- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์ชายเก้าสุดกาก แต่มีสกิลขโมยระดับเทพซะอย่าง ใครขวางข้าจะปล้นให้หมดตัว!
- บทที่ 42 - นางฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก!
บทที่ 42 - นางฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก!
บทที่ 42 - นางฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก!
บทที่ 42 - นางฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก!
เด็กหญิงพยักหน้า ดวงตากลมโตขาวดำตัดกันชัดเจนทอดมองเขาด้วยความซาบซึ้ง
"ข้าทราบดีว่าท่านเป็นคนดีเจ้าค่ะ!"
สายตาคู่นั้นทำให้หลงอวี่รู้สึกผิดบาปขึ้นมาในทันที
โจรอย่างเขา นับเป็นคนดีได้ด้วยหรือ
"อืมม ข้าย่อมเป็นคนดีอยู่แล้ว! เจ้าพบเบาะแสใดรึ"
"แม้มันจะแหว่งวิ่นไปบ้าง แต่ข้าพอมองออกว่าเป็นสัญลักษณ์ของสำนักชวีจงซานเจ้าค่ะ"
"สำนักชวีจงซาน สิ่งใดกัน"
"เป็นสำนักของท่านชวีเชียนหุยเจ้าค่ะ สำนักชวีจงซานเดิมทีเป็นสำนักปรุงยาที่เลื่องชื่อที่สุดในทวีปไป่ชวน ทว่าเมื่อท่านชวีเชียนหุยร่วงหล่น สำนักนี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากยุทธภพ"
"เจ้าอายุเพียงเท่านี้ แต่กลับรู้เรื่องราวไม่น้อยเลย"
หลงอวี่กล่าวปนหัวเราะ
เด็กหญิงล้วงกระดาษยันต์แผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ใช้อำนาจเต๋ากระตุ้นการทำงานแล้วแปะลงบนผิวกำแพง พลันปรากฏเงาแสงสีฟ้าเรืองรองขึ้นมา มันคือสัญลักษณ์รูปลูกศรจริงๆ!
ปลายลูกศรชี้ตรงมายังใต้เท้าของหลงอวี่!
"โอ้! ตรงนี้งั้นรึ"
หลงอวี่ชี้ลงใต้เท้า
เด็กหญิงพยักหน้า
"ระยะห่างที่ไกลที่สุดในโลก คือการที่ของอยู่ใต้เท้าข้า แต่ข้ากลับไม่รู้เลย!"
เขาตื่นเต้นจนแทบอยากจะขุดดินลึกลงไปสักสามฉื่อเสียเดี๋ยวนี้
ทว่าหากขุดดินลงไปสามฉื่อแล้วหาพบ นางคงไม่ยอมบอกความลับนี้แก่เขาเป็นแน่!
หลงอวี่เรียกหลี่เหยียนและหวงหวยฮวาเข้ามา แล้วอธิบายสถานการณ์ให้ทั้งสองฟัง
หลี่เหยียนมองเด็กหญิงด้วยสายตาประหลาดใจ
"ข้าเห็นเจ้ามีพลังบำเพ็ญเต๋าเพียงระดับหนึ่ง แต่กลับแตกฉานเรื่องค่ายกลดาราศาสตร์ หรือว่า... เจ้าจะเป็นคนของตระกูลปรมาจารย์ค่ายกล"
เด็กหญิงส่ายหน้า
"ข้าไม่ใช่เจ้าค่ะ"
"แล้วเจ้าเป็นใคร ฟังจากสำเนียงแล้วไม่ใช่คนแถวนี้นี่"
"อันที่จริง แม้ข้าจะเป็นคนแคว้นตงโจว แต่ก็เติบโตในแคว้นต้าเซี่ยมาตั้งแต่เด็ก เกิดกบฏในต้าเซี่ย บิดาจึงพาข้าหนีกลับมาตงโจวเจ้าค่ะ"
เด็กหญิงกล่าว
"งั้นรึ"
หลี่เหยียนจ้องมองนางด้วยสายตาเคลือบแคลง
"เจ้าช่วยล้างหน้าให้สะอาดเพื่อให้พวกเราดูหน่อยได้หรือไม่!"
เด็กหญิงมีคราบเลือดเต็มหน้า พวกเขาจึงยังไม่เห็นหน้าตานางชัดเจนนัก
"ท่านรองผู้บัญชาการ!"
หลงอวี่ทนไม่ไหว ดึงหลี่เหยียนหลบไปด้านข้าง
"ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลางหยาเสียหน่อย! โรคบ้างานของท่านกำเริบหรือไง"
"ข้าเพียงกังวลว่านางจะมาอย่างไม่โปร่งใส"
หลี่เหยียนกล่าว
"ไม่โปร่งใสแล้วอย่างไร! พบกันโดยบังเอิญ จะไปสืบเสาะให้กระจ่างไปทำไม ท่านยังจะให้นางล้างหน้า นี่ไม่จับนางถอดเสื้อผ้าตรวจค้นเลยรึ!"
"..."
หลี่เหยียนเกาหัว
"เช่นนั้นข้าไม่ถามแล้วก็ได้"
จากนั้น เด็กหญิงก็หยิบกระดาษยันต์ออกมาอีกสองแผ่น นำไปติดไว้บนกำแพงอีกสองด้าน แล้วให้หลี่เหยียนกับหวงหวยฮวาใช้กลิ่นอายเต๋ากระตุ้นการทำงานของมัน
วินาทีที่ค่ายกลถูกกระตุ้น แสงเจ็ดสีก็หลั่งไหลออกจากยันต์อย่างต่อเนื่อง ก่อตัวเป็นวงแหวนสามวงกลางอากาศ!
วงแหวนสองวงครอบร่างของหลี่เหยียนและหวงหวยฮวาเอาไว้ ตรงกลางระหว่างพวกเขายังมีวงแหวนอีกหนึ่งวง ภายในนั้นมีจุดแสงสีขาวส่องประกาย เกิดขึ้นและดับลงหมุนเวียนไปมา
"ต้องเพิ่มพลังเต๋าเจ้าค่ะ!"
เด็กหญิงกล่าว
ทั้งสองเริ่มเพิ่มการปลดปล่อยกลิ่นอายเต๋า
เด็กหญิงเอ่ย
"เพิ่มอีกเจ้าค่ะ!"
ทั้งสองเร่งพลังขึ้นอีก
พวกเขาทั้งสองเป็นผู้บำเพ็ญเต๋าระดับหล่อหลอมกายาขั้นที่สาม ตำหนักปราณขยายตัวจนถึงขีดสุดแล้ว ปริมาณกลิ่นอายเต๋าที่กักเก็บไว้ในร่างย่อมมีมากกว่าเด็กหญิงอย่างเทียบไม่ติด
"แรงอีกนิดเจ้าค่ะ"
ทั้งสองทุ่มเทกำลังทั้งหมด อัดฉีดกลิ่นอายเต๋าของตนเข้าไปในแผ่นยันต์
ทันใดนั้น ทั้งสองก็ร้องอุทานขึ้นพร้อมกัน
"เกิดอะไรขึ้น!"
"เป็นอะไรไป"
หลงอวี่รีบถาม
"กลิ่นอายเต๋าเริ่มไหลทะลักออกไปเอง ข้าหยุดมันไม่ได้!"
ใบหน้าของหลี่เหยียนซีดเผือดราวกระดาษ
"แถมยังขยับตัวออกจากตรงนี้ไม่ได้ด้วย!"
