- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ พี่สาวคนโตขอเอาดีด้านทำไร่ไถนา
- บทที่ 12 ยายเด็กบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ!
บทที่ 12 ยายเด็กบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ!
บทที่ 12 ยายเด็กบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ!
บทที่ 12 ยายเด็กบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ!
ผ่านไปพักใหญ่ ในที่สุดนางเฉินก็ดึงสติกลับมาได้และตระหนักว่าบุตรสาวกำลังจะทำอะไร นางรีบลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนกและตะโกนเรียก "อาหว่าน อย่าไป! รีบกลับมาเร็วเข้า!"
ทว่าทันทีที่หยัดกายลุกขึ้น โลกทั้งใบก็ราวกับหมุนคว้าง สติสัมปชัญญะพร่าเลือนจนร่างทรุดฮวบลงไปอีกครั้ง
ถังเสี่ยวโหรวเบ้าตาแดงก่ำจวนเจียนจะร้องไห้ แต่ถังเสี่ยวอี้มีสติมากกว่า เขาบอกให้น้องสาวช่วยกันประคองท่านแม่ขึ้นไปนอนบนเตียงและจัดท่าทางให้เรียบร้อยเหมือนที่พี่สาวคนโตเคยทำ จากนั้นก็เอ่ยอย่างจริงจังว่า "น้องโหรว เจ้าอยู่ที่นี่คอยดูแลท่านแม่นะ ข้าจะไปช่วยพี่ใหญ่"
ถังเสี่ยวโหรวอดไม่ได้ที่จะช้อนตาขึ้นมองพี่ชายแล้วถามว่า "พี่รอง ท่านกล้าไปเหรอ? ท่านย่ากับคนอื่นๆ ดุร้ายมากเลยนะ ดุยิ่งกว่าเสือบนภูเขาเสียอีก!"
ถังเสี่ยวอี้ยืดอกตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่ พลางเอ่ยเสียงดังฟังชัด "พี่ใหญ่บอกว่าข้าเป็นลูกผู้ชายแล้ว! ตราบใดที่ในใจข้าไม่หวาดกลัว ข้าก็คือลูกผู้ชายอกสามศอก เป็นเสาหลักของครอบครัวนี้"
"ใช่แล้ว พี่รอง ท่านต้องทำได้แน่" เมื่อเห็นพี่ชายยืนยืดอกผ่าเผยเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้ ถังเสี่ยวโหรวก็รู้สึกว่าเขาสมกับเป็นลูกผู้ชายจริงๆ นางหวังเพียงให้พี่ชายเติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยเร็วจะได้ช่วยปกป้องพี่ใหญ่และท่านแม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้นท่านย่ากับป้าสะใภ้ใหญ่คงไม่กล้ามารังแกพวกตนอีก
จากนั้นถังเสี่ยวอี้ก็กำชับน้องสาวให้อยู่เฝ้าบ้าน ดูแลท่านแม่และน้องชายให้ดี ส่วนตนเองจะออกไปช่วยพี่ใหญ่
ถังหว่านหว่านวิ่งพรวดพราดออกมาข้างนอก หากเป็นนิสัยเดิมของนาง นางคงอยากจะคว้ามีดอีโต้ไปสับแม่เฒ่าจางกับหวังซื่อ สองตัวการสร้างเรื่องให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่าก่อนจะถึงหน้าประตูบ้านเดิมของตระกูลถัง สายลมเย็นเยียบที่พัดมาปะทะใบหน้าก็ช่วยเรียกสติให้นางแจ่มใสขึ้นในพริบตา
ไม่ นางจะทำตัววู่วามเด็ดขาดไม่ได้
ความเป็นจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หากไร้ซึ่งอำนาจก็ย่อมไร้สิทธิ์ที่จะส่งเสียง ต่อให้นางบุกไปสั่งสอนแม่เฒ่าจางและหวังซื่อถึงที่ สิ่งที่รออยู่หลังจากนั้นก็คือการถูกประณามหยามเหยียดจากคนทั้งตระกูล นางอาจถูกผู้อาวุโสในตระกูลลากตัวไปคุกเข่ารับโทษที่ศาลบรรพชน หากเป็นเช่นนั้น นางจะกลายเป็นคนอกตัญญูและลบหลู่ผู้อาวุโส ทำให้ท่านแม่ใช้ชีวิตยากลำบากยิ่งขึ้น และครอบครัวของพวกนางก็คงไม่สามารถอาศัยอยู่ในหมู่บ้านสกุลถังได้อีกต่อไป
สิ่งที่นางต้องการในตอนนี้คืออาหารและทรัพยากร ไม่ใช่การแสดงอำนาจบาตรใหญ่หรือการโอ้อวดต่อหน้าผู้คน
นางต้องหาวิธีที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นั่นคือทั้งสั่งสอนบทเรียนให้พวกนั้น และทำให้มั่นใจว่าคนพวกนั้นจะไม่กล้ากำเริบเสิบสานอีก หากถังหว่านหว่านมีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง สิ่งนั้นก็คือการประดิษฐ์กลไกต่างๆ รวมถึงงานฝีมือจากไม้และไม้ไผ่ สิ่งประดิษฐ์ของนางล้วนสมจริงราวกับมีชีวิต
ขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าจะใช้วิธีใดดี นางก็เหลือบไปเห็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ตัวหนึ่งบินวนไปวนมาอยู่ตรงหน้า ความคิดของถังหว่านหว่านก็แล่นปลาบขึ้นมาทันที ทำไมไม่ใช้เจ้านี่ล่ะ?
