- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 482 ยานอวกาศ
บทที่ 482 ยานอวกาศ
บทที่ 482 ยานอวกาศ
บทที่ 482 ยานอวกาศ
ในปี 2000 สถานีอวกาศเทียนกงของประเทศจีนได้ทำการเชื่อมต่อในห้วงอวกาศจนเสร็จสมบูรณ์
ภาพเหตุการณ์การเชื่อมต่อถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลก มีผู้ชมนับพันล้านคนเฝ้าดูอยู่หน้าจอ
ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือสถานีอวกาศเพียงแห่งเดียวบนโลกในปัจจุบัน
สองประเทศมหาอำนาจดั้งเดิมของโลกอย่างประเทศ M และประเทศ S ต่างก็ทยอยตกต่ำลงราวกับพระอาทิตย์ตกดิน ตามการผงาดขึ้นของประเทศจีน
ประเทศ S เผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศ จนต้องแตกสลายกลายเป็นประเทศเล็กประเทศน้อยหลายแห่ง
ประเทศ M ก็ไม่หลงเหลือความรุ่งโรจน์ในวันวานอีกต่อไป พวกเขาถูกประเทศจีนทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่นในทุก ๆ ด้าน ปัจจุบันประเทศจีนกลายเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอย่างสมศักดิ์ศรีและไร้ข้อกังขา
และประเทศจีนก็แบกรับความรับผิดชอบในฐานะประเทศมหาอำนาจมาโดยตลอด โดยการนำพาประชาชนทั่วโลกก้าวไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกัน สู่สันติภาพและอารยธรรม
ทำได้จริงตามคำกล่าวที่ว่า 'ความสามัคคีของประชาชนทำให้โลกเจริญ'
สโลแกนที่ถูกแขวนไว้บนหอคอยจัตุรัสเทียนอันเหมินในตอนก่อตั้งประเทศ ได้ถูกนำมาทำให้กลายเป็นความจริงแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายของการเชื่อมต่อสถานีอวกาศนี้ รับผิดชอบโดยลูกศิษย์ของเจียงชิ่น
เธอคอยผลักดันและสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวในทุกสาขาอาชีพก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ เพราะมีเพียงการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทเท่านั้น วงการนี้ถึงจะมีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่หยุดยั้ง
อุตสาหกรรมการบินและอวกาศเองก็เช่นกัน
เจียงชิ่นนั่งอยู่ในศูนย์ควบคุม สังเกตการณ์กระบวนการเชื่อมต่อสถานีอวกาศตั้งแต่ต้นจนจบ
ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่มไปทั่วศูนย์ควบคุม ทุกคนต่างผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้นดีใจจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ นี่คือความสำเร็จที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์ และเป็นก้าวสำคัญอันยิ่งใหญ่ของแวดวงอวกาศประเทศจีน
เจียงชิ่นเองก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอไม่เคยหุบลงเลย
ในวันเดียวกันนั้น สื่อของทางการประเทศจีนได้ประกาศความสำเร็จในการสร้างสถานีอวกาศให้ทั่วโลกได้รับรู้
ประเทศจีนกลายเป็นประเทศเดียวในโลกที่ครอบครองสถานีอวกาศ
ในตอนท้ายของการรายงานข่าวได้ระบุว่า สถานีอวกาศของประเทศจีนเปิดกว้างสู่ภายนอก ขอเชิญชวนผู้เชี่ยวชาญจากทุกประเทศยื่นขออนุมัติโครงการทดลอง หากผ่านการประเมินและได้รับอนุมัติ ก็สามารถส่งขึ้นไปทดลองบนสถานีอวกาศได้
ข่าวนี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลกในชั่วพริบตา
บรรดาผู้เชี่ยวชาญแทบจะคลั่ง พวกเขางัดเอาความสามารถทั้งหมดที่มีออกมาใช้ เพื่อแย่งชิงโควตาส่งโครงการของตัวเองขึ้นสู่อวกาศ
ท้ายที่สุด หลังจากผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดหลายขั้นตอน โครงการจากต่างประเทศจำนวนห้าโครงการก็ถูกคัดเลือกให้ขึ้นสู่อวกาศเป็นกลุ่มแรก
ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นโครงการทดลองที่ยอดเยี่ยมที่สุด
แน่นอนว่า โครงการทดลองที่เยอะที่สุดบนสถานีอวกาศก็ยังคงเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของประเทศจีนเอง ในจำนวนนั้นมีโครงการของลูกศิษย์เจียงชิ่นอยู่มากมาย และเซิงฉิงเองก็ยื่นขออนุมัติผ่านหนึ่งโครงการเช่นกัน
ปัจจุบันเซิงฉิงได้อยู่เป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ส่วนเจียงหังก็ลาออกจากสถาบันวิจัย เพื่อมาเป็นผู้ช่วยให้ภรรยาอย่างเต็มตัว
ในด้านความสามารถด้านการวิจัย เจียงหังรู้ดีว่าตัวเองสู้เซิงฉิงไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียศักดิ์ศรีเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกมีความสุขเสียด้วยซ้ำ และทุ่มเทความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือภรรยา
สองสามีภรรยาทำงานอยู่ในห้องแล็บเดียวกัน ตัวติดกันแจราวกับปาท่องโก๋ หวานแหววกันสุด ๆ
บรรดานักศึกษาที่อยู่ใต้การดูแลของพวกเขาต่างก็อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว
ทั้งสองคนได้กลายเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาที่สุดคู่ต่อไปของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง รองจากคู่ของเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋ว
หลังจากสถานีอวกาศสร้างเสร็จ วันหนึ่งฟู่เส้าตั๋วก็กลับบ้านมาด้วยท่าทีลึกลับ เขาบอกให้เจียงชิ่นเคลียร์คิวว่างสักหนึ่งวัน เพื่อไปเยี่ยมชมที่หน่วยงานของเขา
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นที่เก็บซ่อนไว้ไม่อยู่ของเขา เจียงชิ่นก็พอจะเดาอะไรได้ลาง ๆ ในใจ
"ยานอวกาศ จะบินทดสอบแล้วเหรอคะ ? "
ฟู่เส้าตั๋วพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น "วันนั้นแหละครับ จะให้นักบินที่เก่งที่สุดมาเป็นคนบินทดสอบ การทดสอบครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ มันสำคัญมากจริง ๆ "
เจียงชิ่นกุมมือฟู่เส้าตั๋วไว้ "วางใจเถอะค่ะ ทำตามทฤษฎีที่เราวางไว้ก่อนหน้านี้ รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอน"
เหตุผลข้อนี้ฟู่เส้าตั๋วย่อมเข้าใจดี อันที่จริงสำหรับยานอวกาศรุ่นแรกนี้ เขามีความมั่นใจสูงมาก
แต่จะให้ไม่ตื่นเต้นเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ ถึงยังไงนี่ก็คือครั้งแรกของโลก
เครื่องบินที่สามารถเดินทางไปมาระหว่างโลกกับชั้นบรรยากาศได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในยามสงบสามารถใช้ขนส่งเสบียง แต่ในยามสงคราม มันก็คืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุด
หากย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน เรื่องพวกนี้คงเหมือนความฝัน ที่แม้แต่จะจินตนาการก็ยังไม่กล้า
แต่มาวันนี้ พวกเขากลับสร้างมันขึ้นมาได้จริง ๆ แถมกำลังจะทำการบินทดสอบอีกต่างหาก ไม่ว่าเรื่องนี้จะไปตกอยู่กับใครก็ต้องตื่นเต้นทั้งนั้นแหละ
สองวันก่อนการบินทดสอบ เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วโดยสารเครื่องบินส่วนตัวมุ่งหน้าไปยังทะเลทรายโกบีทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
สถานที่สำหรับทดสอบการบินในครั้งนี้ตั้งอยู่ที่นี่
เมื่อเจียงชิ่นยืนอยู่บนลานทดสอบ เผชิญหน้ากับยานอวกาศลำมหึมาที่อยู่ตรงหน้า เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นสะท้านไปทั้งตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดมาก แม้ตลอดหลายสิบปีที่เธอทำงานด้านการวิจัยมา นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกแบบนี้ สัตว์ประหลาดเหล็กยักษ์ลำนั้นมีความสูงเทียบเท่ากับตึกยี่สิบกว่าชั้น ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างผืนฟ้าและแผ่นดิน ราวกับพญาปักษา ที่กำลังจะกางปีกบิน
ทั่วทั้งลำตัวเครื่องสะท้อนแสงสีเงินแวววาวภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา
หัวใจของเจียงชิ่นเต้นแรงเป็นจังหวะรัวเร็ว ไม่สามารถสงบลงได้เลยเป็นเวลานาน
ความรู้สึกของฟู่เส้าตั๋วเองก็ไม่ต่างจากเธอ
แม้จะเป็นสิ่งที่ตัวเองวิจัยและสร้างขึ้นมากับมือ แต่ขั้นตอนการวิจัยก็เรื่องหนึ่ง พอได้มาเห็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์จริง ๆ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
"วันนี้ถูกลิขิตให้เป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ยากจะลบเลือนของประเทศจีน เพียงแต่ผลงานความสำเร็จนี้ จะมีแค่คนที่มีส่วนร่วมที่นี่เท่านั้นที่จะได้รับรู้ คงต้องรอไปอีกหลายปี กว่าพวกคุณเหล่านักวิจัยที่ทุ่มเทเสียสละมาเนิ่นนานจะได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน" เจียงชิ่นพูดกับฟู่เส้าตั๋ว
ฟู่เส้าตั๋วยิ้มรับ "ตั้งแต่วันแรกที่ผมก้าวเข้ามาทำงานในสายนี้ ผมก็ละทิ้งเรื่องชื่อเสียงเกียรติยศพวกนี้ไปหมดแล้วครับ ถ้าไม่มีความมุ่งมั่นเสียสละแบบนี้ จะมาก้มหน้าก้มตาทำงานวิจัยอยู่เบื้องหลังเงียบ ๆ ได้ยังไงล่ะ การได้หลอมกระบี่เพื่อชาติ คือความโชคดีที่สุดในชีวิตของผมแล้วล่ะครับ ! "
เจียงชิ่นหันกลับมา และเหลือบไปเห็นประกายน้ำตาที่เอ่อรื้นอยู่ที่หางตาของสามีเธอเพียงแวบหนึ่ง
นั่นสินะ การได้หลอมกระบี่เพื่อชาติ ก็เป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตของเธอเช่นเดียวกัน !
ได้เวลาเทกออฟแล้ว นักวิจัยทุกคนในพื้นที่ต่างถอยออกไปยังระยะปลอดภัย เพื่อเฝ้าดูขั้นตอนการทะยานขึ้นฟ้าทั้งหมด
เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ดีที่สุด โดยมีนักวิจัยคนอื่น ๆ ห้อมล้อมอยู่รอบ ๆ
สิ้นสุดการนับถอยหลัง เสียงคำรามกึกก้องก็ดังกังวานไปทั่วทั้งฐานทัพ
ท่ามกลางเสียงคำรามนั้น เครื่องบินลำมหึมาก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในชั่วพริบตา มุ่งหน้าสู่เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น...
ที่ข้างหู มีเสียงรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์จากเจ้าหน้าที่ดังขึ้นเป็นระยะ
"ทุกอย่างเป็นปกติ..."
"ปกติ..."
"ปกติ..."
...
หนึ่งชั่วโมงสามสิบนาทีต่อมา การบินทดสอบของยานอวกาศก็ถูกประกาศว่าสำเร็จลุล่วง
ยานอวกาศที่ได้รับการขนานนามว่า 'ไป๋ตี้' ในตอนนี้ได้ลงจอดบนทะเลทรายโกบีอีกแห่งที่อยู่ห่างออกไปนับพันลี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"อ๊ากกก——สำเร็จแล้ว ! "
"สำเร็จแล้ว ! "
"พวกเราทำสำเร็จแล้ว ! "
ทุกคนโห่ร้องตะโกนกันอย่างบ้าคลั่ง บางคนถึงกับกระโดดโลดเต้น สวมกอดกันอย่างลืมตัว และโยนทุกสิ่งทุกอย่างในมือขึ้นฟ้า
เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วที่ถูกห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง เกือบจะถูกฝูงชนที่กำลังตื่นเต้นจับโยนขึ้นฟ้าแล้ว
ท้ายที่สุดก็เป็นผู้นำของฐานทัพที่เข้ามาห้ามไว้ได้ทัน
สองคนนี้คือผู้เชี่ยวชาญระดับสมบัติของชาติเลยนะ ใครจะกล้าโยน เกิดพลาดทำหล่นบาดเจ็บขึ้นมา นั่นหมายถึงความสูญเสียระดับชาติเลยนะ
สุดท้าย ทุกคนก็ร่วมกันถ่ายภาพหมู่ ณ สถานที่แห่งนี้ เพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับการทดลองในครั้งนี้
ในอีกหลายปีต่อมา เมื่อภาพถ่ายใบนี้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน ประชาชนประเทศจีนทุกคนถึงเพิ่งได้รับรู้ว่า 'ยานรบอวกาศไป๋ตี้' ที่เคยทำให้คนทั้งโลกตกตะลึงจนตาค้าง และได้รับการขนานนามว่าเป็นดั่งผลงานไซไฟนั้น ถูกวิจัยและสร้างขึ้นด้วยน้ำมือของคนกลุ่มนี้นี่เอง
วินาทีที่ยานรบอวกาศไป๋ตี้ปรากฏขึ้นต่อสายตาชาวโลก นั่นหมายความว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เป้าหมายของประเทศจีนจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนโลกใบนี้อีกต่อไป แต่คือทะเลดาวอันกว้างใหญ่ไพศาล
และทั้งหมดนี้ ล้วนต้องพึ่งพาผู้คนเหล่านี้ ที่ยอมอุทิศชีวิตและปิดทองหลังพระเพื่อหลอมกระบี่ให้กับประเทศชาติอย่างเงียบ ๆ
'ไป๋ตี้' จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศจีนในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา !