เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - จะหักสองมือข้าให้พิการอย่างนั้นหรือ

บทที่ 5 - จะหักสองมือข้าให้พิการอย่างนั้นหรือ

บทที่ 5 - จะหักสองมือข้าให้พิการอย่างนั้นหรือ


บทที่ 5 - จะหักสองมือข้าให้พิการอย่างนั้นหรือ

นักรบระดับสอง!

นับตั้งแต่เริ่มบ่มเพาะจนก้าวล่วงสู่นักรบระดับสอง หวงเสี่ยวหลงใช้เวลาเพียงสามวันเศษเท่านั้น! แม้ไม่อาจฟันธงได้ว่าจะไม่มีผู้ใดมาลบสถิตินี้ได้ในภายภาคหน้า ทว่าในอดีตกาลที่ผ่านมา ย่อมไม่เคยมีผู้ใดทำได้เฉกเช่นเขาอย่างแน่นอน!

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ที่ครอบครองวิญญาณยุทธ์ระดับสิบต้องใช้เวลาราวหนึ่งปีในการทะลวงสู่ระดับสอง ต่อให้เป็นวิญญาณยุทธ์ระดับสุดยอดทั่วไปก็ยังต้องใช้เวลาราวครึ่งปี

ทว่าหวงเสี่ยวหลงกลับใช้เวลาเพียงสามวันเท่านั้น!

หวงเสี่ยวหลงข่มความตื่นเต้นในใจ โคจรเคล็ดวิชาต่อไป ปราณยุทธ์ภายในเส้นชีพจรชั้นที่สองค่อยๆ สงบลง ไหลรินอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกระแสเชื่องช้า

หากเปรียบเส้นชีพจรชั้นแรกเป็นดั่งลำธารเล็กๆ เช่นนั้นเส้นชีพจรชั้นที่สองก็คงเป็นดั่งแม่น้ำสายย่อม ที่ทั้งกว้างขวางและยิ่งใหญ่กว่า สามารถรองรับปราณยุทธ์ได้มากขึ้นเป็นทวีคูณ

หนึ่งราตรีผันผ่าน

เมื่อแสงตะวันอันอบอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระทบเรือนร่าง หวงเสี่ยวหลงจึงหยุดการบ่มเพาะและลืมตาขึ้น หลังจากฝึกฝนมาตลอดทั้งคืน ในที่สุดพลังนักรบระดับสองของเขาก็เข้าที่เข้าทางและมีความเสถียร

"ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กหวงเหว่ยผู้นั้นบ่มเพาะไปถึงขั้นใดแล้ว" หวงเสี่ยวหลงคิดในใจ ก่อนจะลุกขึ้นกระโดดลงจากเตียง เดินออกจากห้องพัก อาบไล้แสงตะวันพลางยืดเส้นยืดสาย

เมื่อเดินออกมาจากห้อง สายตาของหวงเสี่ยวหลงก็กวาดไปเห็นก้อนหินสูงครึ่งเมตรที่มุมลานเรือน ซึ่งถูกตนเตะกระเด็นมาเมื่อหลายวันก่อน เขาจึงเดินทอดน่องเข้าไปหา เมื่อมาหยุดยืนเบื้องหน้าก้อนหิน หวงเสี่ยวหลงก็ยกมือขวาขึ้น ฝ่ามือทอประกายวาบวับ ปราณยุทธ์ปะทุออก ฟาดฝ่ามือลงไปอย่างแรง ก้อนหินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เศษหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงมากองกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น

หวงเสี่ยวหลงรั้งฝ่ามือขวากลับ บนก้อนหินปรากฏรอยร้าวเล็กๆ เป็นทางยาว เมื่อเห็นผลลัพธ์จากพลังฝ่ามือนี้ เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เป็นดั่งที่คาดคิดไว้ เมื่อเลื่อนขั้นสู่ระดับสองขั้นต้น พลังโจมตีของเขาก็ทัดเทียมกับยอดฝีมือระดับสองขั้นปลายแล้ว พลังจากหนึ่งฝ่ามือเทียบเท่ากับหินผาสองก้อน

หากเป็นบนโลกใบเก่า การที่เด็กอายุเจ็ดขวบจะมีพละกำลังถึงสองร้อยสี่สิบชั่ง ย่อมเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจนยากจะจินตนาการ ทว่าในโลกแห่งวิญญาณยุทธ์ใบนี้ มันกลับไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดเลย

หวงเสี่ยวหลงเดินออกจากลานเรือนพัก มุ่งหน้าไปยังเรือนฝั่งตะวันออก

ทว่าเพิ่งก้าวพ้นลานเรือนมาได้ไม่ไกลนัก ก็แว่วเสียงองครักษ์ประจำหมู่บ้านสองสามคนที่อยู่เบื้องหน้ากำลังจับเข่าคุยกัน

"จึ๊ๆ ได้ยินมาว่านายน้อยหวงเหว่ยใช้เวลาเพียงสามวันก็สามารถควบแน่นปราณยุทธ์ได้สำเร็จแล้ว! ย้อนกลับไปตอนที่พวกเราควบแน่นปราณยุทธ์สำเร็จ ต้องใช้เวลาเกือบสองเดือนเชียวนะ! หากเป็นเช่นนี้ เกรงว่านายน้อยหวงเหว่ยคงใช้เวลาไม่ถึงสี่เดือนก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน!"

"ไม่รู้ว่าการบ่มเพาะของนายน้อยหวงเสี่ยวหลงเป็นเช่นไรบ้าง"

"นายน้อยหวงเสี่ยวหลงอย่างนั้นหรือ พรสวรรค์ของนายน้อยหวงเสี่ยวหลงแม้จะไม่เลว ทว่าการจะควบแน่นปราณยุทธ์ให้สำเร็จก็คงต้องใช้เวลานานนับเดือน ไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับนายน้อยหวงเหว่ยได้เลย การจะทะลวงเข้าสู่ระดับหนึ่งคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีเป็นแน่!"

เจ้าเด็กหวงเหว่ยผู้นั้นควบแน่นปราณยุทธ์สำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ หวงเสี่ยวหลงเอามือไพล่หลัง ยืนมองกลุ่มองครักษ์ที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เดินจากไปด้วยท่าทีราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย

เมื่อแผ่นหลังขององครักษ์เหล่านั้นลับสายตา หวงเสี่ยวหลงก็หมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนฝั่งตะวันออก ครู่ต่อมาก็มาถึง เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ ก็พบว่าบิดาหวงเผิงและมารดาซูเยี่ยนอยู่กันพร้อมหน้า นอกจากบิดามารดาแล้ว ยังมีน้องสาวหวงหมิ่นและน้องชายวัยสี่ขวบหวงเสี่ยวไห่อยู่ด้วย

"ท่านพ่อ ท่านแม่" หวงเสี่ยวหลงก้าวเข้าไปในห้องโถงพลางเอ่ยเรียก

"นั่งลงสิ" หวงเผิงเงยหน้าขึ้น ชี้ไปยังเก้าอี้ด้านข้างห้องโถง หว่างคิ้วแฝงไว้ด้วยความกลัดกลุ้มจางๆ เมื่อหวงเสี่ยวหลงนั่งลง ก็พบว่าสีหน้าของซูเยี่ยนเองก็เต็มไปด้วยความกังวลเช่นเดียวกัน จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "ท่านพ่อ ท่านแม่ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือขอรับ"

"เมื่อหลายวันก่อน เจ้าไปทุบตีบุตรชายของโจวกวงมาใช่หรือไม่" หวงเผิงจ้องมองบุตรชายพลางเอ่ยถาม

หวงเสี่ยวหลงหันไปมองหวงหมิ่นน้องสาวที่อยู่ด้านข้างทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรื่องนี้ยัยหนูหวงหมิ่นต้องเป็นคนเอามาฟ้องอย่างแน่นอน เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลงปรายตามองมา หวงหมิ่นก็แลบลิ้นปลิ้นตา ไม่กล้าสบตากับผู้เป็นพี่

"เด็กนั่นมันรนหาที่เอง" หวงเสี่ยวหลงตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ

หวงเผิงและซูเยี่ยนถึงกับชะงักงัน หันมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง

"หลายวันนี้ การบ่มเพาะของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" ผ่านไปครู่หนึ่ง หวงเผิงก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องนี้ต่อ เปลี่ยนเรื่องคุยแทน การที่หวงเสี่ยวหลงหมกตัวอยู่แต่ในเรือนพักเพื่อบ่มเพาะอย่างหนักหน่วงไม่แบ่งกลางวันกลางคืนตลอดหลายวันที่ผ่านมา หวงเผิงและซูเยี่ยนล้วนเห็นอยู่ในสายตา สำหรับเรื่องนี้ ทั้งสองรู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อได้ยินบิดาถามถึงเรื่องการบ่มเพาะ หวงเสี่ยวหลงก็ลังเลใจเล็กน้อย ควรจะบอกความจริงแก่บิดามารดาดีหรือไม่ หรือควรจะปิดบังความแข็งแกร่งส่วนหนึ่งเอาไว้ แล้วบอกเพียงว่าตนเองก็ควบแน่นปราณยุทธ์สำเร็จแล้วเช่นกัน

เมื่อหวงเผิงเห็นสีหน้าลังเลของบุตรชาย ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปลอบใจ

"เพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่วัน หากเจ้ายังควบแน่นปราณยุทธ์ไม่สำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ตอนที่พ่อควบแน่นปราณยุทธ์ ก็ยังต้องใช้เวลาเกือบเดือนเชียวนะกว่าจะสำเร็จ"

"ใช่แล้วเสี่ยวหลง พรสวรรค์ของเจ้าสูงส่งกว่าบิดาของเจ้าเสียอีก ผ่านไปหนึ่งเดือน เจ้าจะต้องควบแน่นปราณยุทธ์สำเร็จได้อย่างแน่นอน!" ซูเยี่ยนกล่าวเสริม

ที่แท้ เมื่อทั้งสองเห็นหวงเสี่ยวหลงมีท่าทีอึกอัก ก็หลงคิดไปว่าหวงเสี่ยวหลงยังควบแน่นปราณยุทธ์ไม่สำเร็จ จึงรู้สึกละอายใจที่จะตอบคำถาม

เมื่อหวงเสี่ยวหลงได้ฟังคำพูดของบิดามารดาก็ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะลอบยิ้มขื่นในใจ ทว่าเมื่อไตร่ตรองดูแล้ว หวงเสี่ยวหลงก็เลือกที่จะโอนอ่อนผ่อนตามคำกล่าวของทั้งสอง

"ท่านพ่อ ท่านแม่ วางใจเถอะขอรับ ภายในหนึ่งเดือน ข้าจะต้องควบแน่นปราณยุทธ์ให้จงได้!"

หวงเผิงและซูเยี่ยนได้ยิน 'คำสาบาน' ของบุตรชาย ภายในใจก็เปี่ยมล้นไปด้วยความปีติ

ทว่าความกลัดกลุ้มระหว่างคิ้วของทั้งสองกลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นไปอีก ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงกำลังสงสัยอยู่นั้น หวงเผิงก็เอ่ยขึ้น

"เสี่ยวหลง เมื่อวันก่อน หวงเหว่ยปล่อยข่าวลือออกมา ว่าจะหักสองมือของเจ้าให้พิการในงานประชันยุทธ์ประจำปีของตระกูล!"

หวงเสี่ยวหลงจึงได้เข้าใจกระจ่างแจ้ง ว่าเหตุใดบิดามารดาจึงมีท่าทีกังวลใจนัก

หากเป็นผู้อื่นอาจจะไม่กล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้ ทว่าในเมื่อหวงเหว่ยเป็นผู้ลั่นวาจา ถึงเวลางานประชันยุทธ์ มันก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะลงมือหักมือของเขาให้พิการจริงๆ หวงเสี่ยวหลงรู้ดีว่า ต่อให้หวงเหว่ยจะหักมือของเขาจนพิการ แล้วอ้างว่าพลั้งมือทำร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจ เกรงว่าท่านปู่หวงฉีเต๋อก็คงเพียงแค่กล่าวตักเตือนไม่กี่ประโยค หาได้ลงโทษทัณฑ์อันใดไม่

"จะหักสองมือข้าให้พิการอย่างนั้นหรือ" หวงเสี่ยวหลงแค่นยิ้ม กลิ่นอายสังหารขุมหนึ่งพลันปะทุขึ้นกลางใจ

ซูเยี่ยนเห็นบุตรชายมีสีหน้าไม่ยี่หระ เกรงว่าบุตรชายจะไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ จึงรีบร้อนเอ่ยขึ้น

"เสี่ยวหลง หวงเหว่ยควบแน่นปราณยุทธ์สำเร็จแล้วนะ เมื่อถึงสิ้นปี มันคงจะทะลวงถึงนักรบระดับหนึ่งขั้นปลายได้อย่างแน่นอน มันพูดจริงทำจริง ถึงเวลานั้น มันจะต้องลงมือหักสองมือของเจ้าจนพิการกลางงานประชันยุทธ์เป็นแน่!" กล่าวถึงตรงนี้ เมื่อซูเยี่ยนนึกภาพบุตรชายถูกหักมือจนพิการ ดวงตาของนางก็แดงก่ำรื้นไปด้วยน้ำตา

"เรื่องนี้จะทำเช่นไรดี จะทำเช่นไรดี!" ซูเยี่ยนน้ำตาหยดแหมะ ร่ำไห้สะอึกสะอื้น

หวงเผิงเห็นผู้เป็นภรรยาร้องห่มร้องไห้ ก็บังเกิดความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน

"สตรีชาวเรือน เอาแต่ร้องไห้ ร้องไห้ไปแล้วมันจะได้ประโยชน์อันใด"

ซูเยี่ยนหันขวับมา นัยน์ตาพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำ

"หากถึงตอนนั้นเสี่ยวหลงถูกหวงเหว่ยทำร้ายจนพิการไปจริงๆ จะทำเช่นไร! หากสองมือของเสี่ยวหลงพิการไป แล้วภายภาคหน้าเขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร! หวงเผิง มิสู้เจ้าไปขอร้องพี่ใหญ่ของเจ้า ให้เขาสั่งหวงเหว่ยละเว้นเสี่ยวหลงของเราเถอะ!"

"ไปขอร้องพี่ใหญ่อย่างนั้นหรือ" หวงเผิงขมวดคิ้ว

"ข้ารู้ว่านี่มันเสียหน้าเจ้ามาก ทว่าเจ้าจะทนเบิ่งตามองเสี่ยวหลงถูกหวงเหว่ยผู้นั้นหักสองมือจนพิการไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นหรือ!" เสียงร่ำไห้ของซูเยี่ยนดังกึกก้องยิ่งกว่าเดิม

หวงหมิ่นและหวงเสี่ยวไห่ สองเด็กน้อยเห็นมารดาร้องไห้ ต่างก็พากันเข้ามากอดมารดาซูเยี่ยนแล้วร้องไห้ตาม เสียงร่ำไห้ระงมดังประสานกัน

ในจังหวะที่หวงเสี่ยวหลงกำลังจะอ้าปากเอ่ย หวงเผิงก็พลันลุกพรวดขึ้นมา กัดฟันกรอด

"ตกลง ข้าจะไป!" สิ้นคำ เขาก็เดินเข้ามาหาหวงเสี่ยวหลง คว้าหมับเข้าที่มือน้อยๆ ของบุตรชาย แล้วจูงเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนฝั่งเหนือซึ่งเป็นที่พักของหวงหมิง

"ท่านพ่อ ข้า..."

เมื่อก้าวพ้นเรือนฝั่งตะวันออก หวงเสี่ยวหลงก็อ้าปากเตรียมจะอธิบายว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องไปขอความเมตตาจากหวงหมิง ทว่าหวงเผิงกลับพูดแทรกขึ้นมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

"เสี่ยวหลง ประเดี๋ยวเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านลุงใหญ่ของเจ้า เจ้าต้องเชื่อฟังให้มาก เข้าใจหรือไม่" กล่าวจบโดยไม่เปิดโอกาสให้หวงเสี่ยวหลงได้ทักท้วง เขาก็จูงมือหวงเสี่ยวหลงมุ่งตรงไปยังเรือนฝั่งเหนือทันที

เมื่อมาถึงเรือนฝั่งเหนือ สองพ่อลูกหวงหมิงและหวงเหว่ยก็กำลังอยู่ในห้องโถงใหญ่พอดี บังเอิญยิ่งนักที่ผู้อาวุโสโจวกวงและโจวเสวียตงผู้เป็นบุตรชายก็อยู่ที่นั่นด้วย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - จะหักสองมือข้าให้พิการอย่างนั้นหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว