เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 - ช่องทางหาเงิน

บทที่ 38 - ช่องทางหาเงิน

บทที่ 38 - ช่องทางหาเงิน


บทที่ 38 - ช่องทางหาเงิน

อีกฝ่ายมิได้ปล่อยให้สวีฟางต้องรอนานนัก ผ่านไปเพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็มีชายฉกรรจ์หน้าดำทะมึนเดินตามผู้ดูแลเข้ามาในห้อง

คนผู้นี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นเดียวกัน รูปร่างของเขาสูงใหญ่มาก สูงถึงแปดฉื่อ ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เมื่อไปยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็เปรียบเสมือนหอคอยเหล็กที่บดบังแสงสว่างจนมิด

"เจ้าเด็กน้อยผู้นี้นี่เองที่ขวัญกล้าเทียมฟ้าถึงขนาดกักขังปีศาจเงาเอาไว้ในร่างกายแล้วมาส่งให้ถึงที่"

"คารวะผู้อาวุโสโจว ข้าเพียงแค่บังเอิญพบเจอปีศาจเงาตนหนึ่งเข้าก็เท่านั้น"

หลังจากที่ผู้ดูแลพาคนเข้ามาแล้ว เขาก็ขอตัวล่าถอยออกไปเพื่อปล่อยให้ทั้งสองคนได้พูดคุยกันตามลำพัง

หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ผู้อาวุโสโจวก็เดินเข้ามาหาสวีฟางแล้ววางมือลงบนบ่าของเขา

"ยอดเยี่ยมมาก มิน่าเล่าเจ้าจึงสามารถกักขังปีศาจเงาเอาไว้ได้ เคล็ดวิชาที่เจ้าฝึกฝนนั้นดุดันกว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีก"

"ดี ไม่เลวเลย ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเดรัจฉานตัวนี้แล้ว"

มือของอีกฝ่ายวางลงบนบ่าของเขาอย่างแผ่วเบา ทว่าสวีฟางกลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาล

ฝีมือของผู้อาวุโสโจวผู้นี้แข็งแกร่งกว่าเขามากนัก ไม่แน่ว่าอาจจะทะลวงผ่านระดับปรมาจารย์ก้าวเข้าสู่ระดับพลังที่สูงขึ้นไปแล้วก็เป็นได้

"เจ้าตั้งใจจะขายปีศาจเงาตนนี้ในราคาเท่าใด"

"ขอบอกผู้อาวุโสตามตรง ข้าไม่เคยทำธุรกิจเช่นนี้มาก่อน การที่ข้ากับผู้อาวุโสได้มาพบกันก็นับว่ามีวาสนาต่อกัน ผู้อาวุโสโปรดเสนอราคามาได้เลย ข้าจะไม่มีทางต่อรองราคาอย่างแน่นอน"

"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าเด็กคนนี้น่าสนใจไม่เบา วางใจเถอะ ข้าคือผู้อาวุโสของหอตัวเป่า การทำธุรกิจของหอตัวเป่ายึดถือหลักการข้อหนึ่งมาโดยตลอด นั่นก็คือจะไม่มีทางยอมให้ลูกค้าต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน"

"ปีศาจเงาตนนี้ได้รับบาดเจ็บ ข้ายังต้องเตรียมสมุนไพรเพื่อช่วยรักษามันอีก เอาเป็นเช่นนี้ก็แล้วกัน ยี่สิบหินวิญญาณระดับกลาง หากเจ้าสามารถยอมรับราคานี้ได้ ข้าก็จะบีบบังคับมันออกมาเดี๋ยวนี้เลย"

สวีฟางย่อมต้องพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ราคานี้สูงกว่าราคาที่เขาคิดเอาไว้ในใจอยู่เล็กน้อย

ในเวลานี้เขาไม่มีเวลามาสนใจเรื่องการเสียเปรียบหรือได้เปรียบ มีอยู่จุดหนึ่งที่เขามิได้หลอกลวง นั่นก็คือเขาไม่รู้ราคาของมารปีศาจเลยแม้แต่น้อย

