เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 116: พระสองหน้า

บทที่ 116: พระสองหน้า

บทที่ 116: พระสองหน้า


บทที่ 116: พระสองหน้า

“ทะ... ท่านหัวหน้าเฝิง คุณชายจินอันนี่จะใช่ว่า... ฆ่าจนตาแดงฉานไปแล้วหรือ...”

“...ฆ่าจนคลุ้มคลั่งไปแล้วหรือเปล่า?”

“เหตุใดคุณชายจินอันถึงได้ลงมือตั้งแต่แรกที่เห็นหน้า แม้แต่ไต้ซือผู่จื้อที่พวกเราเชิญมาก็ยังถูกซัดเสียจนกระเด็น?”

กลุ่มมือปราบและอาสาสมัครจำนวนมากที่ติดตามมือปราบเฝิงมา ต่างยืนห่างออกไปไกล ๆ พลางมีหัวหน้าชุดในที่ว่าการเอ่ยถามหัวหน้ามือปราบเฝิงด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักด้วยความไม่สบายใจ

มือปราบเฝิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง

รอจนกระทั่งได้สติจากความตกตะลึง และอารมณ์กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง เขาจึงปรายตามองลูกน้องคนสนิทข้างกาย แล้วเอ่ยถามย้อนกลับไปแทนคำตอบว่า: “เจ้าลองคิดดูสิว่า ระหว่างคุณชายจินอันกับไต้ซือผู่จื้อ เจ้าเต็มใจจะเชื่อใจใครมากกว่ากัน?”

หัวหน้าชุกผู้นั้นตอบกลับโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด: “หากต้องเลือกเพียงคนเดียวในหมู่พวกเขาสองคน ย่อมต้องเป็นคุณชายจินอันอยู่แล้ว ปกติคุณชายจินอันเป็นคนสุภาพอ่อนโยน เข้าถึงง่าย ไม่เคยไปแก่งแย่งชิงดีหรือเที่ยวตีรันฟันแทงกับใคร ซ้ำยังเคยช่วยชีวิตพี่น้องในที่ว่าการไว้ตั้งหลายครา ถือว่ามีบุญคุณช่วยชีวิตต่อพวกเราทุกคน”

“นอกจากคุณชายจินอันมักจะชอบพูดจาแปลก ๆ จนคนฟังไม่รู้จะตอบทสนทนายังไงแล้ว นิสัยใจคอของคุณชายจินอันนั้นเรียกได้ว่าหาที่ติไม่ได้”

มือปราบเฝิงมองหัวหน้าชุดคนนั้น: “ก็นั่นไงล่ะ คือคำตอบ”

“สิ่งที่คุณชายจินอันทำ ย่อมต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอ หากจะมีสิ่งใดผิดพลาด นั่นก็ต้องเป็นคนอื่นที่ผิดก่อน คุณชายจินอันเพียงแค่ถูกบีบคั้นจนต้องลุกขึ้นมาป้องกันตัวเท่านั้น”

“สั่งการลงไป ให้พี่น้องเตรียมหน้าไม้ทหาร แล้วตาข่ายเชือกไว้ให้พร้อม รอฟังคำสั่งจากข้า”

หัวหน้าชุดเกาหัวแกรก ๆ: “หัวหน้าเฝิง แล้วสรุปว่าพวกเราจะยืนอยู่ฝั่งไหนกันแน่ ไอ้หน้าไม้กับตาข่ายพวกนั้นจะเอาไว้จัดการกับฝั่งไหน?”

“ยังต้องถามอีกรึ ก็ต้องช่วยคุณชายจินอัน ระดมยิงและจับตายไต้ซือผู่จื้อน่ะสิ!” มือปราบเฝิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเฉียบขาด

“รับทราบขอรับ! ข้าจะรีบไปบอกให้พี่น้องซุ่มกำลังเดี๋ยวนี้”

หัวหน้าชุดคนนั้นเริ่มแยกตัวไปสั่งการลูกน้องเพื่อวางกำลังซุ่มโจมตีทันที

....

ตูม!

ท่ามกลางเศษอิฐแตกหักของปูนของกำแพงที่พังทลาย จู่ ๆ ก็มีมังกรดิน (เศษฝุ่นดิน) ระเบิดพุ่งขึ้นมาสายหนึ่ง

ร่างของพระหัวโล้นที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมคลุกฝุ่นดูเวทนา พุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ซากปรักหักพังที่ฝังกลบเขาไว้

คนผู้นั้นก็คือ หลวงจีนผู่จื้อ!

ปัง! ปัง! เศษอิฐเศษหินที่กระเด็นกระดอนออกไปรอบทิศทาง พุ่งเข้ากระแทกหลังคากระเบื้องของบ้านเรือนละแวกนั้นจนแตกเป็นรูพรุนขนาดใหญ่ เกิดเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกและเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วบริเวณ

มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยพากันวิ่งหนีออกจากบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ยังดีที่มีเหล่ามือปราบรีบเข้ามาช่วยอพยพผู้คนออกไป

ในยามนี้ หลวงจีนผู้จื้อไม่ได้มีบุคลิกที่เป็นพระขี้เหล้าผู้ห้าวหาญและใจกว้างอีกต่อไป ทว่าเขากลับกลายเป็น "รูปลักษณ์แห่งพระศากยมุนีปางพิโรธ" ที่ดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขามประดุจองค์อริยสงฆ์ผู้ทรงตบะ