ปรากฏว่าสิ่งที่ถังหว่านหว่านเห็นคือผึ้งตัวหนึ่งที่กำลังบินอยู่ตรงหน้านาง นี่มันสมบัติล้ำค่าชัดๆ! นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าแถวนี้จะมีผึ้งด้วย ผึ้งมีทั้งแบบเติบโตตามธรรมชาติและแบบที่คนเลี้ยงไว้ ตราบใดที่รู้วิธีทำให้พวกมันเชื่อง ผึ้งป่าก็สามารถกลายเป็นผึ้งเลี้ยงได้
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือสำหรับพวกผึ้งแล้ว 'ความหวานคือมารดา' ตราบใดที่มีของอร่อยให้กิน พวกมันก็จะยอมตามคุณไปอย่างว่าง่าย
โดยปกติแล้วผึ้งจะไม่หากินเพียงลำพัง และก็เป็นจริงตามคาด หลังจากเดินตามไปได้สักพัก ถังหว่านหว่านก็พบรังผึ้งขนาดเล็กอยู่บนต้นไม้ สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจที่สุดคือในรังนั้นมีน้ำผึ้งสีเหลืองทองอยู่ด้วย
นี่ถือเป็นโชคดีที่ได้มาโดยไม่ต้องเหนื่อยแรงค้นหาเลยจริงๆ!
เมื่อยืนอยู่ใต้ต้นไม้ นางรู้สึกราวกับได้กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งลอยเตะจมูก
ต้นไม้ความสูงระดับนี้ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับถังหว่านหว่านเลยแม้แต่น้อย นางปีนป่ายขึ้นไปมือเปล่าและขึ้นไปถึงยอดไม้ได้ในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ทว่าจังหวะที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบรังผึ้ง นางก็เงยหน้าขึ้นไปสบเข้ากับคนผู้หนึ่งที่สวมหน้ากากผี กำลังจ้องมองนางด้วยดวงตากลวงโบ๋สองดวง
"ว้าย!" ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ต่อให้ถังหว่านหว่านจะมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่การเห็นหน้ากากผีโผล่พรวดขึ้นมาหลังต้นไม้แบบนี้ ใครบ้างล่ะจะไม่ตกใจ
สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกโมโหมากยิ่งขึ้นคือความเฉยเมยของคนผู้นี้ นางเกือบจะพลัดตกจากต้นไม้อยู่รอมร่อ แต่เขากลับไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วย โชคดีที่นางคว้ากิ่งไม้ใกล้ๆ ไว้ได้ทันจึงรอดพ้นจากการตกลงไป "นี่ เจ้าเป็นใครกัน? มาหลบซ่อนตัวทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนี้ได้ยังไง"
คนผู้นั้นนั่งยองๆ อยู่บนต้นไม้ ดูจากรูปร่างแล้วอายุคงยังไม่มากนัก แต่นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาขึ้นไปทำอะไรบนนั้น
"เจ้ากล้าหยิบเจ้านี่งั้นหรือ?" นางเห็นเขาชี้นิ้วไปยังตำแหน่งของรังผึ้ง
"กล้าสิ? ไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด เรื่องกล้วยๆ"
ถังหว่านหว่านมองเขาแล้วหันกลับไปมองรังผึ้ง นางคิดในใจว่า หรือเขาก็เล็งเจ้านี่ไว้เหมือนกัน เลยมานั่งเฝ้าตอรอรวบยอดอยู่ที่นี่?