"ผู้อาวุโสโปรดบีบบังคับมันออกมาได้เลย"

"ดี ตรงไปตรงมาดีมาก"

ผู้อาวุโสโจววางมือลงบนบ่าของสวีฟางอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาสัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย

ซ้ำยังค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย พื้นที่หลบซ่อนตัวของปีศาจเงาถูกบีบอัดให้แคบลงเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็พุ่งตัวออกมาจากหน้าอกของสวีฟาง

เจ้าตัวบัดซบนี่ยังคิดจะดิ้นรนต่อต้าน ทว่าห่วงเหล็กในมือของผู้อาวุโสโจวก็พุ่งทะยานออกไปโดยอัตโนมัติแล้วกักขังปีศาจเงาเอาไว้เบื้องใน

"ไอ้เดรัจฉานตัวนี้ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย มาอยู่ต่อหน้าข้าแล้วยังคิดจะหนีอีก รนหาที่ตายแท้ๆ"

"เจ้ารออยู่ที่นี่สักครู่ ข้าจะให้ผู้ดูแลเข้ามาทำการซื้อขายกับเจ้า สินค้าไม่มีปัญหา หินวิญญาณจะถูกส่งไปถึงมือเจ้าในไม่ช้า"

"ผู้อาวุโสโปรดเดินระวัง"

การทำงานของหอตัวเป่านั้นมีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง คล้อยหลังผู้อาวุโสโจวไปเพียงไม่นาน ผู้ดูแลที่คอยต้อนรับสวีฟางก่อนหน้านี้ก็เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง

"ขอแสดงความยินดีกับน้องชายที่ทำธุรกิจสำเร็จ นี่คือหินวิญญาณระดับกลางยี่สิบก้อน เจ้าจงเก็บเอาไว้ให้ดี"

"ชายชราผู้นี้มีนามว่าตู้เยว่หมิง หากข้าดูไม่ผิด น้องชายคงจะมาทำธุรกิจกับหอตัวเป่าเป็นครั้งแรกสินะ ทางฝั่งของพวกเรา ผู้ดูแลแต่ละคนล้วนมีลูกค้าประจำ หากน้องชายไม่รังเกียจ คราวหน้าหากมาเยือนอีกก็สามารถติดต่อข้าได้เลย"

"ผู้น้อยสวีฟาง"

สวีฟางย่อมตกปากรับคำในทันที

จากนั้นตู้เยว่หมิงก็อธิบายถึงขอบเขตการทำธุรกิจหลักของหอตัวเป่าให้เขาฟังคร่าวๆ สิ่งที่ทำให้สวีฟางประหลาดใจระคนดีใจก็คือที่นี่ถึงกับมีห้องฝึกยุทธ์ให้บริการด้วย

นอกเหนือจากนั้นยังมีห้องลับสำหรับปรุงโอสถและหลอมวิเศษให้เช่าโดยเฉพาะอีกด้วย

ขอบเขตการทำธุรกิจของหอตัวเป่านั้นกว้างขวางกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก

"ขอบคุณผู้อาวุโสมาก ข้ายังมีธุระต้องไปจัดการอีกประการ พรุ่งนี้ข้าจะมาหาผู้อาวุโสเพื่อทำธุรกิจด้วยใหม่"

สำหรับเขาแล้ว การบำเพ็ญเพียรไม่จำเป็นต้องไปเช่าห้องฝึกยุทธ์โดยเฉพาะ ขอเพียงมีหินวิญญาณก็สามารถเพิ่มแต้มได้ทุกเมื่อ

หลังจากฝึกฝนวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำสำเร็จแล้ว เขาก็สามารถมาเช่าห้องลับสำหรับหลอมวิเศษได้โดยตรง จากนั้นก็ซื้อวัตถุดิบสักเล็กน้อยเพื่อเริ่มต้นการหลอมวิเศษอย่างเป็นทางการ