หลวงจีนผู้จื้อที่มีรอยแผลเป็นจุมศีลบนศีรษะ ในยามนี้ดูราวกับ "เทพวัชรปราณี" ผู้มีดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธเกรี้ยว จ้องเขม็งไปยังจินอันที่ถือดาบเตรียมสังหารคนอยู่ท่ามกลางสายฝน

องค์วัชรพิโรธผู้นี้... บัดนี้ได้ถูกจุดไฟโทสะขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว

ในยามนี้ ชุดฝึกตนที่เขาสวมใส่ไม่ได้ดูหลวมโคร่งอีกต่อไป ทว่ากลับถูกปราณอันแกร่งกล้าดูดรัดเข้ากับร่างกายจนแนบเนื้อ กลายเป็นชั้นปราณ "วิชาเสื้อแพรเหล็ก" ที่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้ออันกำยำล่ำสันทุกสัดส่วนที่นูนเด่นออกมา เพียงแค่มองปราดเดียวก็สัมผัสได้ถึงพลังระเบิดอันแข็งแกร่งและดุดันอย่างไร้ผู้ต้าน

รังสีอำนาจทั่วร่างของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

นี่คือยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง มิใช่ "หลวงจีนนักสู้ระดับสาม" ที่แสดงท่าทีธรรมดา ๆ มาโดยตลอด!

“คุณชายจินอัน ท่านก่อกรรมทำเข็ญหนักหนาเกินไปจนตาพร่ามัวไปด้วยโลหิตเสียแล้ว ‘พญาวานรแห่งการเข่นฆ่า’ ในใจท่านยามนี้มิอาจกดทับเอาไว้ได้อีก สติสัมปชัญญะของท่านถูกมารร้ายช่วงชิงไปสิ้นแล้ว!”

“ในวันนี้ ให้อาตมาเป็นตัวแทนฝ่ายสงฆ์ ช่วยสะกดพญาวานรในใจของคุณชายจินอัน และช่วยส่งวิญญาณให้คุณชายไปสู่สุขคติเถิด!”

แม้แต่องค์พระปฏิมาก็ยังมีโทสะ และในพระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังถือดาบประหาร

อาวุธของหลวงจีนผู่จื้อเป็นดาบสีขาวเล่มหนึ่งที่ทอประกายเย็นเยียบคมปลาบ น้ำเสียงของเขาเย็นยะเยียบประดุจคมดาบที่จ่อประชันหน้ากับจินอัน ในยามนี้เขาราวกับเป็นองค์ ‘วัชรปราณี’ ผู้มีหน้าที่ปราบปรามเหล่าหมู่มาร เป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรมของสวรรค์ เพียงถ้อยคำไม่กี่คำที่เอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ กลับเป็นตัวตัดสินความเป็นตายของจินอันเสียแล้ว

ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นตัวแทนแห่งความถูกต้องที่จะมาชำระล้าง มาร อย่างจินอันให้สิ้นซากในที่แห่งนี้

หลวงจีนคนนี้! ไม่ธรรมดา!

ทว่า สิ่งที่ตอบโต้กลับไปหาพระศากยมุนีปางพิโรธผู้นี้ คือชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ดวงตาสุกสกาววาวโรจน์ พกพาปราณหยางอันกล้าแกร่ง กำลังก้าวย่างสืบเท้าถือดาบพุ่งเข้าใส่ด้วยความดุดัน

“ไอ้พระมาร! ยังบังอาจมาพ่นวาจาลวงโลกอยู่ที่นี่อีก!”

“วันนี้ข้าจะทำลายกายจำแลงของเจ้าเสียให้สิ้น เพื่อจะดูว่าภายใต้ร่างนี้มันคือมารตนใด! เป็นอสุรกายตัวไหนที่บังอาจปลอมเป็นพระเป็นเจ้า มาทำให้เกียรติภูมิของศิษย์ศากยมุนีต้องมัวหมอง!”

ตึง! ตึง! ตึง!

ภายใต้ความมืดมิดของรัตติกาล

ร่างเงาหนึ่งพุ่งเข้าใส่ดุจคชสารคลั่งที่ตะบึงงัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า ก้าวยาว ๆ ทะยานเข้าสังหารอย่างรวดเร็ว

พื้นพสุธาสั่นสะเทือน ดินหินปลิวว่อนกระจายเต็มท้องฟ้า

เงาร่างอันบ้าคลั่งสายนี้พุ่งเข้าชนม่านน้ำค้างแข็งในราตรีฝนพรำจนแตกกระจาย ประดุจอุกกาบาตยักษ์จากนอกโลกที่ร่วงหล่นลงมาท่ามกลางความมืดมิด พุ่งทะยานเข้าใส่อย่างดุดันและรวดเร็ว

ตึง! ตึง!

เสียงฝีเท้าก้าวยาวตะบึงเข้าสังหาร

《หกสิบกระบวนฝ่ามือทลายศิลา》  ท่าที่ห้า! เท้าคชสาร

ทุกก้าวที่จินอันสืบเท้าออกไปมีความไกลนับจั้ง ระยะห่างสิบจั้งจึงดูราวกับอยู่เพียงชั่วเอื้อมมือ

ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปประหนึ่งคชสารย่ำลงบนพสุธา ทิงรอยเท้าบุบลึกลงไปบนพื้นถนนที่แข็งแกร่งรอยแล้วรอยเล่า

หกเทวะหกเทพีคือเทพขุนพลผู้ปกป้องธรรม เป็นเทพเจ้าแห่งการสงครามที่แท้จริง เชี่ยวชาญการใช้ลมและสายฟ้าเพื่อปราบปรามเหล่าภูตผีปีศาจ!

“เจี่ยจื่อปกป้องกาย เจี่ยซวีคุ้มโฉม เจี่ยเซินเสริมชะตา!” จินอันลงมือครานี้คือการอัญเชิญทวยเทพทั้งสิบสองเข้าประทับร่างโดยตรงประหนึ่งมีเทพมาสถิตช่วย

แม้ว่าปราณภายในของจินอันจะยังมิอาจก้าวเข้าสู่ทำเนียบยอดฝีมือชั้นแนวหน้าได้เนื่องจากขีดจำกัดด้านพรสวรรค์แต่กำเนิด

ทว่าความแข็งแกร่งของร่างกายเขานั้น กลับไปถึงระดับที่สามารถเทียบเคียงกับยอดฝีมือชั้นแนวหน้าในสาย "วิชากำลังภายนอก" ได้แล้ว!

“ตายย!”

ร่างสองร่างประดุจอุกกาบาตสีดำทะมึนสองลูกท่ามกลางม่านฝน พุ่งชนหยาดน้ำฝนตลอดเส้นทางจนระเบิดกระจาย พุ่งเข้าห้ำหั่นกัน... โครม!!

อุกกาบาตสองลูกปะทะกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ในวินาทีที่ศาสตราเข้าหักหาญกันนั้นพลันบังเกิดเสียงกึกก้องกัมปนาท หยาดฝนบนใบดาบถูกแรงกระแทกจากปราณอันมหาศาลซัดจนกลายเป็นละอองน้ำ แผ่กระจายออกไปเป็นวงคลื่นน้ำขนาดใหญ่รอบทิศทาง

ความรุนแรงของเสียงและแรงปะทะนั้น... ประดุจหินอัสนีระเบิดออก

แม้แต่เหล่าอาสาสมัครและมือปราบที่ยืนอยู่ไกลออกไป ต่างก็รู้สึกเจ็บแก้วหูจนแทบทนไม่ไหว พวกเขาจ้องมองการต่อสู้ของยอดฝีมือชั้นแนวหน้าทั้งสองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

ภาพการต่อสู้ของยอดฝีมือชั้นแนวหน้าเช่นนี้ คือสิ่งที่พวกเขาอาจจะไม่ได้เห็นเลยตลอดทั้งชีวิต แต่วันนี้กลับโชคดีที่ได้กลายเป็นพยานร่วมกันในศึกชิงชัยของผู้กล้าครั้งนี้

เปรี๊ยะ!!

ตูม!

พื้นดินใต้แทบเท้าของหลวงจีนผู่จื้อและจินอัน ประหนึ่งว่ามิอาจทนทานต่อการปะทะอันรุนแรงมหาศาลจากยอดฝีมือชั้นแนวหน้าได้ พื้นดินพลันทรุดตัวลงจนกลายเป็นหลุมตื้น ๆ

ทั้งสองประชันกำลังกันได้อย่างสูสีทัดเทียม

หลวงจีนผู่จื้อผู้นี้ซ่อนงำฝีมือไว้จริง ๆ เขาคือยอดฝีมือที่ก้าวเข้าสู่ทำเนียบชั้นแนวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

“น่าสนใจดีนี่!”

จินอันยิ่งสู้ยิ่งห้าวหาญ ปราณโลหิตชาด ! ขั้นที่สิบสาม! โลหิตในกายพลันเดือดพล่านในชั่วพริบตา แปรเปลี่ยนเป็นพลังระเบิดอันมหาศาลดุจกระแสน้ำหลาก

กล้ามเนื้อบนแขน เส้นเลือด และเส้นเอ็นต่างปูดโปนขึ้นมาเห็นชัด 《หกสิบกระบวนฝ่ามือทลายศิลา》  ท่าที่สอง! หมัดพยัคฆ์ทลาย !

เขากำหมัดแน่น จินอันมีเพียงรุกคืบไร้ถอยหนี ยิ่งต่อสู้ความมั่นใจในอกก็ยิ่งทวีความฮึกเหิม เขาพุ่งเข้าปะทะตรง ๆ อย่างไร้ความยำเกรง ด้วยหมัดที่หนักอึ้งปานศิลานับพันชั่ง!

ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว!

โครม!!

เสียงกัมปนาทดังสนั่น หลวงจีนปู่จื้อที่เมื่อครู่ยังต่อสู้ได้อย่างสูสีกับจินอัน คราวนี้เขากลับถูกซัดจนกระเด็นปลิวออกไปด้วยความเร็วที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าตอนถูกท่าหมีพิงพนาชนเสียอีก แรงกระแทกจากหมัดหนึ่งชุ่น ในหมัดพยัคฆ์ทลายกระแทกเข้าซี่โครงจนบาดเจ็บ ร่างปลิวลิ่วไปกระแทกเข้าอย่างจัง

เขาชนเข้ากับกำแพงอิฐของบ้านราษฎรจนพังทลายลงมาทั้งแถบ ฝุ่นดินระเบิดพวยพุ่งกระจาย

ยังดีที่ชาวบ้านแถบนี้พากันหนีไปไกลหมดแล้ว

จินอันไม่เปิดโอกาสให้หลวงจีนผู่จื้อได้พักหายใจแม้เพียงเสี้ยววินาที ตัวเขาประดุจพญามังกรดินที่เปี่ยมด้วยรังสีฆ่าฟัน พุ่งดิ่งเข้าไปในซากปรักหักพังนั้นทันที!