"ขอบอกไว้ก่อนนะว่าของสิ่งนี้ไม่ใช่ของข้าและก็ไม่ใช่ของเจ้า ใครหยิบได้ก่อน คนนั้นก็เป็นเจ้าของ ถูกต้องไหม?"
"ตามหลักการแล้วก็ใช่ แต่ข้าเป็นคนเห็นมันก่อน หากเจ้าอยากจะเอามันไป ไม่คิดว่าควรต้องขออนุญาตข้าก่อนหรือไง?" ถังหว่านหว่านจู่ๆ ก็รู้สึกปวดฟันจี๊ดขึ้นมา คนสวมหน้ากากนี่สมองมีปัญหาหรือเปล่า?
"แต่เจ้าไม่มีหลักฐานพิสูจน์นี่นาว่าเจ้ามาถึงก่อน ถูกไหม? ถ้างั้นก็เสียใจด้วยนะ!"
พูดจบ ถังหว่านหว่านก็รีบหักกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มตีไปที่รังผึ้ง
"เช่นนั้น เจ้าแบ่งนมผึ้งให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่? ข้าขอแค่เพียงนิดเดียว" คนผู้นั้นเอ่ยขึ้น ดูเหมือนจะผ่านการใคร่ครวญมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
เพียงแค่ตีไม่กี่ครั้ง ถังหว่านหว่านก็ทำให้รังผึ้งแกว่งไปมาอย่างรุนแรง ฝูงผึ้งจำนวนมากแตกรังบินว่อนออกมา นางจึงใช้กิ่งไม้ตักน้ำผึ้งสีเหลืองขึ้นมาเล็กน้อยแล้วโยนกิ่งไม้นั้นลงพื้นทันที ไม่น่าเชื่อว่าแผนนี้จะได้ผลอย่างสมบูรณ์แบบ ฝูงผึ้งได้กลิ่นน้ำผึ้งก็พากันบินกรูกันลงไปหาเสียงดัง "หึ่งๆ" จนหมดเกลี้ยง รังผึ้งจึงว่างเปล่า และถังหว่านหว่านก็สามารถหยิบมันมาถือไว้ในมือได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นนางก็กระโดดลงจากต้นไม้อย่างพลิ้วไหว ปลายเท้าแตะพื้นอย่างแผ่วเบา นางนำชายเสื้อมาห่อกิ่งไม้ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำผึ้ง สะบัดชายเสื้อไปด้านหลัง แล้วเดินลอยชายจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
"นี่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ! รอก่อน!"
"ของสิ่งนั้นเป็นของข้านะ"
กู้หมิงหยวนไม่คาดคิดเลยว่าจะมาเจอเด็กสาวที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ที่นี่ หากเขารู้ว่ารังผึ้งมันเอามาง่ายดายถึงเพียงนี้ เขาก็คงใช้วิธีนั้นไปแล้ว ตอนนี้เขาดันไปคุยโวกับพี่ใหญ่ไว้ซะดิบดีว่าคืนนี้จะทำปีกไก่อบน้ำผึ้งให้กิน ทว่าวัตถุดิบสำคัญอย่างนมผึ้งกลับโดนฉกไปเสียแล้ว แล้วทีนี้เขาจะเอาอะไรไปทำอาหารกันล่ะ?
"ฮึ่ม เป็นความผิดของเจ้าแท้ๆ! หากข้าไม่ได้สวมเจ้านี่ ยายเด็กนั่นอาจจะลุ่มหลงในรูปโฉมอันหล่อเหลาไร้ที่ติของข้าไปแล้วก็ได้"
กู้หมิงหยวนโยนหน้ากากลงแม่น้ำใกล้ๆ เสียงดัง "ตู้ม" ทันที จะว่าไปหน้ากากผีของเขาก็เคยหลอกผู้คนจนขวัญหนีดีฝ่อมาแล้วไม่น้อย เขาถึงขั้นรู้สึกสนุกไปกับมันด้วยซ้ำ เวลาที่ใครมาทำให้เขาขัดใจ เขาก็มักจะหาวิธีเอาคืนด้วยการหลอกให้คนเหล่านั้นตกใจกลัว เขาจะมีความสุขอย่างล้นเหลือยามที่ได้เห็นคนอื่นหวาดผวาจนแทบเสียสติ
ทว่าวันนี้ หน้ากากวงนี้กลับทำให้เขารู้สึกอับอายขายหน้าอย่างสุดซึ้ง หากแม้แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังไม่กลัวเขา แล้วแบบนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไร?
