เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100: คนในภาพ

บทที่ 100: คนในภาพ

บทที่ 100: คนในภาพ


บทที่ 100: คนในภาพ

หลังจากผ่านการตรวจสอบม้วนภาพทั้งสองนี้อย่างละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ

พวกมันเป็นเพียงม้วนภาพวาดธรรมดาทั่วไปเท่านั้น

ไม่ใช่ของเก่าที่มีค่า ทั้งไม่ใช่ภาพวาดหรืออักษรพู่กันจากปลายปากกาของศิลปินชื่อดังคนใด

ด้วยเหตุนี้ คนทั้งกลุ่มจึงเดินมุ่งหน้าไปยังภาพวาดที่สามภายในห้อง

มันคือภาพวาด "บัณฑิตหนุ่มผู้โดดเดี่ยวท่ามกลางลำน้ำฤดูเหมันต์"

ทว่าภาพวาดภาพนี้กลับไม่ได้แขวนไว้ที่หลังโต๊ะทำงาน แต่แขวนไว้ที่บริเวณหัวเตียงนอนของเจ้าสำนักพรรคชิงสุ่ย

ในภาพวาดนั้น มองเห็นใบหน้าด้านข้างของบัณฑิตหนุ่มเพียงแค่ครึ่งเสี้ยวเท่านั้น

แต่ทว่า....

ทว่าเพียงแค่ใบหน้าด้านข้างเพียงครึ่งเสี้ยวนั้น ก็เพียงพอจะมองออกแล้วว่าบัณฑิตผู้นี้มีรูปโฉมงดงามหมดจด

“หรือว่า... เจ้าสำนักพรรคชิงสุ่ยจะเป็นพวก เพื่อนรักนักขุนทอง?”

“เป็นลูกผู้ชายอกสามศอกแท้ ๆ หากจะแขวนภาพในห้องก็น่าจะแขวนภาพหญิงงาม ที่ดูนุ่มนิ่มอ้อนแอ้นสิ ไฉนถึงมาแขวนภาพผู้ชายที่ดูจืดชืดแบบนี้?”

“แถมยังแขวนไว้ตรงตำแหน่งหัวเตียงตัวเองอีกด้วยนะ... จุ๊ ๆ”

“พวกเจ้าลองดูมุมที่ม้วนภาพนี้หันไปสิ มองดูแล้วเหมือนกับว่าบัณฑิตในภาพกำลังจ้องมองเจ้าสำนักพรรคชิงสุ่ยที่นอนอยู่บนเตียงในทุก ๆ คืนเลยว่าไหม?”

คนที่กระซิบกระซาบวิจารณ์อยู่ข้างหลังครั้งนี้ ก็ยังคงเป็นกลุ่มมือปราบจอมกะล่อน เจ้าเดิม

ทว่า... ผู้พูดไม่คิด แต่ผู้ฟังกลับฉุกใจ

จินอันและมือปราบเฝิงลองเพ่งพินิจทิศทางของภาพวาดนั้นดูอย่างละเอียด ดวงตาทั้งสองข้างของบัณฑิตหนุ่มในภาพ แม้จะดูเหมือนกำลังทอดมองไปยังลำน้ำอันหนาวเหน็บ แต่เนื่องจากตำแหน่งที่แขวนภาพนั้นช่างประจวบเหมาะ ผลที่ได้จึงกลายเป็นว่าเขากำลังจ้องมองคนที่อยู่บนเตียงพอดิบพอดี

มันคือเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือ?

เมื่อปลายนิ้วสัมผัสลงบนกระดาษวาดเขียน และได้รับรู้ถึงผิวสัมผัสในแวบแรก จินอันก็พลันอุทาน "หือ" ออกมาทันที

“มือปราบเฝิง ท่านลองมาสัมผัสม้วนภาพใบนี้ดูสิ รู้สึกถึงอะไรบ้างหรือไม่?”

จินอันเอ่ยเรียกมือปราบเฝิงให้เข้ามาดู

ทันทีที่มือปราบเฝิงสัมผัสถูกม้วนภาพ ปลายนิ้วของเขาก็สะดุ้งเฮือกราวกับถูกไฟฟ้าช็อตจนต้องรีบชักมือกลับในทันที มือปราบเฝิงกล่าวด้วยความตกใจว่า เหตุใดภาพวาดนี้จึงได้เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำในแม่น้ำช่วงฤดูหนาวเดือน 12 เสียอีก มันช่างหนาวเย็นเหลือเกิน

สิ้นคำพูดนั้น มือปราบเฝิงก็เปลี่ยนเป็นดีใจทันควัน: “คุณชายจินอัน หรือว่าภาพวาดใบนี้จะมีปัญหา?”

