เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 483 ถ่ายรูปแต่งงานย้อนหลัง

บทที่ 483 ถ่ายรูปแต่งงานย้อนหลัง

บทที่ 483 ถ่ายรูปแต่งงานย้อนหลัง


บทที่ 483 ถ่ายรูปแต่งงานย้อนหลัง

ในปี 2000 โลกทั้งใบได้ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นทางการ

ฟู่ซินหน่วนและเหยียนสวี่เหวินเตรียมตัวที่จะจัดงานแต่งงานกันแล้ว

ความจริงแล้วทั้งสองคนจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน แต่ยังไม่ทันได้จัดงานแต่งงาน เหยียนสวี่เหวินก็ถูกกระทรวงการต่างประเทศส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจด่วนที่ต่างประเทศเสียก่อน

ผ่านไปสองปี เขาถึงได้กลับประเทศ ในที่สุดทั้งคู่ก็จะได้เข้าพิธีวิวาห์กันอย่างเป็นทางการเสียที

การแต่งงานของลูกสาวถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในบ้าน เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วเป็นคนลงมือจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งวุ่นอยู่กับการจองโรงแรม จองชุดแต่งงาน แถมยังจองแพ็กเกจฮันนีมูนทัวร์รอบโลกให้พวกเขาล่วงหน้าอีกด้วย

ฟู่ซินหน่วนและเหยียนสวี่เหวินงานยุ่งมากจนไม่มีเวลา โชคดีที่มีเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วคอยช่วยจัดการให้ พวกเขาจึงไม่ต้องเหนื่อยสมองจัดการอะไรเลยสักนิด

โรงแรมที่ฟู่เส้าตั๋วเป็นคนจอง คือโรงแรมที่ดีที่สุดในปักกิ่ง

สำหรับรูปแบบการจัดงาน ทั้งสองคนได้สอบถามความคิดเห็นของคู่บ่าวสาว เหยียนสวี่เหวินไม่มีความเห็นใด ๆ เขาตามใจฟู่ซินหน่วนทุกอย่าง

ฟู่ซินหน่วนอยากได้งานแต่งงานสไตล์จีนโบราณ

ในปัจจุบัน อิทธิพลทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศจีนล้วนอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก งานแต่งงานสไตล์จีนจึงกลายเป็นรูปแบบงานแต่งกระแสหลัก และมีอิทธิพลอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก

ฟู่ซินหน่วนเองก็เหมือนกับชาวประเทศจีนคนอื่น ๆ ที่อยากจะมีงานแต่งงานแบบจีนดั้งเดิม

เจียงชิ่นย่อมเห็นด้วยอย่างยิ่ง หลังจากที่เธอเคยไปร่วมงานแต่งแบบจีนมาสองสามครั้ง เธอก็รู้สึกชอบมากเช่นกัน

พอนึกย้อนกลับไปถึงงานแต่งของเธอกับฟู่เส้าตั๋ว เมื่อเอามาเทียบกับงานแต่งของคนหนุ่มสาวสมัยนี้แล้ว มันช่างดูเรียบง่ายและอัตคัดเหลือเกิน

ฟู่เส้าตั๋วดูออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ จึงยิ้มถามว่า "หรือพวกเราจะจัดงานแต่งกันใหม่อีกสักรอบดีไหมครับ ? "

เจียงชิ่นตีไหล่เขาไปหนึ่งที "พูดอะไรของคุณคะ อายุปูนนี้แล้วยังจะมาจัดงานแต่งอะไรอีก ขืนทำแบบนั้นคนเขาได้หัวเราะเยาะจนฟันร่วงกันพอดี"

"จะเป็นไรไปล่ะครับ ขอแค่คุณมีความสุขก็พอแล้ว"

"งานแต่งน่ะไม่ต้องหรอกค่ะ เอาไว้ตอนที่พวกซินหน่วนไปถ่ายพรีเวดดิ้ง เราสองคนก็ไปถ่ายรูปเก็บไว้สักชุดดีไหมคะ ? ใส่ชุดแต่งงานแบบจีนโบราณน่ะ คุณว่าไง ? "

