนหนึ่ง เซี่ยเหล่ยเงยหน้ามองใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นทำให้ขาที่กำลังก้าวออกไปหยุดลงในทันที…..

 

          หญิงสาวคนนั้นคือผู้นำตระกูลเฉินตู ‘เฉินตูเทียนหยิน’ เธอดูสวยและสง่างามจนไม่กล้าสบตา….

 

          เฉินตูเทียนหยินเหลือบมองเซี่ยเหล่ย จากนั้นเธอหันไปมองที่กู๋เค่อเหวิน สำหรับเซี่ยเหล่ยแล้วเขาก็เป็นแค่คนข้างถนนในงานเลี้ยงแห่งนี้….

 

          เหยี่ยนเหวินเฉียนโค้งคำนับเฉินตูเทียนหยิน “สวัสดีครับ ท่านหญิง”

 

          เฉินตูเทียนหยินแทบจะไม่สนใจการกระทำของเหยี่ยนเหวินเฉียนเลยเธอไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

          กู๋เค่อเหวินออกไปต้อนรับเฉินตูเทียนหยินและกล่าวด้วยรอยยิ้มอันสดในว่า “พี่เทียนหยิน ทำไมถึงรีบมาล่ะ ? ฉันคิดว่าอีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าคุณจะมาถึง”

 

          เฉินตูเทียนหยินพูดเบาๆว่า “การประชุม ?”

 

          “พี่ชายกำลังรอคุณอยู่ที่ฮาเว่นลี่โทลพาวิลเลี่ยน ฉันจะพาคุณไปที่นั่น” กู๋เค่อเหวินเดินเข้าไปจับมือของเฉินตูเทียนหยินอย่างสนิทสนมและทั้ง 2 คนกำลังเดินทางไปที่ฮาเว่นลี่โทลพาวิลเลี่ยน

 

          เซี่ยเหล่ยหันกลับไปและเดินออกไปจากห้องโถง ไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นอย่างไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเขาและเขาก็ไม่ได้สนใจกับเรื่องนี้

 

          เซี่ยเหล่ยนึกขึ้นมาได้ว่าเขามางานเลี้ยงแห่งนี้พร้อมกับรถของหลิวหยิง นิซึ่งเธอยังคงอยู่ในงานเลี้ยง มันคงไม่ดีแน่ที่จะเรียกเธอเพื่อพาเขากลับไปส่งที่บ้าน หลังจากนั้นเขากำลังโทรหาเจียงหยู่ยี่เพื่อที่ให้นำรถมารับเขา….

 

          “คุณครับ” เสียงดังมาจากด้านหลัง

 

          เซี่ยเหล่ยหันไปหาบอดี้การ์ดเขาเห็นบอดี้การ์ดกำลังไล่เหยี่ยนเหวินเฉียนออกจากงานเลี้ยง “มีอะไรหรอ ?” เซี่ยเหล่ยถาม

 

          “คุณไม่ต้องออกจากงานเลี้ยงครับ นายหญิงสั่งให้พวกผมมาตามคุณกลับไป” บอดี้การ์ดของกู๋เค่อเหวินกล่าว

 

          “ทำไมล่ะ ?” เซี่ยเหล่ยงงงวยเป็นอย่างมากกับความคิดของกู๋เค่อเหวิน

         

          “ขอโทษครับ ผมไม่ทราบเหมือนกัน” บอดี้การ์ดกล่าว

 

          ‘กู๋เค่อเหวินเปลี่ยนโทนเสียงของเธอทันทีหลังจากที่เฉินตูเทียนหยินมาถึงอาจเป็นเพราะว่าเฉินตูเทียนหยินเป็นคนสำคัญสำหรับเธอดังนั้นเราควรจะอยู่ที่นี่ดีหรือจะกลับดีล่ะ ?’ เซี่ยเหล่ยคิดในใจ

 

          “กรุณาเข้ามาครับ” บอดี้การ์ดกล่าวอย่างสุภาพ

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกสับสน….

 

          หลิวหยิงปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้องโถง เธอกำลังมองหาเซี่ยเหล่ยและโบกมือให้เขา “เหล่ยมานี่เร็ว ฉันเจออะไรบางอย่าง”

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากและเขารีบเดินไป

 

          บอดี้การ์ดของกู๋เค่อเหวินกลับมายังห้องโถง เขาเป็นแค่ผู้ส่งสารและไม่สนใจว่าเซี่ยเหล่ยจะทำตามคำของของกู๋เค่อเหวินหรือไม่....

 

          ทันทีที่เซี่ยเหล่ยเข้าไปใกล้ๆตัวหลิวหยิงเธอดึงตัวเขาไว้และพูดว่า “ฉันได้รับ SMS มีคนส่งข้อความมาข่มขู่ฉัน !”

 

          “ห๊ะ ? ใครข่มขู่คุณ” เซี่ยเหล่ยตกใจมาก

 

          “ฉันไม่รู้ ดูสิ !” หลิวหยิงยืนโทรศัพท์มือถือแก่เซี่ยเหล่ย

 

          เซี่ยเหล่ยกำลังอ่านข้อความ : 10,000,000 หยวนสำหรับสิ่งที่สามีคุณทำทิ้งไว้ถ้าคุณไม่ให้ ฉันจะไม่รับประกันความปลอดภัยของลูกชายคุณ…

 

          เปลวไฟแห่งความโกรธปะทุขึ้นในจิตใจของเซี่ยเหล่ยหลังจากที่เขาได้อ่านข้อความ “พี่หลิว คนนี้กำลังข่มขู่เราโดยเอาเด็กมาเป็นตัวประกัน โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงกฎหมายเลย คุณโทรแจ้งตำรวจหรือยัง  ?”

 

          การแสดงสีหน้าของหลิวหยิงทำให้รู้ว่าเธอเป็นกังวลอย่างมาก “ยังไม่ได้แจ้ง ฉันคิดว่าถ้าฉันโทรแจ้งตำรวจลูกชายของฉันจะอยู่ในอันตราย….”

 

          ติดตามตอนต่อไป……

 

           

 

จบบทที่ TXV – 55 ออกไปซะ !

คัดลอกลิงก์แล้ว