"ถ้าเช่นนั้นข้าจะรอน้องชายมาเยือน"

"ปีศาจเงาเพียงตนเดียวกลับมีมูลค่าเทียบเท่ากับหินวิญญาณระดับกลางถึงยี่สิบก้อน ไม่รู้เลยว่าปีศาจเม่ยหมัวจะมีราคาเท่าใด"

ระหว่างทางที่เดินออกจากหอตัวเป่า สวีฟางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย

ถ้ารู้ว่าจะสามารถนำไปแลกเป็นหินวิญญาณได้มากมายถึงเพียงนี้ เมื่อวานเขาคงจะหาวิธีบีบบังคับให้ปีศาจเม่ยหมัวตนนั้นมุดเข้ามาในร่างกายของเขาด้วยเช่นเดียวกัน

นี่ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น

หากต้องลงมือทำเช่นนั้นจริงๆ โดยพื้นฐานแล้วนับว่าเป็นไปไม่ได้เลย

หน้าที่หลักของปีศาจเม่ยหมัวก็คือการล่อลวงจิตใจและควบคุมสติสัมปชัญญะของผู้อื่น มีเพียงปีศาจเงาเท่านั้นที่จำเป็นต้องแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการควบคุมบุคคลผู้นั้น

เขามิได้มัวชักช้าอยู่ระหว่างทาง เมื่อได้หินวิญญาณมาแล้ว เขาก็รีบกลับมาที่โรงเตี๊ยมและเริ่มต้นการเก็บตัวฝึกฝนในทันที

วิชาพันค้อนเคี่ยวกรำคือวิชาค้อนแขนงหนึ่ง เนื้อหาในช่วงแรกคือเคล็ดวิชาหลัก ส่วนเนื้อหาในช่วงหลังคือคำอธิบายเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานในการหลอมวิเศษ

หากฝึกฝนสำเร็จไม่เพียงแต่จะสามารถหลอมวิเศษได้เท่านั้น ทว่ายังสามารถนำมาใช้ในการต่อสู้ได้อีกด้วย

นับว่าไม่ขาดทุนเลยจริงๆ

ตอนที่นำแต้มไปแลกวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำ เขาค้นพบความจริงประการหนึ่งว่าเคล็ดวิชาของวิถียุทธ์นั้นมีราคาถูกกว่าเคล็ดวิชาของวิถีวิญญาณมาก

ต้องรู้ไว้ว่าตอนที่เขาแลกตำราสวรรค์ซิ่วเทียนนั้นมีราคาแพงกว่าวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำอยู่มากนัก

"มิน่าเล่าผู้คนส่วนใหญ่จึงเลือกเดินบนเส้นทางผู้บำเพ็ญวิญญาณ เส้นทางสายนี้เรียบง่ายกว่าวิถียุทธ์มาก ไม่จำเป็นต้องทนทุกข์ทรมานถึงเพียงนั้น หากพูดถึงเรื่องความแข็งแกร่งแล้ว วิถียุทธ์ยังคงแข็งแกร่งกว่าอยู่บ้าง"

หลังจากขบคิดเรื่องไร้สาระอยู่ครู่หนึ่ง สวีฟางก็สลัดความคิดในหัวทิ้งไปและเริ่มหันมาตั้งใจศึกษาเคล็ดวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำ

[เคล็ดวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำ ปลดล็อกพลังพิเศษขั้นที่สามสิบสาม: ค้อนสะเทือนฟ้า]

นับตั้งแต่วินาทีที่เขาเริ่มฝึกฝน หน้าต่างระบบก็บันทึกเคล็ดวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำลงไปโดยอัตโนมัติ

เขาจึงได้เห็นข้อมูลอย่างละเอียด

หากต้องการหลอมวิเศษ จำเป็นจะต้องยกระดับวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำรวดเดียวให้ถึงขั้นที่สามารถใช้วิชาค้อนสะเทือนฟ้าได้