“เหล่าฟู่ เจ้าพากำลังคนไปตรวจสอบตามห้องอื่น ๆ บนเรือทีสิว่า บนเรือลำนี้มีม้วนภาพที่ลักษณะคล้ายกันนี้อีกกี่ใบ... เหล่าฟู่ เหล่าฟู่?”

ครั้นเห็นว่าเนิ่นนานแล้วแต่กลับไร้เสียงขานรับ มือปราบเฝิงจึงหันกลับไปมองด้านหลัง

มือปราบคนอื่นจึงตอบกลับมาว่า: “มือปราบเฝิง ตั้งแต่ตอนที่ท่านสั่งให้พี่เหล่าฟู่พากำลังคนออกไปข้างนอก เขาก็ยังไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย”

มือปราบเฝิงขมวดคิ้วมุ่น

“เหอไฉซาน เจ้าออกไปเรียกเหล่าฟู่กลับมาที”

ทว่าใครจะไปคาดคิด...

เหอไฉซานผู้นี้เมื่อออกไปแล้ว ก็หายเงียบไปไม่กลับมาอีกคน

มือปราบเฝิงเฝ้ารอแล้วรอเล่า ก็ยังไร้แววว่าเหอไฉซานจะกลับมา

จนกระทั่งถึงตอนนี้ ทุกคนถึงเพิ่งจะเริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ... ภายนอกห้องนั้นช่างเงียบสงัดเหลือเกิน

ทั้งที่มีพี่น้องมากมายรวมตัวกันอยู่หน้าประตูบ้าน แต่เหตุใดจึงไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยจอกแจกจอแจหลุดรอดเข้ามาเลยแม้แต่นิดเดียว?

จินอันและมือปราบเฝิงรีบนำกำลังคนรุดไปที่ประตูทันที แต่กลับพบว่าประตูห้องปิดสนิท ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหอไฉซานปิดมันลงตอนที่เดินออกไปหรือไม่?

ทว่า... เรื่องประหลาดกลับดาหน้าอุบัติขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าเหล่ามือปราบในที่นั้นรวมถึงมือปราบเฝิงจะออกแรงเปิดประตูสักเพียงใด บานประตูที่ดูท่าทางไม่ได้หนาหนักอะไรเลยนั้น กลับไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

มันนิ่งสนิทไร้การไหวติง

แข็งแกร่งประดุจหินผาเหล็กกล้า

มือปราบเฝิงตกตะลึงอย่างยิ่ง

ก่อนจะตีสีหน้าเคร่งขรึมลง

สถานการณ์ตรงหน้านี้ชัดเจนจนเกินพอแล้ว พวกเขาถูกล้อมคอกจับตะพาบ เข้าเสียแล้ว!

กลายเป็น ตะพาบ ที่ติดอยู่ในกับดักของผู้อื่นเสียเอง!

จินอันลองขยับเข้าไปผลักประตูดูเช่นกัน แต่มันก็ไม่ไหวติงแม้เพียงนิด เขาจึงกวาดสายตามองไปรอบห้องพลางนิ่งอึ้งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ปราณโลหิตชาด

ลมปราณและโลหิตเดือดพล่าน รุ่มร้อนจนเส้นเลือดดำ-เส้นเลือดแดงบนลำแขนปูดโปนขึ้นมาทีละเส้น

ชิ้ง!

จิ้นอันชักดาบออกจากฝัก

ในพริบตาที่ ดาบพยัคฆ์อาฆาต ถูกชักออกมา ปราณอาฆาตพยาบาท ที่เข้มข้นและเย็นเยียบเหนือคำบรรยายบนตัวดาบ ก็ควบแน่นกลายเป็นเงาร่างปีศาจประหลาดที่เกิดจากการรวมตัวกันของมือมนุษย์นับสิบๆ คู่ ซึ่งดวงตาปุถุชนทั่วไปมิอาจมองเห็นได้

เงาร่างปีศาจนั้นยังคงคิดจะเล่นงานจินอันเหมือนเช่นเคย หมายจะชิงร่าง เข้าครอบงำกายหยาบของจินอัน

ทว่า... ยังไม่ทันที่มันจะได้สัมผัสตัวจินอัน

มันกลับถูกพลังอำนาจของดาบพยัคฆ์อาฆาตสยบลงโดยตรง ในที่สุดก็ได้แต่ส่งเสียงคำรามโหยหวนด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ ก่อนจะถูกลากกลับเข้าไปภายในตัวดาบ กลายเป็นปราณอาฆาตสยบมาร อันเข้มข้นที่แผ่ซ่านอยู่บนพื้นผิวดาบ ส่งผลให้ประกายความคมของใบดาบเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล

ปราณอาฆาตสยบมารสามารถพิชิตสิ่งชั่วร้าย! ศัสตราแห่งกรรมสังหารคือเครื่องรางสยบอาถรรพ์ สามารถสะกดสิ่งอัปมงคลได้!

ปราณโลหิตชาด! ระเบิดออก!

“จงพังไปเสีย!”

ดาบพยัคฆ์อาฆาตในมือของจินอัน แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีแดงฉานผสานกับปราณอาฆาตสีดำที่มนุษย์ทั่วไปมิอาจมองเห็น ราวกับขวานยักษ์จามลงมาอย่างหนักหน่วง ฟาดเข้าใส่ประตูไม้เบื้องหน้าเต็มแรง

ตูม!

เสียงระเบิดกึกก้องปานสายฟ้าฟาดดังขึ้นข้างหู ทว่าเบื้องหน้ากลับไม่มีฝุ่นควันม้วนตัวขึ้นมา และไม่มีเศษไม้กระเด็นว่อนออกมาแม้แต่ชิ้นเดียว

ท่ามกลางสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของทุกคน...

ประตูห้องเบื้องหน้ากลับดูราวกับแผ่นกระดาษที่ทนรับความร้อนแรงไม่ไหว มันถูกจุดติดไฟมอดไหม้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น!

เถ้าถ่านที่เกิดจากการเผาไหม้แผ่นกระดาษปลิวว่อนไปในอากาศ ก่อนจะตกลงบนใบหน้าของทุกคน พร้อมกับทิ้งสัมผัสอุ่นจัดเอาไว้เล็กน้อย

จนกระทั่งถูกความร้อนที่หลงเหลืออยู่ในเถ้าถ่านลวกเข้าให้ ทุกคนถึงเพิ่งจะได้สติตื่นจากภวังค์ และเกิดความโกลาหลขึ้นมาทันทีราวกับฝูงมดในหม้อที่กำลังเดือดพล่าน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

“ประตูไม้ดี ๆ ไฉนถึงกลายเป็นกระดาษไปได้?”

เหล่ามือปราบตกใจจนทำอะไรไม่ถูก บนใบหน้าของทุกคนเริ่มปรากฏร่องรอยของความตื่นตระหนก ความเคร่งเครียด และความหวาดผวา

“ภาพหลอนใช่ไหม?”

“พวกเราต้องตาฝาดไปเองแน่ ๆ ใช่ไหม!”

มือปราบคนหนึ่งคิดว่าเป็นเพราะตนเองเกิดภาพหลอน จึงหันไปคว้าตะกียงน้ำมันที่เปลวไฟกำลังพริ้วไหวอยู่บนโต๊ะข้างกาย แล้วทุ่มลงบนเครื่องเรือนไม้จนแตกกระจายเสียงดัง "เพล้ง!"

ทว่า... เรื่องประหลาดกลับเกิดขึ้น

น้ำมันตะเกียงสาดกระจายไปทั่วพื้นลุกไหม้เป็นไฟกองโต แต่เครื่องเรือนไม้และพื้นไม้ที่อยู่ใต้เท้ากลับไร้รอยขีดข่วน ไม่ถูกไฟจุดติดเลยแม้แต่น้อย

นี่คือสิ่งที่ขัดต่อสามัญสำนึกของมนุษย์โดยสิ้นเชิง

ทุกคนต่างชะงักงันไปพร้อมกัน จากนั้นความหวาดกลัวก็แล่นวูบจนรู้สึกหนังหัวตึงเปรี๊ยะ

ฉากเหตุการณ์ตรงหน้านี้ อย่าว่าแต่จะทำให้เหล่ามือปราบที่เป็นปุถุชนคนธรรมดาต้องขวัญกระเจิงเลย แม้แต่จินอันที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์อันวิปริตนี้ ก็ยังรู้สึกใจคอไม่ดีเช่นกัน

จินอันเดินตรงไปยังเครื่องเรือนไม้ชิ้นนั้น แล้วตวัดดาบพยัคฆ์อาฆาตที่อาบด้วยแสงสีแดงฉานเข้าใส่

ตูม!

ภายใต้คมดาบที่เปี่ยมด้วยปราณร้อนแรง เครื่องเรือนไม้ตรงหน้าพลันลุกไหม้โชติช่วง แปรสภาพกลายเป็นเถ้าถ่านของเศษกระดาษที่ปลิวว่อนไปทั่วชั้นฟ้า

“กระดาษรึ?”

“ของ หุ่นกระดาษอย่างนั้นรึ?”

ภาพเหตุการณ์ตรงหน้านี้ ช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน

หุ่นกระดาษ นั้น เป็นสิ่งของเครื่องเซ่นไหว้ที่ทำขึ้นเพื่อเผาให้แก่คนตายโดยเฉพาะ ทว่าในโลกใบนี้นอกจากหุ่นกระดาษแล้ว ช่างทำเครื่องกระดาษ ยังสามารถประดิษฐ์บ้านกระดาษ เรือกระดาษ ม้ากระดาษ สาวใช้กระดาษ ไปจนถึงเกี้ยวระดาษ...

ผีบังตาอย่างนั้นหรือ?

จินอันตกตะลึง หรือแท้จริงแล้วตั้งแต่ต้นพวกเขามิได้ก้าวขึ้นมาบนเรือจริง ๆ แต่กลับเดินหลงเข้ามาใน "เรือกระดาษกงเต๊ก" ที่เกิดจากอาคมผีบังตา?

“ทะ... ท่านต้องอาถรรพ์เข้าแล้ว นี่มันเรือผี! นี่คือเรือวิญญาณชัดๆ!

ในตอนนั้นเอง มือปราบคนหนึ่งที่ขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว ก็ตะโกนแทรกความคิดของจินอันขึ้นมา

“เริ่มจากสองพี่น้องฝูหายตัวไป ตามด้วยพี่เหล่าฟู่ เหอไฉซาน และพี่น้องอีกหลายสิบคนที่อยู่หน้าประตู ทุกคนทยอยหายสาบสูญไปทีละคน พวกเราต้องถูกสิ่งชั่วร้ายเล่นงานเข้าแล้วแน่ ๆ อีกไม่นานก็คงถึงคราวข้า!”

“พวกเราจะต้องตาย! ต้องตายกันหมดแน่ ๆ!”

มือปราบผู้นั้นสติแตกพลางแผดเสียงร้องโวยวายด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความกลัว พยายามจะวิ่งหนีออกไปข้างนอก

เพียะ!

มือปราบเฝิงฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าของมือปราบที่ขวัญเสียผู้นั้นจนสลบเหมือดไปในทันที

“ใครกล้าบังอาจกล่าววาจาอัปมงคลปั่นป่วนจิตใจคนในกองทัพอีก ครั้งหน้าข้าจะฆ่าทิ้งเสีย!”

"ในยามสถานการณ์ไม่ปกติ จำต้องใช้บทลงโทษที่รุนแรง"

มือปราบเฝิงฉายแววตาเหี้ยมเกรียมกวาดมองไปยังเหล่ามือปราบที่เหลืออยู่ มือปราบคนใดที่เผลอไปสบเข้ากับสายตาอันดุดันของเขาก็ต้องรีบก้มหน้าลงโดยพลัน ไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืนต่ออำนาจบารมี ที่มือปราบเฝิงสั่งสมมานานหลายปีในที่ทำการ

แม้ความวุ่นวายจะถูกกดลงได้ชั่วคราว แต่มือปราบเฝิงรู้ซึ้งดีว่าวิกฤตยังไม่ได้รับการแก้ไข เขาจึงรีบกระซิบขอความช่วยเหลือจากจินอันด้วยความร้อนรน: “คุณชายจินอัน ต่อไปพวกเราควรทำอย่างไรดี?”

พวกเขากลุ่มนี้มองไม่เห็น "สิ่งสกปรก" (สิ่งสกปรกคือคำเลี่ยง สิ่งชั่วร้าย สิ่งอัปมงคล ภูผีปีศาจ)

ในยามนี้ ฟางเส้นสุดท้าย ที่จะช่วยชีวิตทุกคนได้ จึงตกไปอยู่ที่ตัวของจินอันแต่เพียงผู้เดียว

จินอันซึ่งตอนนี้เริ่มจะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าได้แล้ว จึงกล่าวออกไปอย่างเฉียบขาด: “ไปหยิบม้วนภาพที่แขวนอยู่บนหัวเตียงของเจ้าสำนักพรรคชิงสุ่ยมา แล้วรีบลงจากเรือทันที!”

ทว่า...

เมื่อจินอันและมือปราบเฝิงพากำลังคนเดินกลับไปที่หัวเตียงอีกครั้ง พวกเขากลับพบว่า "บัณฑิต" ในภาพวาดได้ อันตรธานหายไปแล้ว!

บนภาพวาดหลงเหลือเพียงแม่น้ำอันหนาวเหน็บและดวงจันทร์ที่แขวนอยู่กลางนภากาศเท่านั้น!

ปรากฏพื้นที่ว่างเปล่าขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา!

“นี่มัน...”

มือปราบเฝิงและพวกที่เหลือต่างพากันขนลุกชันไปทั่วแผ่นหลัง คนในภาพวาด... จะหนีหายไปได้อย่างไร?

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 100: คนในภาพ

คัดลอกลิงก์แล้ว