- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 487 สำลักจนได้
บทที่ 487 สำลักจนได้
บทที่ 487 สำลักจนได้
บทที่ 487 สำลักจนได้
เหยียนสวี่เหวินมองดูสีหน้าทะเล้นของภรรยา อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นบีบจมูกเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
ฟู่ซินหน่วนเอนตัวซบลงบนไหล่ของเขา ทั้งสองคนควงแขนอิงแอบแนบชิดกันอย่างสนิทสนม
ทว่าอีกด้านหนึ่ง ฟู่ซงหยางและจั๋วอ้ายจวงกลับนั่งหลังตรงแหน่ว
ทั้งสองคนต่างก็นั่งประจำที่ของตนเอง ตอนนี้จั๋วอ้ายจวงไม่กล้าแม้แต่จะปรายตามองไปข้าง ๆ ได้แต่นั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัว สำรวมกิริยามารยาท สายตาจ้องตรงไปข้างหน้า เพื่อรอคอยให้ภาพยนตร์เริ่มฉาย
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนนั้นเงียบสงัดเกินไปจริง ๆ ช่างแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดกับเสียงจอแจของผู้ชมคนอื่น ๆ รอบข้าง จั๋วอ้ายจวงรู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เธอเหลือบมองเวลาบนหน้าจอมือถือ ไม่ใช่ว่าบอกจะฉายตอนหนึ่งทุ่มตรงหรอกเหรอ ทำไมบนจอยังฉายโฆษณาอยู่อีกเนี่ย
"อ้ายจวง คุณชอบหนังแนวนี้ไหมครับ ? "
น้ำเสียงทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ดึงดูดดังขึ้นข้างหู จั๋วอ้ายจวงรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ไหลผ่านติ่งหูข้างซ้าย ซาบซ่านชาหนึบ แล่นริ้วเข้าไปถึงกลางใจ
จั๋วอ้ายจวงสะดุ้งตกใจ "คะ ? "
พร้อมกับหันขวับไปมอง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าหล่อเหลาของฟู่ซงหยางที่กำลังอมยิ้มอยู่
ใบหน้าของจั๋วอ้ายจวงแดงซ่านขึ้นมาทันที
เธอพยายามอย่างเต็มที่ที่จะควบคุมตัวเองไม่ให้เสียอาการ แต่รอยยิ้มที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ของฟู่ซงหยาง ทำให้จั๋วอ้ายจวงตระหนักได้ว่าการเสแสร้งปกปิดของเธอนั้นเปล่าประโยชน์
หน้าต้องแดงแจ๋จนดูไม่ได้แน่ ๆ เลย ฮือ ๆ ๆ น่าขายหน้าชะมัด
"คุณ... ในโรงหนังมันร้อนไปหน่อยหรือเปล่าครับ ? ดื่มโค้กสักอึกสิ"
เมื่อกี้ก่อนเข้าโรงหนัง พวกเขาซื้อโค้กกันมาคนละแก้ว แล้วก็มีป๊อปคอร์นที่ฟู่ซินหน่วนกับจั๋วอ้ายจวงถือกันคนละถัง
"อ่อ ได้ค่ะ"
จั๋วอ้ายจวงยกมือขึ้นกุมแก้มที่ร้อนผ่าว รีบยกแก้วโค้กขึ้นมาดูดไปหนึ่งอึก
ผลคือเธอดื่มเร็วและรีบร้อนเกินไป บวกกับโค้กมีความซ่า เลยเผลอสำลักเข้าจนได้
"แค่ก ๆ ๆ ..." จั๋วอ้ายจวงไอค่อกแค่กอย่างหมดมาด
วินาทีนี้เธอแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด
ทำไมน่าขายหน้าขนาดนี้นะ แถมฟู่ซงหยางยังเห็นหมดแล้วด้วยเนี่ย
ขายหน้าสุด ๆ ไปเลย ! การมานั่งไออย่างหมดสภาพต่อหน้าผู้ชายที่ตัวเองรู้สึกดีด้วย ทั้งชีวิตของจั๋วอ้ายจวงไม่เคยรู้สึกอับอายขายขี้หน้าขนาดนี้มาก่อนเลย
เธอก้มหน้าลง มือข้างหนึ่งปิดปาก ส่วนมืออีกข้างก็ควานสะเปะสะปะอยู่ในกระเป๋า เพื่อจะหยิบทิชชู่ออกมา
ทว่าในความลุกลน ควานหาเท่าไหร่เธอก็หาทิชชู่ในกระเป๋าไม่เจอสักที
จนกระทั่งมีมือของใครคนหนึ่งยื่นกระดาษทิชชู่มาตรงหน้าเธอ "นี่ครับ ใช้เจ้านี่สิ"
น้ำเสียงที่อ่อนโยนและห่วงใยนั้น ไม่มีร่องรอยของการล้อเลียนเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความห่วงใยอย่างเต็มเปี่ยม จั๋วอ้ายจวงรับทิชชู่มา ยังไม่ทันได้เอ่ยขอบคุณ ก็รีบเอาทิชชู่มาปิดปากไว้
"ดื่มน้ำอีกนิดนะครับ"
ฟู่ซงหยางถือแก้วโค้กของจั๋วอ้ายจวงไว้ในมือ ให้เธอดูดอีกสักหน่อย เพื่อไล่ความซ่าเมื่อครู่ให้ไหลลงคอไป
จั๋วอ้ายจวงอยากจะรับแก้วมาจากมือเขา แต่ฟู่ซงหยางกลับไม่ได้ยื่นให้เธอ เขาปล่อยให้เธอดูดโค้กอึกใหญ่ไปทั้ง ๆ ที่แก้วยังอยู่ในมือของเขานั่นแหละ
พอดูดโค้กอึกนี้เสร็จ จั๋วอ้ายจวงก็มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้ไอหนักหน่วงเหมือนเมื่อครู่แล้ว
และในเวลานี้เอง ภาพยนตร์ก็เริ่มฉายพอดี
ความอึดอัดขัดเขินเมื่อกี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่จั๋วอ้ายจวงกลับหวังเหลือเกินว่าจะสามารถลบความทรงจำช่วงนั้นของฟู่ซงหยางทิ้งไปได้
"ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมครับ ? " ฟู่ซงหยางถามขึ้น
ท่ามกลางระบบเสียงกระหึ่มของโรงหนัง จั๋วอ้ายจวงฟังที่เขาพูดไม่ถนัด
เมื่อเห็นสายตางุนงงของเธอ ฟู่ซงหยางจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แล้วกระซิบถามซ้ำที่ข้างหูเธออีกรอบ
"ดีขึ้นหรือยังครับ ? "
คราวนี้จั๋วอ้ายจวงฟังชัดเจนแล้ว เธอรีบตอบ "ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ฉันโอเคแล้ว ขอบคุณสำหรับทิชชู่นะคะ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยถือแก้วน้ำให้ด้วย"
"ไม่เป็นไรก็ดีแล้วครับ ดูหนังเถอะ ได้ยินมาว่าหนังเรื่องนี้ดีทีเดียว ชื่อเรื่อง 'โครงการหนานเทียนเหมิน' เป็นสุดยอดไอพี นิยายไซไฟเลยนะครับ"
"อื้ม ฉันชอบแนวไซไฟมากเลยค่ะ"
จั๋วอ้ายจวงฝืนตอบกลับไปประโยคหนึ่ง จากนั้นก็แกล้งทำเป็นตั้งใจดูหนัง
แต่ในความเป็นจริง ภายในใจยังคงหงุดหงิดเสียใจไม่หาย
ตัวเองเป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมถึงได้งี่เง่าขนาดนี้ ดันมาทำเรื่องเปิ่น ๆ ต่อหน้าฟู่ซงหยางซะได้
เฮ้อ คาดว่าฟู่ซงหยางต้องไม่ชอบเธอแล้วแน่ ๆ เลย
เผลอ ๆ อาจจะกำลังแอบหัวเราะเยาะเธออยู่ในใจด้วยซ้ำ
จั๋วอ้ายจวงนั่งขุ่นเคืองตัวเองไปพลาง จ้องมองจอหนังไปพลาง
เนื้อเรื่องในช่วงสิบนาทีแรก ไม่ได้เข้าหัวเธอเลยแม้แต่น้อย
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เป็นหญิงสาวที่ค่อนข้างปล่อยวางง่าย ประกอบกับเธอชอบดูหนังไซไฟจริง ๆ ไม่นานนักเธอก็ดำดิ่งอินไปกับเนื้อเรื่อง จนลืมเรื่องเปิ่น ๆ เมื่อกี้ไปซะสนิท
จั๋วอ้ายจวงตั้งอกตั้งใจดูหนังจนกระทั่งหนังจบ เธอยังคงอินไปกับฉากและเซตติ้งอันยิ่งใหญ่อลังการของภาพยนตร์ จนดึงสติตัวเองกลับมาไม่ได้อยู่นาน
ฟู่ซงหยางเองก็ดูอย่างอินจัดเช่นกัน จนกระทั่งท้ายที่สุด ทั้งสองคนนั่งรอจนเครดิตท้ายเรื่องฉายจบ ถึงได้ลุกขึ้นยืน
ตอนที่พวกเขาเดินออกจากโรงหนัง ฟู่ซินหน่วนกับเหยียนสวี่เหวินก็ออกไปรอกันตั้งนานแล้ว
ทั้งสี่คนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่หน้าประตูโรงหนัง
ฟู่ซินหน่วนยังถามฟู่ซงหยางว่า "พี่ ทำไมพวกพี่ออกมาช้าจัง ? ฉันกับสวี่เหวินออกมาตั้งนานแล้ว ตามหาพวกพี่ตั้งนาน นึกว่าชิงกลับกันไปก่อนแล้วซะอีก ดีนะที่รอดูอีกแป๊บ"
"พวกเรารอดูเครดิตตอนจบจนจบเลยเพิ่งออกมาน่ะ"
"ดูเครดิตตอนจบ ? พี่นึกว่ามันมีเอนด์เครดิตเหรอ ? ในเน็ตเขาสปอยล์กันหมดแล้ว ว่าตอนจบไม่มีเอนด์เครดิตสักหน่อย"
ถ้ามันมีเอนด์เครดิตจริง ๆ ต่อให้ต้องทำยังไงเธอก็จะนั่งรอดูจนจบแน่นอน
"มีหรือไม่มีแล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ"
ฟู่ซงหยางพูดแค่ประโยคนี้ แล้วก็ส่งสัญญาณให้พวกเขากลับกันได้แล้ว
ฟู่ซินหน่วนกับเหยียนสวี่เหวินต้องกลับบ้านของตัวเอง ส่วนจั๋วอ้ายจวงก็ต้องกลับบ้านของเธอ
"พี่ พี่ไปส่งอ้ายจวงที่บ้านสิ ดึกป่านนี้แล้ว เธอเป็นผู้หญิงกลับคนเดียวมันไม่ปลอดภัยนะ"
ความจริงเพิ่งจะสามทุ่มครึ่ง เวลาก็ไม่ได้ดึกอะไรมากมาย ที่ฟู่ซินหน่วนพูดแบบนี้ ก็เพื่อจงใจสร้างโอกาสให้ทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกันตามลำพังชัด ๆ
ฟู่ซงหยางยังไม่ทันได้พูดอะไร จั๋วอ้ายจวงก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
"เอ๊ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ซงหยางทำงานมาทั้งวันคงเหนื่อยแย่แล้ว บ้านฉันอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกล แถมตอนนี้ก็ยังไม่ดึกเท่าไหร่ ฉันกลับเองได้ค่ะ"
ฟู่ซินหน่วนมองจั๋วอ้ายจวงด้วยความรู้สึกขัดใจดั่งเกลียดเหล็กที่ไม่ยอมกลายเป็นเหล็กกล้า
นี่มันอะไรกันเนี่ย นี่ยัยผู้หญิงซื่อบื้อเรื่องความรักตัวแม่เลยนี่นา !
อุตส่าห์สร้างโอกาสใส่พานมาให้แท้ ๆ หล่อนดันใจแข็งผลักไสออกไปซะงั้น
ตอนที่ฟู่ซินหน่วนกำลังจะอ้าปากพูดอะไรต่อ ฟู่ซงหยางก็ก้าวออกมา แล้วเดินไปยืนข้าง ๆ จั๋วอ้ายจวง
"ให้ผมไปส่งคุณดีกว่าครับ ในเมื่อคุณรู้สึกว่ายังไม่ดึกเท่าไหร่ งั้นพวกเราเดินเล่นริมถนนกลับไปก็แล้วกัน พอดีเลยที่คุณเพิ่งกลับมาปักกิ่ง คงยังไม่คุ้นเคยกับแถวนี้เท่าไหร่ ผมจะได้พาคุณเดินทำความรู้จักเส้นทางไปด้วยไงครับ"
พอฟู่ซงหยางพูดประโยคนี้จบ ฟู่ซินหน่วนแทบอยากจะปรบมือรัว ๆ ให้เขาเลยทีเดียว
พี่ใหญ่ ด้วยสกิลระดับพี่เนี่ย พี่ครองตัวเป็นโสดมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไงกันคะ ?
ปกติถ้าพี่ยอมแบ่งเอาความใส่ใจสักครึ่งนึงมาคอยเอาใจสาว ๆ ล่ะก็ ป่านนี้ลูกคงโตวิ่งได้แล้วมั้ง
"ดีเลย ฉันว่าแบบนี้แหละเวิร์กสุด เอาตามที่พี่ใหญ่บอกเลยค่ะ พวกพี่รีบไปเถอะ ฉันกับสวี่เหวินก็จะกลับบ้านแล้วเหมือนกัน"
ทิ้งประโยคนี้ไว้ เธอก็ลากเหยียนสวี่เหวินเผ่นแน่บไปอย่างรวดเร็ว
บนถนน ฟู่ซงหยางและจั๋วอ้ายจวงยืนอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่สบตากันแวบหนึ่ง จั๋วอ้ายจวงรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอพลาดที่จะได้เห็นรอยยิ้มที่พาดผ่านดวงตาของฟู่ซงหยางไปในชั่วพริบตา
"มื้อเย็นเราทานกันเร็ว ป่านนี้คุณน่าจะหิวแล้วใช่ไหมครับ ? แถวนี้มีร้านบาร์บีคิวอร่อย ๆ อยู่ร้านนึง เดี๋ยวผมพาไปกินนะ" ฟู่ซงหยางเสนอ
ตอนนี้จั๋วอ้ายจวงก็รู้สึกหิวขึ้นมานิดหน่อยจริง ๆ ซะด้วย แถมเธอยังชอบกินปิ้งย่างมาก เธอจึงรีบพยักหน้ารับทันที
ดังนั้นฟู่ซงหยางจึงพาเธอเดินลัดเลาะไปตามถนน
หลังจากทานปิ้งย่างด้วยกันในคืนนี้ ทั้งสองคนก็คุ้นเคยกันมากขึ้น จั๋วอ้ายจวงกล้าที่จะเงยหน้ามองฟู่ซงหยางในที่สุด และการพูดคุยกับเขาก็เป็นธรรมชาติมากขึ้นตั้งเยอะ