- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 486 เป็นแม่สื่อจับคู่ให้พี่ใหญ่กับจั๋วอ้ายจวง
บทที่ 486 เป็นแม่สื่อจับคู่ให้พี่ใหญ่กับจั๋วอ้ายจวง
บทที่ 486 เป็นแม่สื่อจับคู่ให้พี่ใหญ่กับจั๋วอ้ายจวง
บทที่ 486 เป็นแม่สื่อจับคู่ให้พี่ใหญ่กับจั๋วอ้ายจวง
ทั้งสองคนทำหน้าประหลาดใจ
เฮ่อหนิงพูดขึ้นว่า "อ้ายจวง นี่เธอมีความเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับคำว่าหน้าตาธรรมดาหรือเปล่าเนี่ย ? ดูหน้าตาพ่อแม่เธอสิ เธอจะหน้าตาธรรมดาไปได้ยังไง ? ต้องมั่นใจในตัวเองหน่อยสิ เธอสวยมากจริง ๆ นะ เป็นความสวยแบบน่ารัก ๆ พวกเรายังชอบเธอขนาดนี้ พี่ใหญ่ก็ต้องชอบเธอแน่ ๆ "
จั๋วอ้ายจวงอึ้งไปเลย
เธอไม่ได้หน้าตาธรรมดาเหรอ ? เธอสวยงั้นเหรอ ? แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนพวกนี้ เธอก็ดูแสนจะธรรมดาจริง ๆ นี่นา
แต่ทว่านิสัยของจั๋วอ้ายจวงก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากจวงซือเหวินผู้เป็นแม่ เธอจึงไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาคิดเล็กคิดน้อยให้วุ่นวายใจนานนัก และไม่ได้รู้สึกต่ำต้อยอะไรมากมายนักด้วย
ถ้าได้คบกับฟู่ซงหยางจริง ๆ ก็คงจะดีมาก ๆ ผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนั้น คนอื่นอยากได้ยังไงก็คงไม่ได้มาหรอก
"เอาแบบนี้ พรุ่งนี้พวกเราไปดูหนังด้วยกัน ชวนพี่ใหญ่ไปด้วย พวกเราจะสร้างโอกาสให้เธอสองคนเอง"
จั๋วอ้ายจวงก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย ผ่านไปครู่หนึ่งก็พยักหน้ารับเบา ๆ
วันรุ่งขึ้น ฟู่ซินหน่วนก็ไปซื้อตั๋วหนังมาจริง ๆ วันนี้เฮ่อหนิงมีตารางงาน เลยไปดูกับพวกเธอไม่ได้ แต่ก่อนไปเธอก็ดึงตัวจั๋วอ้ายจวงไปกระซิบกระซาบอยู่นานสองนาน
ทำเอาจั๋วอ้ายจวงโดนแซวจนหน้าแดงแจ๋ไปหมด
ฟู่ซินหน่วนไม่ต้องเดาก็รู้ว่ายัยนั่นกำลังพูดเรื่องอะไร ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่เคยมีความรักแท้ ๆ แต่กลับชอบถ่ายทอดเคล็ดลับวิชาความรักให้คนอื่น ทำหยั่งกับว่าตัวเองมีประสบการณ์โชกโชนนักแหละ
ความจริงก็ไปจำมาจากตอนเล่นเน็ตท่องเว็บทั้งนั้น ไม่เคยเอาไปลงสนามใช้จริงเลยสักครั้ง
"อ้ายจวง ไม่ต้องไปฟังหล่อนหรอกนะ คำพูดพวกนั้นมันก็แค่ทฤษฎีบนหน้ากระดาษ ยัยนั่นไม่มีประสบการณ์รบจริงเลยสักนิด"
"แต่ฉันรู้สึกว่าที่พี่เฮ่อหนิงพูดมันก็มีเหตุผลดีนะคะ"
ฟู่ซินหน่วนล่ะยอมใจเลยจริง ๆ
ยัยเฮ่อหนิงนี่มีพรสวรรค์ด้านนี้จริง ๆ แค่ขยับปากก็พูดเรื่องเป็นให้กลายเป็นตาย พูดเรื่องตายให้กลายเป็นเป็นได้ ไม่น่าไปเป็นนักแสดงเลย ถ้าไปเป็นเซลส์ขายของล่ะก็ ต้องได้เป็นถึงผู้จัดการระดับภูมิภาคแน่ ๆ