ชั่วขณะนั้นหลงอวี่พลันนึกถึงเรื่องเลวร้ายมากมาย เช่น เด็กหญิงแสร้งทำเป็นหมูหลอกกินเสือ วางกับดักหลอกพวกตน เป็นต้น ทว่าเมื่อหันไปมองหน้าเด็กหญิง เขาก็รู้ทันทีว่าตนเองคิดมากไป
เด็กหญิงเองก็มีสีหน้าร้อนรน บนหน้าผากปรากฏหยาดเหงื่อผุดพราย
ในมือของนางปรากฏท่อนไม้สั้นสีน้ำตาลดำสลักอักขระเต็มไปหมดตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ นี่คือแกนค่ายกลอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของปรมาจารย์ค่ายกล
นางตวัดแกนค่ายกล รีบจี้ไปยังจุดสำคัญหลายจุด ทว่าค่ายกลนี้กลับยังคงสูบกลืนพลังชีวิตของทั้งสองคนอย่างต่อเนื่อง
"นังหนู! นี่เจ้ากำลังทำสิ่งใดกันแน่!"
หลี่เหยียนเดือดดาล ทว่ากลับก้าวออกจากวงแหวนแสงของค่ายกลไม่ได้
"ทุกคนอย่าเพิ่งร้อนใจ! ทำตามที่ข้าบอก!"
ทันใดนั้นหลงอวี่ก็เอ่ยขึ้น
"ทลายโล่ ชักนำรัง ตั้งหาง เสริมกำลังแกนค่ายกล!"
เด็กหญิงชะงักงัน วิชานี้คือสำนักใดกัน นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าอันเยือกเย็นของหลงอวี่ นางก็ทำตามที่เขาสั่ง
ปาฏิหาริย์บังเกิดขึ้น การรั่วไหลกลิ่นอายเต๋าของคนทั้งสองค่อยๆ หยุดลง แสงจากวงแหวนค่ายกลที่กักขังพวกเขาพุ่งไปรวมกันที่วงแหวนวงที่สามกลางอากาศ แสงสีขาวในวงแหวนที่สามเริ่มควบแน่น ทันทีที่แสงจางลง หีบใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้น!
หลี่เหยียนและหวงหวยฮวาแทบจะถูกสูบพลังจนแห้งเหือด ทั้งสองต้องประคองกันไว้ ยืนแทบไม่อยู่เสียแล้ว
"ท่านเองก็รู้เรื่องค่ายกลด้วยหรือ"
เด็กหญิงมองหลงอวี่ด้วยสายตาแปลกประหลาด ทางด้านหลี่เหยียนและหวงหวยฮวายิ่งตกตะลึงหนักกว่า
เมื่อผู้บำเพ็ญเต๋าก้าวเข้าสู่หอคอยเต๋าหงเมิ่งเป็นครั้งแรก หอคอยเต๋าจะประทานสายอาชีพตามความเหมาะสมให้ ได้แก่ ปรมาจารย์ค่ายกล ขุนพลเต๋า นักฆ่า นักเวท ผู้อัญเชิญ และนักปรุงยา
เด็กหญิงผู้นี้อยู่เพียงระดับหนึ่ง ยังไม่ผ่านการชำระล้างจากหอคอยเต๋าหงเมิ่ง แต่กลับมีแกนค่ายกลและสามารถควบคุมค่ายกลได้ นับเป็นเรื่องน่าตื่นตะลึงมากพอแล้ว!
ทว่าหลงอวี่ยังไม่ได้เป็นแม้แต่ผู้บำเพ็ญเต๋า กลับสามารถสั่งการให้เด็กหญิงไขค่ายกลที่ซ่อนกับดักของชวีเชียนหุยได้ นี่ต่างหากที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจอย่างหาที่สุดไม่ได้!
อันที่จริงหลงอวี่นั้นจะเรียกว่าไม่รู้เรื่องค่ายกลเลยก็ได้ หรือจะเรียกว่าแตกฉานอย่างยิ่งก็ไม่ผิด เพราะเขาไม่รู้วิธีสร้างค่ายกล รู้วิธีเพียงอย่างเดียวคือการทำลายค่ายกล!
เมื่อเห็นสายตาอันตื่นตะลึงของทุกคน หลงอวี่ก็หัวเราะแห้งๆ เอ่ยว่า
"พี่ชายทั้งสองเหนื่อยแย่แล้ว พวกเรามาเปิดหีบดูของข้างในด้วยกันเถอะ"
"ไม่ขอรับ! ผู้น้อยมีหน้าที่ปกป้องนายท่านเก้าเท่านั้น มิอาจล่วงรู้ถึงสิ่งของภายในได้!"
ทั้งสองเดินออกไปเฝ้าอยู่ด้านนอกโดยไม่รอให้พูดพร่ำทำเพลง
เสด็จพ่อช่างสร้างบารมีไว้ได้อย่างน่าเกรงขามยิ่งนัก! หลงอวี่ส่ายหน้า
เด็กหญิงทอดมองหลงอวี่อย่างครุ่นคิด
"ท่านคือเชื้อพระวงศ์หรือ"
"โอ้ เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น"
"พี่หลี่สวมรองเท้าเต๋าอันเป็นเอกลักษณ์ขององครักษ์วังหลวง ซ้ำด้วยระดับพลังบำเพ็ญของพวกเขา ตำแหน่งย่อมไม่ธรรมดา แต่กลับปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพนบนอบ พวกเขาเรียกท่านว่านายท่านเก้า หรือว่า... ท่านคือองค์ชายเก้า หลงอวี่ ผู้ทะลวงระดับหล่อหลอมกายาหกขั้นรวดภายในหกเดือนจนเลื่องลือไปทั่วเมืองยงจิงหรือเจ้าคะ"
นัยน์ตาดำขลับดั่งหยาดน้ำค้างยามเช้าของเด็กหญิงจ้องมองหลงอวี่ เมื่อครู่หลงอวี่ยังคิดว่านางช่างซื่อบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้เขาเริ่มตระหนักได้แล้วว่า แท้จริงนางฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก! ที่แท้นางก็ดูออกว่าพวกเขาไม่ใช่คนเลว จึงได้เอ่ยปากขอความช่วยเหลือ!
หลงอวี่พยักหน้าด้วยท่าทีขึงขัง
"แม่หนูน้อย สายตาเจ้าเฉียบแหลมยิ่งนัก ข้าคือองค์ชายเก้า หลงอวี่ ผู้เป็นที่รักของทุกคน ดอกไม้เห็นดอกไม้ยังต้องบานรับอย่างไรเล่า!"
เด็กหญิงอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะพรืดออกมา เผยให้เห็นไรฟันขาวสะอาดดั่งไข่มุกเม็ดงาม
"ตั้งแต่ข้ามาถึงเมืองยงจิง ก็ได้ยินวีรกรรมของนายท่านเก้ามาตลอด วันนี้มีวาสนาได้พบ สมคำร่ำลือจริงๆ เจ้าค่ะ!"
หลงอวี่เห็นนางมีท่าทีกิริยาสง่างามแม้นทั่วร่างจะเปรอะเปื้อนคราบเลือด จึงเลิกคิ้วเอ่ย
"แม่หนูน้อย อายุเจ้ายังไม่ถึงสิบปีเลยกระมัง แต่กลับก้าวเข้าสู่ววิถีผู้บำเพ็ญเต๋าแล้ว แม้จะอยู่เพียงระดับหนึ่ง ทว่ากลับครอบครองแกนค่ายกลได้ เจ้าต่างหากที่เป็นอัจฉริยะตัวจริง!"
เด็กหญิงส่ายหน้า
"บิดามักสอนข้าเสมอว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า! วันนี้ได้พบองค์ชายเก้า ข้าจึงได้รู้ว่าคำสอนนั้นไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย แม้ตอนนี้องค์ชายเก้าจะยังรั้งอยู่ในระดับผู้ฝึกยุทธ์ แต่ข้าเชื่อมั่นว่าท่านจะต้องเบิกปัญญาสำเร็จแน่นอนเจ้าค่ะ!"
"พอๆ! พวกเรามายืนยกยอประจบกันเองตรงนี้คงไม่เหมาะกระมัง รีบเปิดหีบดูเถอะ! เจ้าระวังใจได้ หากมียาถอนพิษมารจริงๆ เจ้าก็เอาไปได้เลย! ข้าไม่ได้ใช้มันอยู่แล้ว!"
หลงอวี่กล่าว
[จบแล้ว]