เขาตั้งใจจะเหลือหินวิญญาณระดับกลางเอาไว้สิบก้อนเพื่อนำไปซื้อวัตถุดิบสำหรับหลอมวิเศษ ส่วนที่เหลือจะนำไปใช้ในการฝึกฝนทั้งหมด

หลังจากที่เขาดูดซับหินวิญญาณที่เตรียมเอาไว้จนหมดสิ้น แต้มวิญญาณของเขาก็พุ่งขึ้นไปถึงเจ็ดร้อยแต้มแล้ว

เขาเพิ่มแต้มเหล่านี้ลงในเคล็ดวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำอย่างไม่ลังเล

จนสามารถก้าวขึ้นไปถึงขั้นที่สามสิบสามได้สำเร็จ

ในชั่วพริบตานั้น สวีฟางก็รู้สึกราวกับว่าความโชคดีได้มาเยือน จุดที่เคยไม่เข้าใจมากมายกลับกระจ่างแจ้งขึ้นมาในทันที เขาเปลี่ยนรูปแบบของพลองไหมเร้นลับที่พันอยู่รอบไม้พลองมังกรขดให้กลายเป็นค้อนขนาดใหญ่แล้วเริ่มฝึกฝนอยู่ภายในห้อง

ผ่านไปเพียงไม่นานเหงื่อก็ผุดซึมเต็มหน้าผาก

"เคล็ดวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำนี้อาจจะกลายเป็นวิธีการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของข้า เพลงพลองมารคลั่งใช้สำหรับรับมือศัตรูในยามปกติ ส่วนค้อนสะเทือนฟ้าสามารถนำมาใช้เป็นไม้ตายเผด็จศึกได้"

เคล็ดวิชามุ่งเน้นที่ความเชี่ยวชาญมิใช่ปริมาณ ในตอนนี้เคล็ดวิชาเพียงไม่กี่แขนงนี้ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับเขาแล้ว

ก่อนที่จะสามารถยกระดับวิชาเหล่านี้ให้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดได้ เขามิได้มีความคิดที่จะนำแต้มไปแลกเคล็ดวิชาอื่นจากร้านค้าแต่อย่างใด

หลังจากฝึกฝนเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มเปิดอ่านเนื้อหาส่วนหลังของเคล็ดวิชาพันค้อนเคี่ยวกรำ

การได้สัมผัสและฝึกฝนเป็นครั้งแรก ทำให้เขารู้สึกว่าเนื้อหาหลายส่วนนั้นยากที่จะทำความเข้าใจ

โชคดีที่วิชาพันค้อนเคี่ยวกรำถูกยกระดับด้วยหน้าต่างระบบไปจนถึงขั้นที่สามสิบสามแล้ว ขอเพียงตั้งใจอ่านทบทวนให้มากหน่อย เนื้อหาส่วนใหญ่เขาก็สามารถทำความเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ผ่านไปเพียงครึ่งค่อนวัน เขาก็สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาส่วนหลังได้เกือบทั้งหมดแล้ว

ตอนนี้ขอเพียงรวบรวมวัตถุดิบได้ครบถ้วนก็สามารถทดลองหลอมวิเศษได้แล้ว แน่นอนว่าความเข้าใจก็ส่วนความเข้าใจ หากต้องการทำให้สำเร็จจริงๆ ยังคงต้องผ่านการทดลองอีกหลายครั้ง

ความเร็วระดับนี้สำหรับผู้อื่นแล้วนับว่ารวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ

หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป จะต้องสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้คนอย่างแน่นอน

ผูื่นไม่ว่าจะเป็นการปรุงโอสถหรือหลอมวิเศษ ล้วนต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์เป็นเวลานาน เพียงแค่ความรู้เบื้องต้นก็มีบางคนต้องใช้เวลายาวนานถึงหนึ่งปีเต็ม

การใช้เวลาเพียงหนึ่งปีนับว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลายาวนานกว่านั้นเสียอีก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 38 - ช่องทางหาเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว