- หน้าแรก
- เส้นทางสู่ความมั่งคั่งของเฮ่อหมิงจู
- ตอนที่ 9: ความรู้สึกหลังกินกระดูกตุ๋น
ตอนที่ 9: ความรู้สึกหลังกินกระดูกตุ๋น
ตอนที่ 9: ความรู้สึกหลังกินกระดูกตุ๋น
ตอนที่ 9: ความรู้สึกหลังกินกระดูกตุ๋น
พี่ใหญ่เฮ่อกลับมาถึงบ้านตอนประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ
หน่วยงานที่เขาทำงานอยู่เป็นเหมืองแยกที่เพิ่งเปิดใหม่ อยู่ไกลจากเขตบ้านพักพนักงานเหมืองถ่านหินมาก ต้องนั่งรถเมล์นานกว่าหนึ่งชั่วโมง
ที่เหมืองทำงานกันสามกะ เพื่อรักษาผลผลิตให้ต่อเนื่อง เครื่องจักรจึงไม่เคยหยุด คนงานจะผลัดกันพัก และมีคนเข้าเวรตลอด 24 ชั่วโมง
พี่ใหญ่เฮ่อเลิกเวรเช้า นั่งรถกระเช้าไฟฟ้าขึ้นมาจากก้นบ่อถ่านหิน ทั่วทั้งตัวนอกจากลูกตาและฟันที่เป็นสีขาวแล้ว ส่วนอื่นๆ ถูกผงถ่านหินย้อมจนดำปึ้ดไปหมด
เขาพุ่งตัวไปอาบน้ำที่ห้องน้ำสวัสดิการพนักงานอย่างรีบร้อน โดยไม่รอให้ผมแห้ง เขาก็รีบวิ่งแจ้นไปขึ้นรถเมล์เพื่อกลับบ้านทันที
พอถึงบ้าน ผมที่ยังไม่แห้งสนิทก็ถูกความหนาวจับตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวแข็งเป๊ก
เมื่อได้ยินเฮ่อหมิงจูบอกว่าจะไปตั้งแผงขายข้าว ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ: "มีคนมาทวงหนี้เธออีกแล้วใช่ไหม?"
เฮ่อหมิงจูคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า: "ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ"
พี่ใหญ่เฮ่อขมวดคิ้วทำหน้าดุ: "วันหลังถ้ามีใครมาหาเธออีก บอกให้พวกเขามาหาพี่ อย่ามาหาเด็กอย่างเธอสิ ทำแบบนี้มันรังแกเด็กชัดๆ!"
แม้ว่าอายุทางจิตใจของเธอจะมากกว่าพี่ใหญ่ในตอนนี้มาก แต่พอเฮ่อหมิงจูได้ยินพี่ชายพูดปกป้องเธอแบบนี้ หัวใจเธอก็รู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมาทันที
เธอกล่าวว่า: "พี่คะ บ้านเราเป็นหนี้ตั้งห้าพันหยวน แต่เงินเดือนพี่ต่อเดือนได้แค่กี่เหมากี่เฟินกันเชียว? คืนเดือนละร้อยหยวน ต้องรอถึงเมื่อไหร่คะถึงจะใช้หนี้หมด? ช่วงนี้ปิดเทอมฤดูหนาวไม่ต้องไปโรงเรียน หนูจะไปลองตั้งแผงดู ถ้าหาเงินได้จะได้เอามาช่วยอุดรอยรั่วในบ้าน พี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้ไงคะ"
พี่ใหญ่เฮ่อยยังตามความคิดนี้ไม่ทัน เขายืนกรานว่า: "ตอนนี้เธอเป็นนักเรียน หน้าที่ของนักเรียนคือตั้งใจเรียนหนังสือ เรื่องหาเงินน่ะมีพี่กับพี่รองของเธออยู่ ไม่ถึงคิวเธอหรอก"
เห็นว่าพูดด้วยเหตุผลคงไม่ชนะ เฮ่อหมิงจูเลยขี้เกียจเสียเวลาปั้นคำพูดต่อ เธอหันหลังเดินเข้าครัวไป เพียงครู่เดียวเธอก็ถือโถเคลือบสีขาวใบยักษ์ออกมา
โถเคลือบนี่มีอายุพอสมควร ตัวหนังสือที่เขียนว่า "แรงงานมีเกียรติที่สุด" บนโถเลือนลางจนแทบมองไม่เห็น
พี่ใหญ่ยังตั้งท่าจะบ่นต่อ แต่ก็ต้องชะงักเพราะกลิ่นหอมเข้มข้นที่โชยออกมาจากโถเคลือบนั้น
เฮ่อหมิงจูวางโถลงบนโต๊ะสี่เหลี่ยม บุ้ยปากให้พี่ชายนั่งลง แล้วเปิดฝาออก "พึ่บ!"
"กินก่อนเถอะค่ะ กินเสร็จแล้วค่อยคุยกัน"
ความสนใจของพี่ใหญ่เฮ่อถูกโถเคลือบดึงดูดไปอย่างสมบูรณ์แบบ
ยามบ่ายที่แสงแดดยังไม่ทันดับ แสงอาทิตย์ฤดูหนาวสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา กระทบกับกับข้าวใน โถเคลือบจนดูแวววาว
มันฝรั่งสีเหลืองนวล แครอทสีส้มอมแดง ผ่านการเคี่ยวเป็นเวลานานจนนุ่มละมุนแทบละลายในปาก แค่เอาตะเกียบคีบเบาๆ ก็แทบจะแตกสลาย แค่มองแวบเดียวก็จินตนาการได้ถึงสัมผัสที่นุ่มเนียนเมื่อเข้าปาก
แต่ที่ยั่วยวนที่สุดคือกระดูกท่อนใหญ่เหล่านั้น ผ่านการจี่ก่อนแล้วค่อยตุ๋น กลิ่นหอมของซอสสูตรพิเศษซึมลึกเข้าถึงเนื้อใน เนื้อที่มีลายกล้ามเนื้อชัดเจนที่เคยติดแน่นกับกระดูก ตอนนี้กลับดูร่อนจนแทบจะหลุดออกมาเอง
เพียงแค่ใช้ฟันงับเบาๆ ก็สามารถฉีกเนื้อทั้งชิ้นออกจากกระดูกได้อย่างง่ายดาย
ที่รอยตัดของกระดูกเห็นไขกระดูกดูเหมือนเยลลี่เด้งดึ๋งโผล่ออกมา สั่นไหวนิดๆ ราวกับกำลังรอให้คนมาชิม
ในฤดูหนาวที่แสนจะเยือกเย็น การได้มีกระดูกตุ๋นหม้อใหญ่ควันกรุ่นวางอยู่ตรงหน้าแบบนี้...
ตาของพี่ใหญ่จ้องเป๋งอยู่ที่โถเคลือบจนถอนสายตาไม่ได้
หอมจังเลย...
อยากกินชะมัด...
นอกจากนานๆ ทีจะซื้อหมูแดงจากโรงครัวกลับมากินด้วยกัน เขาก็แทบไม่ได้กินเนื้อดีๆ แบบนี้มาเป็นปีแล้วมั้ง...
พี่ใหญ่เฮ่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาละสายตาจากโถเคลือบแล้วถามเฮ่อหมิงจูว่า: "พวกเธอล่ะ กินกันหรือยัง?"
เฮ่อหมิงจูคีบกระดูกชิ้นโตจากโถมายัดใส่มือพี่ชายแล้วบอกว่า: "พวกหนูกินกันตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้วค่ะ อันนี้คือที่เหลือไว้ให้พี่"
เฮ่อหมิงหัวเสริมขึ้นมา: "อร่อยมาก! ผมกินเยอะจนพุงกาง พี่ต้องเอา ยาช่วยย่อย ให้ผมกินเลย!"
อิ่มจนต้องกินยาช่วยย่อยเลยเหรอ?
ดูท่าจะอิ่มหนำสำราญของจริง
เมื่อแน่ใจว่าน้องๆ กินอิ่มกันหมดแล้ว พี่ใหญ่เฮ่อถึงได้วางใจเริ่มลงมือกิน
เขาจับกระดูกท่อนใหญ่ไว้ มุ่งเป้าไปที่ส่วนที่มีเนื้อเยอะแล้วกัดคำโตทันที
อื้มมม!
เนื้อนุ่มละเอียด รสชาติเข้มข้น แถมยังมีรสเผ็ดปลายนิดๆ ลิ้นที่เคยกินแต่อาหารรสจืดชืดจนชิน พอได้มาสัมผัสรสชาติที่รุนแรงและจัดจ้านขนาดนี้ ความรู้สึกเหมือนมีพลุแตกกระจายอยู่ที่ปลายลิ้นเลยทีเดียว
อร่อยมาก!
เขาก็ไม่ใช่คนที่ไม่เคยกินกระดูกตุ๋นนะ แต่ไม่รู้ว่าน้องสาวทำยังไง มันถึงได้อร่อยกว่ากระดูกตุ๋นทุกเจ้าที่เขาเคยชิมมาในชีวิต
เขาอธิบายไม่ถูกว่ามันอร่อยแค่ไหน บอกได้แค่ว่า กระดูกตุ๋นฝีมือน้องสาวจานนี้ ทำให้เขากินจนลืมทุกอย่างรอบตัว และจมดิ่งลงไปในความอร่อยอย่างสุดตัว
พี่ใหญ่เฮ่อแทะกระดูกอย่างตะกละตะกลาม เพราะมันเป็นกระดูกที่เหลือไว้ขายให้พนักงานในร้านขายของชำ เนื้อที่ติดอยู่เลยมีเยอะเป็นพิเศษ กินแล้วสะใจสุดๆ
เนื้อชิ้นโตที่เชื่อมติดกับพังผืดบางๆ พอกัดลงไปจะให้สัมผัสสองแบบที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทุกคำคือความฟินแบบคูณสอง
พอแทะเนื้อบนกระดูกจนเกลี้ยง ก็หันมาดูดไขกระดูกต่อ เอาปากจ่อเข้าไปแล้วสูดเบาๆ "พรืด!" ไขกระดูกที่มีน้ำมันฉ่ำๆ ทั้งเส้นก็หลุดเข้าปากทันที
พี่ใหญ่เฮ่อฟินจนแทบจะถอนหายใจออกมาด้วยความสุข กระดูกทั้งท่อนถูกแทะจนสะอาดกริบ เงาวับจนสุนัขเห็นยังต้องเครียด
พอเริ่มคลายความโหยหาเนื้อได้บ้าง เขาก็คีบมันฝรั่งขึ้นมาชิ้นหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าพอเข้าปากปุ๊บ เขาก็ต้องตกใจอีกรอบ
มันฝรั่งชิ้นนั้นซึมซับน้ำซุปเนื้อไว้จนชุ่ม โครงสร้างของมันอ่อนตัวลง พอกัดก็แตกกระจาย เคลือบไปทั่วลิ้น นุ่มนวลและเนียนละเอียด
มันฝรั่งทั้งชิ้นแทบไม่ต้องเคี้ยวเลยด้วยซ้ำ มันก็ไหลลงคอไปสู่กระเพาะ สร้างความรู้สึกอิ่มเอมและอบอุ่นไปทั่วร่าง แครอทก็ตุ๋นจนนุ่มไม่แพ้กัน น้ำมันซึมเข้าไปจนทั่ว พอค่อยๆ ลิ้มรสจะสัมผัสได้ถึงความหวานหอมเฉพาะตัวของมัน
พี่ใหญ่กินโดยไม่เงยหน้า ตะกุยตะกายใส่ปากราวกับพายุพัด ตะเกียบในมือขยับไวดั่งบินได้
เพียงครู่เดียว กระดูกตุ๋นมันฝรั่งแครอทเต็มโถเคลือบใบยักษ์ ก็ถูกเขากินจนเกลี้ยงเกลา
จนกระทั่งโถว่างเปล่า พี่ใหญ่เฮ่อก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนตอนนี้เขาเพิ่งจะดึงสติกลับมาได้
เขาวางตะเกียบลง ทันใดนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะ "เอิ๊กกกก!" ออกมาเสียงดังสนั่น
เป็นเสียงเรอที่ดูหนักแน่นและอิ่มเอม เสียงนั้นสะท้อนไปทั่วห้องจนขี้ฝุ่นบนคานบ้านเกือบจะร่วงลงมา
เฮ่อหมิงหัวปีนลงจากเตียงเตา ขาสั้นๆ วิ่ง "ตึกๆๆ" มาที่โต๊ะสี่เหลี่ยม
เขามองพี่ใหญ่ที มองโถเคลือบที่ว่างเปล่าที
"พี่ครับ!"
เฮ่อหมิงหัวประกาศลั่น: "พี่ใหญ่ต้องกินยาช่วยย่อยเหมือนผมแล้วล่ะ!"
จบตอนที่ 9