- หน้าแรก
- เส้นทางวิวัฒนาการเหนือมิติ
- บทที่ 5 รับรางวัล ซื้อบ้าน และข้ามมิติ?
บทที่ 5 รับรางวัล ซื้อบ้าน และข้ามมิติ?
บทที่ 5 รับรางวัล ซื้อบ้าน และข้ามมิติ?
เวลาล่วงเลยมาจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม หลังจากต่อรถบัสมาแล้วครั้งหนึ่ง เฉิงปินก็นั่งรถเก๋งที่เรียกผ่านแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังเขตเมือง C เขาเอามือเท้าคางมองดูทิวทัศน์ที่พุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วภายใต้แสงแดดอันร้อนระอุ พลางคุยสัพเพเหระกับคนขับรถ ความคิดล่องลอยไปชั่วขณะ
เฉิงปินที่หมกมุ่นอยู่กับปราณจิตเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว หากไม่ใช่เพราะเงื่อนไขมีจำกัดทำให้ไม่สามารถทำการทดลองบางอย่างได้ และระบบเตือนเขาว่ายังมีลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งอีกใบที่ยังไม่ได้ไปรับ เกรงว่าเฉิงปินคงจะหมกตัวอยู่ได้จนฟ้าดินสลายเลยทีเดียว
ปราณจิตนั้นสนุกกว่าเกมอะไรพวกนั้นตั้งเยอะ
แต่ไม่ว่าจะหมกมุ่นแค่ไหน การเก็บกวาดบ้านให้เรียบร้อยแล้วออกจากตำบล W เดินทางไปเมือง C ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ แม้เมือง C จะไม่ใช่เมืองศูนย์กลางอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ทรัพยากรที่สามารถหาได้ก็ห่างไกลจากที่ตำบล W ซึ่งอยู่ใกล้ชนบทจะเทียบได้
ยังไม่ต้องพูดถึงเงินรางวัลลอตเตอรี่ก้อนนั้นที่ต้องไปรับที่เมือง C การวัดหน่วยพื้นฐานทางฟิสิกส์ที่เฉิงปินทำไป นอกจากความยาว เวลา มวล ที่พบบ่อยแล้ว ยังมีหน่วยพื้นฐานอื่นๆ อีกหลายชนิดที่ได้รับการรับรองในระดับสากล ซึ่งไม่มีเงื่อนไขให้ทำการวัดด้วยปราณจิตที่บ้านเกิดเลย—
หน่วยกระแสไฟฟ้าแอมแปร์ หน่วยอุณหพลศาสตร์เคลวิน ปริมาณสารโมล หน่วยความเข้มของการส่องสว่างแคนเดลา...
ไม่ต้องพูดถึงความรู้อื่นๆ นอกเหนือจากฟิสิกส์ อย่างเคมีหรือชีววิทยาอะไรพวกนั้น ถ้าไม่มีห้องแล็บก็ทำได้แค่อ่านตำราท่องสูตร หากไม่ใช้ปราณจิตแทรกซึมสสารโดยตรงเพื่อวิเคราะห์ปรากฏการณ์ ก็จะไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการเลย
เฉิงปินต้องการบ้านสำหรับพักพิงในเมือง C ต้องการห้องแล็บสำหรับรองรับปราณจิต ต้องการเครื่องมือทดลองที่อาจจะล้ำสมัยและเป็นมืออาชีพมากขึ้นเรื่อยๆ อีกมากมาย
ทั้งหมดนี้สามารถหาได้จากรางวัลที่หนึ่งของลอตเตอรี่ อย่างน้อยก็ได้เป็นรากฐาน
เมื่อเฉิงปินคิดถึงราคาของเครื่องมือในห้องแล็บที่ทันสมัยซึ่งค้นหาเจอทางอินเทอร์เน็ต ก็ได้แต่แค้นใจว่าทำไมตอนซื้อลอตเตอรี่ถึงจ่ายไปแค่สิบหยวน ทำไมถึงไม่ซื้อเพิ่มอีกหลายๆ ชุด
แต่ก็ไม่ต้องรีบร้อน ของไฮเทคพวกนั้นซื้อมาเฉิงปินก็ใช้ไม่เป็นอยู่ดี สิ่งสำคัญคือต้องค่อยๆ ทยอยอ่านความรู้ระดับมัธยมปลายให้จบเสียก่อน
เมื่อรถยนต์มาถึงจุดหมาย เฉิงปินขอบคุณคนขับแล้วลงจากรถ โทรศัพท์มือถือแจ้งเตือนการหักเงินอัตโนมัติ เฉิงปินที่ไม่ได้ใช้แอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่แบบนี้มานานรู้สึกทึ่งกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นเขาก็เดินไปทางศูนย์สลากกินแบ่ง
เดิมทีเฉิงปินคิดว่าการขึ้นเงินลอตเตอรี่จะเป็นเรื่องยุ่งยากมาก หากไม่ใช่เพราะอากาศร้อนเกินไป เขายังคิดจะทำตามในทีวีโดยการพรางตัวสวมหมวกหนาๆ และหน้ากากอนามัยอะไรพวกนั้นไปขึ้นเงินเลย
แต่ความจริงก็คือขั้นตอนเหล่านี้ได้ดำเนินการมาหลายปีและนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ทุกขั้นตอนชัดเจนแจ่มแจ้ง มีแม้กระทั่งป้ายบอกทางต่างๆ
เมื่อเฉิงปินเดินเข้าไปในห้องโถงและแสดงตัวว่ามาเพื่อรับรางวัล นอกจากความประหลาดใจเล็กน้อยที่เขาเดินฝ่าแสงแดดอันร้อนระอุเข้ามาแต่กลับไม่เห็นรอยเหงื่อเลย เจ้าหน้าที่ก็เพียงแค่กล่าวแสดงความยินดีและพาเฉิงปินไปดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ—
ลงทะเบียน ตรวจสอบสลาก บัตรประชาชน เบิกจ่ายเงิน ออกเช็ค และที่สำคัญที่สุดคือใบกำกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบนาที เฉิงปินก็ถือเช็คที่เจ้าหน้าที่การเงินออกให้ นำไปโอนเข้าบัญชีธนาคารที่เขาใช้ประจำซึ่งอยู่ใกล้ๆ ทันที
เนื่องจากตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่มีขั้นตอนการสัมภาษณ์จากสื่อตามมา
เฉิงปินที่เดินออกจากศูนย์สลากกินแบ่งแหงนหน้าถอนหายใจยาวๆ แม้เงินรางวัลจะลดลงไปหนึ่งหลักเนื่องจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่น่าตกใจ แต่เงินรางวัลเกือบร้อยล้านในท้ายที่สุดก็ยังทำให้เขาเดินตัวลอยอยู่ดี หากไม่ใช่เพราะเพิ่งผ่านการชำระล้างอย่างเหนือธรรมชาติจากระบบและปราณจิตเมื่อไม่กี่วันก่อน เกรงว่าเขาคงจะรักษาสีหน้าที่ค่อนข้างสงบนิ่งแบบนี้ไว้ไม่อยู่
"ต่อไป จะไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ หรือไปซื้อบ้านก่อนดีล่ะ?" เฉิงปินหยุดเดินแล้วครุ่นคิด เมื่อก่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัยเขาเคยไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของเมือง C จำได้ลางๆ ว่าข้างในมีการจัดแสดงเครื่องมือวัดหน่วยที่มีความแม่นยำสูงมากต่อสาธารณะ การไปที่นั่นเพื่อปรับแก้หน่วยพื้นฐานแบบหยาบๆ ที่เขาวัดในตำบล W ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
สุดท้ายเฉิงปินก็ตัดสินใจไปซื้อบ้านก่อน แม้ว่าจะเรียนรู้วิธีทำความสะอาดด้วยปราณจิตจนเขาไม่ต้องพกแม้แต่เสื้อผ้าเปลี่ยน แต่การต้องนอนโรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ทุกคืนมันก็ค่อนข้างยุ่งยาก การหาบ้านที่ตรงกับความต้องการของตัวเองเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า
สิ่งที่เฉิงปินไม่รู้ก็คือ ในตอนที่เขาหยุดคิดอยู่นั้น ระบบได้มองผ่านหางตาของเขาไปยังมุมหนึ่ง
ที่นั่น ชายหนุ่มผมย้อมสีเหลืองหม่นซึ่งดูไม่ค่อยเอาการเอางานเท่าไหร่กำลังพิงกำแพงสูบบุหรี่ ส่วนชายสวมสูทที่อายุมากกว่าอีกคนหนึ่งวิ่งเข้าไปหา ทั้งสองซุบซิบกันขณะที่ชายสวมสูทยกมือขึ้นชี้ไปทางเฉิงปินอย่างลับๆ
จากนั้นชายหนุ่มผมเหลืองก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา หันเลนส์กล้องไปทางเฉิงปิน...
ตัวระบบเองนั้นแฝงตัวอยู่ในตัวตนข้อมูลของเฉิงปินในมิติที่สูงกว่า สิ่งที่ยึดติดอยู่กับเฉิงปินในมิติระดับต่ำนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมัน เมื่อเทียบกับเฉิงปินที่ไม่สามารถรับรู้ข้อมูลมิติระดับสูงได้ ระบบซึ่งฉายภาพลงมาจากมิติที่สูงกว่านั้นสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามนุษย์สองคนนั้น—
ชายชุดสูทกับหนุ่มผมเหลือง มีความสัมพันธ์กับการแตกแขนงของเส้นโลกที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นจากโลกแดนในที่เดิมทีทับซ้อนกันอย่างเข้มงวดในมิติที่สูงกว่า
การแตกแขนงตามธรรมชาติครั้งแรกของแดนในหลังจากผ่านโหนดสำคัญมานั้น มาช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ระบบคิดในใจ
เฉิงปินที่ไม่จู้จี้เรื่องค่านายหน้าและค่าบ้าน และมีความต้องการที่สวนทางกับกระแสหลัก ใช้เวลาไม่กี่วันก็หาบ้านที่ต้องการเจอ—หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย พร้อมส่งมอบทันที สภาพแวดล้อมเงียบสงบ และมีโกดังขนาดใหญ่
ท่ามกลางสายตาแปลกๆ ของพนักงานนายหน้า เฉิงปินใช้เงินจำนวนที่หากเป็นเงินเดือนเดิมของเขาคงต้องทำงานแบบไม่กินไม่ดื่มถึงห้าสิบปีจึงจะหาได้ ซื้อวิลล่าค่อนข้างห่างไกลในเมือง C ซึ่งมีแนวโน้มราคาตกอย่างแน่นอนมาหนึ่งหลัง
หลังจากมอบอำนาจให้ตัวแทนนายหน้าดำเนินการเรื่องเอกสารที่เหลือทั้งหมด และปฏิเสธพนักงานรับจ้างประจำวิลล่าที่พวกเขาแนะนำแล้ว เฉิงปินก็ถืออิเล็กทรอนิกส์คีย์เข้าไปในวิลล่า อย่างแรกคือเดินสำรวจรอบหนึ่ง สัมผัสความสะดวกสบายของการทำความสะอาดด้วยปราณจิตอีกครั้ง จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนแผ่บนเตียงสุดหรูในห้องนอนใหญ่ด้วยเสียงฟุ่บ
กลิ้งไปมาสองรอบบนเตียงกว้างนุ่มนวล เฉิงปินหนุนแขนตัวเองมองดูโคมไฟระย้าที่ส่องแสงนวลตาบนเพดาน เปิดหน้าจอระบบปราณจิตขึ้นมา และเริ่มวางแผนสิ่งที่จะทำในวันพรุ่งนี้—
อย่างเช่นการซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน การไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ การค้นหาช่องทางซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบทางเคมี... ช่างเป็นชีวิตที่เติมเต็มและงดงามจริงๆ
ย้อนคิดกลับไปเมื่อสองปีก่อน ชีวิตของเฉิงปินช่างมืดมนและสิ้นหวัง—
อุบัติเหตุทางรถยนต์อันน่าสลดใจ พ่อแม่จากไป เขาบาดเจ็บสาหัสต้องนอนซมอยู่บนเตียง แถมยังต้องเผชิญกับผู้เสียหายคนอื่นๆ ที่มาเรียกร้องความรับผิดชอบ รถยนต์พังยับเยิน บ้านถูกยึดคืน งานก็ตก ตอนนั้นเฉิงปินถึงขั้นมีความคิดอยากตายๆ ไปให้พ้นๆ
แม้ว่าจะได้รับการรักษาจนร่างกายและจิตใจกลับมาแข็งแรงดีแล้ว แต่ตามความคาดหวังที่สวยหรูที่สุดเดิมของเฉิงปิน ก็เป็นเพียงการกลับไปพักฟื้นที่บ้านเกิดสักระยะ พร้อมกับเรียนรู้ความรู้และเทคโนโลยีล่าสุดในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่เขาเคยทำ เพื่อหางานที่ไม่รังเกียจว่าเขาเคยเข้าโรงพยาบาลจิตเวชก่อนที่เงินเก็บจะหมด
แม้ข้อดีของอุตสาหกรรมที่เขาทำคือ การมีประสบการณ์และแนวคิดจะทำให้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ได้เร็วมาก แต่ข้อเสียก็คือ สำหรับตำแหน่งงานซอฟต์แวร์ที่มีความกดดันทางจิตใจสูง ประวัติที่เคยเข้าโรงพยาบาลจิตเวชย่อมเป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
แต่โชคชะตาของคนเรานั้นพูดยากจริงๆ เฉิงปินไม่คิดเลยว่าตัวเองเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียงครึ่งเดือน ก็จะได้มานอนบนที่นอนแสนสบายในวิลล่ากว้างขวาง ในบัตรธนาคารยังมีตัวเลขแปดหลักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ความคิดในหัวที่วนเวียนก็ไม่ใช่เรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวันอย่างฟืนข้าวสารน้ำมันเกลือ แต่เป็นการครุ่นคิดและทอดสายตามองไปยังฟิสิกส์ เคมี จักรวาลและดวงดาว...
สิ่งที่นำพาทั้งหมดนี้มาให้ ก็คือระบบ
ทันทีที่เฉิงปินนึกถึงระบบ ระบบก็ปรากฏตัวขึ้นมาข้างๆ เฉิงปินทันที—ลูกแมวน้อยสีดำที่คุ้นเคย จากนั้นมันก็ยกอุ้งเท้าขึ้นแตะเฉิงปินเบาๆ
สัมผัสถึงความนุ่มนวลและอุณหภูมิอุ่นๆ นั้น เฉิงปินกระเด้งตัวขึ้นราวกับถูกไฟช็อต ถามด้วยความตกใจว่า: "ระบบ? เมื่อกี้คุณโดนตัวฉันเหรอ? ตอนนี้คุณเป็นร่างกายเนื้อแล้วเหรอ?"
"ไม่ใช่ นี่เป็นเพียงการอาศัยปราณจิตสร้างแรงจำลองการสัมผัสขึ้นมาเท่านั้น ต้องขอบคุณโฮสต์ที่ตั้งใจเรียนรู้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา" ระบบเดินนวยนาดราวกับแมวไปรอบๆ บนเตียงนุ่มๆ เฉิงปินมองเห็นผ้าปูที่นอนยุบลงและพองตัวขึ้นตามจังหวะก้าวของแมวดำ ราวกับมีลูกแมวน้อยสีดำอยู่ตรงนั้นจริงๆ
ระบบนั่งตัวตรงหันหน้าเข้าหาเฉิงปินแล้วพูดว่า: "พวกนี้ไม่สำคัญหรอก โฮสต์ ระบบนี้มีอีกเรื่องหนึ่งจะบอกคุณ—เกี่ยวกับปราณจิต นอกจากการวิเคราะห์กฎเกณฑ์ทางวัตถุ แลกเปลี่ยนข้อมูลกับตัวตนข้อมูลมิติระดับสูงแล้ว ยังมีวิธีที่สามที่สำคัญในการพัฒนามัน"
"เรื่องการข้ามมิติข้ามโลกคู่ขนานในแดนใน เพื่อส่งจิตสำนึกข้ามไปนั่นแหละ"