โครม!!

เงาดาบสีแดงฉานฟาดสับลงมา กระแทกพื้นดินท่ามกลางซากปรักหักพังจนเกิดเป็นหลุมลึก เศษอิฐเศษกระเบื้องจำนวนมากปลิวว่อนกระจายไปทั่วทิศทาง

ทว่าดาบนี้กลับฟาดโดนเพียงความว่างเปล่า

ร่างของหลวงจีนผู่จื้อหายลับไปท่ามกลางความมืดมิด ม่านฝนที่โปรยปรายบดบังทัศนวิสัย ยิ่งทำให้การจำแนกสรรพสิ่งในยามราตรีลำบากยากเข็ญขึ้นไปอีก

“ติงเว่ยสลายเคราะห์ ติงซื่อข้ามพ้นวิกฤต ติงเหม่าพ้นภัยพิบัติ!”

จินอันแตะลิ้นที่เพดานปาก เอ่ยคำบริกรรมคาถาเสียงดังประดุจเสียงอสนีบาตฟาดลงข้างหู ลมหายใจแผ่ซ่านยาวนานและหนักแน่น ปราณยันต์ลิ่วติงลิ่วเจี่ยสามารถหลบหลีกเบญจพิษและเคราะห์ภัยทั้งปวง จินอันพลันหมุนตัวกลับโดยไร้สัญญาณเตือน วาดดาบสีชาดฟาดฟันอย่างรุนแรงเข้าไปในม่านฝนและความมืดมิดด้านข้างที่มองไม่เห็นตัวตน

ดาบนี้ฟาดเข้าใส่เป้าหมายในความมืดอย่างจัง บังเกิดเสียงครางด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น หลวงจีนผู่จื้อนึกไม่ถึงว่าการลอบโจมตีของตนจะล้มเหลว ซ้ำร้ายยังถูกจู่โจมกลับจนบาดเจ็บ ง่ามมือของเขาชาหนึบจนดาบในมือถูกแรงกระแทกกระเด็นหลุดออกไป เขาตื่นตระหนกสุดขีดว่าเหตุใดพละกำลังจากดาบของจินอันถึงได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลเช่นนี้!

ในเวลาเดียวกัน ร่างของเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการถูกดาบพยัคฆ์อาฆาตอันคมกริบฟาดเข้าใส่ ร่างทั้งร่างปลิวลิ่วไปตามแรงปะทะอันป่าเถื่อนประดุจโม่หินที่ถูกเหวี่ยงออกไป

ทว่ากลับไม่มีภาพของเลือดเนื้อสาดกระจาย วิชาเสื้อแพรเหล็ก ที่ฝึกฝนจนแนบสนิทกับผิวหนังช่วยรับดาบปลิดวิญญาณนี้ไว้ได้ บนหน้าอกของผู่จื้อปรากฎเพียงรอยไหม้เกรียมจากการถูกดาบฟันเท่านั้น

มันยังไม่ระคายถึงผิวเนื้อข้างในของเขาเลยสักนิด

วิชากำลังภายนอก ของหลวงจีนผู่จื้อนับว่าฝึกฝนมาจนถึงขั้นสูงสุด ถึงขนาดสามารถทนทานต่อดาบที่ฟาดด้วยพลังทั้งหมดของจินอัน ซึ่งยามนี้มีพละกำลังเทียบเท่ากับยอดฝีมือสายกำลังภายนอกชั้นแนวหน้าได้อย่างน่าอัศจรรย์

ทว่าถึงกระนั้น ผู่จื้อก็มิได้อยู่ในสภาพที่สู้ดีนัก อวัยวะภายในถูกแรงกระแทกจนบาดเจ็บ เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด และหน้ามืดมัว จินอันอาศัยจังหวะที่ผ่จื้อถูกฟันปลิวไปยังไม่ทันตกถึงพื้น ใช้ท่า เท้าคชสาร!

ตึง! ตึง!

พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับว่าท่ามกลางความมืดมิดอันโกลาหลนี้ มีคชสารคลั่งน้ำหนักนับหมื่นชั่งกำลังตะบึงย่ำผ่านไป

หมีพิงพนา!

ปัง!

ร่างของหลวงจีนู่จื้อที่ยังไม่ทันตกถึงพื้น พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงกลางอากาศ พรวด! ต่อให้วิชาเสื้อแพรเหล็กจะแกร่งกล้าเพียงใด ก็มิอาจสลายแรงกระแทกที่ส่งผ่านไปยังอวัยวะภายในได้ เปรียบดั่งหมีป่าที่ถูไถลำตัวกับต้นไม้ หากใครถูกชนเข้าย่อมไม่ตายก็ต้องพิการ อวัยวะภายในของหลวงจีนผู่จื้อได้รับบาดเจ็บสาหัสในชั่วพริบตา จนต้องกระอักเลือดออกมาคำโต

ทว่าก่อนที่ร่างของผู่จื้อจะปลิวไป จินอันก็ใช้วิชา หัตถ์กระเรียนเมฆา!