"ช่างเถอะ เอาเป็นว่าเก็บคำพูดของหล่อนไว้พิจารณาเล่น ๆ ก็พอ ปะ เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะพาเธอไปแปลงโฉมเอง"
ฟู่ซินหน่วนพาจั๋วอ้ายจวงไปที่ห้างสรรพสินค้าของที่บ้าน ห้างหรงหน่วนเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีนมาหลายปี มีสินค้าครบครันตั้งแต่ระดับไฮเอนด์ไปจนถึงระดับทั่วไป เป็นที่นิยมของประชาชนเป็นอย่างมาก
พอไปถึงที่นั่น ผู้จัดการห้างก็รู้ล่วงหน้าแล้วว่าฟู่ซินหน่วนจะมา จึงลงมาเดินเป็นเพื่อนพวกเธอด้วยตัวเอง
ฟู่ซินหน่วนสายตาเฉียบแหลมมาก เธอเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับจั๋วอ้ายจวงมาหลายชุด จัดให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งชุดข้างนอกและชุดชั้นใน
สุดท้ายเธอก็หันไปพูดกับผู้จัดการห้างว่า "ผู้จัดการจางคะ รบกวนลงบิลค่าของพวกนี้ไว้ที่บัญชีของฉันด้วยนะคะ"
ผู้จัดการห้างรีบรับคำทันที
จั๋วอ้ายจวงมองดูป้ายราคาบนเสื้อผ้าแล้วก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
"พี่ซินหน่วนคะ เสื้อผ้าพวกนี้มันแพงเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ"
ฟู่ซินหน่วนยิ้มแล้วบอกว่า "นี่มันเสื้อผ้าจากบริษัทแม่ฉันทั้งนั้นแหละจ้ะ ถ้าคิดตามราคาต้นทุนก็ไม่เท่าไหร่หรอก พี่ก็ถือว่าเป็นคนในบริษัท ยังได้ส่วนลดอีกด้วย คิดไปคิดมาแล้วยิ่งไม่แพงเลย เสื้อผ้าพวกนี้ถือซะว่าเป็นของขวัญแรกพบจากพี่ก็แล้วกัน อุตส่าห์ได้รู้จักกันทั้งที คนเป็นพี่สาวอย่างฉันจะไม่ซื้ออะไรรับขวัญน้องเลย มันจะไปดูดีได้ยังไงกันล่ะ"
พอเธอพูดแบบนี้ จั๋วอ้ายจวงก็ลำบากใจที่จะปฏิเสธ จึงยอมรับไว้แต่โดยดี
ในใจของเธอ เธอได้นับถือและยอมรับพี่สาวคนนี้ไปแล้วเรียบร้อย และแอบตั้งปณิธานไว้เงียบ ๆ ว่า ถ้ามีโอกาสวันหลังก็จะต้องซื้อของขวัญตอบแทนฟู่ซินหน่วนให้ได้
กลับจากห้างสรรพสินค้า ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงรอบหนังรอบค่ำ เวลายังเหลือเฟือ
ฟู่ซินหน่วนกับจั๋วอ้ายจวงจึงแวะไปหาอะไรกินกันก่อน จากนั้นก็พาเธอไปทำผมที่ซาลอน
พอทำผมเสร็จสรรพ ก็ให้จั๋วอ้ายจวงเลือกใส่ชุดกระโปรงโทนสีอบอุ่นที่ซื้อมา แล้วยังช่วยเธอแต่งหน้าอ่อน ๆ ให้อีกด้วย
หลังจากจับแต่งองค์ทรงเครื่องชุดใหญ่ พอจั๋วอ้ายจวงเห็นตัวเองในกระจก เธอก็แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่อยู่ในกระจกนั่นคือตัวเธอเอง นี่มันสวยเกินไปแล้ว ดูทันสมัย สุด ๆ ไปเลย !
ฟู่ซินหน่วนเองก็พอใจกับผลงานการแปลงโฉมจั๋วอ้ายจวงของตัวเองมากเช่นกัน
พอเห็นว่าได้เวลาแล้ว เธอก็โทรศัพท์ไปหาฟู่ซงหยาง เพื่อบอกเรื่องที่จะไปดูหนังกันคืนนี้
"คืนนี้มีใครไปบ้างล่ะ ? "
ฟู่ซงหยางถามจากปลายสาย
ในสายไม่มีเสียงรบกวนใด ๆ เลยนอกจากเสียงของเขา มันเงียบสงัดผิดปกติ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังรับสายอยู่ในห้องแล็บ
"นอกจากฉันกับอ้ายจวงแล้ว ก็มีพี่กับสวี่เหวินไงคะ ซงเหนียนบอกว่าคืนนี้มีงานเลี้ยง ไปกับพวกเราไม่ได้ ส่วนเฮ่อหนิงก็มีตารางงาน บินไปต่างมณฑลแล้ว ก็เลยไปไม่ได้เหมือนกัน หรือจะให้ฉันชวนพ่อกับแม่ไปด้วยดีล่ะคะ ? "
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ฟู่ซงหยางจะเอ่ยขึ้นว่า "ช่างเถอะ ไม่ต้องชวนพ่อกับแม่หรอก อ้ายจวงเพิ่งจะทำความคุ้นเคยกับพวกเรา ไปกันเฉพาะคนรุ่นราวคราวเดียวกันเธอน่าจะผ่อนคลายกว่า ขืนพาพ่อกับแม่ไปด้วย เธออาจจะเกร็งทำตัวไม่ถูกเอาได้นะ"
ถ้าไม่ติดว่ามองไม่เห็นกันผ่านสายโทรศัพท์ ฟู่ซินหน่วนแทบจะยกนิ้วโป้งเยี่ยมยอดให้เขาแล้ว
ดูความช่างสังเกตและเอาใจใส่ของเขาสิ ถึงขนาดนึกไปถึงความอึดอัดใจของหญิงสาวได้ด้วย "โอเคค่ะ เอาตามที่พี่บอกเลยนะ งั้นเราตกลงกันตามนี้นะ ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด เลิกงานแล้วก็รีบกลับมาล่ะ"
"อื้ม"
ฟู่ซงหยางรับคำสั้น ๆ แล้วก็วางสายไป
ฟู่ซินหน่วนชินกับนิสัยแบบนี้ของเขาซะแล้ว เดาว่าคงจะกำลังยุ่งอยู่กับการทดลองในมือแน่ ๆ
หลังจากวางสาย ฟู่ซินหน่วนก็แอบส่งข้อความวีแชต ไปหาเจียงชิ่น เพื่อบอกตารางงานคืนนี้ของพวกเธอให้รู้
ไม่นานเจียงชิ่นก็ส่งสติกเกอร์กดไลก์กลับมาให้ ตามมาติด ๆ ด้วยข้อความอีกหนึ่งประโยค
"สมกับเป็นลูกสาวแม่ ลงมือได้รวดเร็วทันใจจริง ๆ "
ฟู่ซินหน่วนอึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปว่า "แม่ หมายความว่าไงคะ ? หรือว่าแม่ก็คิดอยากจะจับคู่พี่ใหญ่กับอ้ายจวงเหมือนกันเหรอ ? "
เจียงชิ่นน่าจะกำลังยุ่งอยู่ ผ่านไปพักหนึ่งถึงได้ตอบกลับมา
"ใช่จ้ะ ใจตรงกันเลยนะเราสองคน"
ฟู่ซินหน่วนอดหัวเราะออกมาไม่ได้
"ลูกย่อมรู้ใจแม่ที่สุด ยังไงหนูก็เข้าใจแม่ที่สุดแหละค่ะ แต่ถ้าพี่ใหญ่ได้แต่งงานกับอ้ายจวงจริง ๆ ก็ถือว่ามีบุญมากเลยนะคะเนี่ย"
ยิ่งได้คลุกคลีกับอ้ายจวง เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนเรียบง่ายและบริสุทธิ์ใจ ไม่มีความเสแสร้งหรือดัดจริตเลยแม้แต่น้อย นิสัยแบบนี้หาได้ยากมากจริง ๆ
เจียงชิ่นเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เด็กสาวที่ชื่อจั๋วอ้ายจวงคนนี้ น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ
ของดีต้องเก็บไว้ให้คนกันเอง ลูกสะใภ้คนนี้ เธอจะต้องคว้ามาให้ได้เลย
หลังจากส่งวีแชตคุยกับฟู่ซินหน่วนเสร็จ เจียงชิ่นก็ต่อสายตรงหาฟู่ซงหยางทันที กำชับให้เขาดูแลจั๋วอ้ายจวงให้ดี ๆ ในคืนนี้
ฟู่ซงหยางก็รับปากอย่างว่าง่าย
ด้วยความที่เข้าใจลูกชายคนโตเป็นอย่างดี เจียงชิ่นจึงสัมผัสได้จากน้ำเสียงของเขาว่าเขาก็น่าจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับจั๋วอ้ายจวงเหมือนกัน ในใจของเธอพลันเบิกบานขึ้นมาทันที
ช่วงค่ำก่อนจะไปดูหนัง ทั้งสี่คนก็แวะไปทานข้าวด้วยกันก่อน
ตอนแรกฟู่ซินหน่วนเดินคู่กับจั๋วอ้ายจวง ส่วนเหยียนสวี่เหวินเดินคู่กับฟู่ซงหยาง
แต่พอทานข้าวเสร็จและกำลังจะไปดูหนัง ก็เปลี่ยนคู่เป็นฟู่ซินหน่วนเดินคู่กับเหยียนสวี่เหวิน และจั๋วอ้ายจวงเดินคู่กับฟู่ซงหยางแทน ตั๋วหนังที่ฟู่ซินหน่วนซื้อมาเป็นแบบที่นั่งคู่ติดกัน
แต่ระหว่างสองคู่นั้นมีคนอื่นนั่งคั่นอยู่หลายที่นั่ง
เหตุผลที่เธอยกขึ้นมาอ้างก็คือ หนังเรื่องนี้กำลังเป็นกระแสและฮิตมากที่สุดในช่วงนี้
ตั๋วเลยหายากสุด ๆ การที่สามารถหาซื้อที่นั่งติดกันได้สองที่ก็ถือว่าบุญหล่นทับแล้ว ถ้าอยากจะได้สี่ที่นั่งติดกันรวดล่ะก็ ฝันไปเถอะ
ฟู่ซงหยางไม่ได้พูดอะไร เขาเป็นฝ่ายอาสาขอไปนั่งคู่กับจั๋วอ้ายจวงเองเลย
เมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่ของตัวเองรู้หน้าที่ขนาดนี้ ฟู่ซินหน่วนก็ควงแขนเหยียนสวี่เหวินไปนั่งอีกฝั่งอย่างอารมณ์ดี
"คุณตั้งใจจะสร้างโอกาสให้พี่ใหญ่กับจั๋วอ้ายจวงใช่ไหมครับเนี่ย ? "
พอทั้งสองคนนั่งลง เหยียนสวี่เหวินก็กระซิบถามที่ข้างหูเธอ
ฟู่ซินหน่วนหัวเราะคิกคัก "ฉันว่าอ้ายจวงน่ารักดีนะคะ แล้วพี่ใหญ่ก็ยังไม่มีแฟนพอดี ถ้าสองคนนี้ลงเอยกันได้ ฉันก็จะได้มีพี่สะใภ้ที่ถูกใจยังไงล่ะคะ"