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทำไมเขาถึงต้องทิ้งหน้ากากวงนี้ไปด้วย? เพื่อทำให้เด็กสาวคนนั้นตกหลุมรักเขางั้นหรือ แล้วไงต่อ? จากนั้นนางก็จะได้ยอมประเคนนมผึ้งในมือให้เขาอย่างว่าง่ายสินะ
ใช่แล้ว นั่นแหละคือสิ่งที่เขาควรทำ
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่ถังหว่านหว่านได้รังผึ้งมา นางก็จัดการรวบรวมฝูงผึ้งแสนล้ำค่าเหล่านั้นเข้าด้วยกันแล้วพากลับไปด้วย
ระหว่างทางกลับ นางก็บังเอิญเดินไปชนเข้ากับถังเสี่ยวอี้ที่กำลังออกตามหานางพอดี ถังหว่านหว่านจึงขอให้ถังเสี่ยวอี้มาช่วยนาง เพราะพวกเขากำลังจะเริ่มภารกิจสำคัญกันแล้ว
"พี่ใหญ่ ภารกิจสำคัญที่เราจะทำคืออะไรหรือขอรับ?" ถังเสี่ยวอี้มีสีหน้าตื่นเต้น
"เจ้าต้องสัญญากับข้าก่อนว่านอกจากข้ากับเจ้าแล้ว ห้ามมีใครรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด หากเจ้าเอาไปบอกคนอื่น ก็เท่ากับเจ้าหักหลังพี่สาวตัวเอง และมีเพียงคนเลวทรามเท่านั้นแหละที่หักหลังครอบครัวตัวเองได้ลงคอ"
เมื่อได้ยินพี่สาวพูดเช่นนั้น ถังเสี่ยวอี้ก็รีบตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่และสาบานว่าต่อให้ต้องตาย เขาก็จะไม่ปริปากบอกใครเด็ดขาด เขาจะต้องเก็บความลับของพี่ใหญ่ไว้ให้ดีที่สุด
"เอาล่ะ ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้ ตราบใดที่เจ้าปิดปากเงียบ ที่เหลือข้าจะจัดการเอง"
"ตกลงขอรับ!"
ถังหว่านหว่านบอกให้ถังเสี่ยวอี้คั้นเอานน้ำผึ้งส่วนใหญ่ออกจากรัง โดยเหลือติดไว้เล็กน้อยเพื่อนำไปใช้งานทีหลัง
หลังจากที่ทั้งสองคนจัดการคั้นน้ำผึ้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ลอบออกจากบ้านไปอย่างเงียบเชียบ
แต่คราวนี้เป้าหมายของถังหว่านหว่านไม่ใช่บ้านเดิมของตระกูลถัง ทว่าเป็นริมแม่น้ำต่างหาก
ถังเสี่ยวอี้มองพี่สาวด้วยความสับสนมึนงงแล้วถามขึ้นว่า "พี่ใหญ่ ท่านไม่ได้บอกหรือว่าจะเอารังผึ้งไปจัดการท่านย่ากับป้าสะใภ้ใหญ่? แล้วทำไมตอนนี้เราถึงมาจับปลาที่ริมแม่น้ำล่ะ?"
"เจ้าเด็กโง่ ใครเขาทำเรื่องแย่ๆ กันตอนกลางแสกๆ เล่า?"