"ดีสิครับ ดีแน่นอน คุณอยากถ่ายสักกี่ชุดก็ได้เลย"

"ตกลงค่ะ เอาตามนี้นะคะ"

เมื่อฟู่ซินหน่วนได้ยินว่าพ่อกับแม่จะไปถ่ายรูปด้วย เธอก็ดีใจสุด ๆ

"แม่หนูสวยขนาดนี้ ถ่ายรูปออกมาต้องสวยมากแน่ ๆ แม่ต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดชัวร์เลยค่ะ"

"พูดเกินไปแล้วจ้ะ แม่อายุห้าสิบกว่าแล้วนะ จะไปสู้พวกหนุ่มสาวอย่างลูกได้ยังไง"

"แม่คะ แม่ดูไม่แก่เลยสักนิด มองยังไงก็เหมือนคนอายุยี่สิบกว่า ๆ ชัด ๆ "

เจียงชิ่นหัวเราะ "ปากหวานจริง ๆ เลยนะ ทาน้ำผึ้งมาหรือไงเรา"

สองแม่ลูกคุยกันอยู่อีกฝั่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งฟู่เส้าตั๋วกับเหยียนสวี่เหวินก็กำลังนั่งสนทนากันอยู่

เรื่องที่ทั้งสองคนคุยกันล้วนแต่เป็นเรื่องสถานการณ์ระหว่างประเทศ และนโยบายการพัฒนาในอนาคตอะไรเทือกนั้น

เหยียนสวี่เหวินได้รับการหล่อหลอมมาจากตระกูลปัญญาชนตั้งแต่เด็ก มีความรู้กว้างขวาง อ่อนน้อมถ่อมตน พูดได้ถึงห้าภาษา เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มอนาคตไกลอย่างแท้จริง

เมื่อได้พูดคุยใกล้ชิดกันมากขึ้น ฟู่เส้าตั๋วก็ยิ่งชื่นชมในตัวเขา และยอมรับลูกเขยคนนี้จากก้นบึ้งของหัวใจไปแล้ว

อีกอย่าง หลังจากฟู่ซินหน่วนกับเหยียนสวี่เหวินแต่งงานกันแล้ว เรือนหอของทั้งคู่ก็คือบ้านตระกูลเหยียนที่อยู่ติดกันนั่นเอง เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึง ความจริงแล้วมันก็แทบไม่ต่างอะไรกับการอยู่ที่บ้านตัวเองเลย

อยากจะเห็นหน้าลูกสาวตอนไหนก็ได้เห็น

วันที่ไปถ่ายรูปแต่งงาน เจียงชิ่นกับฟู่ซินหน่วนเดินเข้าไปแต่งหน้าในห้องแต่งตัวด้วยกัน

พวกเธอไม่ต้องไปหาสตูดิโอข้างนอกเลย เพราะที่ซิงกวงเอนเตอร์เทนเมนต์มีทั้งสไตลิสต์และช่างภาพมืออาชีพเตรียมพร้อมไว้ให้บริการแบบครบวงจร

การได้แต่งหน้าให้กับเจ้านายและลูกสาวเจ้านาย คนพวกนี้ย่อมต้องตั้งใจอย่างถึงที่สุด ทุกคนต่างงัดเอาฝีมือขั้นเทพออกมาใช้อย่างเต็มที่

ช่างแต่งหน้าไปพลาง ก็เอ่ยปากชมสภาพผิวของเจียงชิ่นไปพลาง บอกว่าแทบไม่ต้องลงรองพื้นอะไรให้ยุ่งยากเลย ทั้ง ๆ ที่อายุห้าสิบกว่าแล้ว แต่กลับไม่มีฝ้ากระเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าสวรรค์ได้หยุดอายุของเธอเอาไว้

ใบหน้านี้มันสวยซะจนดูไม่สมจริงเลย

เจียงชิ่นเองก็แปลกใจเหมือนกัน อายุปูนนี้แล้วกลับไม่มีฝ้ากระ เธอลองคิดไปคิดมา ก็เดาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการที่เธอเคยกินยาเม็ดเสริมสร้างกระดูกและร่างกายเข้าไปเยอะแน่ ๆ

หลังจากลองถามระบบ ระบบก็ตอบว่า ยาเม็ดเหล่านี้นอกจากจะมีสรรพคุณช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยลดอัตราการเผาผลาญและการเสื่อมสภาพของเซลล์ร่างกายลงด้วย

เจียงชิ่นกินยาชนิดนี้เข้าไปเยอะมาก อัตราการเสื่อมสภาพของเธอจึงลดลงจนเหลือน้อยกว่าหนึ่งในสิบของคนปกติ พูดง่าย ๆ ก็คือ อายุตามบัตรประชาชนของเจียงชิ่นคือห้าสิบกว่าปี แต่อายุทางชีวภาพของร่างกายเธอยังอยู่ที่ราว ๆ สามสิบปีเท่านั้น

ดังนั้นการที่เธอดูอ่อนกว่าวัยจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลย

แต่เรื่องนี้มีแค่ตัวเธอคนเดียวที่รู้ สำหรับคนอื่นแล้ว พอมองดูเธอก็ได้แต่ประหลาดใจและประหลาดใจเท่านั้น

ฟู่ซินหน่วนสืบทอดความงามมาจากเจียงชิ่นอย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากแต่งหน้าเสร็จ เธอก็สวยงามจนน่าตกตะลึงเช่นกัน เมื่อแต่งหน้าเสร็จ สไตลิสต์ก็เข้ามาจัดแต่งเครื่องประดับผมและช่วยพวกเธอเปลี่ยนชุด

อีกด้านหนึ่ง เหยียนสวี่เหวินและฟู่เส้าตั๋วเองก็เปลี่ยนมาสวมชุดสไตล์จีนเรียบร้อยแล้ว

ทั้งสี่คนไปยืนรวมกัน แล้วถ่ายรูปครอบครัวแบบรวมเฟรมกันเป็นรูปแรก

พนักงานเกือบทั้งบริษัทต่างพากันวิ่งมามุงดู

ทั้งสี่คนหน้าตาดีระดับเทพเจ้า สามารถฆ่าดาราเบอร์ต้น ๆ ที่มีกระแสในยุคนี้ให้ตายเรียบได้ในพริบตา

ไม่ว่าจะไปยืนอยู่ตรงไหน ก็เป็นดั่งทิวทัศน์ที่งดงามสะดุดตา

แต่ละคนต่างตะลึงงันในความงามจนตาค้าง บางคนถึงกับแอบถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอาไปโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตหรอก

ขืนเอาภาพส่วนตัวของเจ้านายไปโพสต์ลงเน็ตสุ่มสี่สุ่มห้า ยังอยากจะเก็บงานนี้ไว้ทำต่ออยู่ไหมล่ะ

ปัจจุบัน ซิงกวงเอนเตอร์เทนเมนต์ถือเป็นบริษัทบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ขึ้นชื่อเรื่องสวัสดิการที่ยอดเยี่ยม ถ้าถูกไล่ออกขึ้นมาจริง ๆ จะไปหางานดี ๆ แบบนี้ได้จากที่ไหนกันล่ะ

หลังจากถ่ายรูปหมู่เสร็จ ทั้งสองคู่ก็แยกย้ายกันไปถ่ายรูปเดี่ยวของแต่ละคู่ที่ห้องสตูดิโอสองห้อง

สามวันต่อมา อัลบั้มรูปก็ถูกส่งมาถึงมือ

ตอนแรกทีมรีทัชของบริษัทตั้งใจจะทำโอทีปั่นรูปให้เสร็จโดยเร็ว แต่พอเห็นรูปต้นฉบับก็พบว่าแทบจะไม่ต้องรีทัชอะไรเลย แค่ถ่ายออกมาส่ง ๆ รูปก็ยังสวยจนหาที่ติไม่ได้ สามารถเอาไปขึ้นปกนิตยสารได้สบาย ๆ

ดังนั้นรูปจึงเสร็จเร็วมาก ที่กินเวลาไปสามวันก็เป็นเพราะขั้นตอนการจัดเลย์เอาต์และสั่งพิมพ์อัลบั้มนั่นแหละ

ผู้จัดการใหญ่ของซิงกวงเอนเตอร์เทนเมนต์เป็นคนนำอัลบั้มรูปทั้งสองเล่มมาส่งให้ถึงมือด้วยตัวเอง

เมื่อเจียงชิ่นและฟู่ซินหน่วนได้รับอัลบั้ม ทั้งสองก็นั่งดูอัลบั้มของตัวเองอยู่บนโซฟา พลางผลัดกันแสดงความคิดเห็นอย่างสนุกสนาน ตอนเย็นเมื่อฟู่เส้าตั๋วกลับมาถึงบ้าน เจียงชิ่นก็หยิบอัลบั้มรูปไปให้เขาดู

ฟู่เส้าตั๋วดูอัลบั้มจนจบ เขาหยิบรูปหมู่ที่ถ่ายรวมกันสี่คนออกมาจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยว่า "คราวที่แล้วตอนไปถ่ายรูป ถ้าพาซงหยางกับซงเหนียนไปด้วยก็คงดี จะได้ถ่ายรูปครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันไปเลย"

เจียงชิ่นตอบ "ฉันก็เคยคิดเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ เอาไว้รอโอกาสหน้าแล้วกันนะคะ ไม่แน่ว่าถึงตอนนั้น บ้านเราอาจจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้"

ในวันงานแต่งของฟู่ซินหน่วนและเหยียนสวี่เหวิน ห้องจัดเลี้ยงที่สามารถรองรับโต๊ะจีนได้ถึงหนึ่งร้อยโต๊ะนั้นเต็มแน่นเอียดจนแทบไม่มีที่เดิน แขกหลายคนที่มางานแล้วไม่มีที่นั่ง ก็ทำได้แค่มอบซองแล้วยืนชมพิธีอยู่ด้านข้าง

แขกส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วส่งการ์ดเชิญไปให้ แต่เป็นคนที่ได้ยินข่าวแล้วตั้งใจมาร่วมแสดงความยินดีด้วยตัวเอง บวกกับญาติมิตรของทั้งสองฝ่าย บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงจึงคึกคักและยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ

งานแต่งงานสไตล์จีนโบราณในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการและสง่างาม มันกลายเป็นที่กล่าวขานและเป็นที่พูดถึงของผู้คนไปอีกยาวนาน

หลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งของฟู่ซินหน่วน เจียงชิ่นก็พักผ่อนอยู่บ้านเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

หลังจากนั้น ตอนที่เธอกำลังวางแผนจะออกไปเที่ยวพักผ่อน จู่ ๆ เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากจวงซือเหวิน

หลังจากที่จวงซือเหวินและจั๋วซีเรียนจบ ทั้งคู่ก็เดินทางไปยังฐานทัพที่ซินเจียงตอนใต้  เพื่อทำการวิจัยลับ พวกเขาไม่ได้กลับมาที่ปักกิ่งเป็นเวลาหลายปี และไม่เคยติดต่อเจียงชิ่นเลย

การที่จู่ ๆ ก็ได้รับการติดต่อมาแบบนี้ ทำให้เจียงชิ่นทั้งตกใจและดีใจสุด ๆ

"กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ ? " เธอถาม

ปลายสายจวงซือเหวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด "กลับมาแล้วค่ะ พวกเรากลับมาด้วยกันทั้งคู่ เพิ่งมาถึงปักกิ่งเมื่อเช้านี้เองค่ะ"

"ดีใจจังเลย ตั้งแต่เธอเรียนจบจนถึงตอนนี้ พวกเราไม่ได้เจอกันมากี่ปีแล้วเนี่ย"

ขอบตาของเจียงชิ่นร้อนผ่าวขึ้นมา

จวงซือเหวินเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

"เกือบจะยี่สิบปีแล้วล่ะค่ะ"

"เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไปเร็วมากจริง ๆ "

"นั่นสิคะ"

จนถึงช่วงท้ายของการสนทนา ทั้งสองคนก็ตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว

จบบทที่ บทที่ 483 ถ่ายรูปแต่งงานย้อนหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว