เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 488 นักแสดงรับเชิญ

บทที่ 488 นักแสดงรับเชิญ

บทที่ 488 นักแสดงรับเชิญ


บทที่ 488 นักแสดงรับเชิญ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจั๋วอ้ายจวงคิดไปเองหรือเปล่า เธอรู้สึกอยู่ตลอดว่าฟู่ซงหยางกำลังมองเธอแล้วแอบยิ้ม

แต่พอเธอหันไปมองเขาอีกที ฟู่ซงหยางก็กลับมาทำหน้าขรึมจริงจังเหมือนเดิมแล้ว

ฟู่ซงหยางไปส่งจั๋วอ้ายจวงที่บ้าน ยืนมองเธอเดินขึ้นตึกไป เขายืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ถึงได้หันหลังเดินกลับบ้าน

พอเดินเข้าบ้าน เขาก็เห็นว่าไฟในห้องนั่งเล่นยังเปิดอยู่ เจียงชิ่นกำลังนั่งรออยู่ที่นั่น เธอคลุมเสื้อโค้ทและกำลังจ้องมองหน้าจอแล็ปท็อป

เมื่อเห็นเขากลับมา เจียงชิ่นก็รีบพับเก็บแล็ปท็อปวางไว้ข้าง ๆ อย่างรวดเร็ว

"ซงหยาง เดทเป็นยังไงบ้างลูก ? "

ฟู่ซงหยางปลดกระดุมเสื้อโค้ท นั่งลงบนโซฟาแล้วพูดว่า "เดทอะไรกันล่ะครับแม่ พวกเราสี่คนไปกินข้าวดูหนังด้วยกัน ไม่นับว่าเป็นเดทหรอกครับ"

"ทำไมจะไม่นับล่ะ แม่บอกว่าใช่ก็คือใช่นั่นแหละ ยังไงแม่ก็ถูกใจแม่หนูอ้ายจวงคนนี้เข้าแล้ว แม่หมายหัวเธอไว้เป็นลูกสะใภ้แม่แล้วนะ ถ้าลูกไม่ได้ชอบน้องเขาจริง ๆ ก็รีบบอกมาเลย อย่ามาทำตัวกีดกันลูกสะใภ้แม่เข้าบ้านนะ"

ฟู่ซงหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาเข้มขึ้น "แม่หมายความว่ายังไงครับ ? ถ้าผมกับอ้ายจวงไปกันไม่ได้ แม่ตั้งใจจะจับคู่เธอกับซงเหนียนเหรอ ? "

เจียงชิ่นไม่มีอะไรต้องปิดบัง เธอตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา "ก็ใช่น่ะสิ ซงเหนียนถึงจะไม่ได้สุขุมนุ่มลึกเหมือนลูก แต่เรื่องหน้าตา เขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าลูกเลยนะ แม่เห็นวันนั้นอ้ายจวงเอาแต่มองไปทางซงเหนียนตลอด เดาว่าน่าจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้เขาอยู่เหมือนกัน"

"อ้ายจวงเอาแต่มองไปทางซงเหนียนตลอดเหรอ ? " ฟู่ซงหยางยิ่งขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม

จู่ ๆ เขาก็ผุดลุกขึ้นยืนจากโซฟาทันที

"ทำอะไรน่ะ ตกใจหมดเลย ? " เจียงชิ่นแกล้งถามทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอก

ฟู่ซงหยางพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "แม่ครับ แม่เลิกจับคู่ส่งเดชได้แล้วนะ จะจับคู่ผมกับอ้ายจวง แล้วยังจะไปจับคู่น้องกับซงเหนียนอีก ต่อให้แม่จะชอบอ้ายจวงแค่ไหน แม่ก็ไปบังคับฝืนใจน้องไม่ได้นะ ไม่ใช่ว่าจะต้องบังคับให้น้องเขามาเลือกใครคนใดคนหนึ่งในพวกเราสองพี่น้องเสียหน่อย"

เจียงชิ่นถามกลับอย่างใจเย็น "แล้วลูกคิดว่าควรจะทำยังไงล่ะ ? "

ฟู่ซงหยางชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "ผมกับอ้ายจวงก็เข้ากันได้ดีนะครับ ผมคิดว่าพวกเราลองพัฒนาความสัมพันธ์กันดูได้ แม่ไม่ต้องมายุ่งหรอกครับ"

พูดจบ เขาก็เดินขึ้นไปที่ห้องของตัวเองบนชั้นสอง

เจียงชิ่นมองตามแผ่นหลังของลูกชายคนโต ในใจรู้สึกเบิกบานใจสุด ๆ

เจ้าเด็กปากแข็งเอ๊ย เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าถูกใจอ้ายจวงซะขนาดนั้น ยังจะมาทำฟอร์มเก๊กขรึมอยู่อีก

เอาล่ะ จะรอดูละกันว่าเขาจะจีบอ้ายจวงติดได้ยังไง

สองวันต่อมา ฟู่ซงหยางก็เป็นฝ่ายชวนจั๋วอ้ายจวงไปดูงานนิทรรศการเทคโนโลยี

งานนิทรรศการเทคโนโลยีนี้จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง โดยมีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้จัดงาน ภายในงานจะจัดแสดงอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ ๆ ที่ประเทศจีนเพิ่งคิดค้นได้ในช่วงปีที่ผ่านมา

จั๋วอ้ายจวงชอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ยิ่งบวกกับเป็นฟู่ซงหยางที่เป็นคนชวน แน่นอนว่าเธอต้องตกลงไปอย่างดีใจสุด ๆ

ตอนแรกเธอคิดว่าฟู่ซงหยางไม่ได้ชวนเธอมาแค่สองคน อาจจะมากันหลายคนเหมือนคราวที่แล้ว ที่มีฟู่ซินหน่วนกับเหยียนสวี่เหวิน หรือไม่ก็อาจจะมีฟู่ซงเหนียนกับจี้อี๋เฉินมาด้วย

แต่พอไปถึง เธอกลับพบว่ามีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น วินาทีนั้น จั๋วอ้ายจวงถึงเพิ่งตระหนักได้ว่ามีบางอย่างทะแม่ง ๆ แล้ว

ไปดูงานนิทรรศการเทคโนโลยีกันแค่สองคน นี่มัน... นี่มันคือการเดทชัด ๆ !

ฟู่ซงหยางเดินนำจั๋วอ้ายจวงเข้าไปในฮอลล์จัดงานอย่างเป็นธรรมชาติ เขาอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา คอยอธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้เธอฟังไปพลาง เดินชมงานไปพลาง

ผลงานที่จัดแสดงในนี้มีหลายโปรเจกต์เลยที่ฟู่ซงหยางมีส่วนร่วม หรือไม่ก็เป็นโปรเจกต์ของเพื่อนร่วมชั้นและคนรู้จักของเขา เขาจึงสามารถอธิบายได้อย่างฉะฉานและมีหลักการ

จั๋วอ้ายจวงตั้งใจฟังจนเพลิดเพลินอินไปกับมัน จนกระทั่งมีคนเข้ามาทักทายพวกเขา เธอถึงได้สติกลับมา

"ซงหยาง นายก็มาดูงานนิทรรศการเทคโนโลยีเหมือนกันเหรอ ? " ชายหนุ่มรูปร่างสูงผอมคนหนึ่งเข้ามาทักทายฟู่ซงหยาง

"ใช่ นายมาคนเดียวเหรอ ? "

"ใช่ ฉันหาเพื่อนมาด้วยไม่ได้น่ะ พอดีเลยที่เจอนาย งั้นพวกเราไปเดินด้วยกัน..."

ชายหนุ่มยังพูดไม่ทันจบ เขาก็เห็นสายตาของฟู่ซงหยางเบนไปทางจั๋วอ้ายจวงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ฟู่ซงหยางไม่ได้มาคนเดียว หมอนี่มีผู้หญิงมาด้วยนี่หว่า

เชี่ยเอ๊ย นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย ? ฟู่ซงหยางผู้ซึ่งใช้ชีวิตจืดชืดไร้รสชาติมาตลอด จู่ ๆ ก็มีแฟนกับเขาแล้วเหรอเนี่ย ?

จั๋วอ้ายจวงทักทายชายหนุ่มคนนั้นอย่างมีมารยาท

ชายหนุ่มทักทายตอบกลับไปแบบมึน ๆ งง ๆ จนกระทั่งฟู่ซงหยางและจั๋วอ้ายจวงเดินห่างออกไปแล้ว เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมฉวยโอกาสสืบดูความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไปซะสนิทเลย

ตกลงว่าเป็นแฟนกันจริง ๆ หรือเปล่าวะเนี่ย ถ้าเป็นจริง ๆ ล่ะก็ ต้องมีสาว ๆ อกหักช้ำรักกันเป็นเบือแน่ ๆ

เฮ้อ ไอ้นี่มันตัวอันตรายจริง ๆ

เดี๋ยวก่อน จู่ ๆ ชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ ตอนที่เขาเคยเอาข่าวงานนิทรรศการนี้ไปเล่าให้ฟัง ตอนนั้นฟู่ซงหยางไม่ได้แสดงท่าทีสนใจงานนี้เลยสักนิด แถมยังบอกอีกว่าผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในงานเขาก็รู้จักแทบจะหมดแล้ว ไปดูก็ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก

ผลคือตอนนั้นพูดจาซะหนักแน่น แต่ตอนนี้กลับแอบย่องมาเงียบ ๆ ซะงั้น ไอ้นี่มัน... หาความจริงจากปากไม่ได้เลยสักคำ ชายหนุ่มส่ายหน้า ก่อนจะหันหลังเดินไปดูนิทรรศการต่อ

ฟู่ซงหยางและจั๋วอ้ายจวงเดินดูนิทรรศการจนเสร็จ พอออกมาก็เป็นเวลาอาหารเที่ยงพอดี

ฟู่ซงหยางเสนอว่าให้ไปกินมื้อเที่ยงที่ห้างหรงหน่วนซึ่งอยู่ใกล้ ๆ พอทานข้าวเสร็จ ช่วงบ่ายเขาจะพาเธอไปเยี่ยมชมหอสมุดแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในปักกิ่ง

จั๋วอ้ายจวงมีความสนใจหอสมุดแห่งชาติอยู่แล้ว เธอจึงตกลงรับคำเชิญทันที

ฟู่ซงหยางพาเธอไปกินหม้อไฟทองแดง  สูตรต้นตำรับของปักกิ่ง จากนั้นทั้งสองก็ไปที่หอสมุดแห่งชาติ และใช้เวลาช่วงบ่ายฆ่าเวลาอยู่ที่นั่นจนหมด

ตอนที่แยกย้ายกันกลับจากการเดทครั้งนี้ ฟู่ซงหยางก็ถือโอกาสนัดแนะเวลาสำหรับการเจอกันครั้งต่อไปเสร็จสรรพ

ในตอนแรกจั๋วอ้ายจวงยังไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอกลับมาถึงบ้าน เธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า นี่มันหมายความว่า... อีกไม่กี่วันพวกเขาก็ต้องไปเดทกันอีกแล้วเหรอ ?

หัวใจของเธอเต้นรัวแรงตึกตักขึ้นมาทันที

ช่วงนี้เฮ่อหนิงมีคิวงานแน่นเอี้ยด เธอเพิ่งจะไปออกรายการวาไรตี้มา แล้วหลังจากนี้ก็ยังมีคิวสัมภาษณ์อีกสองรายการ แถมยังมีคิวถ่ายภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่อง

เพื่อสานต่อประโยคที่จี้อี๋เฉินเคยบอกว่าสามารถรับบทนักแสดงรับเชิญได้ เฮ่อหนิงจึงไปไฟต์เพื่อช่วงชิงบทบาทหนึ่งในภาพยนตร์มาให้เขา เป็นบทที่แม้จะไม่ได้มีฉากออกโรงเยอะนัก แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นมาก ซึ่งตรงกับคาแรคเตอร์ปกติของจี้อี๋เฉินแบบเป๊ะ ๆ

ที่บอกว่าไปไฟต์มา ความจริงแล้วเฮ่อหนิงก็ไม่ได้ลงแรงอะไรมากหรอก ตอนนั้นผู้กำกับกำลังกลุ้มใจเรื่องบทนี้อยู่พอดี แคสต์นักแสดงชายไปตั้งหลายคน แต่ก็ไม่มีใครตรงสเปกที่เขาต้องการเลยสักคน

พอดีกับที่เฮ่อหนิงเอารูปของจี้อี๋เฉินมาให้เขาดู ผู้กำกับก็ถูกตาต้องใจจี้อี๋เฉินตั้งแต่แรกเห็น ถึงขั้นไม่ต้องเรียกมาออดิชันก็เซ็นสัญญากับเขาทันที

เฮ่อหนิงรับบทเป็นนางเอกของเรื่อง บทบาทจึงหนักมาก เธอเข้ากองถ่ายตั้งแต่เนิ่น ๆ ถ่ายทำไปได้ประมาณสามเดือนแล้ว จี้อี๋เฉินถึงเพิ่งจะเข้ากองถ่าย

จี้อี๋เฉินมีฉากให้ถ่ายไม่กี่ฉาก เขาแสดงเป็นรักแรกของนางเอก ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของหนุ่มหล่อเดือนโรงเรียนจอมเย็นชา หลังจากนั้นเขาก็จะมีชีวิตอยู่แค่ในความทรงจำของนางเอกเท่านั้น

ฉากไม่กี่ฉากที่จี้อี๋เฉินต้องถ่าย ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ในความทรงจำของนางเอกทั้งสิ้น

ฉากสั้น ๆ ไม่กี่ฉาก แต่กลับมีฉากจูบรวมอยู่ด้วยหนึ่งฉาก

เฮ่อหนิงกล้าสาบานเลยว่า เธอไม่ได้คิดจะฉวยโอกาสลวนลามเขา  ถึงได้ไปสั่งผู้กำกับให้เพิ่มฉากจูบเข้ามาหรอกนะ แต่เป็นเพราะคนเขียนบทเขาเขียนมาแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วต่างหาก ไม่เกี่ยวกับเธอเลยสักนิด

ถ้าจะให้บอกว่าเธอมีเจตนาแอบแฝงอะไรล่ะก็ คงจะเป็นการที่เธอแอบไปอ่านบทมาล่วงหน้าก่อนที่จะไปทาบทามจี้อี๋เฉินให้มารับบทนี้ แล้วก็รู้ล่วงหน้าว่ามันมีฉากจูบอยู่ด้วยนั่นแหละ

ก่อนจะเริ่มถ่ายฉากนี้ เฮ่อหนิงตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก

เธอให้ผู้ช่วยไปเอาน้ำยาบ้วนปากมาให้ แถมยังเคี้ยวลูกอมรสมินต์เข้าไปอีกหลายเม็ดรวด ด้วยความกลัวว่ากลิ่นเกี๊ยวที่กินไปเมื่อตอนเที่ยงมันจะแรงเกินไป จากนั้นเธอก็แอบลอบมองจี้อี๋เฉินอยู่อีกหลายครั้ง

และก็พบว่าจี้อี๋เฉินไม่ได้มีท่าทีประหม่าหรือตื่นเต้นเลยสักนิด เขายังคงนั่งอ่านบททำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่เลย

จบบทที่ บทที่ 488 นักแสดงรับเชิญ

คัดลอกลิงก์แล้ว