"ถุย เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่สิ พวกเรากำลังลงทัณฑ์คนชั่วแทนสวรรค์ ผดุงความยุติธรรมต่างหาก ดังนั้นเราต้องรอให้ถึงตอนกลางคืน ตอนที่ฟ้ามืดสนิทถึงจะลงมือได้ ด้วยวิธีนี้จะไม่มีใครจับได้ และท่านแม่ก็จะไม่พลอยฟ้าพลอยฝนร่างแหไปด้วย" ถังหว่านหว่านล้างสมองถังเสี่ยวอี้ต่อไป
"จริงด้วย พี่ใหญ่พูดถูกที่สุด พวกเรามาจับปลากันก่อนเถอะ ต้องกินให้อิ่มท้องก่อนถึงจะมีแรงไปทำงานใหญ่"
"อืม ถูกต้องแล้ว" ถังหว่านหว่านพยักหน้ารัวๆ แม้ถังเสี่ยวอี้จะยังเด็ก แต่ความสามารถในการทำความเข้าใจของเขากลับยอดเยี่ยมมาก เขานี่ช่างฉลาดเฉลียวเหมือนนางไม่มีผิด
ทว่าเมื่อถังเสี่ยวอี้เห็นพี่สาวกำลังเหลาไม้ไผ่ให้แหลมและบอกว่าจะพาเขามาจับปลาในแม่น้ำ เขาก็รู้สึกเคลือบแคลงใจอย่างหนักว่าพี่ใหญ่จะจับปลาได้จริงๆ หรือ แต่เขาก็ไม่กล้าเอ่ยความสงสัยนี้ออกไป พี่สาวของเขาเป็นคนห่วงหน้าตา หากเขาพูดออกไป นางจะต้องเสียใจแน่ๆ
พี่สาวของเขาทั้งงดงามและเก่งกาจ เป็นพี่สาวที่ดีที่สุดในโลก
"เอ๊ะ สองพี่น้องนั่นกำลังทำอะไรกันอยู่ล่ะนั่น?" กู้หมิงหยวนที่กำลังตามหาตัวถังหว่านหว่านไปทั่ว จู่ๆ ก็บังเอิญเห็นนางเดินมากับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ทั้งสองคนถือไม้ไผ่ปลายแหลมในมือ สีหน้าดูตื่นเต้น และกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง
เขาจึงรีบสาวเท้าเข้าไปหาทั้งคู่ทันที "นี่ แม่นาง หยุดเดี๋ยวนี้นะ"
เมื่อจู่ๆ ก็เห็นคนตรงหน้าซึ่งมีรูปโฉมหล่อเหลาบาดตา ถังหว่านหว่านก็คิดว่าเขาคงไม่ได้กำลังพูดกับนาง นางจึงรีบดึงมือถังเสี่ยวอี้ให้เร่งฝีเท้าขึ้น แล้วเดินจ้ำอ้าวผ่านหน้าเขาไป
กู้หมิงหยวนยืนเก๊กท่าหล่อรอรับสายตาตกตะลึงหลงใหลจากถังหว่านหว่าน ใครจะไปรู้ว่านางกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาด้วยซ้ำ ปฏิบัติกับเขาราวกับเป็นเพียงธาตุอากาศ
ยายเด็กคนนี้นี่ มีตาไว้ประดับหรืออย่างไร? มองไม่เห็นชายหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่ตรงหน้าหรือไงกัน?
"ยายเด็กขโมยรังผึ้ง หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า"
ผิดคาด ถังหว่านหว่านและถังเสี่ยวอี้ที่เมื่อครู่เพียงแค่ออกเดินเร็ว พอได้ยินคำพูดของเขาก็พากันออกตัววิ่งหน้าตั้งทันที เพียงพริบตาเดียว ทั้งคนพี่และคนน้องก็วิ่งหายวับไปกับตา
กู้หมิงหยวนโกรธจนแทบจะเป็นบ้า ยายเด็กนี่ไม่ใช่คนแถวนี้หรือไง? ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือ? ดวงตากลมโตคู่นั้นไปติดอยู่บนกระหม่อมหรือถึงได้มองไม่เห็นคน?
ยายเด็กบ้า ต่อให้เจ้าหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ข้าก็จะตามหาเจ้าให้เจอ!
"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!"
"โอย เหนื่อยแทบขาดใจ"
"พี่ใหญ่ พวกเราจะวิ่งหนีทำไมขอรับ? ท่านรู้จักคุณชายเมื่อกี้ด้วยหรือ?"
"ข้าไม่รู้จักเขาเสียหน่อย" ทักษะการโกหกหน้าตายของถังหว่านหว่านชักจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
"อ้าว ไม่รู้จักกันแล้วท่านจะวิ่งหนีทำไม? ข้าว่าเขากำลังพูดถึงท่านอยู่นะ ที่พูดถึงเด็กผู้หญิงที่ขโมยรังผึ้งไปน่ะ ท่านก็เพิ่งจะเอารังผึ้งกลับมาไม่ใช่หรือ?"
ยอดกดเข้าชั้นทะลุสามร้อยแล้ว! ขอบคุณทุกท่านสำหรับการสนับสนุน โปรดพิจารณามอบของขวัญ กดเข้าชั้น และแนะนำนิยายเรื่องใหม่นี้ด้วยนะคะ