จินอันคว้าหมับเข้าที่ขาข้างหนึ่งของผู่จื้อ แล้วทุ่มร่างนั้นลงกับพื้นอย่างโหดเหี้ยม โครม!! แรงกระแทกพื้นนั้นราวกับถูกของหนักพันชั่งทับลงมา

จินอันกระหน่ำโจมตีจนหลวงจีนผู่จื้อไม่มีโอกาสได้ตอบโต้อะไรได้เลย

ยามนี้ หลวงจีนผู่จื้อไม่เหลือเค้าลางของ "วัชรปราบมาร" ผู้แกร่งกล้าและน่าเกรงขามอีกต่อไป เสื้อผ้าตรงหน้าอกชุ่มไปด้วยเลือด สภาพสกปรกมอมแมมดูเวทนาเหลือแสน

แต่จินอันก็หาได้มีความคิดที่จะปล่อยผู่จื้อไปง่าย ๆ ไม่

ท้าคชสาร!

ตึง!

จินอันเหยียบพลาดเป้าไปเพียงนิด ทิ้งรอยย่ำเป็นหลุมดินลึกหลายจั้งไว้บนพื้น พละกำลังนั้นช่างน่าสยดสยองนัก

หากขาข้างนี้เหยียบเข้าที่หน้าอกของใครสักคนเข้าจริง ๆ เกรงว่าหัวใจและอวัยวะภายในทั้งหมดคงจะแหลกละเอียดคาที่ในทันที

“ไหนเจ้าบอกว่าจะมาส่งวิญญาณให้ข้าอย่างไรเล่า?”

“แล้วจะหนีทำไม?”

“พวกพระมักจะพูดกันติดปากไม่ใช่หรือว่า ‘หากข้าไม่ลงนรก แล้วใครจะลงนรก’ ?”

“เข้ามาสิ! มาส่งวิญญาณข้า! มาสยบพญาวานรในใจข้าให้ได้!”

“หากเจ้ามีความสามารถพอละก็นะ!”

ทันทีที่สิ้นคำพูด จินอันพลันเกิดลางสังหรณ์เตือนภัยขึ้นในใจ “ติงเว่ยสลายเคราะห์ ติงซื่อข้ามพ้นวิกฤต ติงเหม่าพ้นภัยพิบัติ!” เขาราวกับมีเทพมาสถิตช่วยอีกครั้ง สามารถหยั่งรู้ถึงภยันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาล่วงหน้าได้อย่างอัศจรรย์

ตามตำนานเทพปกรณัม ทวยเทพย่อมสามารถหลบหลีกสามภัยหกเคราะห์ได้ล่วงหน้าเสมอ

“จับตัวเจ้าได้แล้ว!”

ปราณโลหิตชาด! ระเบิดพลัง!

ประกายดาบพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แฝงไว้ด้วยความเร็วอันบ้าคลั่งประดุจพายุหมุน

ตูม!

ดาบนี้รุนแรงประดุจฟ้าผ่าลงกลางหินผา แม้แต่อากาศธาตุก็ยังถูกซัดจนเกิดเสียงกึกก้องกัมปนาท ออกมาจาง ๆ

ประกายดาบสีชาดเปลี่ยนจากการฟันเป็นการ "ทุบ" กระแทกเข้าใส่ประดุจขวานยักษ์เล่มมหึมาฟาดลงมาอย่างหนักหน่วง

โครม!!

หลวงจีนผู่จื้อดูราวกับเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาคมดาบด้วยตัวเอง เขาถูกปราณดาบสีแดงฉานหอบเอาร่างไปกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างโหดเหี้ยม ด้วยพละกำลังอันมหาศาลในครั้งนี้ พื้นดินใต้แผ่นหลังของเขาระเบิดออกในพริบตา ดินหินปลิวว่อนกระจาย นี่คือพลังแห่งวิถีเทพในการหยั่งรู้ภยันตราย! เป็นการรู้ล่วงหน้าที่ประดุจมีเทพเจ้ามาดลใจ!

ต่อให้หลวงจีนผู่จื้อจะเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้า ทว่าเขาก็ยังคงไร้ทางหลบหนี ร่างกายถูกปราณดาบสีแดงฉานกระแทกจนงอพับเป็นรูปตัวยูคาที่

ปุถุชนธรรมดาหรือจะอาจเอื้อมคาดเดาการคำนวณของเทพได้? วิถีแห่งเทพนั้นมิอาจหยั่งถึง!

เว้นเสียแต่ว่าจินอันจะไปเผชิญหน้ากับยอดคนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า ผู้ที่สามารถปกปิดร่องรอยแห่งจิตและซ่อนเร้นกายาได้อย่างมิดชิดกว่านี้

มิฉะนั้น... ทุกสิ่งล้วนต้องถูก ระเบิดให้แหลก! ระเบิดให้สิ้น! ระเบิดให้เป็นจุณ!

เท้าคชสาร!

ตึง!

“อั่ก!”

คราวนี้หลวงจีนผู่จื้อถูกซัดจนสติสัมปชัญญะหลุดลอย มิอาจหลบเลี่ยงแรงเหยียบย่ำประดุจคชสารคลั่งของจินอันได้อีก หน้าอกของเขาถูกกระแทกอย่างรุนแรง

กร๊อบ!!

มันคือเสียงของกระดูกที่หักสะบั้น

อานุภาพของลูกถีบนี้ พลังพุ่งทะลุทะลวงจากหน้าอกไปถึงแผ่นหลัง ราวกับถูกเท้าช้างเหยียบเข้าที่กลางยอดอกจริง ๆ แม้แต่พื้นดินใต้ร่างยังสั่นสะเทือนจนเกิดวงคลื่นอากาศและฝุ่นดินพุ่งกระจายออกเป็นวงกลม พื้นเบื้องล่างแตกราวเป็นใยแมงมุม

เห็นได้ชัดว่าลูกถีบนี้ของจินอันไม่มีความปรานีแต่อย่างใด พลังนั้นช่างดุดัน! แข็งกร้าว! และป่าเถื่อนถึงขีดสุด!

รูม่านตาของหลวงจีนผู่จื้อเริ่มขยายและพร่าเลือน แขนขาทั้งสี่อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ลมหายใจขาดห้วงไป... ตายแล้วอย่างนั้นหรือ?

จินอันรู้สึกว่าหลวงจีนผู่จื้อคนนี้ตายง่ายดายเกินไปหน่อยหรือเปล่า?

“ตายแล้วอย่างนั้นหรือ?”

“เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าใช้วิชาจำพวกเต่าจำศีล หรือวิชาแสร้งตายเพื่อตบตาหลบหนีไปจากเงื้อมมือข้า เช่นนั้นข้าจะช่วยสงเคราะห์ร่างไร้วิญญาณของเจ้าด้วยการสับสักหนึ่งพันดาบแบบแล่เนื้อถลกหนังดูซิว่าเจ้าจะตายจริงหรือตายปลอม”

จินอันดูเหมือนจะพึมพำกับศพบนพื้น หนึ่งพันดาบนั้นไม่ใช่แค่การประหารแบบแล่เนื้อแล้ว แต่มันคือการสับศพให้เละเป็นชิ้น ๆ ชัด ๆ!

ทว่าในจังหวะที่เขาเงื้อดาบขึ้นเตรียมจะสับร่างของพระรูปนี้ให้กลายเป็นเศษเนื้อจริง ๆ เหตุการณ์ประหลาดก็พลันบังเกิด!

ร่างของหลวงจีนผู่จื้อที่เดิมทีลมหายใจขาดสิ้นไปแล้วนั้น จู่ ๆ ศีรษะของเขากลับหมุนคว้างไปด้านหลังถึง 180 องศา! ซึ่งขัดต่อหลักสรีรศาสตร์ของมนุษย์โดยสิ้นเชิง ทว่าสิ่งที่พลิกกลับมานั้นไม่ใช่ท้ายทอย แต่นั่นกลับเป็น "ใบหน้าคน" อีกหน้าหนึ่ง!

ท้ายทอยที่ควรจะล้านเลี่ยนจากการปลงผมของพระ ในยามนี้กลับกลายเป็นใบหน้าที่มีหูตาคิ้วปากเหมือนกับหลวงจีนผู่จื้อทุกประการ แต่ใบหน้านี้ไม่ใช่ปางวัชรพิโรธอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็น "ปางเมตตา" ที่กำลังส่งยิ้มอันเปี่ยมสุขและเปี่ยมเมตตามาทางจินอัน

ทว่าภาพที่หัวหมุนกลับด้านปานลูกข่างจนท้ายทอยกลายเป็นใบหน้าที่กำลังยิ้มเผล่นี้ นอกจากจะไม่ชวนให้รู้สึกถึงความเมตตาหรือแสงธรรมอันรุ่งโรจน์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว กลับสร้างความรู้สึกสยองขวัญสั่นประสาทประดุจฝันร้ายในคืนอันมืดมิด

ใบหน้าเดิมของหลวงจีนผู่จื้อที่พลิกคว่ำลงไปนั้นกลับกลายเป็นท้ายทอย ส่วนท้ายทอยที่พลิกขึ้นมาด้านบนกลับกลายเป็นใบหน้าคนแทน ราวกับเป็นการย้อนกลับของความเป็นความตาย คนที่สิ้นลมหายใจไปแล้วกลับฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง หลวงจีนผู่จื้อที่เดิมทีสิ้นใจไปแล้วกลับมีปี๊ชีวิตที่เข้มแข็งปะทุออกมาอีกหน

คนที่มีหน้าพระถึงสองหน้า ก็เปรียบเสมือนมีสองชีวิต ภาพเหตุการณ์อันประหลาดพิสดารนี้ทำให้ในหัวของจินอันนึกไปถึง “พระพรหมสี่หน้า” ของประเทศไทยโดยสัญชาตญาณ

“เป็นไอ้พระมารที่ลวงโลกจริง ๆ ด้วย!”

“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นพระสองหน้าหรือสี่หน้า เจ้าฟื้นขึ้นมาครั้งหนึ่งข้าก็จะฟันเจ้าครั้งหนึ่ง ดูซิว่าเจ้าจะฟื้นคืนชีพได้สักกี่น้ำ!”

จินอันกระชับดาบด้วยสองมือ ปี๊ดาบพาดผ่านเป็นเงาสีแดงฉานที่ร้อนแรงและดุดัน เขาฟันดาบลงใส่ร่างของหลวงจีนผู่จื้ออย่างสุดกำลัง

ทว่า!

ภายในทรวงอกของหลวงจีนผู่จื้อ กลับมีลำแขนข้างหนึ่งพุ่งพรวดออกมาอย่างกะทันหัน โครม! แขนข้างนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าแท่งเหล็ก ยามปะทะกับดาบเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นประดุจโลหะกระทบกัน และมันสามารถต้านรับดาบของจินอันเอาไว้ได้อย่างมั่นคง

ฉ่า... ฉ่า... ฉ่า!

ฝ่ามือข้างนั้นแบกรับไอความร้อนลวกจากใบดาบจนถูกเผาไหม้ ส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงของศพเน่าโชยเข้าจมูก

ศพคนตายร่างหนึ่งราวกับคลานออกมาจากขุมนรก มันพุ่งทะลุออกมาจากภายในตัวของหลวงจีนผู่จื้อ! ยามนี้ศพปีศาจตนนั้นโผล่พ้นออกมาได้ครึ่งตัวแล้ว และยังคงพยายามตะเกียกตะกายคลานออกมาอย่างต่อเนื่อง!

ผิวหนังของศพนี้เป็นสีเขียวคล้ำคล้ายเหล็ก ดวงตาขุ่นมัวไร้ประกาย แววตาเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ใบหน้าตอบแห้งเหี่ยว ดูเหมือนยามมีชีวิตจะอดมื้อกินมื้อ และบนศีรษะนั้นกลับเป็นใบหน้าของชายเฒ่าที่ตอบแห้งดูคล้ายกับปีศาจหนู

ครั้นจินอันได้เห็นใบหน้าชายเฒ่าหน้าหนูตนนี้ สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป... นี่มันก็คือ “ศพเฒ่าหน้าหนู” ที่หายไปจากขบวนคุ้มภัยวิญญาณ ไม่ใช่หรือ!

ในชั่วพริบตา ความคิดต่าง ๆ ถล่มลึกเข้ามาในหัว เพียงเสี้ยววินาทีจินอันก็เข้าใจกระจ่างแจ้งแล้วว่า หลวงจีนผู่จื้อผู้นี้ไม่ใช่คนคุ้มภัยวิญญาณเลยสักนิด!

หลวงจีนผู่จื้อต่างหากที่เป็นคนปล้นสิ่งของหยิน! ไอ้พระมารรูปนี้แหละคือฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าล้างขบวนคุ้มกภัยวิญญาณจนสิ้นซาก!

จากนั้นเขาก็แสร้งทำเป็นผู้คุ้มภัยวิญญาณเข้าแจ้งความ เพื่อหาโอกาสติดต่อเชื่อมสัมพันธ์กับคนในที่ว่าการ แล้วจึงถือโอกาสนี้เข้าสู่เมืองฉางอย่างสง่าผ่าเผยเพื่อพักรักษาตัว... มิหนำซ้ำยังยอมรับการทาบทามจากทางการ กลายเป็นยอดฝีมือประจำที่ว่าการ จนสามารถเข้าถึงตัวบุคคลระดับผู้กุมอำนาจในท้องถิ่นอย่างหัวหน้ามือปราบเฝิง และผู้ว่าการอำเภอจางได้ทีละคน

ไม่ว่าจะเป็นหลวงจีนผู่จื้อ หรือศพเฒ่าหน้าหนู จินอันก็หาได้มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว

“ห้าอสนีบาตหยางบริสุทธิ์! มหาธรรมแห่งฟ้าดิน! จักรพรรดิอสนีบาตบูรพาผู้สะเทือนทวารสวรรค์! จักรพรรดิอสนีบาตทักษิณผู้อาบเพลิงกาฬสยบอัปมงคล! จักรพรรดิอสนีบาตประจิมผู้สยบปฐพีใต้เงามืด! จักรพรรดิอสนีบาตอุดรผู้พลิกนภาคว่ำมหาสมุทร! จักรพรรดิอสนีบาตกลางนภาผู้ทลายสวรรค์เหลือง! ยันต์ห้าอัสนีบาตพิชิตมาร...จงสำแดงเดช!

เปรี้ยง!!

อาคมอัสนีบาตปราบมาร ทัณฑ์สวรรค์ฟาด! เมื่อควันไฟจางหายไป หลวงจีนผู่จื้อที่นอนอยู่บนพื้นก็ได้กลายเป็นศพไหม้เกรียมที่มีควันสีเขียวลอยกรุ่นออกมา

ศพเฒ่าหน้าหนูที่เคยซ่อนอยู่ในทรวงอกของหลวงจีนผู่จื้อหายสาบสูญไปแล้ว

บนใบหน้าของหลวงจีนผู่จื้อไม่มีทั้งปางวัชรพิโรธ หรือปางเมตตาอีกต่อไป แต่มันได้กลับกลายเป็นใบหน้าธรรมดาสามัญอย่างที่เคยเป็นมา

และในวินาทีนั้นเอง สัมผัสแห่งวิถีสวรรค์ ที่คุ้นเคยก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของจินอัน!

นี่คือเครื่องหมายยืนยันว่าหลวงจีนผู่จื้อที่อยู่ตรงหน้านี้ได้สิ้นใจลงอย่างสมบูรณ์แล้ว ทว่าจินอันไม่มีเวลามาตรวจสอบจำนวนแต้มบุญกุศลที่ได้รับ เขาทำเพียงรีบก้มลงฟันซ้ำที่จุดตายของผู่จื้ออีกไม่กี่ดาบเพื่อความมั่นใจ ก่อนจะกระชับดาบพุ่งทะยานไล่ล่าไปตามทิศทางที่ชายเฒ่าหลังค่อมหายลับไปในความมืดทันที

ทว่าผลลัพธ์นั้นชัดเจนยิ่งนัก...

จินอันมิอาจตามรอยชายเฒ่าหลังค่อมผู้นั้นได้ทันเสียแล้ว

เขาสงสัยว่า "อาจารย์สักวิญญาณ" ผู้นี้อาจจะมีวิชาแปลงโฉมและวิชาหดกระดูกติดตัว มิฉะนั้นคงหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ว่าเหตุใดทุกครั้งที่พบกัน ใบหน้าของมันถึงไม่เคยซ้ำกันเลยสักครั้งเดียว

การไล่ล่าดำเนินไปจนกระทั่งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณมาเยือน เส้นขอบฟ้าเริ่มปรากฏสีขาวนวลราวท้องปลา

อาทิตย์อุทัยฉายแสงทางทิศบูรพา... แผดเผาทำลายมวลหมู่ปีศาจและภูตผีทั้งปวงให้สิ้นซากไป

ปราณบริสุทธิ์ลอยสูงขึ้น ปราณขุ่นมัวจมดิ่งสู่เก้าขุมนรก ฟ้าดินกลับคืนสู่ความกระจ่างใสอีกครั้ง ปัดเป่ามวลหมู่ภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายให้สิ้นซาก

วิชาเพ่งปราณ แต้มบุญกุศล —

4,714 แต้ม!

สังหารหลวงจีนผู่จื้อเพียงคนเดียว กลับได้แต้มบุญถึงสองพัน จินอันรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

เขารีบก้มลงมอง “ยันต์ห้าอสนีบาตพิชิตมาร” ในมือ และก็เป็นไปตามคาด รูปสัญลักษณ์สายฟ้าที่เหลืออยู่อีกสองบนยันต์ บัดนี้ความศักดิ์สิทธิ์ได้มลายหายไปสิ้นแล้ว

ยันต์ห้าอสนีบาตพิชิตมารใบนี้ ซึ่งถูกใช้งานไปสองครั้งและช่วยเขาสั่งสมแต้มบุญกุศลได้ถึงห้าพันแต้ม บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงกระดาษยันต์สีเหลืองธรรมดาที่ไร้ซึ่งพลังอาคม

“พี่เสือ(ยันต์) ท่านวางใจเถิด การเสียสละของท่านเพียงหนึ่งเดียว จะมีลูกหลานเหลนโหลนอีกนับหมื่นนับพันสืบทอดเจตนารมณ์ต่อจากท่านอย่างไม่ขาดสาย ในภายภาคหน้าข้าจะไม่ปฏิบัติอย่างลำเอียงต่อเหล่าลูกหลานนับหมื่นของท่านแน่นอน”

จินอันกล่าวด้วยน้ำเสียงเที่ยงธรรมและหนักแน่น

ไม่มีวี่แววของความหน้าด้านไร้ยางอายแม้แต่น้อย

“นึกไม่ถึงเลยว่าการฆ่าหลวงจีนผู่จื้อจะได้รับแต้มบุญกุศลถึงสองพันแต้ม หนึ่งพันแต้มมาจากศพเฒ่าหน้าหนูนั่นพอจะเข้าใจได้ แต่อีกหนึ่งพันแต้มที่เหลือนี่... หรือว่าจะมาจากตัวผู่จื้อเองที่เป็นผู้บำเพ็ญสายมารและแบกรับบาปกรรมจากการเข่นฆ่าเอาไว้มากมายกันนะ?”

“ไอ้หลวงจีนผู่จื้อนี่มันฝึกวิชาสายเดรัจฉานประเภทไหนกันแน่ นอกจากจะฝึกจนมีพระสองหน้าและคืนชีพมีสองชีวิตได้แล้ว แม้แต่ในร่างกายยังซ่อนศพอาถรรพ์เอาไว้ได้อีก ไม่รู้ว่าข้างในตัวมันจะยังซุกซ่อนวิญญาณร้ายหรือศพปีศาจเอาไว้อีกมากเท่าไหร่กันเชียว?”

ไม่ว่าบนตัวของผู่จื้อจะยังมีไพ่ตายที่ยังไม่ได้งัดออกมาอีกกี่ใบ จินอันก็รู้สึกโชคดีที่เขาตัดสินใจใช้ยันต์ห้าอสนีบาตพิชิตมารอย่างเด็ดขาด จนทำให้ผู่จื้อไม่มีโอกาสได้ใช้ไม้ตายเหล่านั้น

เมื่อนึกถึงผู่จื้อ จินอันก็ฉุกคิดได้ว่าศพของเขายังไม่ได้จัดการให้เรียบร้อย เขาจึงจำต้องล้มเลิกการไล่ล่าชายเฒ่าหลังค่อมและมุ่งหน้ากลับไป

ในวันนี้เขายังมีอีกเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ นั่นคือการไปหารือกับผู้ว่าการจาง ถึงวิธีการจัดการกับ “ต้นชิงเฉียนหลิว”

ในเมื่อพิสูจน์แล้วว่าพวกทูตกระชากวิญญาณและยมทูตนั้นเป็นตัวปลอม ดูท่าตอนนี้คงเหลือเพียงวิธีเดียวคือการใช้ "ดินปืน" ทำลาย “ต้นไม้เทพพันปี” ต้นนี้เสียให้สิ้นซาก

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 116: พระสองหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว